บทที่ 11 ไม่บอกเธอ
29 ธันวาคม 2565
ทริป 5 วัน 4 คืน กับการเที่ยวเขาใหญ่ครั้งแรกในชีวิต!
เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกิจกรรมหลายอย่าง ผู้อำนวยการเลยใจดี เพิ่มวันหยุดพิเศษ ให้ ถือเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ นักเรียนทุกคนจะได้เปิดเรียนอีกทีวันที่ 3 มกราคม 2566
“......”
ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือระหว่างยืนรอพี่ ๆ มารับ พี่บีทักมาบอกว่าไม่เกิน 20 นาทีจะถึง ฉันเลยรีบลากกระเป๋าเดินทางออกมายืนรอหน้าบ้านตั้งแต่ หกโมงตรง
“อากาศที่นั่นต้องดีมากแน่ ๆ เลย...”
แค่คิดถึงอุณหภูมิที่เย็นเฉียบ กับภาพหมอกจาง ๆ ในยามเช้า รอยยิ้มก็เผลอผุดขึ้นมาทันที อยากสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นมานานแล้ว!
เอี๊ยด!
เสียงเบรกดังขึ้นก่อนที่รถหรูสีดำจะจอดเทียบหน้าบ้าน ฉันเงยหน้ามองทันที
“คนโปรด! พี่มาแล้ว!”
เสียงใสที่คุ้นเคยตะโกนทักทายผ่านกระจก
“น่ารักจัง”
พี่ทีเจย์ลดกระจกลง ยื่นหน้ามาทักพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ
“คนโปรด ขึ้นรถ!”
พี่บีที่นั่งเบาะหลังตะโกนบอกอีกครั้ง ฉันไม่พูดอะไร แค่ลากกระเป๋าเดินทางสีชมพูคู่ใจเดินไปที่ท้ายรถ
ปึก!
ขณะที่กำลังจะเปิดฝากระโปรงหลัง...
กลิ่นหอมสดชื่นลอยมากระทบจมูก...
พร้อมกับเงาร่างสูงของใครบางคน ที่มายืนช้อนหลังฉันแบบประชิดตัว!
ฉันเงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ แล้ว...
โอ้โห...
ชุดนักเรียนว่าหล่อแล้ว... พี่เบย์ในชุดธรรมดาคือหล่อกว่าสามเท่า!
กางเกงยีนส์สีดำตัวแพง เสื้อยืดสีขาว สวมทับด้วยแจกเก็ตสีดำแค่ดูจากเนื้อผ้าก็รู้ว่า แบรนด์เนมทั้งตัว
ลุคนี้มัน... เท่ชะมัด
ฉันเผลอมองเขาตาค้าง...
ที่สำคัญ... ตัวพี่เบย์หอมมาก!
คนอะไรหล่อสะอาดเหมือนเพิ่งอาบน้ำตลอดเวลา
“จ้องขนาดนี้ คิดอะไรกับพี่รึเปล่า?”
อึก!!
ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อใบหน้าหล่อ ๆ โน้มลงมาใกล้
ใกล้มาก...
จนปลายจมูกเราจะชนกันอยู่แล้ว!
ฉันรีบหันหน้าหนีแทบไม่ทัน หัวใจเต้นรัวเป็นกลองชุด
“ปะ...เปล่าจ้องสักหน่อย!”
เสียงสูงขนาดนี้ใครจะเชื่อ! แต่ฉันต้องปฏิเสธสุดชีวิต
ถึงจะจ้องจริง ๆ ก็เถอะ!
“หึ...”
เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ฉันเม้มปากแน่น ห้ามใจตัวเองไม่ให้หลุดเขินไปมากกว่านี้
“มาครับ พี่ช่วย”
พี่เบย์ว่าจบก็ยกกระเป๋าเดินทางของฉันขึ้นด้วย มือเดียว อย่างง่ายดาย...
ทั้งที่มันหนักมาก
หนักขนาดที่ ฉันยกเองไม่ขึ้น!
.... นี่มันใช้พลังคนธรรมดาจริงเหรอคะ พี่เบย์
“ขอบคุณค่ะ”
เมื่อพี่เขาช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถให้ก็ต้องขอบคุณตามมารยาท แต่...
ทำไมยกเสร็จแล้วไม่ถอยไปสักที
“ครับ”
ครับแล้วไงต่อ ฉันยืนเกร็งเป็นตอไม้ แต่พี่เบย์กลับไม่ขยับตัวออกไป แขนทั้งสองข้างวางค้ำฝากระโปรงรถ ขนาบร่างฉันเอาไว้เหมือนตั้งใจปิดทางหนี
“...วันนี้แต่งตัวน่ารักจัง”
เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดข้างแก้ม
อึก!
ฉันยืนนิ่งแทบกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าพี่เขาจะได้ยิน
“ไอ้เบย์! มึงทำอะไรน้องกูเนี่ย ทำไมนานจัง”
เสียงเกรี้ยวกราดของพี่บีดังขึ้นจากในรถ กลายเป็นเสียงช่วยชีวิตโดยสมบูรณ์!
“หึ...”
พี่เบย์ไม่ได้ตอบอะไร มีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนที่เขาจะยอมถอยออกไป
พรึบ!
ฉันไม่รอช้า รีบสาวเท้าขึ้นรถไปนั่งข้างพี่บีทันที
“มันแกล้งอะไรหรือเปล่า?” พี่บีถามขึ้นทันที น้ำเสียงห่วงใยเต็มเปี่ยม
ฉันส่ายหน้าเบา ๆ ไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น
“แน่นะ? แล้วทำไมหน้าแดง?”
พี่บียิ้มขำ ก่อนจะยกมือขึ้นมาแตะที่แก้มฉันเบา ๆ แล้วหันไปถามคนขับเสียงเข้ม
“มึงทำอะไรน้อง ทำไมหน้าแดงแบบนี้?”
พี่เบย์ไม่ตอบ คาดเข็มขัดนิรภัยเงียบ ๆ แต่...
เขาแอบมองฉันผ่านกระจกมองหลัง!
ไม่พอ ยังยกยิ้มมุมปากเหมือน พอใจสุด ๆ ที่แกล้งฉันได้อีก!
'คนบ้า!'
ฉันพองแก้มแน่น หันไปมองข้างทางแทน เพื่อหลบสายตาคนโรคจิตที่เอาแต่ยิ้มอยู่ได้! ยิ้มเป็นบ้ารึไง
“เงียบไปเปล่าวะ ไม่สนุกเลย”
เสียงพี่ทีเจย์ดังขึ้น ทำลายความเงียบที่โรยตัวอยู่ในรถ
“เปิดเพลงหน่อยดิ จะได้มัน ๆ!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงเพลงก็ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที
“ไอ้ทีเจย์! มึงเบาลงหน่อยดิ!”
พี่บีตะโกนลั่นรถ มือปิดหูแทบไม่ทัน
“หะ...อะไรนะเจ๊ ผมไม่ได้ยิน!”
พี่ทีเจย์ทำหน้ากวนประสาทสุดชีวิต แถมยังเร่งเสียงให้ดังขึ้นอีก!!!
“ไอ้เหี้ยทีเจย์! มึงกวนตีนเหรอ!”
“หะ! อะไรนะ! ดังอีกได้ครับเจ๊! ผมจัดให้!”
เสียงเพลงถูกเร่งขึ้นอีกระดับ! พี่บีหน้าหงิกสุดขีด ส่วนพี่ทีเจย์หัวเราะลั่นรถ โอ้ย! คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่มาเที่ยวกับแก๊งนี้!
มีใครปกติบ้างไหมถามจริง
แต่จู่ ๆ พี่ทีเจย์ก็เปลี่ยนโหมด จากแหกปากร้องเพลงอยู่ดี ๆ ก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“แต่บอกตอนนี้ ไม่รู้จะเร็วไปหรือไม่...”
แล้วก็หันมามองฉัน สายตาล้อเลียนสุดขีด!
“ถ้าบอกคำนั้น แล้วเธอตอบมาว่าไม่ใช่~”
ว่าแล้วก็เริ่มแหกปากร้องเพลงไปด้วย!
“จะว่าไปก็สนุกเหมือนกันนะ เลือกเพลงได้ดีมาก ไอ้น้องรัก~”
พี่บีพูดขึ้น ก่อนจะร่วมร้องประสานเสียงไปกับพี่ทีเจย์...
ฉันที่กำลังขมวดคิ้ว หัวแทบแตกเพราะความปวดหัวกับความบ้าบอของสองคนนี้ เผลอยิ้มออกมาจนได้
โอเค... อย่างน้อยทริปนี้ก็น่าจะสนุกล่ะนะ...
จะบอกว่ารักให้เธอได้ยินใกล้ๆ
บอกความรักเธอได้ยินหรือไม่
ถ้ายังไม่ชัดฟังอีกครั้งก็ได้
ได้ยินไหมว่ารักเธอทั้งหัวใจ...
จู่ ๆ ก้อนเนื้อด้านซ้ายเต้นกระหน่ำ ราวกับโลกหมุนช้าลงทุกวินาที
ตึก ตัก... ตึก ตัก...
ฉันเผลอสบเข้ากับดวงตาคมคู่นั้นผ่านกระจกมองหลัง...
สายตาที่จับจ้องมาราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาล เหมือนทุกอย่างรอบตัวเงียบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
ในจังหวะเดียวกับที่เสียงเพลงบรรเลงมาถึงท่อนสุดท้าย...
#เขาใหญ่
หลังจากเก็บข้าวของและนั่งพักให้หายเหนื่อยได้ไม่นาน พี่บีกับพี่ทีเจย์ก็ชวนกันออกไปซื้อของเตรียมทำอาหารตอนค่ำ
ซึ่งมันก็ดี... ดีมากเลย... ทว่า
พี่ ๆ เขาไม่ให้ฉันไปด้วย!
‘เด็กเล็กไม่ต้องไป รออยู่ที่นี่แหละ แดดร้อน’
เหตุผลที่พี่บียกมาทำเอาฉันขมวดคิ้วแน่น...
เด็กเล็ก!
อายุ 16 แล้วนะ! ไม่ใช่ 3 ขวบ!!
และตอนนี้... ฉันอยู่กับพี่เบย์กันแค่สองคน... ในห้องพักที่มีแค่ห้องเดียว!
“......”
ฉันนั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์รอรับคำสั่ง ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี แค่ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน...
ไม่ใช่ว่ากลัวพี่เบย์จะทำอะไรไม่ดีหรอกนะ... แค่ไม่ชิน...
“กลัวพี่เหรอ? นั่งตัวเกร็งเชียว”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขานั่งก้มหน้าก้มตาเล่นมือถืออยู่นาน
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วลุกจากเตียงเดินตรงมาทางฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาปลายเตียง
“...เปล่าค่ะ”
ฉันตอบอ้อมแอ้ม ไม่เชิงว่ากลัว... แค่ไม่รู้จะทำตัวยังไงต่างหาก!
“หึ... พี่ไม่ทำอะไรเด็กหรอก”
เด็ก... เด็กอีกแล้ว!
ทำไมชอบย้ำจังคำว่าเด็ก
ฉันกำลังจะเถียงกลับ แต่แล้วก็ชะงัก...
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นมันอะไร!
“แต่ถ้าโตกว่านี้ก็... ไม่แน่”
นั่นไง! ยังไม่ทันขาดคำเลย!
ฉันอ้าปากค้าง มองพี่เขาตาโต นี่พี่เขาพูดจริงหรือแกล้งกันแน่
บางทีเขาก็ดูอบอุ่น...
บางทีก็ดูเย็นชา...
และตอนนี้... พี่เขาดูร้ายกาจสุด ๆ
เป็นผู้ชายที่เข้าใจยากชะมัด!
“....”
บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะ...
เงียบจนฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมครามตอนที่พี่เบย์นั่งลงข้าง ๆ!
“อึก!”
เผลอกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะขยับตัวถอยไปจนชิดขอบโซฟาโดยอัตโนมัติ
“กลัวพี่ทำอะไรเหรอ?”
ถามเฉย ๆ ก็ได้ไหม! ทำไมต้อง ขยับหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วย!
“พี่เบย์...”
ฉันพูดเสียงอ่อน ยกมือดันแผงอกเขาเอาไว้
แต่พี่เบย์กลับโน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากดูเจ้าเล่ห์ชะมัด!
“ไม่ทำหรอก... รอโตก่อน”
เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเบา ๆ
“....”
รอโตก่อน
หมายความว่าไง
ทำไมพูดจาแบบนี้ตลอดเลยนะ
“หึ... คนอะไรน่าแกล้ง”
พี่เบย์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟา สายตาที่มองมาราวกับเอ็นดูฉันเต็มที่
“.....”
ฉันทำแก้มป่อง คว่ำปากมองเขาตาเขม็ง “ทำไมพี่เบย์ชอบแกล้งโปรด”
ตั้งแต่วันนั้นแล้วนะ! วันที่เขาให้ดอกตีนเป็ด! ชาตินี้ไม่มีวันลืมแน่นอน
“เวลาโกรธแล้วน่ารัก”
เขาตอบแบบหน้าตาย... แต่มันกวนสุด ๆ
“แล้วมีใครเคยบอกไหมว่าพี่เบย์... 'กวนตีน!'“
ฉันโพล่งออกไปทันที
“หึ... ก็คนโปรดไง”
ว่าแล้วก็ยิ้มพอใจเฉยเลย!
ตึก!
และจังหวะที่ฉันเผลอสบตา...
เหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่กำลังไต่ระดับเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ตึก ตัก... ตึก ตัก...
ฉันกะพริบตาถี่ ไล่ความประหม่าออกไป
รู้สึกได้เลยว่า แก้มร้อนจนแทบไหม้!
“ไม่คุยกับพี่แล้ว!”
รีบเบือนหน้าหนี เปลี่ยนเรื่องไปทางอื่นทันที!
“แต่พี่มีเรื่องจะถามครับ”
เสียงทุ้มละมุนขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
“อะไรคะ... แต่ห้ามแกล้งโปรดนะ”
ฉันค่อย ๆ หันกลับไปมอง ระแวงเต็มที่!
“.... ไม่แกล้งแล้ว”
พี่เบย์พูดนิ่ง ๆ สีหน้าดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
...อาจจะมีเรื่องอยากถามจริง ๆ ก็ได้?
“จะถามอะไรเหรอ?”
ฉันตัดสินใจเชื่อใจเขาดูสักครั้ง
“คิดถึง กับ คิดถึง... ต่างกันยังไง?”
“...”
หือ?
ฉันขมวดคิ้ว... นี่เหรอเรื่องสำคัญที่พี่เขาจะถาม
“อะไรนะคะ?”
ฉันเอียงคอถามซ้ำ เผื่อพี่เขาพูดผิด
“คิดถึง กับ คิดถึง... ต่างกันยังไง?”
พี่เบย์พูดอีกครั้ง สีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม...
หรือว่า... จะมีอะไรแอบแฝงอีก
“แกล้งมั้ย?” ฉันหรี่ตาจับพิรุธ
“.... ไม่แกล้งครับ อยากรู้ว่าต่างกันไหม?”
ฉันพยายามไตร่ตรอง แต่สุดท้ายก็ได้แค่ส่ายหน้า “ไม่ต่างนะคะ”
“ครับ... คิดถึงเหมือนกัน”
