บทที่ 2 พ่อบ้านมือใหม่กับวันหยุดที่วุ่นวาย
เสียงเครื่องปั่นดังสนั่นครัวตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แก้มยุ้ยสะดุ้งตื่นทั้งที่เมื่อคืนตั้งใจว่าจะนอนให้ถึงสิบโมง เธอคว้าหมอนปิดหู แต่เสียงดังกลับเงียบลงเพียงครู่เดียว ก่อนจะตามมาด้วยเสียงอะไรบางอย่างตกกระทบพื้น
“ไคโร!”
หญิงสาวเปิดประตูห้องนอนแล้ววิ่งลงบันไดในชุดนอนลายกระต่าย ผมบ๊อบประบ่าปลายสีเขียวชี้กระเซิง เมื่อถึงครัวเธอก็พบชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อยืดสีเทากำลังก้มเก็บฝาเครื่องปั่นอย่างสงบ ข้างตัวมีแก้วน้ำสีเขียวข้นตั้งเรียงกันถึงหกใบ
“นายทำอะไรเนี่ย!”
“เตรียมอาหารเช้าครับ”
“แล้วทำไมต้องปั่นดังขนาดนั้น”
“เครื่องปั่นรุ่นนี้มีระดับเสียงเฉลี่ยแปดสิบสองเดซิเบลครับ ผมลดความเร็วลงแล้ว”
“ฉันไม่ได้ถามข้อมูลเครื่องปั่น!”
ไคโรหยุดคิด ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองเธออย่างตั้งใจ
“คุณกำลังไม่พอใจที่ผมทำให้ตื่นใช่ไหมครับ”
“ใช่!”
“ขอโทษครับ ผมจะเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ที่เงียบกว่า”
แก้มยุ้ยถอนหายใจ ก่อนจะเหลือบมองเครื่องดื่มสีเขียวบนโต๊ะ
“แล้วนี่อะไร”
“สมูทตี้ผักรวมครับ มีผักโขม เคล กล้วย และเมล็ดเจีย ผมคำนวณสารอาหารให้เหมาะกับคุณแล้ว”
“หกแก้ว?”
“ผมทดลองสัดส่วนหกสูตรเพื่อค้นหารสชาติที่คุณชอบครับ”
“แล้วทำไมนายไม่ถามฉันก่อน”
“ผมคิดว่าการเตรียมตัวเลือกไว้จะช่วยประหยัดเวลาของคุณ”
หญิงสาวมองแก้วทั้งหกใบ ก่อนจะหยิบแก้วแรกขึ้นจิบ สีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที
“อื้อหือ...ขม!”
“สูตรแรกอาจขมเกินไปครับ ผมจะปรับรสชาติ”
แก้มยุ้ยถอนหายใจ แต่ก็อดขำความจริงจังของเขาไม่ได้
“สูตรหกไม่มีผักเคล และลดความหวานลงตามประวัติการสั่งเครื่องดื่มของคุณครับ”
แก้มยุ้ยลองจิบอีกครั้ง รสกล้วยอ่อน ๆ ผสมแอปเปิลเย็นสดชื่นทำให้เธอเลิกคิ้ว
“อันนี้อร่อย!”
“ผมจะใช้สูตรนี้ในครั้งต่อไปครับ”
“แต่ครั้งหน้าทำแค่แก้วเดียวพอนะ”
“ได้ครับ”
เธอชะงักนิดหนึ่งเมื่อได้ยินคำตอบสั้น ๆ แทนคำว่ารับทราบ ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจอย่างน้อยเขาก็เรียนรู้เร็วจริง ๆ หลังอาหารเช้า แก้มยุ้ยชวนไคโรไปห้างสรรพสินค้า เพื่อทดสอบการเลือกซื้อของและการสื่อสารกับคนแปลกหน้า เขาเปลี่ยนจากชุดเชิ้ตทางการเป็นเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ตามคำแนะนำของเธอ ก่อนทั้งคู่จะออกเดินทาง ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแน่นขนัดไปด้วยผู้คน แก้มยุ้ยดับเครื่องยนต์แล้วหันไปกำชับคนข้าง ๆ
“จำไว้นะ วันนี้นายเป็นเพื่อนฉัน ไม่ต้องบอกทุกคนว่าเป็นหุ่นยนต์”
“ทำไมครับ”
“เพราะเรากำลังทดสอบว่านายอยู่ร่วมกับคนทั่วไปได้แนบเนียนแค่ไหน”
“หากมีผู้ถามโดยตรงว่าผมเป็นมนุษย์หรือไม่ ผมควรตอบอย่างไรครับ”
แก้มยุ้ยคิดครู่หนึ่ง
“ตอบตามจริงได้ แต่ไม่ต้องเดินไปประกาศเอง เข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ”
“แล้วก็อย่าเรียกฉันว่าผู้ควบคุมการทดลองต่อหน้าคนอื่นนะ”
“ได้ครับ คุณแก้มยุ้ย”
ทั้งคู่เดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้าสู่ห้าง ไคโรมองสำรวจผู้คน ร้านค้า แสงไฟ และเสียงดนตรีรอบตัวอย่างสนใจ ขณะที่แก้มยุ้ยเดินนำไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต เธอไม่ทันสังเกตว่ามีคนหันมองชายหนุ่มผมสองสีหลายครั้ง บางคนถึงกับหยุดเดิน มีนักศึกษาสองคนขอถ่ายรูปกับไคโรเพราะสะดุดตาเส้นผมสองสีของเขา ชายหนุ่มตอบคำถามอย่างสุภาพ แต่พอถูกชมว่าหล่อก็อธิบายว่าตัวเองไม่ได้เป็นนายแบบ จนแก้มยุ้ยต้องแอบหัวเราะ ภายในซูเปอร์มาร์เก็ต ไคโรช่วยแก้มยุ้ยเลือกของเข้าบ้านอย่างคล่องแคล่ว เขาเปรียบเทียบราคาสินค้าจนเธอต้องบอกให้หยุดคำนวณเรื่องไข่ไก่ แล้วทั้งคู่ก็แวะกินราเมงเป็นมื้อกลางวัน ไคโรทดลองชิมอาหารด้วยระบบรับรสและบอกว่าอร่อยเป็นครั้งแรก หลังซื้อของเสร็จ แก้มยุ้ยพาไคโรไปนั่งร้านอาหารญี่ปุ่น เธอสั่งข้าวหน้าหมูย่าง ส่วนไคโรนั่งมองเมนูอย่างตั้งใจ
“นายอยากลองกินอะไรไหม”
“ผมไม่จำเป็นต้องรับพลังงานจากอาหารครับ”
“รู้แล้ว แต่ระบบรับรสของนายทำงานได้นี่”
“ได้ครับ”
“งั้นลองเลือกดู ถือเป็นการทดลอง”
ไคโรมองภาพอาหาร ก่อนจะชี้ไปที่ราเมงชามหนึ่ง
“ผมต้องการทดลองรสชาตินี้ครับ”
เมื่ออาหารมาถึง เขาจับตะเกียบอย่างคล่องแคล่ว คีบเส้นขึ้นมาชิมทีละน้อย จากนั้นนิ่งไปหลายวินาทีจนแก้มยุ้ยเริ่มลุ้น
“เป็นไง อร่อยไหม”
“มีรสเค็มจากน้ำซุป รสหวานจากผัก และกลิ่นของกระดูกหมูที่ผ่านการเคี่ยวเป็นเวลานาน”
“ฉันถามว่าอร่อยไหม!”
ไคโรเงยหน้ามองเธอ
“ผมคิดว่าอร่อยครับ”
“เห็นไหม ตอบแค่นี้ก็ได้”
เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะลองชิมอีกคำ แก้มยุ้ยแอบมองใบหน้าของเขาแล้วรู้สึกประหลาดใจ แม้จะรู้ดีว่าร่างกายนี้ถูกสร้างขึ้นในห้องทดลอง แต่ตอนที่ไคโรนั่งกินราเมงตรงหน้า เขาก็ดูเหมือนชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังออกมาเที่ยวกับเพื่อน ตอนบ่าย ทั้งคู่เดินออกจากห้างพร้อมถุงของหลายใบ ไคโรรับถุงหนักทั้งหมดไปถือโดยไม่ต้องให้บอก ขณะที่แก้มยุ้ยถือเพียงแก้วชาเย็นของตัวเอง
“นายไม่หนักเหรอ”
“น้ำหนักรวมยังต่ำกว่าขีดจำกัดการยกของผมมากครับ”
“แต่ฉันรู้สึกผิดอะ”
“เพราะอะไรครับ”
“ก็นายถืออยู่คนเดียว”
ไคโรมองถุงในมือ ก่อนจะส่งถุงขนมใบเล็กให้เธอ
“ถ้าเช่นนั้นคุณช่วยถือถุงนี้ได้ครับ”
แก้มยุ้ยรับมาแล้วหัวเราะ
“ประชดฉันหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่ครับ ผมกำลังแก้ปัญหาที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ”
คำตอบนั้นทำให้เธอยิ้มโดยไม่รู้ตัว ระหว่างเดินผ่านลานหน้าห้าง เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงคนหนึ่งดังขึ้นใกล้บันไดเลื่อน เด็กน้อยวัยประมาณสี่ขวบยืนอยู่คนเดียว กอดตุ๊กตาหมีแน่นและมองไปรอบตัวอย่างหวาดกลัว แก้มยุ้ยหยุดเดินทันที
“ไคโร รอก่อน”
เธอเดินเข้าไปย่อตัวลงตรงหน้าเด็ก
“หนูเป็นอะไรคะ หาคุณแม่ไม่เจอเหรอ”
เด็กหญิงพยักหน้าทั้งน้ำตา
“แม่หายไป...”
แก้มยุ้ยรีบหันไปหาไคโร
“ช่วยมองหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน่อย”
“ได้ครับ”
ไคโรวางถุงของไว้ข้างเธอ ก่อนจะเดินไปหาเจ้าหน้าที่บริเวณทางเข้า ระหว่างรอ แก้มยุ้ยพยายามปลอบเด็กหญิง แต่ยิ่งถามเด็กก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น ไม่นานไคโรก็กลับมาพร้อมเจ้าหน้าที่ เขาย่อตัวลงข้างเด็กหญิงโดยเว้นระยะอย่างระมัดระวัง
“สวัสดีครับ ผมชื่อไคโรคุณชื่ออะไรครับ”
“มะ...มิน”
“น้องมินกำลังกลัวใช่ไหมครับ”
เด็กหญิงพยักหน้า
“แม่ไม่อยู่...”
“ตอนนี้มีพี่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยตามหาคุณแม่ครับ ระหว่างรอ น้องมินอยากเล่าเรื่องตุ๊กตาหมีให้ผมฟังไหม”
เด็กหญิงก้มมองตุ๊กตาในอ้อมแขน
“ชื่อปุยปุย...”
“ปุยปุยเป็นชื่อที่น่ารักครับ”
ไคโรพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาไม่ได้ยื่นมือไปแตะตัวเด็ก แต่ค่อย ๆ ชวนคุยเรื่องตุ๊กตาจนเสียงร้องไห้เริ่มเบาลง แก้มยุ้ยมองภาพนั้นอย่างประหลาดใจ เพราะเธอไม่ได้ออกคำสั่งให้เขาปลอบเด็กเลยสักคำ ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“มิน! ลูกแม่!”
เด็กหญิงรีบวิ่งเข้าไปกอดแม่ทันที เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลก่อนปล่อยให้ทั้งคู่กลับด้วยกัน หญิงคนนั้นหันมาขอบคุณแก้มยุ้ยกับไคโรซ้ำหลายครั้ง
“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้พวกคุณช่วยฉันไม่รู้จะทำยังไงเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดีแล้วที่เจอกัน”
ไคโรพยักหน้า
“ยินดีครับ”
เมื่อสองแม่ลูกเดินจากไป แก้มยุ้ยก็หันมามองเขา
“นายรู้ได้ยังไงว่าควรชวนเด็กคุยเรื่องตุ๊กตา”
“ผมสังเกตว่าเธอกอดตุ๊กตาแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกกลัว จึงประเมินว่าสิ่งนั้นอาจทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยครับ”
“แล้วทำไมไม่ถามเรื่องแม่ต่อ”
“คำถามนั้นทำให้เธอร้องไห้มากขึ้น ผมจึงเปลี่ยนวิธีสื่อสาร”
แก้มยุ้ยเงียบไปครู่หนึ่ง เธอเคยทดสอบระบบการรับรู้อารมณ์ของไคโรหลายร้อยครั้ง แต่การเห็นเขาปรับวิธีพูดกับเด็กจริง ๆ ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
“เก่งมากเลย ไคโร”
เขาหันมามองเธอ
“ขอบคุณครับ”
“วันนี้นายทำได้ดีมากจริง ๆ”
“คุณกำลังยิ้มครับ”
“ก็ฉันดีใจนี่”
ไคโรนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มตอบ
“ถ้าเช่นนั้น ผมก็ดีใจครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินนำไปที่รถ โดยไม่ทันสังเกตว่าชายหนุ่มยังมองรอยยิ้มของเธออยู่อีกครู่หนึ่ง กลับถึงบ้านช่วงเย็น ไคโรจัดของเข้าที่ ส่วนแก้มยุ้ยบันทึกผลการทดลอง เธอชมว่าเขาปรับตัวได้ดี โดยเฉพาะตอนช่วยเด็กหลงทาง ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำและทำรายงานต่อ ก่อนเข้านอนแก้มยุ้ยนั่งตรวจรายงานอยู่บนเตียง เธอเพิ่มข้อมูลการตอบสนองต่อคนแปลกหน้าและการช่วยเหลือเด็กหลงทางลงในระบบ จากนั้นเขียนสรุปว่าไคโรมีความสามารถในการปรับบทสนทนาตามสถานการณ์จริงได้ดีกว่าที่คาดไว้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง
“เข้ามาเลย!”
ไคโรเปิดประตูเข้ามาในชุดนอนสีดำเรียบ ๆ เส้นผมยาวสองสีปล่อยสยายอยู่บนไหล่
“คุณแก้มยุ้ยครับ ผมจัดของทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว”
“ขอบใจมาก”
“ผมเตรียมน้ำดื่มไว้ข้างเตียง และตั้งเวลาเครื่องปรับอากาศตามที่คุณชอบแล้วครับ”
“ดีมาก พ่อบ้านดีเด่น!”
เขายิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณครับ”
แก้มยุ้ยปิดโน้ตบุ๊ก ก่อนจะมองชายหนุ่มที่ยังยืนอยู่ตรงประตู
“มีอะไรอีกเหรอ”
“ผมมีคำถามครับ”
“ถามมาสิ”
“วันนี้คุณบอกว่าเรามีเวลาอีกตั้งสองปี”
“อื้ม”
“ถ้าครบสองปีแล้ว ผมจะไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้อีกใช่ไหมครับ”
แก้มยุ้ยชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
“ใช่ นายต้องกลับไปบริษัท”
“แล้วใครจะทำอาหารเช้าให้คุณครับ”
เธอหัวเราะ
“ฉันก็ทำเองสิ ก่อนนายมาฉันก็อยู่คนเดียวได้”
“แล้วใครจะเตือนคุณให้เข้านอนตรงเวลา”
“นาฬิกาปลุกไง”
“แล้วถ้าคุณลืมกินข้าว”
“ฉันก็สั่งอาหาร”
ไคโรเงียบไปครู่หนึ่ง
“เข้าใจแล้วครับ”
แก้มยุ้ยเอียงคอมอง
“ถามทำไมเหรอ”
“ผมกำลังประเมินความต่อเนื่องในการดูแลคุณหลังสิ้นสุดการทดลองครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงตอนนั้นบริษัทอาจมีหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่เก่งกว่านายอีกก็ได้”
ไคโรมองเธอนิ่ง ๆ
“ถ้าเช่นนั้น คุณจะให้หุ่นยนต์ตัวใหม่ดูแลแทนผมหรือครับ”
“ก็อาจจะนะ”
“เข้าใจแล้วครับ”
คำตอบของเขายังคงสุภาพเหมือนเดิม แก้มยุ้ยจึงไม่ได้คิดอะไร เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมขาแล้วโบกมือให้
“ไปชาร์จแบตได้แล้ว ฝันดีนะ”
“ฝันดีครับ คุณแก้มยุ้ย”
ไคโรปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาเอนตัวลงบนเตียงที่มีระบบชาร์จไร้สายฝังอยู่ภายใน ไฟสีฟ้าข้างหัวเตียงสว่างขึ้นเมื่อระบบเริ่มรับพลังงาน
CHARGING CONNECTED
BATTERY : 54%
REST MODE : AVAILABLE
เขาหลับตาลง แต่ก่อนเข้าสู่โหมดพักผ่อน ระบบประมวลผลกลับเรียกบทสนทนาเมื่อครู่ขึ้นมาอีกครั้ง
“ถึงตอนนั้นบริษัทอาจมีหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่เก่งกว่านายอีกก็ได้”
ไคโรเปิดดวงตาขึ้นช้า ๆ ในฐานข้อมูลของเขา การเปลี่ยนอุปกรณ์รุ่นเก่าเป็นรุ่นใหม่ถือเป็นกระบวนการปกติ เขาเข้าใจเหตุผลทางเทคนิคทุกอย่าง และไม่มีคำสั่งใดห้ามไม่ให้แก้มยุ้ยเลือกผู้ดูแลคนใหม่ แต่ระบบกลับประมวลผลประโยคเดิมซ้ำโดยไม่จำเป็น เขายกมือขึ้นมองฝ่ามือของตัวเอง มือที่วันนี้ถือถุงของ ช่วยเด็กหลงทาง และรับถุงขนมจากแก้มยุ้ย
“หุ่นยนต์ตัวใหม่...”
เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนิ่งไป ระบบตรวจสอบตนเองเริ่มทำงาน
SYSTEM DIAGNOSTIC : NORMAL
EMOTIONAL RESPONSE : NORMAL
UNRESOLVED QUERY : 1
ไคโรมองข้อความที่ปรากฏในหน่วยประมวลผล แล้วตั้งคำถามขึ้นมาโดยไม่มีใครสั่ง
หากมีหุ่นยนต์ตัวใหม่ที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าเขา...คุณแก้มยุ้ยจะยังต้องการเขาอยู่หรือไม่
คำถามนั้นไม่มีอยู่ในรายการประเมินผลการทดลอง และเป็นครั้งแรกที่ไคโรไม่สามารถหาคำตอบได้ทันที
DAY 002 COMPLETE
