บทที่ 14 หนี
สโนว์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทันทีที่เอริคก้มริมฝีปากประทับจูบของเขาที่เป็นจูบแรกของเธอ แม้ว่าเธอจะพยายามปิดริมฝีปากแน่นไว้แค่ไหน แต่สุดท้ายเอริคก็ใช้เรียวลิ้นดุนดันบังคับให้เธอยอมเผยอปากออกมาจนสำเร็จอยู่ดี เขาวาดลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากราวกับจะดูดเอาความหวานจากคนใต้ร่างที่ดูไม่ประสีประสากับจูบแรกของเธอ
ความอ่อนนุ่มผสานกับความอ่อนหวานที่เอริคได้สัมผัส ทำให้เขาเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ หัวใจมันเต้นถี่แรงขึ้น รู้สึกเหมือนกับร่างกายในตอนนี้ร้อนรุ่มไปทั้งร่าง จะว่าไปก็นับตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของเขาได้ลิ้มรสความอ่อนนุ่มของริมฝีปากของสโนว์
มันนุ่มนวล อ่อนหวาน และแทบจะทำให้เขารู้สึกคลั่งในเวลาเดียวกัน
เสียงอู้อี้ที่พยายามท้วงติงเป็นระยะ แม้ในตอนนี้สโนว์กำลังถูกหลอกล่อด้วยฝีด้วยริมฝีปากหยักของเขาที่ดูช่างเอาแต่ใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสมยอม
เธอเพิ่งรู้จักเขาวันที่สอง ถึงแม้ว่าเอริคจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้รวมถึงเป็นเจ้านายของเธอไปแล้วแต่ก็ใช่ว่าเขาจะสามารถทำอะไรแบบนี้กับเธอได้!
สโนว์พยายามดิ้นรนสุดกำลังอีกครั้ง ทว่าข้อมือเรียวเล็กที่ถูกเอริคตรึงเอาไว้ มันทำให้เธอไม่สามารถดิ้นหนีอะไรไปได้มากกว่านี้ สองขาพยายามบิดหนี แต่แทบไม่มีแรงขยับเขยื้อนเพราะร่างหนาของเอริคคร่อมทับร่างเล็กของเธออยู่
ยิ่งดิ้นแรงขึ้นชายกระโปรงชุดรัดรูปสีแดงที่ปราศจากชั้นในก็ยิ่งร่นขึ้น ฝ่ามือของเอริคยอมผละออกจากข้อมือของสโนว์ข้างหนึ่ง ก่อนลูบไล้ไปที่ต้นขาของเธอ
“อึก…” สัมผัสที่น่ากลัวทำเอาสโนว์สะดุ้งอย่างตกใจ เขาเหมือนเสือที่ไม่ได้ผลีผลามกินเหยื่อแต่กำลังหลอกล่อเหยื่อให้ยอมพ่ายแพ้ต่อพลังกำลังที่แข็งแกร่งของเขา
จูบที่เนิ่นนานราวกับไม่ปล่อยให้คนใต้ร่างได้หยุดพักหายใจ แต่กำลังทำให้เธอหลอมละลายไปช้า ๆ กว่าที่เขาจะยอมละริมฝีปากออก เพราะอยากไปลองเล่นกับส่วนอื่น เขาใช้มืออีกข้างดึงเสื้อของเธอลงจนมากองที่ใต้อก ส่งผลในเนินเนื้อยิ่งเด่นชัด ก่อนที่อุ้งปากร้อนจะเข้าครอบครองมันอย่างถือวิสาสะ
“อ๊ะ คุณ คุณเอริค ยะ อย่า ปล่อยนะ อึก” ทันทีที่ริมฝีปากเรียวเล็กเป็นอิสระ สโนว์ถึงกับส่งเสียงร้องขอออกมา ประกอบกับความกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดจนทำให้เธอร้องไห้
“อึก…พอยะ อย่าจับตรงนั้น”
เอริคกำลังเลื่อนปลายนิ้วคลึงเบา ๆ แค่เท่านั้นก็ทำให้ร่างกายของสโนว์อ่อนยวบ สะโพกเล็กคล้ายจะบิดหนี แต่บางส่วนกำลังตอดรัดแม้กระทั่งปลายนิ้วที่ล่วงเกินเข้ามา
ขนาดนิ้วยังแน่นขนาดนี้ อืม…ไม่อยากคิดถึงเวลาที่…
“หนูเจ็บ อะ เอามือของคุณออกไปนะ”
“เธอมาสมัครเป็นเอน จะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลยงั้นหรอ” เอริคเงยใบหน้าขึ้นมามองอย่างสงสัยก่อนที่จะปลายลิ้นจะทำหน้าที่เม้มดูดที่ยอดอกของสโนว์ เพื่อรอฟังคำตอบ
“นะ หนูแค่มาทำงานวันแรก คะ คุณก็รู้” อ่า…แค่ลำพังเรียบเรียงเป็นคำพูดออกมาเป็นประโยคก็แทบจะไม่ไหว
“นะ หนูแค่มาทำงานหาเงินใช้หนี้คุณเท่านั้น อึก ซี๊ด ยะ อย่า …”
“คะ คุณปล่อยหนูเถอะ ขอร้อง หนูไม่ทำงานที่นี่แล้วก็ได้ อะ อ๊า…”
“จะให้ปล่อยเธอเหรอ?”
“ไม่ทันแล้วเพราะเธอปลุกมันตื่นเพราะงั้นเธอก็รับผิดชอบมันด้วย!”
“มะ…ไม่นะ…”
สโนว์หวีดร้องด้วยความตกใจ ในขณะที่เอริคกำลังยกตัวขึ้นเพื่อถอดเสื้อผ้าออก สโนว์สบโอกาส สองเท้ายกขึ้นและยันไปที่หน้าท้องของเขาสุดแรง ส่งผลให้คนที่ไม่ทันระวังตัวอย่างเอริคหงายหลังจนตกเตียง!
พลั้ก!!
อุก….
เธอรีบกระโดดลงจากเตียง ก่อนคว้าเสื้อสูทของเขาติดมือมาเพื่อจะห่อคลุมตัว แล้วอาศัยที่เอริคกำลังนั่งจุกอยู่ หนีออกมานอกห้อง
คนตัวเล็กวิ่งออกจากห้องนอนด้วยความกลัวก่อนจะผ่านห้องทำงานแล้วลัดเลาะตรงไปหยุดยืนที่ประตูใหญ่ ลมหายใจที่หอบเหนื่อยทำให้เธอต้องหยุดชะงักแล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อปรับสีหน้าและการแต่งตัวในสภาพที่ดูไม่เรียบร้อยให้ดีขึ้น
ถึงแม้ในตอนนี้เธอไม่มีทั้งรองเท้าและชั้นใน แต่ทว่าเพราะสูทของเขาที่เธอคลุมมาเอาไว้ รวมถึงผมที่เพิ่งจัดให้เข้าที่ ก็เพียงพอต่อการที่จะทำให้เธอสามารถออกไปข้างนอกได้
อ๊ะ!
หน้าห้องของเขามีคนยืนเฝ้าหน้าประตูถึงสองคนอย่างที่เธอคิดเอาไว้จริง ๆ สโนว์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะตีหน้านิ่ง
“คุณเอริคเรียกนายทั้งสองคนน่ะ รีบเข้าไปดูสิ”
“นายเรียก?”
“เร็วๆ สิ เดี๋ยวนายก็ได้สั่งฆ่าพวกนายหรอก” สโนว์ดึงสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเดินเชิดออกไปทั้งที่ยังกะเผลกอยู่
เมื่อเห็นสองบอดี้การ์ดยอมเข้าไปในห้อง สิ่งเดียวที่สโนว์คิดได้ก็คือวิ่ง
ใช่…ต้องวิ่งให้เร็วที่สุด เป้าหมายของเธอคือห้องแต่งตัวพนักงานที่มีล็อกเกอร์เก็บข้าวของของเธออยู่ในนั้น ทั้งกุญแจรถ กุญแจห้อง โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงินบัตรประชาชน รวมไปถึงเสื้อผ้าที่จะใส่กลับ และที่แน่ ๆ หวังว่าเช้าขนาดนี้คงยังไม่มีใครบ้ามาถึงที่ทำงาน
