บทที่ 3 เพื่อนบ้าน

"ของฝากครับคุณเพื่อนบ้าน..."

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น ชายหนุ่มยื่นกล่องขนมนำเข้ากล่องสวยหลายกล่องมาให้หญิงสาวได้รับไว้ เพื่อเผื่อแผ่ไปถึงลูกชายตัวน้อยของเธอด้วย

"ขอบคุณมากนะคะ เกรงใจจังเลยค่ะ... ไม่คิดเลยนะคะว่าเราจะมาอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามกันแบบนี้" วานินรับกล่องขนมมาถือไว้ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยจนดวงตาหยีลงด้วยความรู้สึกเป็นกันเอง

"ไม่เป็นไรเลยครับ เต็มใจครับ" กรณ์ตอบกลับด้วยแววตาพราวระยับ "ว่าแต่... เชิญเข้าห้องก่อนไหมครับ ยืนคุยตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่"

"เอ่อ... ขอบคุณค่ะ เชิญค่ะ" หญิงสาวผายมือเชิญเพื่อนบ้านหนุ่มรูปหล่อก้าวเข้ามาในห้องรับแขกอันโอ่โถงของเพนเฮ้าส์

ขณะที่สายตาของชายหนุ่มกวาดมองไปรอบๆ ห้อง ตกแต่งด้วยโทนเรียบหรูสะอาดตา ก่อนที่เขาจะสะดุดตากับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางตั้งอยู่มุมห้อง พร้อมกับเสื้อผ้าบางส่วนที่ยังจัดไม่เสร็จ

"กระเป๋าเดินทางนี่... จะไปไหนหรอครับ?" ถึงแม้ว่าเขาจะรู้กำหนดการเดินทางทั้งหมดอยู่แล้ว แต่กรณ์ก็ยังแกล้งเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"อ๋อ... พอดีนินต้องไปทำงานที่ภูเก็ตสักสองวันค่ะ" วานินตอบตามตรงโดยไม่ได้คิดระแวงอะไร

"ไปทำงานกับคุณปีเตอร์... นักธุรกิจคนนั้นน่ะหรอครับ?"

วานินชะงักไปเล็กน้อย เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ "เอ๊ะ! คุณก็รู้จักเขาด้วยหรอคะ? แปลกจัง... นินเองยังไม่เคยเห็นหน้าเขาตัวเป็นๆ เลยด้วยซ้ำ รู้จักแค่ผ่านโปรเจกต์งานเท่านั้นเอง"

"ไม่ใช่ว่า... เขาจะเคยเห็นคุณมาก่อนแล้วหรอครับ?" ชายหนุ่มแกล้งหยอดคำพูดปริศนาขึ้นมาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มมุมปาก

"หืมมม? ไม่หรอกค่ะ นินเพิ่งบินกลับมาเมืองไทยได้ไม่นานเองนะ คุณปีเตอร์อะไรนั่นคงไม่มีทางรู้จักนินหรอค่ะ" หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ คิดว่าเพื่อนบ้านหนุ่มคงแค่พูดหยอกเล่นตามประสาคนอัธยาศัยดี

"เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็รู้เองแหละครับ..." กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะขอตัวลา "ดึกมากแล้ว ผมไม่กวนดีกว่า ฝันดีนะครับคุณเพื่อนบ้าน พรุ่งนี้ผมมีบินไปทำงานต่างจังหวัดเหมือนกัน คงต้องรีบกลับไปเตรียมตัว"

"อ่อ... ค่ะ! ขอบคุณสำหรับขนมนะคะ ฝันดีค่ะ" หญิงสาวยังคงยืนงงกับท่าทีและคำพูดกำกวมของเขา แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ

"ครับ ฝันดีครับ" กรณ์ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดสะอ้าน บ่งบอกถึงความเป็นคนรักความสะอาดและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทำเอาวานินแอบเผลอใจสั่นไปกับความดูดีของเขาไม่ได้

ก๊อกๆ!

ในขณะนั้นเอง เสียงเปิดประตูก็กรูกันเข้ามา พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้อง

"มี๊ค้าบ!"

"มาวิน กลับมาจากโรงเรียนแล้วหรอคนเก่ง เป็นไงบ้างวันนี้สนุกมั้ยครับ" หญิงสาวรีบละสายตาจากเพื่อนบ้านแล้วหันมาสนใจลูกชายทันที

"สนุกมากเลยครับมี๊!" มาวินตอบเสียงแจ๋ว

"หิวมั้ยครับคนเก่ง? มี๊มีขนมอร่อยๆ พี่ข้างห้องเพิ่งเอามาฝากด้วยนะ ลองชิมดูมั้ย"

"งั้นมาวินขอตัวไปอาบน้ำล้างมือก่อนนะคร้าบ ตัวเหนียวหมดแล้ว" เด็กชายพูดเจื้อแจ้วด้วยความกระตือรือร้น ก่อนจะวิ่งแจ้นหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองอย่างอารมณ์ดี

ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของเพนเฮ้าส์

ราเดน มือขวาฝีมือดีของภาคินณ์ ซึ่งถูกส่งมาทำหน้าที่คอยอารักขาดูแลความปลอดภัยให้นายหญิงและนายน้อยอย่างใกล้ชิด (และบังเอิญพักอยู่ห้องถัดไปในชั้นเดียวกันนี้เอง) กำลังกดโทรศัพท์รายงานสถานการณ์ด่วนให้เจ้านายใหญ่รับรู้

"ท่านประธานครับ... วันนี้คุณวายุแอบมาดักรอนายน้อยมาวินถึงหน้าโรงเรียนนานาชาติครับ แต่ผมจัดการสกัดและดูแลความเรียบร้อยไว้ทัน นายน้อยปลอดภัยดีครับ" ราเดนรายงานน้ำเสียงเคร่งขรึม

(ดีมาก... แกคอยจับตาดูมันไว้ให้ดี ถ้าไอ้วายุมันกล้าล้ำเส้นเข้ามาใกล้น้ำโหของฉันอีก แม้แต่ปลายเล็บก็อย่าให้มันแตะหลานฉันได้!) เสียงทรงอำนาจและเยียบเย็นของภาคินณ์ลอดมาจากปลายสาย

"รับทราบครับท่าน ผมจัดการเอง"

"ขอบใจนะราเดน ฝากดูแลทางนั้นต่อด้วย เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องทางนี้เอง"

หลังจากวางสาย ราเดนก็กลับไปประจำการตรวจตราความเรียบร้อยรอบชั้นเพนเฮ้าส์ต่อทันที

วานินเดินเข้ามาหาลูกชายที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เธอนั่งลงย่อตัวลงคุยกับมาวินด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"มาวินครับ... คือว่า อีกสองวันมี๊ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดที่ภูเก็ตนะลูก ช่วงที่มี๊ไม่อยู่... มาวินไปนอนเล่นบ้านคุณยายสักสองวันก่อนนะ ดีมั้ยครับ?"

"เย้! ไปนอนบ้านคุณยายหรอครับ มาวินอยากไป! มาวินคิดถึงคุณยายกับสวนสัตว์ที่สุดเลยครับมี๊" เด็กชายตบมือดีใจ ยกยิ้มกว้างโดยไม่มีอาการงอแงเลยแม้แต่น้อย ทำเอาคนเป็นแม่โล่งอกและยิ้มตามด้วยความเอ็นดู

เช้าวันต่อมา

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นตรงเวลา กรณ์ในชุดสูททำงานเนี๊ยบเฉียบมาเคาะประตูห้องเพื่ออาสาไปส่งเธอที่สนามบิน

"เกรงใจคุณจังเลยค่ะจริงๆ นินเรียกแท็กซี่ไปเองก็ได้นะคะ เกรงใจที่คุณต้องมาลำบากขับรถไปส่งอีก" หญิงสาวเอ่ยปากปฏิเสธด้วยความเกรงอกเกรงใจขณะหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็ก

"ไม่เป็นไรเลยครับ ผมเต็มใจจริงๆ" กรณ์ตอบด้วยรอยยิ้มละมุน ก่อนจะแอบพึมพำประโยคหนึ่งเบาๆ ในใจที่เธอไม่ได้ยิน— 'ที่ผ่านมา... ผมก็ดูแลคุณมาตลอดอยู่แล้วนี่นา'

ติ๊งหน่อง~~

ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวออกจากห้อง เสียงกริ่งประตูกลับดังขัดจังหวะขึ้นมาอีกรอบ วานินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยว่าใครมาตอนนี้

"เดี๋ยวผมไปเปิดให้เองครับ" กรณ์อาสาเดินนำไปเปิดประตูให้แทน

และเมื่อบานประตูเปิดออก... รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มก็หุบฉับทันที เมื่อพบกับใบหน้าคุ้นเคยที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่ด้านนอก

"สวัสดีครับ... เมียจ๋า..."

วายุ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แต่ทว่า... วายุนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อกวาดสายตาเข้ามาเห็นผู้ชายแปลกหน้ายืนหัวโด่อยู่ในห้องของแม่ของลูก!

"เห้ย! แกเป็นใครวะ... ทำไมถึงมาอยู่ในห้องนินได้ หน้าด้านระรื่นระเหยมาจากไหนวะ!" วายุสติหลุดทันที ความหึงหวงพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว

"ผมก็เป็นเพื่อนบ้านของคุณนินครับ... แล้วคุณล่ะครับ เป็นใคร ถึงมายืนโวยวายเสียงดังไร้มารยาทอยู่หน้าห้องคนอื่นแบบนี้" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ความเกรงกลัวต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของมาเฟียหนุ่มแม้แต่น้อย

เสียงเอะอะโวยวายหน้าประตูทำให้วานินที่กำลังเก็บของอยู่ในห้องนอนต้องรีบสาวเท้าเดินออกมาดูด้วยความตกใจ

"นิน! นินอยู่ไหน! เมียกับลูกกูอยู่ไหนวะ!" วายุตะโกนลั่นห้อง พยายามจะสาวเท้าพุ่งเข้ามาด้านใน แต่ถูกกรณ์ก้าวเท้าขวางทางเอาไว้ด้วยท่าทีสุขุม

"ช่วยเกรงใจเจ้าของห้องแล้วก็ลดเสียงลงหน่อยครับ เสียงดังแบบนี้มันน่ารำคาญ" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่บาดลึก

"ทำไมฉันจะเข้าห้องเมียตัวเองไม่ได้วะ! ก็กูเพิ่งซื้อคอนโดชั้นนี้ไว้หมดทั้งชั้นแล้วนี่หว่า!" วายุตะคอกลั่นอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม

"หรอครับ... แต่บังเอิญว่า... ผมคือเจ้าของตึกและเจ้าของที่นี่ตัวจริงเสียงจริง" กรณ์สวนกลับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

วานินที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าห้อง ถึงกับอึ้งค้างตาโตเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนบ้านหนุ่มพูดขึ้น ยิ่งเพิ่มความสงสัยและปริศนาในตัวผู้ชายคนนี้เข้าไปใหญ่... เขาเป็นใครกันแน่? นักธุรกิจธรรมดา หรือมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นกันแน่? จะมาดีหรือมาร้าย เธอก็คาดเดาไม่ได้เลย

"หึ! เจ้าของตึกหรอวะ... ต่อให้มึงเป็นเจ้าของตึก ถ้ามึงมายุ่งกับเมียกู กูรื้อตึกนี้พังคามือแน่!" วายุคำรามด้วยความโมโหเลือดขึ้นหน้า

"คุณมาทำไมอีกเนี่ย! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะวายุ!" หญิงสาวทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอรีบก้าวออกไปยืนขวางหน้ากรณ์ไว้ พร้อมกับชี้นิ้วไล่ผู้ชายสารเลวให้ออกไปให้พ้นหน้า

"พี่ก็อยู่ข้างห้องเธอนี่ไงนิน... พี่ตามมาดูแลเธอไง" วายุเปลี่ยนน้ำเสียงลงเล็กน้อย พยายามทำท่าทางออดอ้อนเว้าวอน

"นี่คุณจะตามราวีตามรังควานพวกเราไปถึงไหนคะ! เลิกบ้าสักทีเถอะ!" หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติอารมณ์ไม่ให้ระเบิดใส่เขาตรงนั้น

"ก็... ตอนที่เธอให้โอกาสพี่ไงนิน..."

"กลับไปเถอะค่ะ! ต่อให้คุณจะทำยังไง ฉันก็ไม่มีวันกลับไปโง่ซ้ำสองกับผู้ชายอย่างคุณเด็ดขาด!"

"แต่พี่..." วายุยังคงดึงดัน จะพยายามยื้อยุดฉุดกระชากแขนเธอ

ในวินาทีนั้นเอง กรณ์ที่ยืนนิ่งสงบมานานก็ทนดูภาพบาดตาบาดใจไม่ไหวอีกต่อไป น้ำเสียงเข้มและทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นมาตัดบททันที

"ผมบอกให้ออกไปไงครับ... ผู้หญิงเขาแสดงชัดเจนขนาดนี้แล้วว่าไม่ต้องการคุณ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง?"

กรณ์พูดพลอยส่งยิ้มมุมปากเย้ยหยันใส่หน้ามาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มที่สื่อความหมายชัดเจนว่า ‘ผู้หญิงคนนี้... ผมดูแลมาอย่างดี และผมจะไม่ยอมถอยให้คุณอีกต่อไปแน่นอน’

"มึงเป็นใครวะ... เสือกอะไรด้วยเรื่องครอบครัวกู!" วายุฟิวส์ขาดกระกระชากคอเสื้อของกรณ์อย่างแรงด้วยความบันดาลโทสะ

"ปล่อยมือสกปรกของคุณออกจากตัวเขาเดี๋ยวนี้เลยนะวายุ! อย่ามาทำตัวเป็นหมาบ้าอาละวาดแถวนี้!" วานินกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจและโกรธจัด

วายุหูดับตับไหม้ด้วยความหึงหวงจนขาดสติ เขาไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังเงื้อมัดซัดหมัดฮุควีรภาพเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของกรณ์อย่างเต็มแรง!

พลั๊วะ!

แรงกระแทกทำให้หน้าของกรณ์หันไปตามแรงหมัด มุมปากคมคายมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย

เพี๊ยะ!

เสียงตบดังสนั่นลั่นห้องตามมาติดๆ วานินใช้ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนใบหน้าของวายุอย่างแรงจนหน้าหัน เพื่อเรียกสติอดีตสามีผู้ไร้เหตุผล แรงปะทะทำให้วายุถึงกับต้องใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองด้วยความเจ็บแปลบ

"ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุก!" หญิงสาวตваดลั่นห้องด้วยความโมโหสุดขีด นิ้วเรียวชี้นำทางออกไปที่ประตูหน้าห้อง

วายุหันกลับมามองหน้าหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ดวงตาคมกริบแดงก่ำ หัวใจแกร่งปวดหนึบรากับถูกบดขยี้จนแทบจะหยุดเต้น เมื่อเห็นสายตาที่เธอมองมามีแต่ความเกียดชังและรังเกียจเดียดฉันท์ ท่าทางของหญิงสาวทำให้เขาหัวใจสั่นไหวและเจ็บปวดร้าวรานอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ก่อนที่มาวินจะแอบชะโงกหน้าออกมาดู ทำให้วายุต้องจำใจถอยหลังกรูดแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องตามคำบัญชาอย่างจำยอม

"คุณ... เจ็บมากไหมคะเนี่ย มาค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้" วานินรีบหันมาสนใจกรณ์ด้วยความรู้สึกผิดและเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรครับ... ผมไม่ค่อยเจ็บหรอก นิดเดียวเอง" กรณ์ฝืนยิ้มละมุนให้เธอ

"ยังไงก็ปล่อยไว้ไม่ได้หรอค่ะ แผลแตกแบบนี้ เดี๋ยวติดเชื้อพอดี" หญิงสาวกวาดสายหา ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลขนาดพกพาออกมาจากตู้เก็บของ

เธอทรุดตัวลงนั่งลงตรงหน้าชายหนุ่ม มือเรียวหยิบสำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์เบาๆ

"อาจจะแสบหน่อยนะคะ... ทนหน่อยนะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอขยับเข้าไปใกล้เพื่อทำแผลที่มุมปากให้ถนัดขึ้น ทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใส่กันจนใจเต้นรำระส่ำ

วานินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่ายืน/นั่งใกล้เขามากเกินไป ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย "เอ่อ... ขอโทษค่ะ ฉันเผลอเข้าใกล้คุณเกินไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรครับ... ผมยินดีให้เข้าใกล้ตลอดเวลาอยู่แล้วล่ะครับ" กรณ์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ทำให้วานินต้องรีบหลบสายตา แก้เขินด้วยการจัดการแปะพลาสเตอร์ยาปิดแผลให้เขาจนเรียบร้อย

"เรียบร้อยแล้วค่ะ... ขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้เมื่อกี้"

"ด้วยความยินดีครับคุณเพื่อนบ้าน" กรณ์ยิ้มรับ ก่อนที่หญิงสาวจะขอตัวหันกลับมาโฟกัสกับการจัดกระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมตัวไปสนามบินต่อ

ขณะที่วานินกำลังพับผ้าใส่กระเป๋า กรณ์ที่นั่งมองอยู่เงียบๆ ก็ตัดสินใจเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาใจออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"อ้อ... วานินครับ... ผมถามจริง ๆ เถอะนะ... คุณยังคิดจะกลับไปคืนดีกับสามีเก่าคนนั้นอยู่รึเปล่า?"

วานินหยุดชะงักมือที่กำลังถือชุดเดรส เธอหันขวับมามองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ "คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเนี่ย?"

"หึ... มีเรื่องอะไรบนโลกใบนี้เกี่ยวกับตัวคุณ ที่ผมคนนี้จะไม่รู้บ้างล่ะครับ" กรณ์ตอบด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่แฝงความนัยลึกซึ้ง

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น มองหน้าเขาอย่างพินิจพิจารณา "คุณคงไม่ได้แอบสืบเรื่องฉันมาหรอกนะ... คุณเป็นใครกันแน่เนี่ย?!"

"ถึงภูเก็ตเมื่อไหร่... เดี๋ยวผมจะบอกทุกอย่างให้คุณรู้เองครับ ทุกเรื่องเลย" กรณ์ตอบพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ พร้อมที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้เธอรับรู้แล้ว

"คุณพูดประโยคนี้เป็นครั้งที่สองแล้วนะเนี่ย... ทำไมชอบทำตัวเป็นความลับจัง บอกฉันตอนนี้เลยไม่ได้หรอคะ?" วานินเริ่มเท้าสะเอวด้วยความหมั่นไส้แกมสงสัย

"ที่ภูเก็ต... ก็เป็นสถานที่ที่มีความทรงจำเก่าๆ ของคุณไม่ใช่หรอครับ ให้ไปถึงที่นั่นก่อนแล้วผมจะเล่าให้ฟังนะ"

'ผู้ชายคนนี้... เขาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้เรื่องราวชีวิตฉันดีจัง' วานินคิดในใจด้วยความสับสนระคนทึ่ง

"แล้วนี่... คุณคงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับฉันหรอกใช่ไหมคะ?" หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตรงๆ เพราะเธอรู้สึกคุ้นเคยกับการกระทำและคำพูดชวนใจสั่นแบบนี้เหลือเกิน รา 2คนเคยสนิทกันมาก่อนหน้านั้น

กรณ์หัวเราะร่อในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้เธอก้าวหนึ่ง แววตาเป็นประกายจริงจัง "งั้น... ถ้าผมจะขอจีบคุณตอนนี้... จะได้รึเปล่าล่ะครับ?"

"ฮะ?! จะบ้าหรอคะ... คุณก็รู้ว่าฉันผ่านการมีครอบครัวมาแล้วแถมยังมีลูกติดอีกหนึ่งคนนะ" วานินหน้าแดงแจ๋ รีบปฏิเสธพัลวัน

"แล้วใครเขาห้ามคนมีลูกติดไม่ให้มีความรักใหม่ล่ะครับ?" กรณ์เอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ผมออกจะรักเด็กจะตายไป... ยิ่งเป็นลูกของคุณ ยิ่งทำให้ผมรักและเอ็นดูมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าด้วยซ้ำ"

คำพูดของเขาทำเอาวานินถึงกับไปไม่เป็น หัวใจดวงน้อยๆ เต้นรัวแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เธอกลัว... กลัวความรู้สึกหวั่นไหวนี้ เพราะเธอเพิ่งจะหลุดพ้นจากนรกขุมเดิมมาหมาดๆ

"เอ่อ... เรา... เราไปสนามบินกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะตกเครื่องบินเอานะคะ!" หญิงสาวรีบหาข้ออ้างเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อหนีความเขินอาย

"ครับผม เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วก็ไปกันเลยดีกว่าครับ" กรณ์อมยิ้มด้วยความเอ็นดูกับท่าทีลุกลี้ลุกลนของเธอ

'คอยดูเถอะ... ผมจะต้องทำให้คุณลืมผู้ชายเฮงซวยคนนั้น แล้วเปิดใจมารักผมให้ได้เลย วานิน'* กรณ์คิดวางแผนอยู่ในใจด้วยความมุ่งมั่น

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงจังหวัดภูเก็ตด้วยเที่ยวบินส่วนตัว ตลอดการเดินทางจนกระทั่งก้าวขาเดินเข้าสู่โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวริมหาด วานินสังเกตเห็นความผิดปกติตลอดทาง... พนักงานต้อนรับ ผู้จัดการโรงแรม รวมถึงการ์ดรักษาความปลอดภัย ต่างพากันโค้งคำนับให้กรณ์อย่างนอบน้อมด้วยความเคารพยำเกรง ชนิดที่เรียกว่าให้เกียรติเขาเหนือกว่าแขกวีไอพีทั่วไปเสียอีก

วานินเก็บความสงสัยไว้ในใจ เธอมองหน้าชายหนุ่มสลับกับท่าทีของพนักงานด้วยความฉงนสนเท่ห์ แต่เธอก็เลือกที่จะยังไม่เอ่ยปากซักไซ้ เพราะมั่นใจว่า... อีกไม่นาน ชายหนุ่มข้างกายคนนี้คงจะเฉลยความลับทั้งหมดให้เธอฟังด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป