บทที่ 5 ทางตัน
เขามั่นใจ... มั่นใจในอำนาจเงิน และความจนตรอกของมนุษย์ ไอรินอาจจะหนีไปได้ในวันนี้ แต่วันหน้า... ความหิวโหยและความจำเป็นจะลากคอเธอกลับมาหาเขาเองโดยที่เขาไม่ต้องออกแรงตามล่าด้วยซ้ำ
“ฉันจะรอ...”
สามวันผ่านไป...
นับตั้งแต่วันที่ไอรีนวิ่งหนีเตลิดออกมาจากเพนต์เฮาส์สุดหรู โนอาห์ก็ไม่ปรากฏตัวที่กองถ่ายอีกเลย ข่าววงในซุบซิบกันหนาหูว่าพระเอกหนุ่มซูเปอร์สตาร์ขอเบรกคิวถ่ายทำกะทันหันเพื่อ ‘จัดการธุระส่วนตัว’
สำหรับไอรีน มันควรจะเป็นเรื่องดีที่เธอไม่ต้องทนปั้นหน้าสู้ความอับอายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขา ทว่าในความเป็นจริง ชีวิตของสวัสดิการกองถ่ายตัวเล็ก ๆ อย่างเธอกลับไม่ได้ง่ายขึ้นเลยแม้แต่น้อย วันนี้คิวถ่ายลากยาวตั้งแต่เช้ามืดจวบจนเกือบเที่ยงคืน ไอรีนต้องวิ่งวุ่นไปทั่วเซตถ่ายทำราวกับลูกข่าง ทั้งคอยเสิร์ฟน้ำให้นักแสดง ซับเหงื่อให้ตัวประกอบ แจกจ่ายข้าวกล่องมื้อดึกให้ทีมงานที่กำลังหิวโซ แถมยังต้องคอยตามเก็บซากแก้วพลาสติกและกล่องโฟมที่ถูกทิ้งเรี่ยราด
“คัต! ผ่าน! เลิกกองได้! ขอบคุณทุกคนมากครับ วันนี้เต็มที่กันมาก!”
เสียงประกาศสวรรค์จากผู้กำกับดังขึ้นตอนห้าทุ่มครึ่ง ทีมงานหลายคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที ไอรีนหอบถุงดำใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยขยะไปทิ้งที่จุดทิ้งขยะด้านหลังสตูฯ ก่อนจะเดินกลับมาเช็ดทำความสะอาดโต๊ะสวัสดิการเป็นงานสุดท้าย
“ไอรีน กลับยังไงเรา ดึกป่านนี้แล้ว” เสียงของพี่เจี๊ยบหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการเอ่ยถาม ขณะกำลังรูดซิปกระเป๋าเตรียมตัวกลับ
“เดี๋ยวไอรีนเดินไปรอรถเมล์ที่หน้าปากซอยค่ะพี่เจี๊ยบ น่าจะยังพอมีรถกะดึกเหลืออยู่บ้าง” หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไป แม้ใบหน้าจะซีดเซียวและใต้ตาคล้ำลึกจากการพักผ่อนไม่พอ
“เออๆ ระวังตัวด้วยล่ะผู้หญิงตัวคนเดียว พรุ่งนี้คิวบ่ายนะ รีบกลับไปพักผ่อนซะ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่เจี๊ยบ สวัสดีค่ะ” ไอรีนยกมือไหว้ลาพี่เจี๊ยบอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปโค้งศีรษะบอกลาทีมงานคนอื่น ๆ ที่เดินสวนกัน
“สวัสดีค่ะพี่ กลับบ้านดี ๆ นะคะ... สวัสดีค่ะ”
เธอคอยส่งยิ้มและบอกลาทุกคนจนกระทั่งคนเริ่มซา ร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวเก่าสะพายกระเป๋าผ้าใบเก่ง ก้าวเดินออกจากสตูดิโอถ่ายทำ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้ง ความปวดเมื่อยแล่นริ้วตั้งแต่บั้นเอวลงไปจรดปลายเท้า แต่เธอก็ต้องฝืนลากสังขารไปยืนรอรถเมล์ คอยชะเง้อมองฝ่าความมืดของถนนยามค่ำคืน เพื่อประหยัดเงินค่าเดินทางให้ได้มากที่สุด
แกร๊ก...
เสียงกุญแจไขปลดล็อกประตูห้องเช่ารูหนูย่านชานเมืองดังขึ้น ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ไอรีนก็ทิ้งตัวลงบนฟูกบางเฉียบอย่างหมดสภาพ...
แกร๊ก...
เสียงกุญแจไขปลดล็อกประตูห้องเช่ารูหนูย่านชานเมืองดังขึ้น ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ไอรีนก็ทิ้งตัวลงบนฟูกบางเฉียบอย่างหมดสภาพ ห้องสี่เหลี่ยมคับแคบที่มีเพียงพัดลมเพดานเก่าสนิมเขรอะส่งเสียงดังแกรก ๆ ตัดกับความหรูหราโอ่อ่าของโรงแรมพาร์คเลนราวกับอยู่กันคนละโลก
หญิงสาวฝืนลากสังขารที่อ่อนล้าไปอาบน้ำ หวังเพียงจะได้ล้มตัวลงนอนให้พ้นผ่านไปอีกวัน ทว่าก่อนจะหลับตา มือเรียวก็เอื้อมไปหยิบสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกร้าวขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันธนาคารด้วยความเคยชิน
ยอดเงินคงเหลือ: 1,240.50 บาท
ไอรีนถอนหายใจยาว พรุ่งนี้เธอต้องโอนค่ากินอยู่รายสัปดาห์ให้ ‘ไอเดน’ น้องชายวัยสิบเจ็ดที่กำลังเรียน ปวช. หากโอนไปสักพันหนึ่ง เธอจะเหลือเงินติดตัวเพียงสองร้อยกว่าบาทไปจนกว่าจะสิ้นเดือน
ครืด... ครืด...
จู่ ๆ หน้าจอมือถือที่เพิ่งดับไปก็สว่างวาบขึ้น โชว์ชื่อ ‘ไอเดน’ โทรเข้ามาในยามวิกาล
“ฮัลโหล ไอเดน พี่กำลังจะโอนเงินไปให้พอดีเลย ทำไมดึกป่านนี้ยังไม่นอนอีก...”
(สวัสดีครับ นี่ใช่ผู้ปกครองของนายไอเดนหรือเปล่าครับ?)
เสียงทุ้มเข้มแปลกหูทำให้ไอรีนชะงัก ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นแรงผิดจังหวะด้วยลางสังหรณ์ร้าย
“คะ... ใช่ค่ะ ฉันเป็นพี่สาวเขา ไม่ทราบว่านั่นใครคะ?”
(ผมร้อยเวรจาก สน. ครับ ตอนนี้น้องชายคุณถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงพัก ข้อหาครอบครองและลักลอบจำหน่ายกัญชา รบกวนคุณมาที่ สน. ด้วยนะครับ”)
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนค้อนหนักที่ทุบลงกลางศีรษะ ไอรีนหูอื้อตาลาย ร่างกายชาหนึบตั้งแต่ปลายเท้าจรดปลายผม เธอคว้าเสื้อคลุมและกระเป๋าสตางค์ วิ่งกระหืดกระหอบลงจากตึกเช่า โบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างมุ่งหน้าไปที่สถานีตำรวจด้วยหัวใจที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เมื่อไปถึง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือไอเดนกำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนม้านั่งหน้าห้องขัง สภาพของเด็กหนุ่มดูสะบักสะบอม ข้อพับแขนมีรอยถลอกปอกเปิก ทันทีที่เห็นพี่สาว เขาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร
“พี่ไอรีน! ผมขอโทษ... ผมไม่ได้อยากขาย ผมแค่อยากหาเงินทำ อยากช่วยพี่จ่ายค่าเทอม...” เสียงสั่นเครือปนสะอื้น
“ไอเดน!” ไอรีนถลาเข้าไปกอดน้องชายแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม “พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องเงินพี่จัดการเอง ทำไมถึงทำแบบนี้!”
เธอหันไปประนมมือไหว้ตำรวจเจ้าของคดีอย่างร้อนรน “คุณตำรวจคะ น้องชายหนูเพิ่งอายุสิบเจ็ดเองพอจะมีทางไกล่เกลี่ยหรือตักเตือนก่อนได้ไหมคะ”
นายตำรวจถอนหายใจยาว วางแฟ้มสำนวนลงบนโต๊ะ
“ถึงจะเป็นเยาวชน แต่ของกลางที่พบถูกแบ่งใส่ถุงซิปล็อกพร้อมจำหน่ายชัดเจน กฎหมายตอนนี้เข้มงวดมากครับ เบื้องต้นต้องประกันตัวออกไปสู้คดีในศาลเยาวชน ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงต้องส่งตัวเข้าสถานพินิจ”
“ปะ... ประกันตัว... ต้องใช้เงินเท่าไหร่คะ...” เสียงของไอรีนแผ่วหวิว
“ห้าหมื่นบาทครับ ใช้เงินสดหรือหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าเท่ากันมาวางได้เลย”
ห้าหมื่นบาท...
