บทที่ 7 น้องคนโปรด
หลายวันผ่านไป...
“ร้านนี้เหรอบุณย์?”
“ครับ คุณผู้หญิง”
“ร้านน่ารักดีนะ การตกแต่งก็ดูอบอุ่น มีมุมจิบกาแฟด้วย... ตายจริง! ฉันไปอยู่ที่ไหนมา ถึงไม่รู้ว่ามีร้านเค้กอร่อย ๆ อยู่ใกล้บ้านแบบนี้” พชิราเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ราวกับว่าที่นี่มีบรรยากาศพิเศษบางอย่างที่ทำให้รู้สึก อบอุ่น ตั้งแต่แรกเห็น
“บุณย์กลับไปก่อนได้เลยนะ ไว้ยังไงฉันโทรเรียกอีกที”
“ครับ” บุณย์ก้มศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างเรียบร้อย
พชิราเช็กความเรียบร้อยของตัวเอง วันนี้เธอสวมชุดเดรสแขนกุดสีลูกพีช แต่งหน้าโทนหวานละมุน ไม่ดูเด็กเกินไป และไม่ดูแก่เกินไป
“น่าจะโอเคแล้ว”
ริมฝีปากสีหวานพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวตรงไปยังจุดหมาย
@Khonproad
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
เสียงหวานดังขึ้นต้อนรับทันทีที่พชิราเดินเข้ามาในร้าน สองมือเล็กยกขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสดใส
พชิราไม่ตอบอะไร เพียงแค่ส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกวาดตามองเด็กสาวตรงหน้า
เด็กผู้หญิงถักเปียสองข้าง สวมเอี๊ยมกางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อยืดคอกลมสีขาว ผิวขาวเนียนละเอียด แก้มป่องอมชมพู ดวงตากลมใสเป็นประกาย...
เธอรู้ได้ทันทีว่า นี่ต้องเป็นเด็กที่บุณย์พูดถึงแน่ ๆ
‘น่ารักน่าเอ็นดู’
เด็กคนนี้เองเหรอ…? หลานสาวเจ้าของร้านที่ลูกชายคนเล็กของเธอแอบปลื้ม
ถ้าเป็นแม่หนูคนนี้จริง ๆ ล่ะก็… คุณแม่เชียร์สุดใจ!
“รับอะไรดีคะ?”
เสียงหวานยังคงเป็นมิตร พชิรายิ้มให้กับท่าทางน่ารักและกิริยาที่แสนจะเรียบร้อย ดูแค่นี้ก็รู้ว่าเด็กคนนี้ถูกอบรมมาอย่างดี
“มีเมนูแนะนำมั้ยคะ? พอดีป้าเพิ่งมาครั้งแรก”
เด็กสาวกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนลังเลจะเรียกเธอว่าอะไร
พชิราอมยิ้ม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“เรียกคุณป้าได้ค่ะ”
รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นทันที
“ค่ะ คุณป้า!”
จากนั้นก็เริ่มแนะนำเมนูเค้กหลากหลายชนิด รวมถึงเมนูใหม่ พุดดิ้งนมสดหน้าผลไม้ ด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
พชิรามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังตั้งใจแนะนำเมนู พลางคิดในใจว่า แบบนี้ใครจะไม่หลงรักได้ไง!
“อ้าว! คุณเบล สวัสดีค่ะ”
“คุณเป้เหรอ? ใช่จริง ๆ ด้วย! อย่าบอกนะคะว่าร้านนี้เป็นของคุณเป้”
“ใช่ค่ะ”
“บังเอิญจังเลยนะคะ ถึงว่า... เวลามีงานที่โรงแรม ของหวานรสชาติแปลก ๆ ไป เพราะคุณเป้หนีมาเปิดร้านที่นี่เอง ไม่ส่งข่าวให้รู้บ้างเลย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แม้คำพูดจะคล้ายตัดพ้อ แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง
ลลิตาหัวเราะเบา ๆ พลางยกมือเกาหลังคออย่างเก้อเขิน “พอดีเป้ยุ่ง ๆ ค่ะ ต้องขอโทษคุณเบลด้วยนะคะ ว่าแต่...” ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งตอนนี้กำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยความสงสัย
“หลานสาวเหรอคะ?” พชิราถามออกไปตรง ๆ
“ค่ะ น้องคนโปรด” ลลิตาตอบพลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้ ก่อนจะตวัดมือลากหลานสาวมายืนข้าง ๆ “คนโปรด นี่คุณพชิรา คนที่ช่วยจัดการเรื่องงานศพของพ่อแม่หนู จำได้ไหมลูก?”
ดมิสาเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะยกมือไหว้อย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ” เสียงเล็ก ๆ เปล่งออกมา แม้สีหน้าจะยังเต็มไปด้วยความงุนงง
เธอพยายามค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า บางทีอาจเป็นเพราะตอนนั้นเธอยังเด็กเกินไป หรือไม่...ก็เป็นเพราะหัวใจที่แตกสลายจากการสูญเสียพ่อแม่ มันทำให้เธอไม่สามารถจดจำใครได้เลยในช่วงเวลานั้น
“เสียใจด้วยอีกครั้งนะคะ คุณเป้...” พชิรากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองเด็กสาวตรงหน้า “น้องคนโปรดโตขึ้นเยอะเลย ไหนมาให้ป้ากอดหน่อยสิลูก”
เธอค่อย ๆ ยื่นมือไปกุมมือของดมิสา บีบกระชับเบา ๆ ราวกับจะส่งผ่านกำลังใจ ก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดแน่นด้วยความรัก
“.....”
เด็กสาวยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร มือเล็ก ๆ ค้างอยู่ข้างตัว แต่เมื่อไออุ่นจากอ้อมกอดถูกส่งผ่านเข้ามา ความรู้สึกบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นในใจ ความอบอุ่นนี้...ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
‘กอดของคุณป้า...อบอุ่นเหมือนกอดของคุณแม่เลย’
ดมิสาหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย แม้เธอจะจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน แต่เพียงแค่กอดเดียว...มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้เดียวดายอีกต่อไป
มุมนั่งชิลประจำร้าน
“น่ารักจังเลยนะคะ”
พชิราพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน สายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูจับจ้องไปยังดมิสา เด็กสาวตัวเล็กที่กำลังตั้งอกตั้งใจจัดของอยู่หลังเคาน์เตอร์ เธอดูคล่องแคล่วว่องไว
ลลิตามองตามสายตาของอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา “ค่ะ... แกน่าสงสาร กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก เป้เองก็กลัวมาก... กลัวว่าจะเลี้ยงคนโปรดได้ไม่ดี” น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีแววสั่นไหวเล็กน้อย “คุณเบลก็รู้ว่าเป้...”
“ไม่จริงค่ะ คุณเป้เลี้ยงน้องคนโปรดได้ดีมาก อย่าดูถูกตัวเองเลยนะคะ” พชิราเอื้อมมือไปกุมมืออีกฝ่ายแน่น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจ “คุณเป้มีความเป็นแม่กว่าผู้หญิงหลาย ๆ คนเสียอีกค่ะ”
ลลิตาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคู่นั้นสั่นระริก ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา “ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่ไม่รังเกียจเป้”
เธอรู้ดีว่าในสายตาของบางคน คนอย่างเธออาจถูกมองว่าแตกต่างเกินไป ความล้าหลังของบางความคิดทำให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) อย่างเธอถูกตั้งข้อรังเกียจ ถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม
ทั้งสองนั่งคุยกันเนิ่นนาน ราวกับต้องการชดเชยช่วงเวลาที่หายไป จนกระทั่งลลิตาต้องขอตัวไปต้อนรับลูกค้าที่เพิ่งเข้ามา เธอจึงส่งหลานสาวตัวน้อยให้มาคอยดูแลเพื่อนเก่าที่คอยช่วยเหลือเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน
“อร่อยมั้ยคะ?”
เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส ดมิสาที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะเอียงคอมองพชิราอย่างรอคำตอบ
“อร่อยมากค่ะ” พชิรายิ้มตอบ “ป้าสั่งแบบนี้กลับบ้านอีกเจ็ดชุดนะคะ”
“ได้ค่ะ แล้วคุณป้าต้องการอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ เดี๋ยวคนโปรดไปเอามาให้”
“ไม่ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่ป้าอยากคุยกับน้องคนโปรดมากกว่า หรือถ้าน้องคนโปรดไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ”
“สะดวกสิคะ” ดมิสายิ้มกว้าง แต่เพียงไม่นาน รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ หุบลง เมื่อเธอพูดต่อว่า “คุณป้าใจดี... ใจดีเหมือนคุณแม่เลย”
ทันทีที่พูดถึงแม่ ความรู้สึกบางอย่างก็ถาโถมเข้ามา ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาชัดเจน ดวงตากลมโตหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าความเศร้าที่เธอพยายามเก็บซ่อนไว้ถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
หมับ!
พชิราดึงร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอดทันที ลูบศีรษะเธออย่างปลอบโยน
“โธ่... ลูก น้องคนโปรดของป้า” เธอกระซิบเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสารจับใจ
ดมิสายืนนิ่ง ปล่อยให้ตัวเองถูกกอดแน่นเช่นนั้น ความอบอุ่นที่โอบล้อมเธออยู่ในตอนนี้... มันไม่ต่างอะไรกับอ้อมกอดของแม่เลย
“มาเป็นลูกสาวของป้าอีกคนมั้ยคะ”
“....”
คนโปรดนิ่งไป ไม่คิดว่าคุณป้าจะเอ็นดูตัวเองขนาดนี้
“ป้ามีแต่ลูกชาย โต ๆ กันหมดแล้ว ถ้าได้น้องคนโปรดมาเป็นลูกสาวอีกคน ป้าคงเป็นแม่ที่มีความสุขที่สุดในโลก” ใบหน้าสวยของหญิงวัยห้าสิบเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
‘ลูกสาวอีกคนที่ว่าคือ ลูกสะใภ้ ต่างหากล่ะ’
เธอแอบคิดในใจ แม้ไม่ได้บังคับลูกชาย ทว่า... ลูกสะใภ้คนเล็กของคุณแม่ ต้องเป็น ‘น้องคนโปรด’ คนเดียวเท่านั้น คุณแม่ไม่รับความเห็นต่าง...
“คุยกันตั้งนาน ป้าลืมถามเลยว่าน้องคนโปรดเรียนที่ไหนคะ? ชั้นอะไร?”
เธอแกล้งถามไปแบบนั้น หาเรื่องชวนคุย เก็บข้อมูลไว้ศึกษา ไม่เสียหาย
“โรงเรียน XXX ค่ะ เรียนชั้น ม.4”
“เรียนโรงเรียนเดียวกับลูกป้าเลยค่ะ รายนั้นอยู่ ม.6”
ใจเย็นไว้นะพชิรา อย่าใจร้อน พูดอะไรไปมากกว่านี้เดี๋ยวจะเสียการใหญ่...
“จริงเหรอคะ?”
คนโปรดยิ้มดีใจ คุณป้าน่ารักและใจดีขนาดนี้ ลูกคุณป้าต้องน่ารักมากแน่ ๆ เลย!
“....”
คุณป้ายิ้มให้กับความใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “ที่โรงเรียนมีใครแกล้งมั้ยลูก? ถ้ามีบอกป้าได้นะคะ เดี๋ยวป้าให้พี่เขาจัดการให้”
อยากเฉลยแทบตายว่าลูกชายป้าคือใคร... แต่ไม่ได้ เดี๋ยวไก่ตื่น!
“ไม่มีใครแกล้งค่ะ” คนโปรดตอบก่อนจะทำหน้าครุ่นคิด “แต่ถ้ากวนประสาทนะ... มีอยู่คนหนึ่ง”
“ใครคะ? กวนประสาทยังไง?”
“รุ่นพี่ ม.6 ค่ะ”
“ผู้ชายหรือผู้หญิงคะ?”
“ผู้ชายค่ะ กวนประสาทมาก ๆ คนโปรดไม่ชอบเลย”
ว่าพร้อมทำปากคว่ำ แก้มป่อง แต่เธอจะรู้ตัวไหมนะ ว่าท่าทางแบบนั้นมันทั้งน่ารัก น่าเอ็นดู จนคนที่อายุเยอะกว่าเอาแต่มองแล้วลอบยิ้ม
“ชอบแย่งน้ำคนโปรดกิน แล้วไหนจะเอาดอก...”
คนโปรดเว้นจังหวะไปเล็กน้อย พอคิดถึงเรื่องนั้นทีไร กลิ่นดอกตีนเป็ดยังตราตรึงอยู่ที่ปลายจมูก และนั่นยิ่งทำให้คนที่นั่งมองอยู่ยิ้มพอใจ กับความน่ารักของเธอเข้าไปอีก
“พี่เขาเอาดอกตีนเป็ดให้คนโปรดด้วย”
“ชอบมั้ย?”
“.....”
“ตอบดี ๆ นะครับ ตอบไม่ดีพี่ไม่ปล่อยนะ”
คนโปรดเม้มปาก ลังเลกับคำถามตรงหน้า ขณะสายตาคู่นั้นยังจ้องมองเธออย่างคาดหวัง
“อือ...ชอบ”
“ชอบนี่หมายถึงชอบพี่?”
เธอชะงักไปวินาทีหนึ่ง ก่อนแกล้งทำหน้าบึ้งแล้วสะบัดมือออก หันหน้าไปอีกทางแทน “เหม็นก็เหม็น คนโปรดไม่ชอบเลยค่ะ” เธอบ่นพลางทำปากคว่ำ นึกถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ ‘ชอบบ้าชอบบออะไรกัน’
พชิราขมวดคิ้ว มองเธออย่างไม่เข้าใจ “ดอกตีนเป็ด เอามาให้น้องคนโปรดเนี่ยนะ?” น้ำเสียงทั้งตกใจทั้งไม่อยากเชื่อ
แต่เดี๋ยวก่อน... ฟังแล้วคุ้น ๆ แปลก ๆ เหมือนเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง เพียงแต่สิ่งที่เขาได้รับตอนนั้น ไม่ใช่ดอกตีนเป็ด แต่เป็นจิ้งจก! เริ่มรู้สึกถึงชะตากรรมอันคุ้นเคย...
“ใช่ค่ะ เป็นรุ่นพี่ที่นิสัยไม่ดีมาก” คนโปรดเน้นเสียงจริงจัง ใบหน้าจริงจังตามไปด้วย
คุณป้านั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย
“ใช่ค่ะ นิสัยไม่ดีมาก” คุณป้ายิ้มเจื่อน ความกังวลเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจอย่างช้า ๆ ...
ถ้าสมมติว่าไอ้รุ่นพี่นิสัยไม่ดีคนนั้น เป็นลูกชายเธอเอง ล่ะ?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง...
ลูกไม้หล่นใต้ต้นชัด ๆ
พ่อให้จิ้งจก ลูกให้ดอกตีนเป็ด
ผู้ชายบ้านนี้นิสัยแปลกทุกคน! แสดงความรักก็ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง...
‘คุณแม่หัวจะปวด’
