บทที่ 6 ลูกชายที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดี
ณ มุมหนึ่งของบ้าน
“ฮึก...” เสียงสะอื้นแผ่วเบาเจือด้วยความปลื้มปีติ
“เป็นอะไรพี่แจ๋ว...ร้องไห้ทำไม?” บุณย์ขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย
“ซึ้งน่ะสิ” พี่แจ๋วตอบ มืออ้วนกลมยกขึ้นเช็ดน้ำตาป้อย ๆ ดวงตาเปี่ยมความรู้สึกมองไปยังเจ้านาย
ภาพที่เห็นคือคุณผู้ชายนั่งยิ้ม สายตาอบอุ่นทอดมองคุณผู้หญิงที่กอดหอมคุณหนูทั้งสองด้วยความรัก
“อ๋อ” บุณย์ยิ้มบาง ๆ เพราะเห็นภาพแบบนี้จนชินตา
“น่ารักเนอะ” พี่แจ๋วว่าเสียงเบา
“ครับ คุณท่านทุกคนน่ารักและเมตตากับเราทุกคนมาก”
“จริง...ถึงพี่จะเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่ปี แต่พี่สัมผัสได้ถึงความเมตตาของคุณ ๆ ทุกคน”
พูดแล้วอีแจ๋วก็รู้สึกอยากร้องไห้อีกครั้ง...
เข้าเมืองกรุงครั้งแรก โดนหลอกไม่พอ ยังโดนวิ่งราวกระเป๋า ไร้บ้าน ไร้ญาติ หากวันนั้นไม่ได้คุณผู้หญิงช่วยเอาไว้ ป่านนี้คงไม่มีอีแจ๋วในวันนี้
ไม่ใช่แค่คุณผู้หญิงที่ใจดี คุณผู้ชายก็เช่นกัน ท่านให้คนพาไปทำเอกสารใหม่ ติดต่อหาทางกลับบ้าน ไหนจะช่วยหางานให้น้องชายที่พิการ ทั้งสองท่านคือผู้มีพระคุณของอีแจ๋วอย่างแท้จริง
อีแจ๋วไม่สัญญา ไม่สาบาน แต่จะอยู่รับใช้คุณท่านและคุณหนูไปตลอด แม้วันใดจะถูกไล่ ก็จะไม่มีวันจากไปไหน
อีแจ๋วรัก... รักทุกคนในบ้านหลังนี้ โดยเฉพาะคุณแบร์และคุณเบย์ ‘ลูกชายที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดี’ พวกเขาทั้งสองไม่เคยมองเธอเป็นแค่คนรับใช้ แต่กลับมองเธอ รวมถึงทุกคนในบ้าน เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน
“หยุดร้องได้แล้ว ไปเชิญคุณผู้หญิง คุณผู้ชาย คุณแบร์ คุณเบย์ มากินข้าวเถอะอีแจ๋ว” ป้าศรีร้องบอกพร้อมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเอ็นดู
“จ้ะ ป้า!”
ว่าจบ แจ๋วก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาเจ้านายทั้งสี่ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า เหมือนเช่นทุกวัน
บนโต๊ะอาหารหลังทานข้าวเสร็จ
ทุกคนในโต๊ะอาหารเงียบกริบ ต่างพากันยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกเครียดกับของหวานที่วางเด่นอยู่ตรงหน้า
“อีกแล้วเหรอ?” แบร์ถอนหายใจหนัก ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“พี่เบย์ครับ...อีกแล้วเหรอลูก?” คุณแม่เอ่ยเสียงอ่อนใจ ไม่ต่างจากลูกชายคนโต
“ซื้อมาทุกวันแบบนี้ จะไม่ให้กินอย่างอื่นเลยเหรอ?” คุณพ่อพึมพำกับตัวเองในใจ ความดันกับเบาหวานคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่
“จริงค่ะ พี่แจ๋วกินทุกวันเลย คุณเบย์ไม่มีอย่างอื่นบ้างเหรอคะ?” พี่แจ๋วที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมเหยือกน้ำส้มในมืออดถามไม่ได้
เจ้าของชื่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นเรียบ ๆ
“พรุ่งนี้จะซื้ออย่างอื่นมา กินสิครับ...”
ทว่าแววตาที่ส่งมาพร้อมคำพูดนั้น กลับแฝงไปด้วยการข่มขู่เงียบ ๆ ทำให้ทุกคนต้องยอมจำนน ตักเครปเค้กรสละมุนเข้าปากกันอย่างไม่มีทางเลือก เว้นเพียงคนพี่ที่ยังจ้องหน้าน้องชายไม่วางตา
“ตกลงชอบเค้ก...หรือชอบหลานสาวเจ้าของร้านเค้กกันแน่?”
กึก!
ทั้งโต๊ะเงียบสนิท ช้อนที่กำลังจะตักเค้กเข้าปากชะงักกลางอากาศ ทุกสายตาหันไปจับจ้องที่นฤเบศร์เป็นตาเดียว
“ใครเหรอลูก?” คุณแม่รีบถาม ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจ้าของชื่อไม่ตอบ เขาเพียงแค่จ้องหน้าพี่ชายด้วยสายตาเย็นเยียบ ‘เสือก’ สื่อความหมายออกไปโดยไม่ต้องพูดให้มากความ ถึงแม้ทั้งคู่จะอายุห่างกันพอสมควร แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์พี่น้องแน่นแฟ้นขึ้นเลย มีแต่จะกัดกันเหมือนหมากับแมวเสียมากกว่า
“หึ...เงียบแบบนี้ แสดงว่าจริง” แบร์แสยะยิ้มมุมปาก ตักเค้กเข้าปากคำสุดท้ายก่อนลุกขึ้นยืน เพราะมีงานที่ต้องไปเคลียร์ต่อ
“ว่าไงครับพี่เบย์ จริงอย่างที่พี่แบร์พูดมั้ยลูก?” คุณแม่ยังไม่ละความพยายาม หากเป็นเรื่องจริงเธอคงดีใจไม่น้อย
“ผมมีการบ้าน ขอตัวนะครับ” นฤเบศร์ตัดบท ก่อนเดินหนีขึ้นห้องไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงสายตาของคุณพ่อ คุณแม่ และพี่แจ๋วที่มองตามด้วยความเสียดาย พวกเขาอยากรู้เสียเหลือเกินว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นใครกันแน่
“แจ๋วว่า...น่าจะมีคนที่ให้คำตอบเราได้ค่ะ” พี่แจ๋วเสนอขึ้น เมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาในบ้านพอดี
“ใครเหรอแจ๋ว?”
“บุณย์ไงคะคุณผู้หญิง บุณย์ไปรับไปส่งคุณเบย์ทุกวัน น่าจะรู้อะไรบ้าง”
“ไปเรียกบุณย์มา” คุณแม่สั่งเสียงจริงจัง ปกติแล้วเธอไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูก แต่เรื่องนี้มันต้องถามให้รู้เรื่อง!
ไม่นานนัก บุณย์ก็เดินมาถึงห้องรับแขก สีหน้าสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นของคุณผู้หญิง
“มีอะไรครับคุณผู้หญิง?”
“เรื่องเค้กที่หอบมาทุกวัน มันยังไง?” เธอถามออกไปตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
“เค้ก?” บุณย์ทวนคำ พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด “อ๋อ...เค้กร้าน Khonproad ใช่มั้ยครับ?”
“ใช่ แล้วมันยังไงกัน ได้ยินตาแบร์บอกว่าตาเบย์ชอบหลานสาวเจ้าของร้าน มันจริงมั้ย?”
“เรื่องชอบ ผมคงตอบแทนคุณเบย์ไม่ได้หรอกครับ”
“อ้าว แล้วมันยังไง?”
“แต่น้องคนนั้น...ก็น่ารักมากจริง ๆ ครับ เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แก้มป่อง เห็นว่าเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนด้วยนะครับ”
“จริงเหรอบุณย์ แล้วร้านอยู่ที่ไหน?” คุณแม่เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา
“อยู่แถวบ้านเรานี่เองครับ ถัดไปสองซอย ตรงข้ามกับร้านทองคุณดนัย”
“งั้นเหรอ... แบบนี้ฉันคงต้องไปดูให้เห็นกับตา ว่าหนูคนนั้นจะน่ารักเหมือนที่บุณย์บอกจริงรึเปล่า” คุณแม่พูดยิ้ม ๆ เพียงแค่จินตนาการถึงเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มแก้มป่อง ก็เผลอเอ็นดูขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้าหรือแม้แต่รู้ชื่อ
“รับรองไม่ผิดหวังครับ” บุณย์กล่าวอย่างมั่นใจ เพราะแค่คิดถึงรอยยิ้มสดใสของเด็กสาวคนนั้น เขาก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว...
