บทนำ
บท 1
ครึก ครึก!
“โว้! เฮ้ย!...อะไรเนี่ย?” ปลาทู เด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้มหวานละมุน โวยวายกับตัวเองด้วยโทนเสียงที่หงุดหงิด เนื่องจากรถมินิคูเปอร์ที่ขับอยู่ดันมาจอดค้างเติ่งอยู่กลางถนนเสียดื้อ ๆ เป็นเรื่องให้อารมณ์บูดบึ้งแต่เช้า “จะมาพังอะไรกันตอนนี้”
ตอนที่เธอกำลังจะไปมหาวิทยาลัยเนี่ย!
นิ้วเรียวกดปุ่มส่งสัญญาณให้กับรถคันอื่นที่ตามมาได้รับรู้ว่ารถคันนี้กำลังเสีย จะได้ไม่มีใครบีบแตรไล่ ก่อนจะยกโทรศัพท์หวังจะโทรหาช่างประจำ ทว่าสายตาอันเฉียบแหลมที่กำลังมองผ่านกระจกรถ มองเห็นบิ๊กไบค์คันคุ้นตาของใครบางคนกำลังขับเข้ามาใกล้ ร่างเล็กจึงไม่รอช้า เปิดประตูลงไปขอความช่วยเหลือทันที
“ทำบ้าอะไรของเธอ” จากที่คิดว่าจะขับผ่านไปแล้วเชียว แต่เมื่อเห็นยัยเด็กข้างบ้านเดินลงจากรถมาดักหน้ารถเขา อคิณ จึงทำแบบที่ใจหวังไม่ได้ “อยากตายก็ไปโดดสะพานนู้น” พร้อมชี้มือนำทาง
หากเป็นปกติคนตัวเล็กคงด่าคืนไปแล้ว แต่เพราะตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพึ่งพาอีกฝ่าย ปลาทูจึงทำได้เพียง “พี่คิณช่วยปลาทูหน่อยสิ อยู่ ๆ รถมันก็ดับ”
“แล้วแต่งตัวอะไรของเธอ?” อคิณไม่ได้สนใจสิ่งที่น้องพูด ถอดหมวกกันน็อกแล้วลอบมองกระโปรงพลีทที่สั้นขึ้นมาเหนือเข่า “จะไปเรียนหรือจะไปหาผัว”
จี๊ดเลย แต่ต้องเก็บความในใจไว้ในภายใต้ใบหน้าที่อ่อน หวาน
“ไปเรียนสิคะ”
ถ้าไปหาผัวจะใส่ให้สั้นกว่านี้อีก ปากไอ้พี่อคิณก็ไม่เคยจะมีสักครั้งที่จะพูดจาดี ๆ กับเธอเลย อ้ามาทีเห็นมีแต่หมาออกมา
“เรียนบ้านเธอสิ สั้นฉิบหาย” ที่จริงเขาควรจะโฟกัสที่รถพังแต่ผิวขาวนวลของเรือนขางามก็ดูขัดหูขัดตามาก ๆ
“เอาไว้เลิกเรียนแล้วปลาทูจะไปหากระโปรงที่ยาวถึงตาตุ่มมาใส่เลยดีไหมคะ แต่ตอนนี้พี่คิณช่วยปลาทูก่อนนะ ถ้าสายปลาทูต้องถูกพวกพี่ ๆ ทำโทษแน่” คนอ้อนวอนร่ายยาวจนดูน่าเห็นใจ แต่สำหรับคนพี่ที่เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝ่าหอย รู้ดีว่ายัยเด็กปลาทูแค่เห็นว่าเขามีประโยชน์ก็เท่านั้น
ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ว่าสาวคนไหนได้เห็นต่างก็กรูกันเข้าหา ถอนหายใจเสียงดังพรืดก่อนจะขับบิ๊กไบค์ไปจอดไว้ข้างทาง ดีที่ช่วงนี้รถไม่เยอะ ก่อนจะกลับมาเปิดประตูขึ้นรถสี่ล้อ พลางเลื่อนกระจกบอกร่างเล็กที่ยืนนิ่งไม่รู้จะทำอะไร
“เข็น”
“หา?” ปลาทูขมวดคิ้วอย่างสงสัย คำว่า ‘เข็น’ ที่ว่า เขาคงไม่คิดจะให้เธอเข็นรถจริง ๆ หรอกนะ
“อย่ามาทำเป็นเด็กหูตึงตอนนี้” น้ำเสียงติดหงุดหงิด “เข็นท้ายรถ”
“พี่จะบ้าเหรอ?” คนที่พึ่งเข้าใจสาวเท้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถ “ปลาทูเป็นผู้หญิงนะ พี่สิต้องมาเข็น”
“แล้วนี่มันรถใคร? รถฉันหรือรถเธอ?”
“รถปลาทูค่ะ” เสียงเบาลงอย่างไม่มีข้อแก้ตัว
“แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนเข็น?”
“กะ ก็พี่คิณเป็นพี่”
“แล้วคนเป็นน้องเข็นไม่ได้?” เลิกคิ้วถาม “มือไม่มี? ตีนขาด?”
แม่เจ้า! เหลือจะเชื่อกับไอ้พี่บ้านี่จริง ๆ เลย
สุดท้ายร่างบอบบางก็ต้องเดินไปยังท้ายรถ จำใจยอมเป็นฝ่ายเข็นรถตัวเอง ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด
ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้พี่คิณคนเลว รอถึงทีเมื่อไหร่แม่จะเอาให้จุกเลย!
“หึ” ภายใต้ใบหน้าอันเรียบนิ่ง พอได้เห็นสีหน้าของเด็กน้อยที่กำลังเง้างอดผ่านกระจกหลังก็นึกขำในใจ
ให้เดา ในใจของเด็กนั่นคงกำลังสาปแช่งเขาอยู่เป็นแน่
ที่จริงเขาก็ซ่อมได้นะ เรียนวิศวกรรมสาขาเครื่อง ยนต์มาเกือบจะสามปี เรื่องแค่นี้ทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่เขากำลังรีบไม่มีเวลามาเช็กให้หรอก
ใช้เวลาไม่นานรถก็ย้ายมาจอดข้างทาง อคิณจึงจัดการโทรเรียกช่างให้มาดู จากนั้นก็เดินไปคร่อมรถตัวเองพร้อมกับเอาหมวกกันน็อกมาสวม เด็กสาวเห็นแบบนั้นก็เดินเข้าไปหา
“เดี๋ยวสิพี่คิณ”
“อะไรอีก? ช่างฉันก็โทรให้แล้ว อีกเดี๋ยวก็คงมา” พูดเป็นเรื่องปกติแต่คนที่อ่อนกว่ากลับมองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่
“แล้วพี่จะไปไหน?”
“ไปมหาลัยสิ ถามโง่ ๆ” เหลือบตามองคนน้องเล็กน้อย แต่ก็ยังใจดียกมือขึ้นบังแดดให้ เนื่องจากเห็นเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบ หน้าเธอ
ไม่ใช่เพราะพิศวาสอะไรหรอกนะ แต่ปลาทูเป็นเด็กแพ้เหงื่อ ยิ่งเหงื่อออกมากเท่าไรผื่นก็จะขึ้นตามตัว เป็นทีก็ต้องนอนโรงพยาบาลแล้วทีนี้ใครล่ะที่ลำบาก หากไม่ใช่เขา นายอคิณคนนี้ ที่ต้องเป็นคนไปนอนเฝ้า
เหอะ! ยัยเด็กขี้โรค
“พี่จะไปได้ไง แล้วปลาทูล่ะ เอาปลาทูไปด้วย” ยังไงก็ต้องไปที่เดียวกันอยู่แล้วเพราะเรียนที่เดียวกัน จะมาทิ้งกันไปดื้อ ๆ ได้ไง
“จะไปยังไงก่อน” ชักสีหน้าใส่ “ตาเธอมีหรือเปล่า เห็นไหมว่ารถฉันไม่มีที่ให้เธอนั่ง” ที่จริงตั้งแต่ซื้อคันนี้มาเขาก็ไม่คิดจะติดที่นั่งสำหรับคนซ้อนไว้อยู่แล้ว ไม่อยากเอาใครมาห้อยไว้ด้านหลัง มันรู้สึกรำคาญ
เป็นประโยคที่ทั้งห้วนและหยาบในคราเดียวกัน แต่คนที่รู้มือกันมาตั้งแต่เด็กกลับมองว่าเป็นเรื่องปกติ
ไม่หยาบคาย ไม่ห่าม ไม่เถื่อน ไม่ใช่อีพี่อคิณแน่นอน
“ได้ไงก่อน? เฮ้ย! พี่คิณ พี่คิณ!!!” จังหวะที่คนตัวเล็กกำลังหันซ้ายหันขวาคิดหาหนทาง คนที่นั่งบนบิ๊กไบค์ก็สับเกียร์ออกตัวโดยไม่คิดจะเอาน้องสาวข้างบ้านที่ยังยืนอยู่สักบาท ทำเอาเจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะก่นด่าไล่หลัง “ไอ้พี่คิณคนบ้า ไอ้คนเลว ไอ้คนไม่มีน้ำใจ ไอ้คนมนุษยธรรมติดลบ”
แล้วไงต่อ?
สุดท้ายปลาทูก็ต้องยืนรอจนช่างมายกรถของเธอไป จากนั้นก็ไหว้วานให้มาส่งที่มหาวิทยาลัยเพราะรู้จักกันดี เนื่องจากใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง
“ขอบคุณนะคะคุณลุง” มือเล็กยกขึ้นพนมกลางอกด้วยความนอบน้อมก่อนจะลงจากรถ มองนาฬิกาก็แทบเข่าทรุด “สายมาสิบนาที”
ปลาทูไม่รอช้าสับขาวิ่งไปยังสนามหน้าตึกคณะวิศวกรรม ศาสตร์อย่างไม่คิดชีวิต โชคดีที่วันนี้ใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่งั้นคงมีคนล้มคะมำหน้าแหก
เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากไอ้พี่ข้างบ้านตัวร้ายที่ไม่ยอมให้เธอติดรถมาด้วย แม้จะไม่ใช่ความผิดเขาแต่ก็ขอตั้งข้อหาอีกฝ่ายไว้ก่อน
ทั้งที่บ้านเราอยู่ติดกัน เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ทำไมเขาไม่มีจิตสำนึกของความเป็นพี่น้องหยุมหัว อันแน่นแฟ้นของเราบ้างเลยนะ
ขวับ!
เมื่อมาถึง ทุกสายตาต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียวแต่คนเหนื่อยหอบกลับไม่คิดจะใส่ใจ โน้มตัวเท้าแขนทั้งสองข้างกับเข่า หายใจหนักหน่วง ปรายตาไปยังคนตัวโต ก็เห็นคิ้วเข้มนั้นขยับขึ้นลงอย่างยียวน
“ไอ้พี่บ้า!” ปลาทูพึมพำ ใบหน้ายุ่งเหยิงยิ่งกว่าแมวหิว
“คนสายเชิญข้างหน้า!” ยังไม่ทันจะหายเหนื่อย อคิณที่มีตำแหน่งเป็นรองประธานรุ่น ตะเบ็งเสียงดัง ทำเอาคนอื่นสะดุ้งตัวกันเป็นแถว ขณะที่คนรู้ตัวกลอกตามองบนใส่แต่ก็ยอมเดินไปหน้าแถว
“ทำไมถึงมาสายครับน้องปลาทู” อาเธอร์ เฮดว้าก รุ่นพี่มาดนิ่ง มีรอยสักชื่อตัวเองติดอยู่ตรงต้นคอ ยืนกอดอกเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“รถพังค่ะ ไม่เชื่อถามอะ...” ความปากไวเลยทำให้เกือบหลุดคำว่า ‘ไอ้’ ออกไปแต่ดีที่กลับตัวได้ “พี่คิณได้ค่ะ”
“กูไม่รู้” คนถูกพูดถึงยกมือทั้งสองข้างขึ้น แววตาฉายความไร้เดียงสาไม่รู้เรื่อง แต่มันจะไม่รู้เรื่องได้ยังไงกันในเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนเขายังทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีกับเธออยู่เลย เล่นเอาดวงตาคู่น้อยเบิกโตอ้าปากพะงาบ
“สรุปโกหกรุ่นพี่” มาวิน รุ่นพี่สุดหล่อหน้าหวาน ตำแหน่งเดือนคณะหรี่ตามองคนตัวเล็กอย่างจับผิด
“ปลาทูไม่ได้โกหกนะคะ” ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ คนพี่เลยยิ่งอยากแกล้ง
“เต้น” คำพูดนั้นทำรุ่นพี่ทุกคนต่างมีสีหน้าที่พึงใจ
“คะ?”
“คนมาสายก็ต้องถูกลงโทษ แล้วบทลงโทษของเราก็คือให้น้องปลาทูเต้นให้เพื่อน ๆ ดูครับ” มาวินอธิบาย ขณะที่เพื่อนคนพูดน้อยอย่าง เพทาย เตรียมตีกลองทำจังหวะ
โอ๊ย! จะบ้า รู้เลยว่าทุกคนจงใจแกล้งเธอ รวมทั้ง การิน เจ้าของใบหน้าหล่อเข้มที่ปากร้ายพอ ๆ กับพี่อคิณ ยืนกอดอกหัวเราะในลำคอแล้วเธอเลือกอะไรได้
“ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา...” เสียงใสร้องเองเต้นเอง พลางนึกขำตัวเองไปด้วย ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงฮือฮาของหนุ่ม ๆ รุ่นเดียวกันที่ทนต่อความสดใสน่ารักของเธอไม่ได้
“น่ารักว่ะ”
“นั่นดิ แม่งขาวฉิบหาย”
“จะมีแฟนหรือยังวะ”
“ตัวเล็กสเปกกู”
“กูวะ...”
“พูดเหี้ยไรกัน!” สิ่งที่ได้ยินมาเป็นระยะ ๆ ทำพี่ชายข้างบ้านติดข้องใจ ถามกลุ่มผู้ชายด้านหลังแถวน้ำเสียงแข็งกร้าว ทำให้พวกนั้นก้มหน้าก้มตาแทบไม่ทัน
“ใจเย็นดิมึง” การินที่ยืนอยู่ข้างกันเอ่ยเตือนเพราะรุ่นน้องที่นั่งออกันอยู่ รวมไปถึงคนที่กำลังสนุกกันด้านหน้าหันมามองเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้แต่ปลาทู “เสียงดังทำคนอื่นตกใจหมด”
“มีเรื่องไรกันวะ?” ประธานเฮดว้ากเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาดู การินจึงกระซิบเล่าถึงเหตุการณ์
“ไอ้พวกเด็กเวร มันพูดจาเรื้อนใส่น้องไอ้คิณ”
“อืม” คนรับฟังเข้าใจ พลางหันไปมองปลาทูที่มีสีหน้างุนงง ก่อนจะหันกลับมาตะคอกเสียงดัง สั่งพวกรุ่นน้องที่สุมหัวกันเมื่อครู่ “พวกมึงลุกขึ้นมา แล้ววิ่งรอบสนามสิบรอบ”
พวกเขาไปบ้านอคิณอยู่บ่อยครั้งทำไมจะไม่รู้จักสาวน้อยอย่างปลาทู ที่เห็นแต่ละคนตึง ๆ ใส่ก็แค่เป็นสไตล์ อยากแกล้งน้องก็เท่านั้น
“โหย...พี่” รุ่นน้องอิดออด ร้อนก็ร้อนยังจะให้วิ่งอีก
“ยี่สิบ” เสียงเข้มบอก สายตาไม่มีแม้แต่คำว่าล้อเล่น “ถ้าพวกมึงยังพูดอีกคำเดียว กูเพิ่มเป็นสามสิบ”
เท่านั้นแหละ พวกนั้นถึงกับสับขาวิ่งทันที
“มีเรื่องไรกันคะพี่วิน” ใบหน้าหวานหันไปถามรุ่นพี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด ขณะที่มาวินเองก็ไหวไหล่ แต่ถ้าให้เขาเดาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของเธอนั้นแหละ
หึ! พี่น้องแน่นะวิ
บทล่าสุด
#47 บทที่ 47 Special
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#46 บทที่ 46 ตอนพิเศษ6
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#45 บทที่ 45 ตอนพิเศษ5
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#44 บทที่ 44 ตอนพิเศษ4
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#43 บทที่ 43 ตอนพิเศษ3
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#42 บทที่ 42 ตอนพิเศษ2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#41 บทที่ 41 ตอนพิเศษ1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#40 บทที่ 40 ต้นร้ายปลายดี
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#39 บทที่ 39 คนไว้ใจสุดท้ายร้ายที่สุด
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#38 บทที่ 38 เอาคืนให้เมีย
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













