บทที่ 3 ความซวยบังเกิด

“อร้าย... ถือดียังไงยะ มาบอกว่าตัวเองเป็นเมียเฮีย ดูสภาพ”

“ก็ไม่ได้ถือดีอะไร ฉันพูดเรื่องจริง ฉันถึงมาตามเขากลับไปเลี้ยงลูกอยู่นี่ไง”

สโนว์ลอยหน้าลอยตาตอบ ยิ่งยั่วโมโหสาวชุดแดงได้ยิ่งสะใจ

“ลูก?” คิ้วเข้มที่ขมวดไปแล้ว ขมวดมุ่นเข้าไปอีก เล่นเอาสโนว์ถึงกับชะงักเมื่อเห็นดวงตาคมกริบที่จ้องเธอกลับมา แถมเขายังไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก

“หึ ใครมีลูกกับเธอ จำได้ว่าฉันไม่ได้มีสเปกกินเด็กกะโปโลแบบนี้นะ ว่าแต่เด็กมัธยมปลายแบบเธอ เข้ามาในนี้ได้ยังไงใครอนุญาต”

“วะ ว่าใครเป็นเด็กมัธยม หนูอายุยี่สิบแล้วนะ” สโนว์เถียงกลับทันควันที๋โดนดูถูกซึ่งหน้า แต่อยู่ ๆ ชายตรงหน้าก็เดินเข้ามาหา ทำให้สโนว์ต้องถอยร่นไปโดยปริยาย

“หรืออยากเป็นเมียฉันมาก? เลยต้องใช้วิธีนี้”  ไม่พูดเปล่าฝ่ามือหนายังถือวิสาสะยื่นมือมาจับคางมนของเธออีก

“บะ บ้าเหรอ! ใครอยากเป็นเมียคุณ นะหนูไม่มีสเปกได้ผู้ชายคราวพ่อไปเป็นแฟน” สโนว์ยกมือขึ้นปัดป้องด้วยความตกใจเพราะไม่ทันคิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นงานกลับ แต่กลับโดนชายตรงหน้าบีบคางเธอแน่นขึ้น

เขา...ดูเป็นผู้ชายที่น่ากลัวกว่าที่เธอคิดไว้มาก!

“หึ เมื่อกี้พูดอยู่ว่าเป็นเมียฉัน ตอนนี้มาบอกว่าฉันเป็นลุงอีก เราเป็นญาติกันตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ!”

“ปะ ปล่อย เจ็บนะ”

“บอกมา! ว่าเธอเป็นใคร!” เสียงเข้มตะคอกใส่ ทำเอาสโนว์สะดุ้งเฮือก สายตาเขาบ่งบอกว่าเอาเรื่องเธอแน่ ๆ  เมื่อรู้สึกว่าเจอของจริง ทำให้คนตัวเล็กต้องสารภาพแบบจำยอม

“คะ คือ นะ หนูขอโทษ หนูเป็นเพื่อนกับวาวา”

“ใครวาวา!”

“แฟนคุณไงล่ะ ก็คุณนอกใจเพื่อนหนูไม่ใช่เหรอ คุณทำให้เพื่อนของหนูเสียใจ นั่งร้องไห้อยู่ตรงโน้น”

สโนว์พยายามชี้ไปทางวาวา แต่ทว่าไม่รู้ว่าตอนนี้เพื่อนสุดที่รักของเธอหายไหนจากโต๊ะก็ไม่รู้

ซะ ซวยแล้ว …

อยู่ดี ๆ เพื่อนก็หายไปไหนไม่รู้ ที่เป็นห่วงเพื่อนก็ห่วง ที่ห่วงตัวเองก็ห่วง เพราะจากตอนนี้ผู้ชายหน้าหล่อคนที่สโนว์ตั้งใจมาหาเรื่องกลับมาหาเรื่องเธอแทน ซ้ำยังเปลี่ยนจากจับคางเธอมาจับแขนของเธอเอาไว้แน่น

“ไหนเพื่อนเธอเด็กน้อย?”

อึก …

ชายตรงหน้าถามย้ำ เล่นเอาสโนว์ไปไม่ถูก

“ตะ ตอนแรก เพื่อนหนูนั่งอยู่ตรงโน้น”

“แล้วตอนนี้ล่ะ?”

“ตอนนี้เพื่อนหนู หนู”

“ว่าไง!”

“คุณก็ปล่อยแขนหนูก่อนสิ มันเจ็บนะ”

“ก็ไหนว่าอยากเป็นเมียไม่ใช่ จะได้พาไปสงเคราะห์”

เขาตั้งใจแกล้งเธอกลับ แต่ไม่คิดว่าจะทำให้เธอตกใจมาก จนกระทั่งยกขาขึ้นมาเตะกล่องดวงใจของเขา

ปั่ก!

อุก!

“ไอ้โรคจิต ไอ้ผู้ชายเฮงซวย วาวาไปชอบผู้ชายเลวๆ แบบนายได้ไงนะ!”

เมื่อได้จังหวะที่เขาตัวงอ พร้อมกับปล่อยมือเธอ สโนว์เลยได้ทีวิ่งหนีออกมาอย่างไว แต่ไม่วายปากยังตะโกนด่าเขาแข่งกับเสียงเพลงในผับไปด้วย

“ไปตายซะ ไอ้แก่ตัณหากลับ!”

“ธะ เธอ”

“อุ้ย เฮีย เฮียไปไงบ้างคะ” สาวชุดแดงเขามาประคอง ในขณะที่สโนว์วิ่งหนีกลับมาตามหาเพื่อนที่โต๊ะอย่างใจคอไม่ดี อีกมือก็พยายามกดมือถือหาเพื่อนสาวมือระวิง

“วาวาแกอยู่ไหน”

(อยู่กับต้น)

“ต้นไหน”

(ต้นแฟนฉันไง เขาตามมาง้อฉันแล้ว)

“ห๊ะ! ตามง้อ! ดะ เดี๋ยวแล้วผู้ชายเชิ้ตสีดำที่แกชี้ให้ฉันดูล่ะ แกบอกว่าเป็นแฟนแกกำลังคั่วอยู่กับผู้หญิงอื่น”

“ฉันบอกงั้นเหรอ”

0___0!

“…”

สโนว์รู้สึกเหมือนฝูงผึ้งบินหึ่งอยู่รอบหัว จนเข่าแทบทรุด เธอไม่น่าอินตามคำพูดของคนเมาอย่างวาวาเลยสักนิด

นับเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง

ประเด็นที่หนึ่งคือ เธอไม่เคยเห็นหน้าแฟนวาวาแบบชัด ๆ เพราะเรียนอยู่คนละคณะ

ประเด็นที่สองคือ เมื่อครู่เธอไปหาเรื่องใครก็ไม่รู้แถมยังทำร้ายร่างกายเขาอีกด้วย

และประเด็นที่สาม ใครก็ไม่รูัที่ว่าคนนั้นกำลังเดินตรงมาหาเธอ

กรี๊ดดด…สโนว์รีบหันหลังกลับ เธอได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ จำได้ว่าเมื่อครู่เธอยกเข่าใส่กล่องดวงใจเขาไปแบบสุดแรง

ยายวาวานะ ยายวาวา งื้อ ทำไงดีละเนี่ย หนีก่อนละวะ นาทีนี้

...

เห็นผู้ชายเชิ้ตดำหน้าหล่อเดินตรงมาทางเธอใกล้เข้ามา สโนว์ก็อาศัยความตัวเล็ก และใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที วิ่งหนีออกมาจนถึงลานจอดรถที่จอดรถของเธอ พร้อมกับหอบหายใจแฮ่กอย่างหมดแรง ก่อนจะเข้ามาในรถพร้อมกับฟุบหน้ากับพวงมาลัยเพราะหายใจแทบไม่ทัน

“อะไรกันเนี้ย”

ไม่คิดว่าเพราะความเป็นห่วงเพื่อนจนรีบมารับ จะกลายเป็นโดนเพื่อนเทแล้วหายหัวไปกับแฟน ส่วนตัวเองก็ดันไปหาเรื่องใส่ตัวอีก

รถเก๋งคันเก่าออกสตาร์ทเพื่อจะหนีจากสถานการณ์ที่น่าอันตรายด้วยความรวดเร็ว จนเกือบจะถึงทางออก ไม่คิดว่าวาวาเพื่อนของเธอจะโทรกลับมาพอดี สโนว์เห็นเข้าเลยรีบกดรับสายทันที

“แล้วแกอยู่ไหนอ่ะ สโนว์”

“กลับหอสิถามได้! อยู่ทำเพื่อ!”

“เออ ฉันก็จะบอกว่ากลับหอกับต้นแล้ว ขอบใจแกมากนะ ที่อุตส่าห์รีบมาหาฉัน แล้วก็ขอโทษด้วยนะเว้ยเพื่อน ฉันซึ้งน้ำใจแกมาก”

“เออ ไม่เป็นไร เพื่อนกัน”

เพื่อนเล่นบทขอโทษพลางเอ่ยแบบซาบซึ้งน้ำใจแบบนี้ สุดท้ายเธอก็โกรธเพื่อนไม่ลง เธอรีบตัดสายวาวา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองทาง

“ว้าย!”

เอี๊ยดดด!

โครมมม!

“ซะ ซวยแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป