บทที่ 3 บทที่ 2 โดนฉุด!
บทที่ 2 โดนฉุด!
22:00PM
ลูกค้าในร้านเริ่มซาลงบ้างแล้ว และก็เป็นเวลาเดียวที่ยูริเลิกงาน เธอหยิบชุดนักศึกษาที่ใส่ไม้แขวนเสื้อไว้แล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำเหมือนเดิมเฉกเช่นทุกวัน
"ยูวันนี้น้าไม่ว่างไปส่งนะ พอดีน้ามีงานต้องไปทำก่อน ยูเดินกลับบ้านได้ใช่ไหม" น้าศักดิ์เจ้าของร้านเดินมาบอกยูริเสียงเรียบ ในมือถือของมากมายจนดูพะรุงพะรัง
"ได้จ้ะน้า บ้านอยู่ใกล้แค่นี้เอง" เธอคลี่ยิ้มบางๆให้เมื่อเห็นสีหน้าน้าชายดูไม่ดีนัก ด้วยเพราะเขารับคำจากป๊าเธอว่าจะไปส่งเธอทุกวันหลังเลิกงาน แต่วันนี้ไม่ได้ไปส่งด้วยเพราะมีงานด่วนต้องไปทำหลังจากปิดร้าน
"งั้นน้าฝากไวน์ไปให้พี่เมธด้วยนะยู น้าไปก่อนฝากปิดร้านด้วย" ว่าจบเขาก็ยื่นขวดไวน์ราคาแพงให้เด็กสาว จากนั้นก็รีบเดินดุ่มๆออกไปทันที ปล่อยให้ยูริอยู่ร้านกับพนักงานหญิงอีกสองคน
สามสาวช่วยกับเก็บร้านเหมือนเช่นเคย และยูริก็ต้องเป็นคนปิดร้านและตรวจเช็คของทุกอย่าง เลยทำให้เธอต้องออกจากร้านช้ากว่าเพื่อน
กึก!
"เรียบร้อย!" เธอปัดมือเบาๆเมื่อลงกลอนปิดร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยูริหันมองทางซ้ายทางขวา เมื่อไม่มีอะไรผิดปกติเธอจึงเดินออกมาจากหน้าร้านกลับบ้าน
เด็กสาวฮัมเพลงอย่างสบายใจเฉิบ สองมือก็กระซิบสายกระเป๋าแน่นขึ้น เสียงฮัมเพลงเริ่มเบาลงเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังมีคนเดินตามเธอมา
"อ๊ะ!!" กระเป๋าเป้ที่เธอสะพายอยู่ถูกดึงไว้จนยูริไม่สามารถก้าวไปต่อได้และทำให้เธอเสียการทรงตัวจนเซถลากลับมาหาคนที่อยู่ด้านหลัง
"ไงจ้ะคนสวย...พี่รอน้องนานมากเลยนะกว่าน้องจะออกมาได้"
"ปล่อยหนูนะ!! ช่วยดะ...!!" ฝ่ามือหนาปิดปากจิ้มลิ้มไว้ในตอนที่เธอจะแหกปากร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ทำให้ยูริต้องกล้ำกลืนก้อนแข็งๆลงคอ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าเมื่อความกลัวเข้ามาปกคลุมหัวใจ
"ไปนอนเล่นห้องพี่ดีกว่านะน้อง ห้องพี่แอร์เย็นมากเลยนะ" เม่นลูกค้าร้านเหล้าพยายามจะฉุดกระชากร่างบอบบางให้เดินตาม ทว่ายูริกลับขัดขืนดิ้นสุดฤทธิ์ไม่ยอมเดินตามเขาไป
"อื้อ...!!!" คอตีบตันเริ่มหายใจไม่ออกด้วยความตกใจและฝ่ามือหนาที่กดแน่นจนเริ่มขาดอากาศหายใจ ร่างบอบบางเริ่มโอนอ่อนไร้เรี่ยวแรง
"เดินตามพี่มาดีๆนะคนสวย ถ้าน้องยอมเดินตามพี่ดีๆพี่จะให้เงินไปกินขนม" เขาพูดชิดพวงแก้มนุ่มนวลที่แดงซ่านเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาอุ่นๆที่พรั่งพรูออกมาด้วยความกลัว
เด็กสาวยอมเดินตามชายหนุ่มมาโดยง่าย ด้วยความกลัวว่าถ้าขัดขืนอีกเธออาจจะตายก็ได้ เม่นพาเธอเดินเข้ามาในซอกซอยข้างตึกเปลี่ยวๆ มีเพียงแสงไฟจากถนนเท่านั้นที่สาดส่องเข้ามาให้แสงสว่างเพียงรำไรๆเท่านั้น
"อึก...ปะ..ปล่อยหนูเถอะหนูขอร้อง..ฮือ~" เธอขยับปากร้องวิงวอนขอความกรุณาจากเขาหากเขายังคงมีความดีอยู่บ้าง แต่ก็ได้เพียงแววตาเยือกเย็นที่เขามองมา ยูริทรุดตัวนั่งลงกับพื้นเมื่อเขาปล่อยเธอ
"ปล่อยแน่น้อง แต่น้องต้องเป็นเมียพี่ก่อนนะ" ชายหนุ่มเร่งรีบถอดเสื้อตัวเองออก จากนั้นก็ย่อตัวลงเอื้อมมือมาจับคอเสื้อนักศึกษาของยูริแล้วทำการกระชากจนกระดุมเสื้อกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนที่ถูกบราเซียร์ห่อหุ้มไว้
"ฮือ....ยะ..อย่าทำหนูเลยค่าาา~" ร้องออกมาสุดเสียง มือบางสั่นเทาจับคอเสื้อตัวเองไว้แน่น พยายามดึงมาปกปิดหน้าอกไว้ แต่ก็ถูกมือหยาบกร้านดึงข้อมือเธอออกไป
"อายทำไม อีกหน่อยเราก็ได้สนุกกันแล้วเมียจ๋า..." ชายหนุ่มจับข้อมือเด็กสาวไว้แน่นแล้วดันตัวเธอนอนลงไปกับพื้นปูนกวาดหยาบ มือน้อยๆขัดขืนสุดฤทธิ์ ต่อให้ตายก็ยอมขอให้ได้ต่อสู้เป็นครั้งสุดท้าย
"อึก...ช่วยด้วยค่า!!!" ยูริตะเบ็งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเธอ ที่ไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลยสักคน เด็กสาวร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด
"เอะอะอะไรวะ หนวกหูฉิบหาย!" เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ทำให้เม่นที่กำลังซุกไซร้ใบหน้ากับคอระหงต้องหยุดชะงัก แล้วหันไปมองตามเสียงเข้มอย่างไว ทำให้ยูริดิ้นขืนตัวแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งออกมาจากเขา
"อ่อ..ไอ้หน้าหล่อนี่เอง ทำไมมึงมีปัญหาอะไร" เสียงขุ่นถามอย่างเอาเรื่องสุดๆ ทว่าคนโดนถามกลับแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงไว้แล้วก้าวเดินเข้ามาหาเม่นอย่างไม่เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย
"ไม่มีปัญหาอะไร แต่มันเกะกะทางเดินว่ะ" เขาตอบเสียงยียวนพร้อมกับเงยหน้าหันไปมองเด็กสาวที่ยืนพิงผนังตึงอยู่ด้วยความหวาดกลัวและเนื้อตัวเธอก็สั่นเทิ้มอย่างหนัก เธอไม่สามารถมองใบหน้าเขาได้ชัดเลย เพราะเขาใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง และด้วยแสงไฟที่น้อยนิด
"ไอ้ห่าเอ๊ย!! แม่ง" หมัดหนักๆลอยหวือมาหมายจะชกเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรง แต่เขาก็จับไว้ทัน แขนแกร่งไม่สั่นน้อยๆ ก่อนที่เขาจะสะบัดมือจนเม่นเซเสียหลักไม่เป็นท่า
"เล่นกับมีดหน่อยเป็นไงไอ้ลูกหมา" เม่นหยิบมีดพับออกมาแล้วสะบัดจ้วงแทงถูกต้นแขนของอีกฝ่ายจนเกิดบาดแผลมีเลือดไหล
ผวัะ! ผัวะ! ผัวะ!
หมัดหนักๆรัวกระแทกใส่หน้าของเม่นจนเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นออกจากปากเขา พร้อมกับร่างกายที่โอนอ่อนล้มพับหงายหลังนอนลงไปกับพื้นปูน
"มือหนักไปหน่อย...นักเลงจริงเขาไม่ใช้อาวุธนะ สู้ไม่ได้แล้วพาลเขาเรียกหมา" ชายหนุ่มในชุดเสื้อโค๊ทสีดำยิ้มเยาะอย่างพอใจ เขาวางเท้าที่อกของเม่นแล้วกำคอเสื้อเขายกตัวเขาขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว
"อย่ายุ่งกับคนของกูอีก ไม่งั้นกูจะสั่งลูกน้องไปถล่มบ้านมึง" เขากระซิบเสียงเบาข้างกกหูเม่นแล้วปล่อยให้เขาวิ่งหนีไปโดยไม่ได้หันไปมอง
เขาจ้องมองคนที่ยืนสั่นเทาอยู่เพียงหางตา เมื่อเห็นเธอหยิบขวดยาเล็กขึ้นมาแล้วกินยาในขวดนั้น
เด็กสาวกำหมัดน้อยๆทุบที่หน้าอกตัวเองเบาๆสองสามทีแล้วสูดอากาศหายใจหนักๆสองสามครั้ง
พรึบ!!
เสื้อคลุมหนังสีดำราคาแพงถูกถอดออกจากนั้นเขาก็โยนมันให้เธอได้สวมใส่เพื่อปกปิดร่างกาย ก่อนที่เจ้าของเสื้อจะหันหลังให้เมื่อเห็นเด็กสาวยังร้องไห้ไม่หยุด นานหลายนาทีที่เขายืนเฝ้าเธออยู่แบบนั้น
ยูริเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนหันหลังให้เธอด้วยสายตาพร่าพรายด้วยม่านน้ำตา เธอตะกองกอดตัวเองแล้วลุกขึ้นเดินเซๆกะเผลกๆผ่านเขามา ซึ่งชายหนุ่มก็เดินตามเธอมาห่างๆ
"อย่าหันมา เดินต่อไป" เขาสั่งเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะหันมามอง ทำให้ยูริต้องจำใจเดินกะเผลกๆไปจนถึงบ้านตัวเอง ระหว่างทางเธอก็ร้องไห้ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก และเมื่อมาถึงหน้าบ้าน เธอก็คิดจะหันมาขอบคุณเขา
"ปะ..ไปไหนแล้ว..อึก.." สายตาสอดส่องหาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเมื่อสักครู่ แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเขาเหมือนเดิม แต่เธอก็เห็นรอยเลือดสีแดงสดที่หยดมาตามทางจนมาหยุดอยู่ห่างยากหน้าบ้านเธอไม่ไกล
ยูริรีบกระชับเสื้อคลุมที่สวมใส่แน่นขึ้นแล้วเข้าบ้านไป แต่เธอจะรู้ไหมว่าเขาไม่ได้หนีกลับไปไหน เขายืนหลบอยู่มุมกำแพงบ้านเธอ รอจนแน่ใจว่าเธอเข้าบ้านแล้วเขาค่อยเดินออกมา มือหนาเปื้อนเลือดดึงหน้ากากที่ปิดปากลงด้วยความหงุดหงิด
"อ๊าาส! แสบฉิบหาย!" พึมพำเสียงเบา พลางเหลือบตามองบาดแผลที่ต้นแขน เขายกขวดยาเล็กๆที่หยิบมาในตอนที่เธอเผลอขึ้นมาดู
"ยาอันตรายขนาดนี้กินได้ไงวะ"
