บทที่ 8 แก้มหอมดีนะ
16 ธันวาคม 2565 | 12:00 PM
ระหว่างเข้าคิวรอซื้อข้าวกลางวัน ในหัวเอาแต่คิดถึง คุณป้าพชิรารอยยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มนวล อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ใกล้คุณป้าแล้วรู้สึกเหมือนได้อยู่กับแม่ที่จากไป
ตั้งแต่วันนั้นที่ได้รู้จักคุณป้า ชีวิตของคนโปรดมีความสุขขึ้นเป็นเท่าตัว “น้องคนโปรด” เป็นคำแทนชื่อที่เธอชอบมากที่สุด มันให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นคำที่บอกว่าผู้ใหญ่คนหนึ่งรักและเอ็นดูเธอจริง ๆ
โปรดดีใจนะคะที่ได้รู้จักคุณป้า...คุณป้าคนสวยของน้องคนโปรด
ตื๊ด!
เสียงสั่นจากมือถือทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับความคิดสะดุ้ง มือรีบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงออกมาดู
แอน: กินข้าวยัง ตัวเล็ก
ก้อย: เป็นห่วงนะ ถ้าไม่ท้องเสียคงได้ไปโรงเรียน
คนโปรด: กำลังเข้าแถวซื้อข้าว ไม่เป็นไร สบายมาก แค่นี้เอง (พิมพ์ตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้มบาง)
แอน: แน่นะ หนู?
คนโปรด: แน่สิ โปรดโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก
แอน: สูงกว่าตอม่อนิดเดียวบอกตัวเองโต ไอ้เจ้าหนูคนโปรด!!
คนโปรด: ว่าโปรดเตี้ยอีกแล้วนะ!
ก้อย: ไม่มีใครว่าโปรดเลยนะ ทุกคนพูดความจริง ฮ่าๆ
แอน: @ก้อย เนอะ พูดความจริงทั้งนั้น
คนโปรด: รุมเหรอ งอนริ้ว! (แกล้งงอนไปงั้นแหละ ก้อยกับแอนก็แบบนี้ ชอบแกล้ง เพราะเห็นว่าเราตัวเล็ก สูง 155 น้ำหนัก 45 เทียบกับเพื่อนในห้องก็... คนแคระดี ๆ นี่เอง!)
แอน: โอ๋ ๆ นะ
ก้อย: @แอน ชอบแกล้งน้อง! เห็นมั้ย น้องงอนแล้ว @คนโปรด ไม่งอนนะเตี้ย
คนโปรด: งอนแล้ว! งอนทั้งสองคนเลย! วันจันทร์ซื้อขนมมาง้อด้วย ไม่งั้นจะงอนที่ทิ้งโปรดไว้คนเดียว
เพื่อนสนิททั้งสองคน ลาป่วยพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย เลยทำให้วันนี้ต้องเข้าแถวซื้อข้าวคนเดียว... และคงไม่พ้นนั่งกินข้าวคนเดียวอีกด้วย
ถามว่ามีเพื่อนคนอื่นในห้องไหม? มีสิ! แต่... ไม่สนิทเท่าก้อยกับแอน เพราะเราสามคนรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียนมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาล
“คนเยอะจังวะ”
เสียงบ่นจากข้างหลังทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองแถว โห! อีกตั้ง 10 คิวเลยเหรอ?! ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเลื่อนหน้าจอมือถือดูอะไรไปพลาง ๆ
“กินไรดีวะวันนี้”
เสียงผู้ชายคนนั้นยังพูดไม่หยุด แต่ฉันไม่ได้สนใจ โรงอาหารช่วงพักเที่ยงก็เป็นแบบนี้ทุกวัน
“ไอ้มอส! ไอ้สัด! เจอตัวสักที!”
เสียงเดิมดังขึ้นเรื่อย ๆ คนอะไรไม่มีความเกรงใจ! แหกปากอยู่ได้!
“เอาของกูมาเลย”
“ไม่มี”
“อ้าวไอ้ห่า! ไม่มีได้ไง! พูดแบบนี้อยากตายเหรอวะ?”
“พ่อมึงสิอยากตาย! ไว้กูทำคืนให้”
“ควาย! แค่พูดเล่นถึงพ่อกูเลยเหรอวะ! อยากมีเรื่องกับกูใช่มั้ย มาเลยมึงมาเลย!”
เสียงเริ่มดังขึ้นจนคนในโรงอาหารเริ่มหันไปมอง ฉันรีบขยับตัวออกห่าง ค่อย ๆ ก้าวขาตามแถวที่ขยับขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่กี่คิวก็ถึงแล้ว... อดทนหน่อยนะ คนโปรด!
เพียะ!
“ไอ้ทีเจย์! ไอ้เหี้ยมึงตบหัวกูเหรอ!”
“ตบหัวพ่อมึงมั้ง! ก็เห็นอยู่ ถามได้!”
ตุบ! ตับ! ตุบ! ตุบ!
จากนั้นเสียงตบตีหยอกล้อกันดังขึ้นไม่หยุด...เล่นกันหรือจะต่อยกันจริง ๆ ใจหายใจคว่ำหมด!
ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าไม่ได้ทะเลาะกันจริง ๆ แค่หยอกกันแรงไปหน่อย แต่นี่มันกลางโรงอาหารนะ!
“มาดิ๊!”
เสียงท้าทายดังขึ้น ก่อนที่ผู้ชายคนหนึ่งจะวิ่งมาหยุดข้าง ๆ ฉัน ท่าทางกวนประสาทสุด ๆ แลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างยียวน
พึ่บ!
เขาพุ่งแทรกแถวเข้าไป ดันผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันจนเธอเสียการทรงตัว โชคดีที่ฉันคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน
“ขอบคุณนะ” เธอหันมายิ้มบาง ๆ ก่อนจะส่งสายตาเอาเรื่องไปทางสองคนนั้น “ไอ้พวกบ้า! เล่นอะไรกันไม่รู้เรื่องเลย”
ฉันไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าให้เธอพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
แล้วสองคนนั้น... จะไม่หยุดเล่นกันจริง ๆ ใช่ไหม?
ตุบ!
“โอ๊ย!”
ฉันร้องเสียงหลง เมื่อมีใครบางคนวิ่งชนไหล่เต็มแรง ตัวเล็ก ๆ เสียการทรงตัว ผงะไปด้านหลัง...
หมับ!
ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงกับพื้น มีมือแข็งแรงคว้าตัวฉันไว้ ดึงเข้าหาอกอุ่น ๆ
ท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวแน่นพอดี...
“เป็นอะไรมั้ย?”
เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหู กลิ่นหอมอ่อน ๆ คุ้นเคยตีขึ้นจมูก
ตึก ตัก ตุบ ตุบ!
หัวใจเต้นรัว...
เสียงนี้... กลิ่นนี้...มีคนเดียวเท่านั้น!
ฉันยืนตัวแข็ง ไม่รู้จะตกใจอะไรก่อน ระหว่างถูกชนเกือบล้มกับ... ถูกพี่เบย์กอด!
“เป็นอะไรมากไหมครับ น้องคนโปรด”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
อึก...
เผลอกลืนน้ำลายลงคอ รีบตั้งสติ พยายามแกะมือที่จับอยู่ตรงเอวออก ไอ้พี่เบย์! นี่เขากำลังแกล้งกันอยู่ใช่ไหม!
“เชี่ย! ซวยแล้วมั้ยกู! เพราะมึงคนเดียวเลยไอ้มอส! เห็นมั้ย! เกือบชนน้องล้มแล้ว!”
เสียงสบถดังลั่นจากคนที่วิ่งชนก่อนจะโวยวายต่อว่ากันไปมา ทำลายบรรยากาศเงียบงัน และดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามอง
ทว่า...
ยังมีอยู่คนหนึ่งที่ ไม่ยอมปล่อยมือจากเอว
“ว่าไงครับ?”
เขาถามย้ำเป็นครั้งที่สาม...
ฉันยังคงพูดไม่ออก... พี่เบย์ไม่ยอมปล่อยเลย!!!
“ปะ...เฮือก!!”
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อปลายจมูกโด่งชนแก้มฉันเข้าเต็ม ๆ!
และที่สำคัญ...
พี่เขาไม่ยอมขยับออกไปเลย
“แก้มหอมดีนะ”
เสียงทุ้มกระซิบ แถมยังแสยะยิ้มพอใจ
ฉันอ้าปากค้าง กะพริบตาถี่ อุณหภูมิพุ่งสูงจนรู้สึกว่า... หน้าแดงไปหมดแล้ว!
พรึบ!!
ฉันรีบถอยหลัง ใบหน้าร้อนฉ่า ยกมือขึ้นกุมแก้ม ไอ้พี่บ้า!!!
“ทะ...ทำอะไรขะ...ของพี่! ถอยออกไปเลยนะ” พูดตะกุกตะกัก ตัวสั่น ๆ ยกมือดันอกแกร่งอย่างลนลาน
“แต่พี่จะซื้อข้าว คนโปรดซื้อเหรอครับถึงคิวเราแล้ว”
เขาพูดเสียงเรียบ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ดวงตาขี้เล่นและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นมัน ฟ้องหมดแล้วว่าพี่แกล้ง!
ฉันเม้มปากแน่น เผลอทำแก้มป่องแสดงความไม่พอใจ ขณะที่พี่เบย์กลั้นยิ้ม ยักคิ้วให้หนึ่งที
‘คนบ้า!’
ฉันสะบัดหน้าเดินหนีไปสั่งข้าวทันที!
“ข้าวมันไก่ไม่ใส่ต้นหอมค่ะ”
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปั้นหน้ายิ้มให้เป็นปกติ สั่งข้าวกับคุณป้าร้านประจำทั้งที่ใจยังเต้นแรงจากเหตุการณ์เมื่อกี้
“ได้จ้ะ รอก่อนนะ เดี๋ยวป้าทำให้”
คุณป้าหันมายิ้มตอบ ก่อนหันไปจัดการเมนูที่สั่ง
แต่แล้ว...
ฉันต้องยืนนิ่ง แทบกลั้นหายใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ รินรดอยู่แถวหลังหู
ไอร้อนจากปลายจมูกคนนั้น...
ก่อนที่เจ้าของลมหายใจจะกระซิบเสียงเบา ได้ยินกันแค่สองคน
“แก้มน้องหอม... พี่พูดจริงนะ”
ฮื่อ ไอ้พี่เบย์!
ขโมยหอมแก้มคนอื่นแล้วยังมีหน้ามาพูดกวนประสาทอีก!!!
สองมือฉันกำหมัดแน่น กัดฟันแน่นจนแทบเคี้ยวลมแทนข้าว มือนึงเผลอจับแก้มตัวเองโดยอัตโนมัติ...
ยังร้อนผ่าวอยู่เลย!
