บทที่ 7 สัญญาผูกขาด

“รบกวนคุณกรณ์ช่วยคุยกับคุณโนอาห์ให้หน่อยได้ไหมคะ หนูยอมทำทุกอย่าง จะให้หักเงินเดือนในกอง หรือให้ไปเป็นเบ๊ส่วนตัวเลยก็ได้... แต่คืนนี้หนูต้องเอาเงินไปประกันตัวน้องจริงๆ”

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด

“เรื่องเงินน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ แต่คนตัดสินใจไม่ใช่ผม... เป็นคุณโนอาห์” กรณ์เว้นจังหวะ “เขายังไม่นอนและรออยู่ที่เพนต์เฮาส์ ส่งโลเคชันมาครับ เดี๋ยวผมให้รถไปรับ... ตอนนี้เลย”

“แต่... หนูทิ้งน้องไว้ไม่ได้ ถ้าหกโมงเช้า...”

(คุณก็ต้องมาคุยเงื่อนไขกับเขาเอง ตัดสินใจเอาแล้วกันครับ ถ้าสิบนาทีไม่ส่งโลเคชันมา ผมถือว่ายกเลิกนะ)

สายถูกตัดไปแล้ว ไอรีนยืนกำมือถือแน่น ศักดิ์ศรีที่เคยหวงแหนไม่มีความหมายอีกต่อไป เธอพิมพ์ส่งตำแหน่งที่ตั้งไปอย่างจำยอม

ไม่ถึงยี่สิบนาที รถตู้สีดำคันหรูแล่นมาจอดเทียบหน้าสถานีตำรวจ คนขับรถในชุดสูทลงมาเปิดประตูให้ ไอรีนก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนัง แอร์เย็นฉ่ำในรถไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น มันกลับทำให้เธอหนาวเหน็บไปถึงกระดูก สภาพเสื้อยืดเก่าๆ กับกางเกงยีนส์เปื้อนฝุ่นของเธอช่างขัดแย้งกับความหรูหราของรถคันนี้เหลือเกิน

เมื่อมาถึงโรงแรม ลิฟต์ส่วนตัวพาเธอทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุด ประตูไม้สักบานใหญ่เปิดออกทันทีที่เธอเดินไปถึง

โนอาห์ยืนพิงกรอบประตู เขาสวมเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงสแล็ค ท่าทางดูผ่อนคลาย นัยน์ตาคมกวาดมองสภาพอิดโรยและดวงตาบวมช้ำของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะพึมพำเรียบๆ คล้ายพูดกับตัวเองแต่จงใจให้ได้ยิน

“ผมบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวคุณก็ต้องกลับมา... แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”

มันเป็นคำพูดสั้นๆ แต่น้ำเสียงที่ใช้กลับกดให้ไอรีนรู้สึกตัวเล็กลงจนแทบจมดิน เธอไม่มีแรงแม้แต่จะโต้ตอบ

“เข้ามาสิ...” เขาเบี่ยงตัวเปิดทาง

ไอรีนข่มความกลัว ก้าวเข้าไปในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยอวลอยู่เบาบาง แต่วันนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

โนอาห์เดินไปนั่งไขว่ห้างบนโซฟากลางห้อง เขากดหรี่ไฟลงเล็กน้อย ประสานมือไว้บนตักแล้วช้อนตาขึ้นมองคนที่เอาแต่ยืนก้มหน้าบีบสายกระเป๋าแน่น

“พี่กรณ์เล่าให้ฟังแล้ว” เขาเริ่มบทสนทนาหน้าตาเฉย “เธอต้องการเงินห้าหมื่นใช่มั้ย”

“ค่ะ...”

“ห้าหมื่น...ผมให้ได้นะ” เขาแทรกขึ้นมาดื้อๆ “แต่คำถามคือ... ทำไมผมต้องเอาเงินไปช่วยเด็กส่งยาที่คุณเรียกว่าน้องชายด้วย?”

คำถามนั้นจี้ใจดำจนไอรีนต้องเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาพยศของเธอหายไปหมดแล้ว เหลือแค่ความสิ้นหวัง

“ไอรีนจะทำงานใช้หนี้ให้คุณค่ะ” เธอพูดเสียงสั่น “ให้ทำอะไรก็ได้ จะเป็นคนรับใช้ หรือคู่ซ้อมบท ไอรีนยอมทุกอย่าง... ขอแค่คุณช่วยออกเงินประกันตัวน้องไอรีนก่อน...”

โนอาห์นิ่งฟัง เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง เอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะ

“ทุกอย่างเลยเหรอ?” นัยน์ตาคมทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก “ดูเหมือนคุณจะลืมอะไรไปนะ... สัญญาคู่ซ้อมบทครั้งละสองหมื่นนั่น มันถูกยกเลิกไปตั้งแต่วินาทีที่คุณเดินกระแทกประตูหนีผมไปแล้ว”

เขาโยนซองเอกสารนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ

“คุณเป็นคนทิ้งโอกาสนั้นไปเอง เพราะฉะนั้น... ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น” โนอาห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

“ผมจะให้ห้าหมื่นกับคุณ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ คุณต้องเซ็นสัญญาฉบับใหม่ในซองนั้น”

ไอรีนย่อตัวลงหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดดู สายตาไล่อ่านเนื้อหาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้าง

“นี่มันอะไรกันคะ...” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา

“สัญญาผูกขาด? ต้องมาหาคุณทุกครั้งที่เรียก ไม่มีข้อแม้ ไม่มีกำหนดเวลา... แถมห้ามปฏิเสธ... นี่มันสัญญาขายตัวชัดๆ”

“ก็แล้วแต่จะคิด” โนอาห์ยักไหล่ “ผมไม่ใช่แค่นักแสดงนะครับ ผมเป็นนักธุรกิจ ลงทุนแล้วก็ต้องได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า... คุณคิดว่าแค่มานั่งอ่านสคริปต์ให้ผมฟัง มันคุ้มกับเงินและเส้นสายที่ผมต้องเสียไปเหรอ?”

เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดผิวแก้มเธอ

“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอ... ว่ายอมทุกอย่าง”

“แต่... แต่ฉัน...” หญิงสาวอึกอัก น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

“ถ้ามันขัดกับศักดิ์ศรีของคุณมากนัก...” โนอาห์ผละออกห่าง หันไปหยิบแก้วไวน์บนโต๊ะ “ประตูก็อยู่ตรงนั้นครับ เดินออกไปได้เลย... แล้วพรุ่งนี้เช้าก็ไปเยี่ยมน้องชายที่สถานพินิจเอาแล้วกัน หวังว่าเขาจะปรับตัวเข้ากับข้างในนั้นได้นะ”

คำขู่นั้นนุ่มนวลแต่เลือดเย็นที่สุด

ไอรีนกำกระดาษสัญญาแน่นจนยับ ขาทรุดลงกับพื้นพรมอย่างหมดแรง เธอถูกต้อนให้จนตรอกอย่างสมบูรณ์แบบ

“เซ็นแล้วค่ะ...” เสียงเธอเบาหวิว “คุณต้องช่วยน้องของฉันนะคะ”

โนอาห์วางแก้วไวน์ลง หยิบปากกาจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ ไอรีนรับมาด้วยมือที่สั่นเทา จรดปลายปากกาลงบนกระดาษ ทันทีที่เซ็นชื่อเสร็จ เธอก็รู้ตัวว่าได้ทำลายชีวิตอิสระของตัวเองทิ้งไปแล้ว

“ดีมาก...” โนอาห์ดึงสัญญากลับไป รอยยิ้มพอใจปรากฏบนใบหน้า เขากดโทรศัพท์หาผู้จัดการทันที “พี่กรณ์ จัดการเรื่องน้องชายไอรีนได้เลย... เอาให้จบภายในคืนนี้นะครับ”

เขาวางสาย ก่อนจะหันกลับมามองคนที่นั่งกองอยู่กับพื้น

“ลุกขึ้น...” น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไป มันแข็งขึ้นและมีอำนาจเหนือกว่าอย่างชัดเจน “ผมจ่ายเงินแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณต้องเริ่มงานของคุณบ้าง”

ไอรีนพยุงตัวลุกขึ้นยืน ก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป