บทที่ 4 คุณหมี
หญิงสาวก้าวเดินเข้ามาภายในห้องพักสุดหรูระดับเพนต์เฮ้าส์ริมหาดทรายขาว บรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลายช่วยให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเจือจางลงไปได้บ้าง เธอวางกระเป๋าเดินทางลงบนพื้นพรมหนานุ่ม ก่อนจะจัดการรื้อสัมภาระและจัดระเบียบข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเข้าที่เข้าทางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แม้ร่างกายจะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียจากการเดินทางข้ามจังหวัด แต่สิ่งแรกที่วนิดาหรือวานินนึกถึงหาใช่การทิ้งตัวลงนอนพักผ่อนไม่ ความห่วงหาอาทิตย์ถึงดวงใจดวงน้อยที่ถูกทิ้งให้อยู่กรุงเทพฯ กลับตีรวนขึ้นมาในอกจนเธออยู่ไม่สุข
"ป่านนี้มาวินจะเป็นยังไงบ้างนะ... จะดื้อกับคุณยายหรือเปล่าก็ไม่รู้"
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความกังวลใจ มือเรียวรีบหยิบสมาร์ทโฟนคู่ใจขึ้นมา กดปลดล็อกหน้าจอแล้วกดเบอร์โทรศัพท์สายตรงหาลูกชายสุดที่รักทันที
ตู๊ด... ตู๊ด...
เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับอย่างรวดเร็วราวกับเด็กชายนั่งรอโทรศัพท์จากแม่อยู่ตลอดเวลา
(มี๊จ๋า! มี๊ถึงภูเก็ตแล้วหรอครับ?) เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังลอดลำโพงออกมาด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าสวยทันที ความเหนื่อยล้าทั้งมวลมลายหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินเสียงแก้วตาดวงใจ ดวงตาคู่สวยทอประกายความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด
"ครับ... มี๊ถึงโรงแรมที่ภูเก็ตเรียบร้อยแล้วครับคนเก่ง ทางนู้นเป็นยังไงบ้างล่ะหื้ม? มาวินดื้อกับคุณยายหรือเปล่าครับเนี่ย บอกมี๊มาตรงๆ เลยนะ" วานินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าและเปี่ยมด้วยความรัก
(ไม่เลยครับ! มาวินเป็นเด็กดีที่สุดในโลกเลย คุณยายใจดีมาก ตามใจมาวินกับน้องๆ ทั้งวันเลยครับ มีขนมอร่อยๆ เพียบเลย) มาวินรีบฟ้องเจื้อแจ้วด้วยความกระตือรือร้น กลัวว่าแม่จะไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นเด็กดีขนาดไหน
"ดีมากครับคนเก่งของมี๊... อย่าดื้อกับคุณยายและคุณตานะครับ ต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่เข้าใจไหม เป็นเด็กดีนะลูก"
(ครับผม! มาวินจะเป็นเด็กดีครับ... ว่าแต่ มี๊จะกลับกรุงเทพฯ วันไหนหรอครับ มาวินคิดถึงมี๊แล้วนะ) น้ำเสียงของเด็กชายเริ่มเจือแววเศร้าสร้อยลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงการรอคอย
วานินระบายยิ้มบางๆ ด้วยความรู้สึกใจหายและเอ็นดูลูกชายจับใจ "อีกแค่หนึ่งวันเองครับคนเก่ง เดี๋ยวมี๊เสร็จงานถ่ายแบบปุ๊บ รีบวกกลับไปหามาวินทันทีเลย ดีมั้ยครับ?"
(เย้! สัญญาณแล้วนะ ห้ามเบี้ยวนะครับมี๊... งั้นมาวินขอตัวไปทานข้าวก่อนนะ พี่นกเรียกมาวินไปทานข้าวเย็นแล้วล่ะครับ มาวินรักมี๊ที่สุดในโลกเลยนะคร้าบ!)
"ครับผม... มี๊ก็รักมาวินที่สุดเหมือนกันครับ ทานข้าวเยอะๆ นะลูก บายครับ"
วานินกดวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ ความกังวลก่อนหน้าหายเป็นปลิดทิ้ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อเตรียมตัวแต่งหน้าทำผมสำหรับงานถ่ายแบบเซตแรกในช่วงบ่ายนี้
หากมองย้อนกลับไปในอดีต... หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้หญิงที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง เป็นถึงลูกสาวนักธุรกิจใหญ่และน้องสาวมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่างเธอ ถึงยอมก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินด้วยตัวเองอย่างหนักหน่วงแบบนี้? ที่ผ่านมา เธอก็ใช้เงินของป๊าและม๊า รวมถึงพึ่งพาการซัพพอร์ตจากพี่ชายมาโดยตลอดไม่ใช่หรือ?
แต่วานินในวันนี้ ไม่ใช่เด็กสาวคนเดิมผู้เอาแต่ใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว...
บทเรียนราคาแพงจากอดีตสอนให้เธอตระหนักรู้ว่า ผู้หญิงเราควรมี "คุณค่า" และ "ความมั่นคง" เป็นของตัวเอง เธอกลายเป็นแม่คนแล้ว เธอมีมาวิน ลูกชายที่ต้องดูแลให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เธอย่อมต้องลุกขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองว่าเธอก็มีความสามารถพอที่จะยืนหยัดหาเงินเลี้ยงดูบุตรชายสุดที่รักด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตนเองได้ โดยไม่ต้องแบมือขอใครกินไปตลอดชีวิต
และแม้ว่างานที่เธอรับทำในวันนี้ จะเป็นการสวมชุดว่ายน้ำเซตใหญ่โปรโมทรีสอร์ตหรูริมทะเล แม้เธอจะมีสถานะเป็นคุณแม่ลูกติดผ่านการแต่งงานล้มเหลวมาแล้วก็ตามที แต่มันแปลกตรงไหนล่ะ? ในเมื่อเธอยังดูแลรูปร่างหน้าตาให้สวยสะพรั่งและเซ็กซี่ได้ขนาดนี้ ความมั่นใจในตัวเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
เมื่อสองปีก่อน... ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของชีวิต ช่วงเวลาที่เธอหอบร่างอันบอบช้ำและหัวใจแหลกสลายหนีไปพักพใจไกลถึงประเทศฝรั่งเศส เป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกเคว้งคว้างและไร้ค่าที่สุดในโลก เธอบังเอิญได้พบกับ "ใครบางคน" บนโลกออนไลน์ คนๆ นั้นคอยส่งข้อความให้กำลังใจ อยู่เคียงข้าง รับฟังความทุกข์ระทมของเธอมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายปี แม้กระทั่งในวันที่เธอรู้สึกเกลียดตัวเองและหมดศรัทธาในความรัก
ข้อความคำพูดเตือนสติจากผู้ชายปริศนาคนนั้น ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของเธอไม่เสื่อมคลาย...
“ทำไมคุณถึงไม่ลองหันมาเห็นค่าของตัวเองบ้างล่ะครับ? ในเมื่อผู้ชายคนนั้นเขาตาบอดมองไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณ คุณก็ควรจะหันมารักตัวเองให้มากๆ ได้แล้ว”
“ลองนึกถึงเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่ข้างๆ คุณสิครับ... คุณควรจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเพื่อลูกและเพื่อตัวคุณเอง ลองมองย้อนกลับไปที่กระจกสิครับ คุณปล่อยให้ตัวเองโทรมเพราะมัวแต่เหนื่อยกับการเลี้ยงลูกและคอยตามเช็ดตามล้างให้คนเลวๆ แบบนั้นทำไม? ลุกขึ้นมาสิครับ ทำให้ตัวเองมีคุณค่าและเฉิดฉาย อย่าไปจมปลักอยู่กับผู้ชายเฮงซวยคนนั้นอีกเลย”
ใช่แล้ว... ประโยคเหล่านั้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลุกให้วานินตื่นจากความฝันอันเจ็บปวด
ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เธอยังใช้ชีวิตอยู่กับวายุ... เธอกลายเป็นผู้หญิงที่โง่เขลาเบาปัญญาคนหนึ่ง เธอยอมจำนนต่อสามีที่นอกใจ เธอยอมแม้กระทั่งทนเห็นเขานอนกับผู้หญิงอื่นอย่างไร้เยื่อใย เพียงเพราะผู้หญิงพวกนั้นเก่งเรื่องบนเตียง เอาอกเอาใจเขาเก่ง และดูเซ็กซี่เย้ายวนใจกว่าเธอ เธอยอมแม้กระทั่งทนดูเขามั่วสุมกับผู้หญิงสวยๆ มากหน้าหลายตา ขณะที่เธอซึ่งเป็นภรรยาหลวงและเป็นถึงลูกคุณหนูผู้เรียบร้อย วันๆ ใส่แต่กระโปรงยาวคลุมเข่า สวมชุดเดรสเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ เรื่องบนเตียงก็อ่อนหัดทำอะไรไม่เป็น ได้แต่ปล่อยให้เขาพร่ำสอนและดูถูกเหยียดหยามอยู่ฝ่ายเดียว
เธอยยอมทำตัวเป็น "ควาย" โง่เง่า ยอมทนเจ็บปวดเจียนตาย เพียงเพราะกลัวว่าจะต้องสูญเสียผู้ชายคนนี้ไป กลัวการหย่าร้าง กลัวการสูญเสียครอบครัว
แต่เพราะ "คุณหมี"... ฉายาหรือชื่อสมมุติของชายปริศนาผู้ส่งข้อความฮีลใจเธอมาตลอดหลายปีคนนั้น ที่ทำให้เธอตาสว่างและลุกขึ้นมาปฏิวัติเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เธอหันมาดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย แต่งตัวแฟชั่นสุดแซ่บ กล้าที่จะเปิดเผยความมั่นใจ และปฏิเสธที่จะกลับไปเป็นผู้หญิงโง่งอมืดบอดคนเดิมอีกเด็ดขาด!
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ก่อนที่ประตูห้องแต่งตัวจะเปิดออก พร้อมกับร่างของ บีน่า อดีตผู้จัดการส่วนตัวและรุ่นพี่คนสนิทก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส
"น้องรินคะ... พร้อมรึยังเอ่ย? สำหรับคิวงานวันนี้ บอกเลยว่าจัดเต็มนะจ๊ะ" บีน่าเอ่ยทักทายเสียงใส
"พร้อมเสมอค่ะพี่บีน่า นินจัดเต็มแน่นอน" วานินหันมายิ้มรับด้วยความมั่นใจ
"โอเค ดีมากจ่ะ! สำหรับคอนเซปต์งานวันนี้ ทางโปรดิวเซอร์วางไว้สองชุด สองเลเวลนะจ๊ะ ชุดแรกช่วงบ่ายจะเป็นการถ่ายแบบเซตชุดว่ายน้ำริมสระน้ำอินฟินิตี้พูล เพื่อโปรโมทโรงแรมระดับลักชัวรี ส่วนชุดที่สองช่วงเย็นจะเป็นเซตปาร์ตี้ริมหาดทรายขาวรับลมทะเลชิลๆ เปลี่ยนลุคเป็นสาวเซ็กซี่ขี้เล่น... ไหวไหมจ๊ะ?" บีน่ายแจกแจงรายละเอียดคิวงานยิบย่อย
วานินพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น "ไม่มีปัญหาเลยค่ะพี่บีน่า นินพร้อมลุยเต็มที่!"
ว่าแต่... พูดถึงอนาคตหลังจากจบโปรเจกต์นี้ บีน่าก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสาวเจ้ามีแพลนจะทำอะไรต่อ "แล้วนี่... ถ้าจบจากงานถ่ายแบบเซตนี้ไปแล้ว น้องรินมีแพลนจะทำธุรกิจอะไรต่อรึเปล่าจ๊ะ? บอกก่อนนะว่ากระแสความดังและความฮอตของเธอตอนนี้ พุ่งทะยานติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไปไกลแล้วนะ หลังจากไปใช้ชีวิตเงียบๆ ที่ฝรั่งเศส นิตยสารและแบรนด์ดังรุมทึ้งอยากให้เธอเป็นพรีเซนเตอร์เพียบเลยนะรู้ตัวไหม"
วานินยิ้มมุมปากอย่างมีเป้าหมาย "นินคิดว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นและชุดว่ายน้ำเป็นของตัวเองค่ะพี่บีน่า! อยากจะลุยทำธุรกิจเองอย่างจริงจัง โดยนินจะเป็นนางแบบถ่ายแบบโปรโมทคอลเลกชันแรกด้วยตัวเองนี่แหละ แล้วก็จะดึงนางแบบและเซเลบดังๆ มาร่วมงานด้วย"
ไม่เพียงเท่านั้น หญิงสาวยังเผยแผนการใหญ่อีกหนึ่งอย่างที่เธอกลั่นกรองมาอย่างดี "แถม... นินยังคิดไว้อีกด้วยนะคะว่า อยากจะดึง 'มาวิน' ลูกชายตัวน้อยของนินมาร่วมถ่ายแบบเซตครอบครัวเปิดตัวในฐานะ Single Mom อย่างเป็นทางการด้วยซ้ำค่ะ นินอยากจะเคลียร์กระแสข่าวเม้าท์มอยและเคลียร์พื้นที่สื่อทุกสำนักให้มันจบๆ ไปซะที ว่านินผ่านจุดที่ย่ำแย่มาได้ด้วยตัวคนเดียวและมีความสุขกับลูกชายมากแค่ไหน"
บีน่าได้ยินดังนั้นก็ตบมือฉาดใหญ่ด้วยความชื่นชม "เยี่ยมมากยัยริน! สมเป็นเด็กปั้นพี่จริงๆ ความคิดเริศมาก เอาเลยพี่สนับสนุนเต็มที่!"
ไม่นานนัก การถ่ายแบบเซตแรกริมสระว่ายน้ำสุดอลังการก็เริ่มต้นขึ้น
ตากล้องมืออาชีพและทีมงานกองถ่ายต่างทำงานกันอย่างมืออาชีพ วานินในชุดว่ายน้ำวันพีซดีไซน์เซ็กซี่เว้าสูงอวดสัดส่วนนาฬิกาทรายสุดเป๊ะ โพสท่าอินเนอร์นางพญาได้อย่างเผ็ดร้อนและเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางฉากหลังเป็นวิวทะเลสีครามและขอบฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล
"คัท! สวยมากครับน้องริน! ดีงามพระรามแปดมาก อินเนอร์สายตาคือจิกกล้องแตกเลยครับ!" ตากล้องหนุ่มใหญ่ตะโกนชมเสียงดังลั่นกองถ่าย
ช่วงค่ำ... บรรยากาศเปลี่ยนเป็นงานปาร์ตี้ริมชายหาดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แสงไฟนีออนประดับประดารอบชายหาดเคล้าคลอเสียงเพลงสากลเบาๆ ทีมงานและเซเลบแขกเหรื่อต่างร่วมสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน
"น้องรินคะ วันนี้ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวถ่ายเซตปาร์ตี้ริมหาดเซตนี้จบ ทีมงานเขามีจัดอาฟเตอร์ปาร์ตี้เล็กๆ ขอบคุณทีมงานด้วยนะจ๊ะ ไปสนุกกันหน่อยเร็ว" บีน่าเดินเข้ามาสะกิดชวน
วานินพยักหน้ารับด้วยความยินดี "ได้เลยค่ะพี่บีน่า นินก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ไปค่ะ"
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งเกือบสี่ทุ่ม บรรยากาศภายในปาร์ตี้ริมหาดยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ทันใดนั้นเอง... เสียงฮือฮาและเสียงกระซิบกระซาบจากทีมงานและแขกเหรื่อก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นบริเวณทางเข้างาน
"เฮ้ย! นั่น... คุณปีเตอร์ เจ้าของโรงแรมและนักธุรกิจหนุ่มพันล้านไม่ใช่หรอวะ!"
"จริงด้วย! ทำไมเขาถึงมาร่วมงานปาร์ตี้เล็กๆ แบบนี้ได้ล่ะ หรือว่ามาตรวจงาน?"
วานินที่กำลังถือแก้วเครื่องดื่มค็อกเทลยืนพูดคุยอยู่กับบีน่า หันไปมองตามเสียงฮือฮาโดยอัตโนมัติ
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองดูดีมีระดับ เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่น ในมือหนาถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ยักษ์สีขาวสะอาดตา ช่อดอกไม้ที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตงดงามสะดุดตาทุกคนในงาน
และเมื่อชายหนุ่มคนนั้นก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ... วานินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เพราะผู้ชายคนนั้น... ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่คือ กรณ์... เพื่อนบ้านหนุ่มรูปหล่อผู้พักอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามเธอที่คอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพฯ นั่นเอง!
"คะ... คุณกรณ์!" วานินอุทานชื่อเขาออกมาเบาๆ อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิด รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขายื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือส่งตรงให้เธอ
"ขอบคุณมากนะครับ... ที่อุตส่าห์บินมาช่วยทำงานโปรเจกต์สำคัญให้ผม แต่จะดียิ่งกว่านี้... ถ้าคุณจะกรุณารับรักผู้ชายคนนี้สักทีนะ" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยความจริงจัง
วานินอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน "ดะ... เดี๋ยวค่ะคุณกรณ์ คุณหมายความว่ายังไงคะเนี่ย แล้ว... แล้วคุณคือใครกันแน่?"
กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหญิงสาวต้องช็อกค้างยิ่งกว่าเดิม
"คุณยังจำ 'คุณหมี' คนที่คอยส่งข้อความคอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจคุณตลอดช่วงเวลาหลายปีที่คุณอยู่ฝรั่งเศสได้มั้ยครับ?"
วานินชะงักกึก ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบไปทั่วร่าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ "คะ... คุณหมี? หรือว่า..."
"ใช่ครับ... คนที่คอยส่งข้อความฮีลใจคุณ คอยอยู่เบื้องหลังคอยดูแลคุณมาตลอดสี่ปีเต็ม ก็คือผมเอง... ปีเตอร์ หรือ กรณ์ คนนี้แหละครับ"
คำสารภาพตรงไปตรงมาของชายหนุ่ม ทำเอาวานินยืนนิ่งอิงแอบอยู่กับที่ หัวใจดวงน้อยๆ เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ทุกอย่างกระจ่างแจ้งในสมอง ภาพจิ๊กซอว์ทุกชิ้นต่อเข้าหากันอย่างลงตัว ทั้งความคุ้นเคย ท่าที และคำพูดคำจาที่แสนอบอุ่นเหล่านั้น... ที่แท้เขาก็คือผู้ชายคนเดียวกันกับ "คุณหมี" ในความทรงจำของเธอนั่นเอง!
กรณ์ก้าวประชิดตัวเธอเข้ามาอีกก้าว แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างสื่อความหมาย "คุณจะให้โอกาสผู้ชายคนนี้ได้ไหมครับ? ให้ผมได้ดูแลทั้งตัวคุณและเจ้าตัวเล็ก... ให้ผมได้ดูแลมาวินเหมือนลูกแท้ๆ ของผมเองเถอะนะ"
"ตะ... แต่คุณก็รู้ว่าฉันผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว แถมยังมีลูกติด มีมลทินรอยด่างพร้อยในชีวิต..." วานินเอ่ยเสียงสั่นเครือ ความกังวลใจเรื่องปมด้อยในอดีตยังคงติดอยู่ในใจ
"การที่ผมแอบรักและเฝ้ารอผู้หญิงคนนี้มานานถึงสี่ปี... มันมากเกินพอที่จะพิสูจน์ความรู้สึกของผมแล้วครับวานิน" กรณ์เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ไม่มีรังเกียจหรือลังเลในแววตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
วานินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความซาบซึ้งใจ เธอมองช่อดอกไม้ในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เปี่ยมด้วยความจริงใจของชายหนุ่มตรงหน้า
มือเรียวค่อยๆ ยื่นออกไปรับช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาถือไว้แนบอก
"รินรับดอกไม้นี้ไว้นะคะ... แต่... แต่รินขอเวลาศึกษาดูใจ เรียนรู้ตัวตนของคุณในฐานะคุณปีเตอร์... เอ้ย! ในฐานะพี่กรณ์ให้มากกว่านี้อีกหน่อยได้ไหมคะ?" หญิงสาวเอ่ยปากขอร้องด้วยความเขินอายแกมเกรงใจ
กรณ์ยي้มกว้างจนแก้มปริ ความดีใจฉายชัดเจนผ่านแววตา "ได้สิครับ! เอางั้นก็ได้... เพราะยังไงซะ ตอนนี้คุณก็รับช่อดอกไม้และรับปากว่าจะเรียนรู้ผมแล้วนี่นา ห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาดนะ!"
ชายหนุ่มฉีกยิ้มด้วยความโล่งอก เพราะเขารู้ดีว่า ต่อให้เธอจะยังขอเวลา แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็เริ่มเปิดใจยอมรับเขาเข้ามาในชีวิตแล้ว หลังจากที่เขาเฝ้าทะนุถนอมดูแลความรู้สึกของเธอมาตลอดห้าปีเต็ม... โดยที่เธออาจจะไม่เคยรู้ตัวเลยว่า มี "หมีตัวโต" คอยปกป้องเธออยู่ห่างๆ มาโดยตลอด🐻💕
ทันใดนั้นเอง เสียงโห่ร้องแซวและเสียงปรบมือเกรียวกราวของทีมงานกองถ่ายและเพื่อนร่วมงานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหาดทราย บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ
วันรุ่งขึ้น ภาพถ่ายคู่สุดสวีทระหว่างเจ้าพ่อโรงแรมหนุ่มหมื่นล้านกับอดีตนางแบบสาวชื่อดัง ถูกโพสต์ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวของฝ่ายชายอย่างเป็นทางการ
ถูกใจ 20,367 คน
Peter : ขอบคุณท้องทะเล ภูเก็ต และขอบคุณโชคชะตา... ที่ทำให้ผมได้ดูแลรอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้ ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสผู้ชายคนนี้ได้ดูแลคุณและเจ้าตัวเล็ก @Vanin ❤️✨
ในขณะเดียวกัน ที่กรุงเทพมหานคร
ภายในห้องทำงานหรูหราของประธานบริษัทตระกูลใหญ่ ราเดน มือขวาคนสนิทรีบสาวเท้าก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตหน้าจอแสดงภาพข่าวซุบซิบและโพสต์ไอจีของปีเตอร์และวานินหราอยู่หลาตา
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ราเดนร้องลั่นด้วยความตกใจ รีบยื่นแท็บเล็ตให้เจ้านายหนุ่มดูทันที
