บทที่ 4 ซ้อมบท (2)
“อ๋อ... จริงด้วย ทีมงานคงรีบพิมพ์มาน่ะครับ” เขาตอบยิ้มๆ นัยน์ตาพราวระยับอย่างมีเลศนัย “งั้นเอาแบบนี้... เพื่อความสมจริงและลื่นไหล เราใช้ชื่อจริงของเราไปก่อนก็ได้ครับ ในบทพระเอกอายุมากกว่านางเอกอยู่แล้ว... คุณเรียกผมว่า พี่โนอาห์ ก็แล้วกันครับ”
“คะ? จะดีเหรอคะ...”
“ดีสิครับ หรือคุณรังเกียจ?”
“มะ... ไม่ใช่ค่ะ! ไอรินแค่เกรงใจ” เธอรีบปฏิเสธพัลวัน
“งั้นตกลงตามนี้นะครับ... น้องไอริน”
คำเรียกขานที่เปลี่ยนไป พร้อมน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เน้นคำว่า 'น้อง' อย่างจงใจ ทำเอาขนอ่อนตามตัวหญิงสาวลุกชัน มันฟังดูสนิทสนม... และอันตรายอย่างบอกไม่ถูก
“ค่ะ... พี่โนอาห์”
“ดีมากครับ งั้นเรามาเริ่มกันเลย ฉากนี้เป็นฉากที่นางเอกมาหาพระเอกที่ห้องเพื่อปรับความเข้าใจ บรรยากาศต้องโรแมนติกนิดนึง...” โนอาห์เอื้อมมือไปรินไวน์ใส่แก้ว แล้วยื่นส่งให้เธอ
“ถือไว้ครับ เป็นพรอพ”
ไอรินรับแก้วไวน์มาถือไว้ มือสั่นเล็กน้อย เธอสูดหายใจลึก พยายามสวมวิญญาณตัวละครตามที่ซ้อมมาหน้ากระจก
“พี่คะ... เรื่องคืนนั้น ไอรินไม่ได้ตั้งใจ...” เธอเริ่มพูดตามบท พยายามใส่อารมณ์เศร้าสร้อยและสำนึกผิด
โนอาห์วางแก้วไวน์ของตัวเองลง แล้วขยับตัวเข้ามาประชิด เขามองลึกเข้าไปในตาเธอ สายตานั้นดูเจ็บปวด ลึกซึ้ง และโหยหาจนไอรินเผลอใจเต้นแรง
“ไม่ต้องพูดแล้วครับ พี่ไม่อยากฟังคำแก้ตัว” เขาต่อบทโต้ตอบ พลางยกมือขึ้นเกลี่ยไรผมทัดหูให้เธออย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วทำให้ไอรินตัวแข็งทื่อ
“พี่แค่อยากรู้ว่า... ตอนนี้ไอรินรู้สึกยังไงกับพี่”
“ไอริน... ไอรินรักพี่โอนาห์ค่ะ” เธอตอบเสียงสั่นพร่า ความตื่นเต้นที่ได้ใกล้ชิดซูเปอร์สตาร์ระดับประเทศทำให้การควบคุมน้ำเสียงเป็นเรื่องยาก
โนอาห์กระตุกยิ้มมุมปาก เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวแก้มเนียน
“พี่ก็รักไอริน...”
สิ้นเสียงนั้น ริมฝีปากหยักได้รูปก็ทาบทับลงมา ไอรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ในบทไม่ได้เขียนบอกละเอียดขนาดนี้ว่าต้องจูบจริง! แต่สมองเธอกลับขาวโพลนเมื่อรสสัมผัสจากริมฝีปากของเขาเริ่มรุกราน มันไม่ใช่จูบแบบแตะๆ เหมือนในละครหลังข่าว แต่มันดูดดื่ม เรียกร้อง และบดขยี้จนเธอตั้งตัวไม่ติด
“อื้อ...”
หญิงสาวเผลอครางในลำคอ มือที่ถือแก้วไวน์กำแน่นจนเกร็ง แต่แล้วจู่ๆ ร่างกายเธอก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมือหนาของโนอาห์ที่โอบเอวเธออยู่ ไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาเลื่อนมือสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อยืดตัวบางของเธออย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือร้อนผ่าวสัมผัสหน้าท้องเนียน ก่อนจะเลื่อนสูงขึ้นมาตะปบเข้าที่หน้าอกนุ่มหยุ่นภายใต้บราเซียร์ แล้วออกแรงบีบขยำเต็มไม้เต็มมือ
หมับ!
“อ๊ะ! เดี๋ยวค่ะ!”
ไอรินได้สติทันที เธอผลักอกเขาออกอย่างแรงจนแก้วไวน์ในมือแทบหก ร่างบางถอยกรูดไปชิดพนักโซฟา ยกมือขึ้นกอดอกปกป้องตัวเอง หน้าตาตื่นตระหนกเหมือนกวางที่เจอพรานป่า
“นี่มัน... นี่มันไม่มีในบทนี่คะ!” เธอร้องถามเสียงหลง หัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวมากกว่าความเขินอาย “ทำไม... คุณทำแบบนี้”
โนอาห์ที่ถูกผลักออกไม่ได้ดูตกใจหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย เขากลับนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ ยกมือขึ้นเช็ดคราบลิปสติกที่มุมปาก แล้วมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยที่ต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
“มีสิครับ... นี่มันบทเลิฟซีนหนังรักโรแมนติกมันก็ต้องมีฉากแบบนี้ทั้งนั้นแหละ จะให้แค่นั่งจ้องตากันหรือไง” เขาตอบหน้าตาย น้ำเสียงไร้ซึ่งความรู้สึกผิด
“ตะ... แต่ในบทที่ไอรินอ่าน มันจบแค่ปรับความเข้าใจกันไม่ใช่เหรอคะ ไม่เห็นมีบอกว่าต้อง... ต้องจับ...” เธอพูดไม่ออก หน้าแดงจัดด้วยความอับอายและโกรธจัด
“นั่นมันบทร่างแรก ผู้กำกับเขาบรีฟเพิ่มมาว่าอยากได้อารมณ์ที่ดิบเถื่อนและเร่าร้อนกว่านี้” โนอาห์ยักไหล่ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ เหมือนราชสีห์ต้อนเหยื่อ
“ผมเป็นนักแสดงมืออาชีพ ผมต้องซ้อมให้ถึงอารมณ์ ถ้าคุณไม่เล่นรับส่ง แล้วผมจะเข้าถึงบทบาทได้ยังไง”
“แต่นี่มันมากเกินไปค่ะ!”
“หยุดโวยวายเถอะน่า!” เสียงของเขาตวาดกร้าวขึ้น แววตาที่เคยมองอย่างเอ็นดูเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“ผมจ้างคุณมาสองหมื่นบาท... แค่ให้มานั่งอ่านบทเฉยๆ ผมให้เด็กอนุบาลมาทำก็ได้ ถ้าคุณไม่พร้อม หรือใจไม่กล้าพอ...”
เขาเดินไปเปิดประตูห้องผายมือออก สายตากดดันดูแคลนส่งมาที่เธอ
“คุณจะกลับไปเลยก็ได้นะครับ... ผมไม่ฝืน แต่เงินก็คงไม่ได้”
คำขาดของเขาเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ไอรินมองหน้าเขา สลับกับมองประตู ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่เทพบุตรอย่างที่เธอคิด เขาคือปีศาจร้ายในคราบคนดีชัดๆ
มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงสั่งการไวกว่าสมอง เธอคว้ากระเป๋าสะพาย ลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินกึ่งวิ่งผ่านหน้าเขาไปที่ประตูโดยไม่หันกลับมามอง
“ไอรินขอตัวกลับค่ะ!”
ปัง!
เสียงประตูปิดกระแทกไล่หลัง หญิงสาววิ่งหน้าตั้งไปกดลิฟต์ มือไม้สั่นเทาจนแทบกดย้ำๆ ไม่ถูก น้ำตาแห่งความอับอายและความผิดหวังรื้นขึ้นมาคลอเบ้า
“นี่มันอะไรกันเนี่ย...”
ในขณะที่ภายในห้องพักหรูที่กลับมาเงียบสงัด โนอาห์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบจับจ้องไปยังบานประตูที่ปิดสนิท เขายกยิ้มมุมปาก... ไม่ใช่ยิ้มของความผิดหวัง แต่เป็นรอยยิ้มพึงพอใจลึกๆ เหมือนเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่พยศนิดๆ พอให้ตื่นเต้น
เขาเดินกลับมาหยิบแก้วไวน์ที่ไอรินวางทิ้งไว้ขึ้นมาจิบ สัมผัสรอยลิปสติกจางๆ ที่ปากแก้ว พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ
“หึ... ”
