บทที่ 4 พี่น้องแบบยอมจำนน

“ไม่” น้ำเสียงหนักแน่น พร้อมเบือนหน้าไปอีกทาง

“ไอติมร้านโปรดเย็นนี้” ถึงกับต้องเอาของกินมาล่อซื้อกันแล้ว ทว่าก็...

“ไม่” พี่คิณมาง้อทั้งที ของที่ได้ต้องใหญ่ไว้ก่อน

“ชานมไข่มุกทั้งเดือน”

“ไม่”

“อย่างกับผัวเมียง้อกัน” อาเธอร์กับมาวินที่ยืนดูอยู่เงียบ ๆ หันมากระซิบคุยกันเอง และคาดว่านักศึกษาคนอื่นก็คิดแบบเดียวกันกับพวกเขา

“อืม อนาคตกูว่ายังไง...ก็ได้กัน” การินที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ลงความเห็น เพื่อนอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นตาม

“งั้นเป็นชาบูชุดใหญ่ ทุกครั้งที่เธออยากกิน”

“...” ดวงหน้าหวานผุดรอยยิ้มบาง ๆ พลางกลอกตาไปมาครุ่นคิด

“งั้นเอางี้” เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กมีท่าทีลังเล อคิณจึงไม่รอช้า “ฉันยอมให้เธอเขียนหน้าเพิ่มเลยอะ” ว่าแล้วก็หย่อนก้นนั่งกับม้านั่งใกล้ ๆ รู้ว่าเด็กน้อยมักจะมีปากกาเมจิกติดตัวไว้ตลอดเพราะหวังจะได้แกล้งเขาเมื่อมีโอกาส จึงล้วงออกมา “อะ ใบหน้าหล่อ ๆ ของฉัน ตอนนี้เป็นของเธอ”

“เอาจริงเหรอพี่คิณ” ตั้งคำถามเหมือนจะไม่มั่นใจ ทว่าปากกาที่ถูกยัดใส่ในมือ กลับถูกเปิดฝาออกในทันที แล้วขยับแทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างขาของอีกฝ่าย

“แต่ขออย่าเละเทะแบบทุกทีก็พอ” มาขนาดนี้แล้วจะให้ถอยก็ไม่ได้ อีกอย่างพอได้เห็นใบหน้าเด็กน้อยเป็นประกาย เขาก็รู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก

“ได้” ปลาทูฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่ปิดบัง อะไรจะดีไปกว่าการได้เอาคืนพี่อคิณคนนิสัยไม่ดี แต่ข้อเสนอที่เขาให้มาข้างต้นก็น่าสนใจ “แล้ว...ถ้าเขียนหน้าพี่คิณ ปลาทูยังจะได้กินไอติม ชานมทั้งเดือน แล้วก็ชาบูอยู่หรือเปล่า”

“นี่ฉันยอมเธอมากขนาดนี้แล้ว ยังจะโลภเอาทุกอย่างเลยหรือไงวะ”

“แต่น้องงอนอยู่นะ” ทำเสียงหงอย สีหน้าหมองลง

อคิณพ่นลมหายใจออกมาเสียงดังพรืดให้กับความได้คืบจะเอาศอกของคนตรงหน้า แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังไงเขาก็เลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้วนิ

“เออ! อยากกินไร กินมันให้หมด ขี้ข้าเธอคนนี้จะเลี้ยงเธอเอง” น้ำเสียงประชดประชัน แต่คนถูกใจระบายยิ้มร่า

“ขอบคุณนะคะ พี่อคิณสุดหล่อของน้องปลาทู” น้ำเสียงออดอ้อนอย่างเดียวไม่พอ ต้องพนมมือไหว้ลงไปกราบแนบอกอย่างที่ชอบทำเวลาชายหนุ่มตามใจ

คนเป็นพี่มีหรือจะใจแข็ง เผลอไผลยกมือขึ้นลูบหัวทุย ใบหน้าบึ้งตึงผุดรอยยิ้มอ่อน ๆ ทำสาว ๆ ใจบางพลอยยิ้มตาม

ทว่ากลับมีบางส่วนที่เริ่มจะไม่พอใจในตัวของเด็กสาว เนื่องด้วยอคิณมีใบหน้าราวกับพระเจ้าประทาน เปรียบเสมือนเป็นสมบัติอีกหนึ่งอย่างของมหาวิทยาลัย พูดอีกแบบก็คือหมั่นไส้ เขาไม่เคยทำท่าทีอ่อนโยนแบบนี้กับใครมาก่อน มันยิ่งส่งผลให้หูตาร้อนไปตาม ๆ กัน

“ได้ทุกอย่างแบบนี้ก็เก็บปากกาได้แล้วมั้ง”

“ได้ที่ไหนล่ะคะ” ปลาทูผละออก ก่อนจะโน้มตัวให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกันกับคนพี่ พร้อมออกคำสั่ง “พี่คิณหลับตา”

มาถึงตอนนี้อคิณอยากจะตบปากตัวเองเป็นร้อยรอบที่พูดไวกว่าสมอง ก่อนจะถอนหายใจเสียงดังอีกครั้งแล้วหลับตาลง มือเล็กจึงเริ่มลงปลายปากกาวน ๆ กับปลายจมูกโด่งเป็นอย่างแรก

อาเธอร์ มาวิน การิน ที่ยังยืนอยู่ก็เข้ามานั่งร่วมโต๊ะ ดูว่าปลาทูจะสร้างศิลปะอะไรบนหน้าเพื่อน ขณะที่สาวน้อยขี้อายอย่างยิ้มก็นั่งมองเงียบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น

ใบหน้าที่อยู่ห่างกันในระยะไม่ถึงคืบจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ทำให้อคิณไม่สามารถฝืนหลับตาได้อีกต่อไป อยู่ ๆ ก็รู้สึกปั่นป่วนแปลก ๆ มือที่วางราบกับโต๊ะเผลอสัมผัสผ่าน ๆ กับเอวบางผ่านชุดนักศึกษา

ดวงตาคมกริบไล่มองสำรวจใบหน้าขาวเนียนละเอียดที่แม้แต่รูขุมขนยังไม่มีให้เห็น แก้มสีอ่อนที่ดูแล้วรู้สึกอยากจะฟัดแรง ๆ สักรอบสองรอบ จมูกนิดรับกับกลีบปากบางอมชมพูที่ชอบเอาแต่พูดจาก่อกวน เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง

งงใจ ทั้งที่ก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ทำไมวันนี้เขาพึ่งจะรู้สึกว่าดวงหน้าของเด็กปลาทู สวยหวานสะกดตา กว่าทุกครั้งที่ได้มอง

อึก!

ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ทำให้คนที่กำลังตั้งใจลากปากกามาจนถึงปลายคางหลุบมอง

“หิวน้ำเหรอพี่คิณ?”

“อืม” ตอบกลับผ่านลำคอ ขณะเม้มปากเข้าหากันแน่น พยายามควบคุมไม่ให้ใจมันสั่นจนส่งเสียงให้น้องได้ยิน

“แป๊บ...นะ” ปลาทูเอ่ยอย่างใจเย็นเพราะวาดใกล้เสร็จแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเอาแต่จับจ้องกับริมฝีปากของเธอตลอดเวลา

“มากไปแล้วเพื่อน” การินถึงกับต้องสะกิดไหล่เป็นการปลุกสติเพื่อนให้รู้ตัว อคิณจึงกะพริบตารัว ๆ

“เสร็จละ” ปลาทูกลับมายืนเต็มความสูง กอดอกเอนตัวไปด้านหลังเพื่อมองภาพรวมของผลงานที่เธอพึ่งวาดเสร็จด้วยความภูมิใจ ก่อนจะล้วงกระเป๋าสะพาย หยิบเอากระจกขนาดเท่าฝ่ามือส่งให้พี่ ขณะที่คนอื่น ๆ ต่างกลั้นขำแทบไม่อยู่

“เหี้ยไรวะเนี่ย!” คนที่พึ่งเห็นสภาพใบหน้าตัวเองถึงกับดีดตัวลุกพรวด หันไปมองเด็กยิ้มแป้นตาขวาง “ปลาทู!”

“หล่อใช่ไหมล่ะ พ่อหมาพันธุ์ดุ” ไม่ว่าเปล่า ยังยกมือขึ้นไปลูบหัวพี่เหมือนลูบหัวน้องหมา อย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าทำและมีแค่เธอเท่านั้นที่ทำได้

“กวนตีนใช่ปะ” ขึงตาใส่ ก่อนจะเอากระจกขึ้นมาส่องอีกรอบ ทั้งจมูกดำและเส้นที่วาดยาวอ้อมลงมาถึงคางแล้วอ้อมกลับขึ้นไปอีกทางยังจุดปลายจมูก ไม่พอยังจะมีวงกลมรอบดวงตาอีกหนึ่งข้าง

ให้ตาย! ไม่น่าปากสว่างให้ยัยเด็กนี่วาดเลยจริง ๆ

“แต่กูว่ามึงดูดีอยู่นะ” มาวินตบบ่าเพื่อนให้กำลังใจ พยายามกลั้นขำสุดชีวิต

“จริง ดีกว่าอีผีนั่นเยอะ” อาเธอร์ปลอบพร้อมส่งสายตาให้เพื่อนดูหน้าจอโทรศัพท์ของเด็กสาวที่เปิดค้างไว้อยู่ มันคือเรฟเฟอเรนซ์ของผีตาโบ๋ อคิณถึงกับเข่าอ่อน พูดไม่ออก

นี่ถ้ายัยตัวแสบวาดให้เขาเป็นแบบนี้คงได้วางมวยกันแน่

“เอาน่ามึง ถือว่าให้น้องมันวันนึง” การินก็ช่วยพูด ทว่าก็อดขำไม่ได้อยู่ดี ถือว่าปลาทูแสบเอาเรื่องที่ทำให้คนนิ่งโหดแบบไอ้อคิณยอมได้ขนาดนี้

“แต่พี่คิณก็หล่ออยู่ดีนะ” เด็กน้อยว่า ถึงจะอมยิ้มกริ่มแต่น้ำเสียงไม่มีความติดเล่น “ตั้งแต่โตมา ปลาทูวาดหน้าพี่คิณบ่อยมาก แต่ไม่มีครั้งไหนที่ความหล่อของพี่คิณจะลดลงสักครั้งเลยค่ะ”

อันนี้เธอพูดจริง ทุกครั้งที่แกล้งเขียนหน้าพี่หวังอยากให้ดูตลกในสายตาคนอื่น ๆ แต่มันก็ไม่สำเร็จเลยสักครั้ง แม้แต่ตอนนี้ สาว ๆ ยังหันมาส่งยิ้มให้เขาไม่แผ่ว

...เขาเป็นพี่ชายที่หล่อที่สุดของเธอ

พอได้ยินน้องชมว่าหล่อ ความโกรธก็ดูจะลดลงง่าย ๆ สีหน้าเคร่งขรึมกลายเป็นนิ่งเรียบตามสไตล์ตัวเอง พร้อมมุมปากกระตุกบาง ๆ

เด็กน้อยช่างพูด

“หมดเรื่อง” พอเห็นทุกอย่างกลับมาดี อาเธอร์ก็หมดห่วง เริ่มปรับโหมดเป็นรุ่นพี่เฮดว้ากสุดโหด “ใครรู้ตัวว่าอยู่ปีหนึ่งไปรวมตัวกันที่สนามตอนนี้เลย”

“แต่มันร้อนนะพี่เธอร์ ย้ายไปหอประชุมไม่ได้เหรอ?” ปลาทูโอดครวญ มือที่ปิดหูตกใจเสียงตะคอกเมื่อครู่ดึงเอากระจกจากมืออคิณมายัดใส่กระเป๋าตัวเอง

“พี่สวมบทแล้ว อย่างอแง” กระซิบบอกเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่นี้ ก่อนจะเดินนำไปก่อน

เหมือนถูกขัดใจแต่สุดท้ายปลาทูก็คว้าแขนของยิ้มเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ ด้วยกัน ไม่ได้สนใจคนที่เธอพึ่งจะเขียนหน้าไป ขณะที่อคิณก็ส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะเดินตามไปรวมกับเพื่อนตัวเองบ้าง

“จากเมื่อวานที่พวกพี่ให้คำใบ้กับพวกน้อง ๆ เพื่อตามหาพี่รหัส มีใครหาเจอหรือยัง?” เสียงตะเบ็งของอาเธอร์ ทำให้รุ่นน้องต่างมองหน้ากัน บ้างก็เดินไปเดินมา กระซิบกระซาบถามกันปากต่อปากว่าใครได้ใครเป็นพี่รหัสจนฟังกันไม่ได้ศัพท์ รองประธานสายนิ่งจัดจึงสั่งเสียงเข้ม

“ยืนเข้าแถวให้เรียบร้อย!”

กึก!

เหมือนมีพลังงานทำลายล้างสถิต ทุกคนเงียบกริบไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยกระซิบ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มยืนต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบ แต่มันจะดีกว่านี้ หากคนที่อยู่หางแถวได้ร่มเงาของต้นไม้คอยช่วยบังแดดบ้าง

“นั่งลง ไม่งั้นคนข้างหลังจะมองไม่เห็น”

“ปลาทู รู้ยังว่าได้ใครเป็นพี่รหัส?” ยิ้มกระซิบถาม เห็นคนอื่นนั่งลงกับพื้นก็นั่งตาม

คนถูกถามไม่ตอบแต่ไหวไหล่ให้แทน และเพราะอยู่ช่วงปลาย ๆ แถวทำให้ไม่ได้ร่มเงาของต้นไม้ คนที่พึ่งไหวไหล่จึงมีท่าทีกระอักกระอ่วน หันไปถามคนที่นั่งท้าแดดเหมือนกันข้าง ๆ

“ไม่ร้อนเหรอ?”

“ร้อนสิ โคตรร้อนเลยด้วย” คนตอบเป็นผู้ชายที่นั่งฝั่งซ้ายมือ ดวงตาคู่น้อยก้มดูป้ายชื่อที่ห้อยคอถึงรู้ว่าชื่อ โบนัส “จำฉันไม่ได้เหรอ? คาบแรกเธอยังมาขอลอกคำตอบฉันอยู่เลย”

“จิ จิ จิ” ได้ฟังก็นึกออกแต่เพราะประโยคของเขาทำคนรอบข้างหันมามองด้วยสายตาซ่อนเร้น จึงจิปากรัว ๆ “เขาเรียกว่าขอดูเป็นแนวทาง รู้จักปะ ขอดูเป็นแนวทางน่ะ”

เธอไม่ได้ลอกสักหน่อย ถึงคำตอบที่ส่งไปจะดูเหมือนกันก็เถอะแต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้ลอก เขาพูดแบบนี้คนอื่นจะมองเธอยังไงก่อน

ท่าทีและคำพูดที่ดูไม่เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปแต่เหมือนกับเด็กแสบซน ทำให้เขานึกขัน หัวใจคันยุบยิบ ยิ้มที่นั่งอยู่ด้านหน้าของปลาทูจึงหันมาอย่างสนใจ

“ปลาทูโอเคนะ?”

“ร้อนงะ” ปลาทูบ่นพร้อมหายใจแรง เริ่มนั่งไม่ติดดิ้นยุกยิกไม่หยุด ส่วนหนึ่งก็เพราะเวลาเหงื่อออกมาก ๆ เธอจะเกิดอาการคันตามเนื้อตามตัว บางครั้งหากมีเหงื่อท่วมตัวก็เกิดตุ่มเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นร่วมด้วย

มันคืออาการของคนที่แพ้เหงื่อ เพราะงี้เวลาอยู่บ้านเธอจึงชอบเปิดเครื่องปรับอากาศเอาไว้ตลอด

“แลกที่กันไหม? หน้าเธอดูไม่ดีเลย” โบนัสเสนอ เมื่อเห็นท่าทีที่ผิดปกติของปลาทู บวกกับใบหน้าเล็กเริ่มขึ้นสีแดงชัดเจนราวกับพึ่งปัดบรัชออนสีเข้มมา หากแลกที่กัน เขาตัวสูงกว่าจะได้บังแดดให้เธอได้

ในขณะเดียวกันคนที่มองอยู่นานจากด้านหน้าก็เดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ คนตัวเล็ก เอ่ยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“คุยไรกัน?” แม้ใบหน้าจะมีรอยขีดเขียนให้ดูตลก แต่พอเขาทำหน้าโหดมันแทบมองไม่เห็นถึงความขบขัน

“พี่อคิณแกพี่อคิณ” เสียงสาว ๆ กรี๊ดกร๊าดเบา ๆ แต่ก็พอได้ยินอยู่ดี

“แกก็กรี๊ดไม่ดูเวลา เห็นหน้าพี่เขาไหม ติดคำว่างอนตัวเป้งขนาดนั้น น่าจะกำลังง้อแฟน”

งะ ง้อแฟน?

ปลาทูรีบหันขวับไปมองหน้าคนพูดเพราะเธอเป็นคนเขียนคำนั้นด้วยตัวเธอเอง แต่ใครบอกว่าเขาง้อแฟนกัน หยุมหัวกันมาตั้งแต่จำความได้ แค่คำว่าพี่น้องยังดูจะห่างไกล นี่แฟนเลยเหรอ...

แฟนบ้าแฟนบออะไร?

เจ้ากรรมนายเวรน่าจะเหมาะสุด!

“โอเคหรือเปล่า?” น้ำเสียงเรียบนิ่งที่อยู่ใกล้หูจากคนที่ย่อตัวลงมานั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ทำให้เธอต้องหันไปหา ซึ่งอคิณก็ยืดตัวบังแดดให้

“ร้อนงะ ย้ายที่ได้ปะ?” คนบูดบึ้งหายใจเสียงดังอีกครั้ง พลางยกมือขึ้นเกาลำคอตัวเอง แต่ก็ถูกมือหยาบจับเอาไว้พร้อมเอาพัดลมเล็กที่ถือติดมือมาเปิดจ่อให้

“ดีขึ้นหรือเปล่า?” ในใจก็อยากจะพาน้องไปนั่งในที่ร่ม แต่หากเขาทำแบบนั้นคงได้ถูกมองว่าลำเอียง ยิ่งตำแหน่งรองประธานมันค้ำคอเขาอยู่ด้วย

“อืม แต่จะดีกว่านี้ถ้าได้แอร์สักตัว” แม้พัดลมที่เป่ามาจะบรรเทาได้บ้างแต่มันก็ไม่ถึงใจ มือบางจึงสะบัดคอเสื้อให้ลมเข้าไปด้านในโดยไม่รู้ว่าการกระทำนี้ทำให้คนที่ถือพัดลมลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

กลิ่นหอมอ่อน ๆ เฉพาะตัวที่ออกมาจากกายสาว เจือกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ เตะเข้ากับจมูกโด่งอย่างจัง ดวงตาคมกริบอดไม่ได้ที่จะหลุบมองผิวขาวผ่องที่โผล่พ้นยามน้องสะบัดคอเสื้อ ทำเอาลมหายใจพี่ติดขัด

รู้ว่าตัวน้องหอมจนอยากจะซุกจมูกใส่มากแค่ไหนก็วันนี้

“แฟนกันเหรอ?”

“นั้นดิ เมื่อวานฉันก็เห็นว่าพวกเขา...”

“พี่น้อง” ทนเสียงซุบซิบไม่ไหว คนตัวเล็กจึงหันไปบอกเสียงดังฟังชัด “ไม่ใช่แฟน จบนะ”

ประโยคนั้นทำคนที่กำลังหลงเคลิ้มได้สติ ดึงมือของคนที่จับคอเสื้อตัวเองออกแล้วยัดพัดลมใส่มือน้อยแทน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าก็ไม่ไปไหน ยังคงยืนบังแดดให้ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม

รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

สาว ๆ ที่พอได้รู้คำตอบก็มีรอยยิ้มผุดบนใบหน้า เริ่มมองหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นมิตรมากขึ้น หวังอยากจะเคลมพี่ชายเธอ

“โทษทีนะ พวกฉันไม่รู้”

“ใช่ ๆ”

“ขอโทษนะ”

“หน้าฉันอยู่นี้เนอะ” ปลาทูชี้ที่หน้าตัวเองขณะมองหน้าพวกเธออย่างฉุนเฉียว ปากบอกขอโทษแต่ตานี่มองเลยขึ้นไปหาคนบนหัวนู้น อะไรก่อน?

โบนัสเองก็อมยิ้มกริ่ม ในตอนแรกก็คิดว่าจะถอย หากคนตัวเล็กข้าง ๆ มีเจ้าของแล้ว แต่พอรู้แบบนี้ใจที่ห่อเหี่ยวก็กลับมาขึ้นฟู เปิดกระเป๋าเอาสมุดมาพัดให้อีกแรง ปลาทูจึงหันไปฉีกยิ้มขอบคุณ ทว่า...

“ไม่ต้อง!” อคิณขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน เอื้อมมือไปดึงสมุดของโบนัสมาพัดให้คนตัวเล็กแทน ในใจเกิดขุ่นมัวประหลาด แต่อีกฝ่ายกลับคิดแค่ว่าพี่ชายหวงน้องสาว

อาเธอร์ มาวินและการินที่มองดูจากหน้าแถวใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ รู้ดีว่ามันไม่ใช่ มองจากดาวอังคารยังสัมผัสได้ถึงอาการนี้...

...อาการคนหึง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป