บทที่ 8 พี่น้องแบบ...ฉันกับเธอ

“ปลาทู ยิ้ม นี่ปันปัน น้องรหัสพี่” มาวินแนะนำสาวน้อยหน้าตาน่ารักภายใต้แว่นกรอบหนาให้สองสาวรู้จัก ปลุกให้คนที่กำลังอยู่กับความคิดตัวเองได้สติ

“เราเรียนสาขาและห้องเดียวกันค่ะ” ยิ้มอธิบาย ขณะที่ปลาทูก็มีสีหน้าคล้ายคนที่พึ่งจะนึกออก

“ใช่ ๆ จำได้ล่ะ” ปลาทูนั้นพอจะเคยเห็นปันปันอยู่บ้าง เพียงแต่อีกฝ่ายนั้นค่อนข้างเป็นคนที่เงียบขรึม เราเลยไม่ค่อยได้คุยกัน “งั้นยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะปันปัน”

“อื้ม” เจ้าของชื่อขานรับในลำคอ พลางระบายยิ้มบาง ๆ ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่เธอแค่เป็นประเภทที่ไม่ชอบเข้าสังคม ติดสันโดษ จะเรียกว่า Introvert ก็คงไม่ผิด นี่ถ้าพี่รหัสไม่ชวนมา เธอคงจะนั่งเขียนนิยายอยู่ในห้อง

การินกับเพทายก็แนะนำหญิงสาวน้องรหัสของตัวเองให้ทั้งสามรู้จักบ้าง ทำให้ปลาทูเริ่มพูดมากขึ้นเพราะเป็นคนพูดไม่หยุดอยู่แล้ว

“งั้นวันนี้พวกเราอยากดื่มอะไรก็สั่งเลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง”

“เย่!” สาว ๆ รุ่นน้องชอบใจก่อนที่เพทายจะยกมือเรียกพนักงาน ทุกคนสั่งกันเรียบร้อยปลาทูก็เตรียมจะอ้าปาก

“คอสโม” อคิณสั่งแทน คอสโมโพลิแทนเป็นเครื่อง ดื่มที่มีเหล้าน้อย ดื่มง่าย น่าจะเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์อย่างเธอ

“เดี๋ยวนะ” อาเธอร์ถึงกับต้องหันมาท้วง “ใจคอมึงจะให้น้องดื่มแค่น้ำผลไม้หรือไงวะ”

“มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องเอาให้สุด” การินเสริม

“สุดพ่อง!” นี่ถ้าไม่เกรงใจ เขาคงใช้คำแรงกว่านี้ ก่อนจะหันไปสั่งพนักงาน “ตามนั้นแหละ”

พนักงานเดินออกไปแต่ปลาทูยังชะเง้อคอมอง ที่จริงก่อนหน้านี้พอรู้ว่าต้องมาผับ เธอก็ลองเสริชหาเครื่องดื่มแต่ละประเภทเช่นกัน แล้วไอที่พี่อคิณสั่งให้นั้น ก็เหมือนจะใส่เหล้าไปแค่นิดเดียวเอง เลยอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาใส่เขา

ใจคอพี่คิณคงไม่คิดจะยอมให้เธอได้เลือกอะไรเองเลยสินะ

“อะไร?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กมองแรงใส่

แต่ความนุ่มนิ่มของเรียวขาขาวก็ทำเอาอดไม่ได้ที่จะเกลี่ยเบา ๆ ด้วยนิ้วโป้ง ส่งผลให้ขนขาของปลาทูลุกขึ้นเกลียว แล้วประเด็นคือปัดออกไม่ได้ด้วยนะ พอบอกก็หันมาทำหน้าดุใส่อีก

ช่างไม่รู้เลย...ว่าคนโดนมันรู้สึกวูบวาบ

2 ชั่วโมงต่อมา

โบนัสติดธุระพึ่งมาถึง ตอนแรกเขาจะนั่งที่ว่างข้างๆปลาทูแต่เพทายก็ย้ายมานั่งตัดหน้า ทำให้ต้องนั่งลงข้างยิ้มแทน

เป็นที่พึงใจของเพื่อนตัวดี ที่ยังวางลำแขนแกร่งบนตักน้อง ตั้งใจบังสายตาของใครหลาย ๆ คนที่จงใจเหลือบมองเรียวขาขาว โดยเฉพาะไอ้เด็กเวรนั่น จ้องมาอยู่ได้ สายตาหื่น ๆ ของมันนั้นเขาดูออก

ใบหน้าหวานระเรื่อขึ้นเรื่อย ๆ ตามระดับแอลกอฮอล์ในเลือดที่ดื่มไปไม่ต่ำกว่าสิบแก้ว จากที่พูดคุยไม่หยุดปาก ตอนนี้ได้แต่นั่งยิ้มมองทุกคนแล้วหัวเราะเบา ๆ

“ปลาทู เราอยากเข้าห้องน้ำ” ยิ้มเดินมากระซิบบอก ที่จริงเธอปวดนานแล้วแต่เห็นว่าปลาทูยังพูดคุยสนุกปากจึงไม่อยากขัด เธอพึ่งเคยมาเที่ยวครั้งแรกจึงไม่ชินกับสถานที่แบบนี้

“อ่า ไปสิ” นั่งนานเธอก็จะไม่ไหวเช่นกัน แต่เพราะว่าใครอีกคนยังวางแขนบนตักจึงต้องบอกกล่าวเขาก่อน “ปลาทูจะไปเข้าห้องน้ำค่ะพี่คิณ”

ไม่อยากจะเชื่อว่าพอแอลกอฮอล์เข้าปากแล้ว เธอจะสามารถคุยกับเขาได้บ้าง อย่างไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนหลายชั่วโมงก่อน

“อืม ฉันไปส่ง”

“ไม่ ๆ” แตะแขนห้าม “ผู้หญิงไปกันเองน่าจะสะดวกกว่าค่ะ” ว่าจบก็ลุกขึ้นในทันที แต่แล้ว...

“เฮ้ย!/เฮ้ย!”

ราวกับโลกหมุน จนซวนเซเหมือนคนหมดแรง แทบจะล้มหน้าคว่ำ ทำเอาทั้งโต๊ะตกอกตกใจ ยกมือจะรับตัว แม้แต่เพทายที่ไม่ค่อยพูดยังร้องเสียงหลง อคิณจึงรวบเอวบางมานั่งลงกับตักตัวเอง

พรึบ!

“ไหวหรือเปล่า?” น้ำเสียงเป็นห่วง

“แผ่นดินไหวเหรอ สะเทือนแรงมาก” พอได้รับคำตอบทุกคนก็ระบายยิ้มบาง ๆ บ้างก็กลั้นขำในความคิดเด็ก

“กูว่าเมา”

“สภาพนี้กูว่าอีกเดี๋ยวมีภาพตัด”

“มึงรีบพากลับบ้านเถอะ”

“งั้นผมไปส่งปลาทูเองครับ” โบนัสเสนอตัว เตรียมจะเข้ามาช้อนร่างเล็ก แต่มีเหรอที่คนเป็นพี่จะยอม

“ไม่ต้อง!” สายตาคมนิ่งงัน พร้อมสอดแขนช้อนคนเมาขึ้นไว้ในอ้อมแขน แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเน้นย้ำในน้ำเสียง “คนของกู กูดูแลเองได้”

โบนัสอึ้งไปชั่วขณะกับประโยคที่ฟังแล้วรู้สึกตงิด ๆ คล้ายว่าอีกฝ่ายกำลังจะสื่ออะไรบางอย่าง

“เดี๋ยวมึง” เพทายรั้งเพื่อน ถอดแจ็กเก็ตแล้วคลุมขาเด็กน้อย อคิณจึงพยักหน้าเป็นการขอบคุณ หันไปบอกลายิ้มเพื่อนของเด็กสาวแทนก่อนจะแยกออกมา

“พี่คิณ ปลาทูยังไม่เมา ยังไม่อยากกลับ” บ่นพึมพำน้ำเสียงยานคาง มึนหัวจนต้องซบหน้าลงกับอกแกร่ง

“ขนาดนี้แล้ว ยังจะบอกว่าไม่เมาอีก” ส่ายหัวเบา ๆ ลืมไป คนเมาที่ไหนจะบอกว่าตัวเองเมาวะ

อคิณอุ้มคนตัวเล็กมาจนถึงรถก็ค่อย ๆ วางร่างบอบบางลงกับเบาะ รัดเข็มขัดให้เรียบร้อยก็กลับไปนั่งฝั่งตัวเอง มองความเรียบร้อยของคนข้าง ๆ ก็เอาเสื้อของเพื่อนมาปิดเรียวขาไว้ดี ๆ กลัวตัวเองจะจิตใจวอกแวก

คนเมาหลับตลอดทางกลับบ้าน เลยไม่รู้ว่าใครอีกคนเอาแต่ลอบมองตัวเองเป็นระยะ

พอถึงที่หมายอคิณก็เป็นฝ่ายอุ้มร่างเล็กเข้าบ้าน ตรงขึ้นไปยังชั้นสองห้องของคนไม่ได้สติ ไม่คิดจะเปิดไฟเพราะจำพื้นที่ภายในบ้านหลังนี้ได้ทุกตารางนิ้ว บวกกับแสงไฟจากด้านนอกที่ส่องเข้ามา พอให้ได้เห็นทาง

บนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์เต็มไปด้วยตุ๊กตาเป็ดเหลือง ส่วนใหญ่จะเป็นเขาที่ซื้อให้ แอบงงว่าน้องชอบสีชมพูแต่เห็นเป็ดสีเหลืองทีไรเป็นต้องอ้อนให้ซื้อให้ทุกครั้ง แล้วไม่มีสักครั้งที่เขาจะปฏิเสธ

อคิณเลือกวางคนหลับสนิทตรงที่ว่าง คาดว่าคงเป็นที่ประจำของเธอ มือหนาจัดการถอดรองเท้าถุงเท้าให้เสร็จสรรพ เอาผ้าห่มคลุมให้ถึงอก ดูแลประดุจแฟน ทั้งที่ผ่านมายังไม่เคยทำให้ใครแบบนี้มาก่อน

ก่อนออกไปก็มานั่งคุกเข่าลงข้างเตียง ลอบมองใบหน้าหวานอย่างที่ไม่คิดจะทำแต่วันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร “ฝันดีนะ ยัยตัวแสบ” มุมปากจุดรอยยิ้มบาง ๆ ขณะเกลี่ยปอยผมไปทัดหูให้อย่างเบามือ

อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม

“พี่คิณ หนูขอโทษ” ปลาทูพึมพำทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท ทำนิ้วเรียวของพี่ชะงัก “หนูไม่รู้ว่าพี่จะโกรธหนูขนาดนี้ ถ้ารู้หนูคงไม่ทำ พี่เค้กส้มเขาชอบพี่มาก”

“...” นิ่งฟัง ขณะที่หัวใจกระตุกเต้นไร้จังหวะ เหตุเพราะคำว่า ‘หนู’ ที่คนตัวเล็กใช้แทนตัวเองเป็นครั้งแรก

“อย่าโกรธหนูเลยนะ หนูไม่ชอบตัวเองเลยตอนเราทะเลาะกัน”

อคิณขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ ทำเอาอยากจะเข้าไปอีก “ทำไม?” เอ่ยถามคนละเมอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แอบกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับมองสำรวจดวงหน้าสีหวาน

“ไม่มีความสุข ใจหนูมันโหวง ๆ ตลอดเวลา ไม่ชอบสักนิด”

“แล้วชอบแบบไหน?” ไม่รู้อะไรดลใจให้ถามอะไรที่มันส่งผลกับใจตัวเองแบบนั้น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด เปลือกตาคู่น้อยค่อย ๆ ปรือขึ้น ฟ้องว่าทั้งหมดที่พูดมา เด็กน้อยไม่ได้ละเมอ

“ชอบแบบที่เป็นพี่คิณ...ของหนู” เป็นอีกครั้งที่ลำคอหนาแห้งเผือด กลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก “อย่าโกรธหนูเลยนะคะ”

“อย่าทำหน้าแบบนี้?” จังหวะนี้โดนน็อกแทบไม่เหลือความเคร่งขรึม ปลายนิ้วลูบไล้เบา ๆ บนผิวแก้มน้อง ที่ตอนนี้สีชัดกว่าปกติ

“พี่คิณ หายโกรธหนูนะ” ยังคงอ้อนพร้อมทำตาแป๋ว ชนิดที่นอกจากหัวใจจะสั่นไหวแล้ว อคิณยังอยากงับปากสีระเรื่อที่เอาแต่พูดไม่หยุด “เราดีกันนะ...อื้อ”

คิดแล้วทำเลยมีอยู่จริง คนอดใจไม่ไหวกดริมฝีปากทาบแตะลงบนริมฝีปากบางอุ่นร้อน มันช่วยไม่ได้ที่ปากของเด็กน้อยจะนุ่มละมุน จนเขาต้องขยับงับจริง ๆ

กลิ่นกายหอมอ่อน ๆ บวกกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งอยู่ในปาก ส่งผลให้อคิณห้ามใจไม่อยู่ หยัดตัวเองขึ้นไปอยู่บนเตียง คร่อมทับบนร่างน้อง

“หะ หายใจไม่ออก” ปลาทูไร้ประสบการณ์ตามไม่ทัน ดันอกแกร่งให้ผละออกแล้วสูดอากาศเข้าปอด แต่เพียงอึดใจคนเจนจัดก็ตามมารั้งท้ายทอยให้กลับไปรับสัมผัสวาบหวิวอีกครั้งและอีกครั้ง

ปลายลิ้นสากกวาดต้อนไปทั่วองศาในโพรงปากเล็ก ช่วงชิมเอาความหอมหวานอย่างล้ำลึก ส่งผลให้ใจดวงน้อยเต้นถี่รัว อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนฉับพลัน นึกว่ากำลังอยู่ในท่ามกลางทะเลทราย

ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วผิวกายเนียนนุ่มมือ ไม่ว่าจะเฟ้นตรงไหนก็น่าสัมผัสไปหมด จนไม่อาจหยุดตัวเองได้อีกต่อไป เส้นบาง ๆ คำว่าพี่น้องที่ขีดไว้ขาดผึ่ง เหลือแค่เธอกับฉัน

“อือ~” เสียงครางหวานในลำคอเปล่งออกมาเป็นระยะ เมื่อคนช่ำชองเลื่อนใบหน้ามาซุกไซ้กับซอกคอ ดูดเม้มเบา ๆ ให้พอหายมันเขี้ยวตามอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน แต่ไม่ได้คิดจะฝากรอย

“ตัวเธอหอมจัง” เอ่ยชมไปตามตรง ไม่ว่าตรงไหนมันก็หอมยั่วยวนปลุกกำหนัด ทำเอาเมาทั้งที่ดื่มไปไม่มาก แนบกลางกายสัมผัสกับความนุ่มหยุ่นผ่านเนื้อผ้า

เสื้อหนังที่คลุมให้ร่างเล็กถูกถอดออก โยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ตามมาด้วยการเกี่ยวสายเดี่ยวบนไหล่ลงมาเกยที่ข้อศอก แม้จะไม่สว่างแต่แสงที่สาดส่องก็พอให้ได้เห็นของสวยงาม แผ่นปิดจุกปิดเม็ดสีหวานเอาไว้ มันกำลังล่อตาล่อใจ

อคิณหายใจหนักหน่วง กลืนน้ำลงคออึกใหญ่บ่อยที่สุดในชีวิต ค่อย ๆ ลอกแผ่นสีเนื้อออก มือสั่นเทาไม่ต่างกับหัวใจที่สั่นระริก

“นมโคตรสวย” อ้าปากงับ ครอบดูดดึงเล็กน้อยให้พอได้ยินเสียงคนสยิว เต้าอีกข้างก็ไม่ปล่อยให้ว่าง นวดเฟ้นด้วยฝ่ามือตัวเอง ส่งผลให้คนใต้ร่างหายใจหอบหนัก บิดเร้าไปมาด้วยความเสียดเสียว โดยไม่รู้ว่ายิ่งดีดดิ้นมันยิ่งส่งผลให้ลำกายที่ซ่อนอยู่ในกางเกงยีนส์ขยายใหญ่

ความอดทนที่จะทำอย่างใจเย็นค่อย ๆ เลือนหายทีละนิด ร่างกายของปลาทูไม่มีส่วนไหนที่ยั้งใจเขาได้เลย หยัดกายขึ้นยืนด้วยเข่าถอดเสื้อตัวเองออกอย่างลวก ๆ ขณะใช้สายตาแทะโลมคนขาวนวล ไม่มีเว้นว่างให้อีกฝ่ายได้พักเขินอาย

“พะ พี่คิณ...” กล้ามเป็นมัด ๆ บอกชัดถึงการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ทำเอาคนตัวเล็กหายใจติดขัด เคยเห็นแต่ในโซเซียลที่มีรูปนายแบบหรือดาราที่เขาโพสต์กัน ทว่าตอนนี้มันมาอยู่ตรงหน้า แบบให้เห็นกันจะจะตา อดไม่ได้ที่จะลอบมองทุกสัดส่วน

อคิณโน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากบางอีกครั้ง อารมณ์ที่ไต่ระดับไม่อาจผ่อนแรง ดูดดึงกลีบปากน้องแรงบ้างเบาบ้างสลับไปมา ปลุกปั่นให้ใครอีกคนตามไม่ทัน เคลิบเคลิ้มชนิดที่ต้องยอมศิโรราบ เทคนิคนี้เขาใช้บ่อยและมันได้ผลทุกครั้ง

“นุ่มไปทั้งตัวเลย”

ทำไมเขาไม่เคยรู้ว่ายัยตัวแสบ...แม่งโคตรน่าเอาเป็นบ้า!

ปลายนิ้วร้ายค่อย ๆ เลื่อนจากเรียวขาขึ้นมายังขอบชั้นในตัวบาง ใช้นิ้วโป้งสอดไปง่ามขา ทำทุกอย่างให้นุ่มนวลกลัวว่าน้องจะตกใจเพราะรู้ดีว่านี่คือครั้งแรกของเธอ แต่ด้านบนกลับตรงกันข้าม

ลิ้นร้อนกระหวัดเกี่ยวพันปลายลิ้นน้อยอย่างหยอกเย้า ปลุกอารมณ์คนอ่อนไหวให้คล้อยตาม

“อ๊ะ!” ร่างบางสะดุ้งตัวหน่อย ๆ เมื่อนิ้วซุกซนแตะเข้ากับความนุ่มหยุ่นของจุดอ่อนไหว มันยากมากที่จะบอกให้ตัวเองยับยั้งทุกอย่างที่กำลังวาบหวิวและรู้สึกดีอยู่ในขณะนี้

คนร้อนแรงยิ้มมุมปากเมื่อรอยแยกที่ปิดสนิทเหนียวลื่นไปด้วยน้ำหวานที่เยิ้มไหลออกมาจากภายใน แต่น้ำแค่นี้มันจะพออะไร?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป