บทที่ 9 หวานมั้ย

ไอ้คนบ้า ไอ้คนชอบกวนประสาท ทำไมวันนี้ถึงได้ซวยแบบนี้นะ ปากด่าพี่เบย์ในใจตามองหาที่นั่งในมือถือจานข้าว สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกสายตาของใครต่อใครเอาแต่จ้อง

“คนโปรด!” ในจังหวะที่เดินก้มหน้าก้มตาเสียงหวานที่คุ้นเคยเอ่ยเรียก

ขวับ!

จึงรีบหันขวับไปตามเสียงนั้น พี่บี นางฟ้าของคนโปรด

“นั่งกับพี่” ว่าจบพี่บีเดินมาจูบมือเดินตรงไปยังโต๊ะที่อยู่ริมสุด

“นั่งตรงนี้”

“ขอบคุณค่ะ”

“ว่าแต่พี่บีนั่งคนเดียวเหรอคะ?” ที่ถามเพราะตรงนี้มีที่นั่งสี่พี่เขาอาจนั่งกับเพื่อนถ้าเป็นแบบนั้นฉันไม่ควรมาแย่งที่ของเพื่อนพี่เขา

“กับเพื่อนนั่นไงไอ้ตัวเหี้ยมันมาละ” พี่บีพูดพลางทำสีหน้าเบื่อหน่าย จนฉันต้องเอี้ยวหน้าหันกลับไปมองเพราะนั่งตรงข้ามกับพี่บี

“...” ไอ้พี่คนนั้นที่ซนเรานี่นา...เป็นเพื่อนพี่บีเหรอ?

“อู้.... น้องคนโปรด” พี่คนนั้นยิ้มแห้งเสตาไปมาราวกับคนมีความผิด “แฮ่พี่ขอโทษนะครับ” พี่เขาทำหน้าหงอยเหมือนหมาป่วยกะพริบตาปริบ ๆ

ว่าแต่...พี่เขารู้จักฉันด้วยเหรอ

“อย่าโกรธพี่เลยนะ” พี่เขาทำหน้าออดอ้อนเดินมานั่งข้าง ๆ “นะครับเก้าขอโทษ”

“...” ฉันได้แต่นั่งนิ่งพูดอะไรไม่ออกกับท่าทางออดอ้อนของคนตรงหน้า

“มึงมานี่” พี่บีจ้องหน้าเพื่อนตาเขม็งเอ่ยเสียงดุ

“เก้าอยากนั่งข้างน้องคนโปรดก้าบเจ้” พี่แกพูดเสียงสองจะว่าไปพี่เขาก็น่ารักดีนะตลกด้วยจนฉันอดขำเขาไม่ได้

“ยิ้มแล้วแสดงว่าไม่โกรธพี่” พี่เขายิ้มดีใจใหญ่

“ไอ้ทีเจย์! กูบอกให้มึงมานี้!” พี่บีพูดเสียงดังทำเอาฉันตกใจรวมถึงโต๊ะข้างก็ยังหันมามอง ทว่า...พี่เขาดูจะไม่สนใจสายตาโฟกัสเพื่อนตัวเองที่นั่งปั้นหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ฉัน

“3 2 ....”

“อีเจ้ ๆ หยุด ๆ กูรุกละ”

“ต้องให้กูโมโหนะมึง”

“ขอโทษก๊าบแม่”

“แม่พ่อมึงสิเดี๋ยวกูปัด!” พี่บียกมือขึ้นทำทีจะฟาดเพื่อนแต่เหมือนพี่เขาจะนึกอะไรขึ้นได้ค่อย ๆ ลดมือลง ใบหน้าที่จริงจังค่อย ๆ ฉีกยิ้มหวานให้ฉันที่นั่งดูพี่ ๆ เขาเล่นกันเล่นกันแหละเนอะ...หรือยังไงไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน

“ปกติเล่นกันแบบนี้เหรอคะ” ฉันเป็นฝ่ายถามขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบเกินไป

“เปล่าค่ะ”

“ปกติหนักกว่านี้อีกครับน้องคนโปรดอีเจ้นี่มันโหดจะตาย”

“ไอ้บ้านี่มึง มึงพูดดี ๆ ดิวะ”

“น้องอยู่ ๆ”

“แฮ่ ก็ไอ้ทีเจย์มันชอบกวนประสาทพี่ก่อน”

“ค่ะ...น่ารักดีออกดูพี่สองคนรักกันดี” ต้องสนิทกันขนาดไหนด่าขนาดนี้พี่อีกคนยังทำหน้าระรื่นไม่สะทกสะท้าน ฉันฉีกยิ้มกว้างมองพี่บีที่ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเขิน สลับกับพี่ที่เจย์ที่เอาแต่จ้องหน้ายิ้มตาหวานเยิ้ม

“น่ารัก สดใส ยิ้มทีไรใจพี่ละลาย ถึงว่าไอ้เบย์มันอยากเย....”

เพียะ!

“โอ๊ยเจ้มึงตบกูทำไมเนี่ย?” พี่ทีเจย์อุทานเสียงดังลั่นเมื่อโดนฝ่ามือเล็กของพี่บีฟาดเข้ากลางหลัง

“หุบปากแล้วแดกข้าวไป!” พี่บีกดเสียงต่ำจ้องหน้าเพื่อนอย่างเอาเรื่อง

“ค้าบ” พี่ทีเจย์ทำหน้ามุ่ยก้มหน้าก้มตาตักข้าวเข้าปาก

“อย่าไปสนใจกินข้าวดีว่าเรา” พี่บีหันมาส่งยิ้ม ดูอารมณ์ดีแตกต่างจากเมื่อตะกี้ราวคนละคน

“2 มาตรฐานกับน้องอ่อนโยนกับกูแม่งเถื่อนจัด!” พี่ทีเจย์บ่นพึมพำคนเดียว แต่ดูเหมือนว่าจะบ่นดังไปหน่อยพี่บีถึงได้จ้องหน้าเพื่อนตาเขียวปัด

“มึงว่าใคร”

“ว่าลอย ๆ ใครเดือดร้อนก็รับไปสิ หึ...หึ...” พี่ทีเจย์ยักคิ้วกวนพลางยิ้มเยอะราวเป็นผู้ชนะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“เดี๋ยวเถอะมึงจะโดน” พี่บีถลึงตาใส่พี่ทีเจย์ พี่ทีเจย์ก็ทำหน้ากวนประสาทฉันได้แต่นั่งดูแล้วยิ้มหัวเราะไปกับคู่เพื่อนคู่นี้ ‘น่ารัก’ มีเพื่อนแบบนี้ไปไหนคงไม่มีเหงา

“ไอ้เบย์!!”

กึก! ฉันที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากชะงักไปทันที กล้ามเนื้อบนใบหน้าเกร็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเม้มปากแน่น ‘พี่เบย์’ งั้นเหรอ? ลืมไปเสียสนิทว่าพี่บีเป็นเพื่อนสนิทกับพี่เบย์…

งั้นแสดงว่า...ที่นั่งข้าง ๆ ฉันคือที่นั่งของพี่เบย์ วันนี้วันอะไรกัน!

“หูย น้ำแตงโมปั่น กูอยากกินพอดีเลย” พี่ทีเจย์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น

“ไม่ใช่ของมึง” เสียงห้วน ๆ ของพี่เบย์ดังขึ้น ก่อนที่แก้วน้ำแตงโมปั่นจะถูกวางลงตรงหน้าฉัน “ของน้อง”

พูดจบก็หยัดกายนั่งลงข้าง ๆ ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเมื่อสายตาของเขาจ้องมาเงียบ ๆ ราวกับจะกลืนกิน

“...ขะ...ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงฉันกระอักกระอ่วนจนสัมผัสได้ แค่พยักหน้าแทนคำขอบคุณก็รู้สึกเขินจนตัวบิดแล้ว แต่เดี๋ยว... พี่เขารู้ได้ยังไงว่าฉันชอบน้ำแตงโมปั่น?

“อะไรของพวกมึงสองตัว! อ่อนโยนกับกูบ้างแม่ง!”

“เสือก/เสือก” สองเสียงประสานกันพร้อมเพรียงจากพี่บีกับพี่เบย์

“ครับ! กูผิดเองเนอะ ไม่ได้ชื่อ ‘น้องคนโปรด’ มันก็ยากหน่อย” พี่ทีเจย์ประชดประชันพร้อมฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี

“ไม่กินเหรอ” พี่เบย์ถามเสียงทุ้มพลางมองฉัน

“...”

“หึ... ยังเขินเรื่องนั้นอยู่เหรอ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ทำให้ฉันสะดุ้ง เรื่องนั้นที่ว่า... คงเป็นเรื่อง ‘หอมแก้ม’ แต่เดี๋ยว...อยู่ใกล้แค่นี้ทำไมต้องขยับหน้าเข้ามาใกล้ด้วยล่ะ

“กระแอม! เกินไปนะเบย์” เสียงพี่บีช่วยชีวิตไว้ทัน ทำให้พี่เบย์ถอยหน้ากลับไป เฮ้อ... ค่อยยังชั่ว อึดอัดจะแย่แล้ว!

จากนั้นพวกเราก็นั่งกินข้าว คุยกันไปเรื่อย ส่วนมากพี่บีกับพี่ทีเจย์ทะเลาะกันมากกว่าคุยดี ๆ ส่วนฉัน... ก็แค่ผู้ฟังที่ดี มีแอบขำเป็นบางครั้ง อยู่กับแก๊งนี้คงได้หัวเราะทั้งวันแน่ ๆ

“ฮือ... พี่เบย์ ขะ...ของโปรด...”

ฉันที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำแตงโมปั่นขึ้นมาดื่ม ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็น มือของพี่เบย์ หยิบแก้วนั้นไปต่อหน้าต่อตา

เฮ้ย! พี่เบย์ นั่นของฉัน!

“อร่อยดีนะ”

พี่เบย์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะค่อย ๆ ดูดน้ำแตงโมผ่านหลอด

หลอดที่ฉันเพิ่งใช้!

“หวานมั้ย” พี่บีเอ่ยถามเสียงเนือย ๆ

แต่คนที่ตอบกลับไม่ใช่พี่เบย์...เป็นพี่ทีเจย์

“หวานครับ” สายตากรุ้มกริ่มของเขามองตรงมาที่ฉัน ริมฝีปากหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนพูดสิ่งที่ทำให้สองแก้มฉันเห่อร้อนขึ้นมาทันที “แต่ไม่ใช่น้ำแตงโมนะที่หวาน... น่าจะเป็นปากน้องคนโปรด”

“กรี๊ด! โว้ยย! อิจฉาสัด!” พี่ทีเจย์กรีดร้องเสียงดัง จนคนรอบข้างหันมามองพวกเรากันหมด

“มองเหี้ยไรครับ! แดกข้าวโว้ย!” พี่ทีเจย์ด่ากราดคนที่มอง แล้วก็กลับไปกินข้าวหน้าตาเฉย

พี่บีเองก็เหมือนกัน กินข้าวคำ มองหน้าฉันคำ ลอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปด้วย

ส่วนพี่เบย์น่ะเหรอ... เหอะ! ไอ้พี่เบย์คนนิสัยไม่ดี! แกล้งฉันแล้วยังมีหน้ามานั่งยิ้มอีก...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป