บทที่ 5 เมื่อพ่อบ้าน AI เริ่มรู้จักคำว่าแกล้ง
เช้าวันอาทิตย์เริ่มต้นอย่างสงบผิดปกติ ไม่มีเสียงเครื่องดูดฝุ่น ไม่มีเสียงเรียกให้ตื่น และไม่มีพ่อบ้าน AI ยืนรายงานตารางชีวิตอยู่หน้าประตูห้องนอน แก้มยุ้ยนอนกลิ้งอยู่บนเตียงจนเกือบเก้าโมง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกใจ
“วันนี้เงียบจัง”
เธอคว้าโทรศัพท์มาดูเวลา แล้วรีบเด้งตัวขึ้นนั่ง
“เก้าโมงแล้วเหรอ!”
หญิงสาวเปิดประตูห้องนอนออกไปชะโงกมองทางเดินชั้นสอง
“ไคโร!”
ไม่มีเสียงตอบ
“ไคโร นายอยู่ไหน!”
“ผมอยู่ห้องครัวครับ”
เสียงทุ้มตอบกลับมาจากชั้นล่าง แก้มยุ้ยถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเดินลงบันไดในชุดนอนลายกระต่ายตัวเดิม ผมบ๊อบประบ่าปลายสีเขียวยุ่งเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่น เมื่อเดินเข้าครัว เธอก็พบชายหนุ่มร่างสูงกำลังยืนจัดอาหารเช้าลงจาน เส้นผมยาวตรงครึ่งดำครึ่งขาวถูกรวบต่ำ เสื้อยืดสีเทากับกางเกงขายาวทำให้เขาดูเหมือนชายหนุ่มธรรมดาที่กำลังเตรียมอาหารให้คนในบ้าน
“วันนี้ทำไมไม่ปลุกฉัน”
ไคโรหันมามอง
“คุณระบุว่าห้ามรบกวนการนอนในวันหยุดครับ”
“อ๋อ”
“ผมจึงรอจนกว่าคุณจะตื่นเอง”
แก้มยุ้ยยิ้มกว้าง
“เก่งมาก! เรียนรู้ไวจริง ๆ”
“ขอบคุณครับ”
เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะมองจานตรงหน้าด้วยความสนใจ
“วันนี้กินอะไร”
“ไข่คน ขนมปังปิ้ง และไส้กรอกครับ”
“เยี่ยม!”
ไคโรเลื่อนแก้วกาแฟเย็นมาให้ ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามตามที่เธอเคยขอให้เขาทำ แก้มยุ้ยตักไข่คนเข้าปากแล้วพยักหน้าพึงพอใจ
“อร่อย!”
“ผมปรับสัดส่วนเนยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยครับ”
“ดีมาก พ่อบ้านของฉันเก่งที่สุด”
ไคโรมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น
“คุณแก้มยุ้ยครับ”
“หืม”
“วันนี้ผมมีคำถาม”
หญิงสาวหยุดเคี้ยวทันที
“คำถามอะไร”
“เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ครับ”
แก้มยุ้ยค่อย ๆ วางส้อมลง
“ไม่ใช่เรื่องเสื้อชั้นในอีกใช่ไหม”
“ไม่ใช่ครับ”
“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว”
“ผมต้องการทราบว่าเหตุใดมนุษย์จึงชอบแกล้งกันครับ”
แก้มยุ้ยเลิกคิ้ว
“แกล้ง?”
“ครับ”
“ไปเจออะไรมาล่ะ”
“เมื่อวานผมศึกษารายการตลกและคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการแกล้งเพื่อน พบว่าผู้ถูกแกล้งมักตกใจ แต่ผู้แกล้งกลับหัวเราะ”
“อ๋อ พวกคลิปแกล้งกันน่ะเหรอ”
“ครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะเบา ๆ
“ก็เพราะมันตลกไง แต่ต้องเป็นการแกล้งที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนนะ”
“หมายความว่าการทำให้ผู้อื่นตกใจสามารถสร้างความสุขได้หรือครับ”
“บางครั้ง แต่ต้องดูสถานการณ์ด้วย”
ไคโรพยักหน้าอย่างจริงจัง
“เข้าใจแล้วครับ”
แก้มยุ้ยชี้ส้อมไปทางเขา
“เดี๋ยวนะ นายอย่าคิดแกล้งฉันเชียว”
“ผมยังไม่ได้วางแผนครับ”
“ยัง?”
“ครับ”
หญิงสาวหรี่ตา
“ทำไมคำตอบนายฟังดูไม่น่าไว้ใจเลย”
ไคโรยิ้มบาง ๆ
“คุณกำลังระแวงผมหรือครับ”
“มาก!”
“ผมจะบันทึกไว้ครับ”
“ไม่ต้องบันทึก!”
เสียงหัวเราะของแก้มยุ้ยดังขึ้นทั่วห้องครัว โดยไม่รู้เลยว่าพ่อบ้านหมายเลข 001 เพิ่งเริ่มสนใจการสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เธอหัวเราะด้วยตัวเอง ช่วงสาย แก้มยุ้ยตั้งใจจะนั่งดูซีรีส์ให้ แต่ความตั้งใจนั้นพังลงตั้งแต่ตอนแรก เพราะไคโรเดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมสมุดบันทึก
“นายจะทำอะไร”
“ศึกษาปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อสื่อบันเทิงครับ”
“พูดง่าย ๆ”
“ดูซีรีส์กับคุณครับ”
“แค่นั้นก็จบ!”
เธอยื่นหมอนอิงให้เขาหนึ่งใบ ก่อนจะกดเล่นซีรีส์รักโรแมนติกที่ค้างไว้ บนหน้าจอพระเอกกำลังเดินเข้ามาหานางเอกในสวนดอกไม้ ดนตรีหวานซึ้งดังคลออยู่เบื้องหลัง
“ผมมีบางอย่างอยากบอกคุณ”
พระเอกพูด แก้มยุ้ยกอดหมอนแน่น
“มาแล้ว ๆ!”
ไคโรหันมามอง
“อะไรมาแล้วครับ”
“ฉากสารภาพรัก!”
“อ๋อ”
พระเอกบนหน้าจอจับมือนางเอก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมชอบคุณ”
แก้มยุ้ยยิ้มกว้าง
“กรี๊ด!”
ไคโรมองโทรทัศน์แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เขาใช้เวลาสิบสองตอนเพื่อพูดประโยคสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว”
“ไคโร!”
“ครับ”
“อย่าทำลายบรรยากาศ!”
“ขออภัยครับ”
เธอหันกลับไปดูซีรีส์ต่อ แต่ผ่านไปไม่ถึงนาที ไคโรก็ถามอีก
“เหตุใดนางเอกจึงร้องไห้ครับ”
“เพราะดีใจไง”
“แต่การร้องไห้มักสัมพันธ์กับความเศร้า”
“คนเราร้องไห้เพราะดีใจก็ได้”
“เข้าใจแล้วครับ”
อีกสามนาทีต่อมา
“เหตุใดพระเอกจึงไม่ปล่อยมือครับ”
“เพราะเขาชอบนางเอก!”
“แต่เขาต้องใช้มือข้างนั้นเปิดประตู”
แก้มยุ้ยหันขวับ
“ไคโร!”
“ครับ”
“นายดูซีรีส์หรือกำลังตรวจจับข้อผิดพลาด!”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ทั้งสองอย่างครับ”
แก้มยุ้ยยกหมอนตีแขนเขาเบา ๆ
“โอ๊ย! ฉันจะบ้า!”
ไคโรมองหมอนที่กระทบแขนตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองเธอ
“นี่คือการแกล้งใช่หรือไม่ครับ”
“ไม่ใช่! นี่คือการลงโทษคนพูดมาก!”
“เข้าใจแล้วครับ”
เขาพยักหน้าก่อนจะหยิบหมอนอีกใบขึ้นมา แก้มยุ้ยชะงัก
“เดี๋ยว นายจะทำอะไร”
“ผมกำลังพิจารณาการตอบสนองที่เหมาะสมครับ”
“ไคโร...”
ชายหนุ่มยื่นหมอนมาแตะไหล่เธอเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“ตอบโต้ครับ”
แก้มยุ้ยนั่งนิ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ
“ฮ่า ๆ ๆ! นายตีหมอนเป็นด้วย!”
“ผมเลียนแบบพฤติกรรมของคุณครับ”
“งั้นเอาอีก!”
ไคโรแตะหมอนลงบนไหล่เธออีกครั้งอย่างเบามือ
“ตอบโต้ครั้งที่สองครับ”
“ไม่ต้องรายงานด้วย!”
หญิงสาวหัวเราะจนตัวงอ ก่อนจะหยิบหมอนของตัวเองขึ้นมาฟาดกลับเบา ๆ
“นี่แน่ะ!”
ไคโรยกหมอนขึ้นป้องกันอย่างรวดเร็ว
“ตรวจพบการโจมตีครับ”
“ฮ่า ๆ ๆ! อย่าพูดเหมือนอยู่ในสนามรบสิ!”
“ปรับรูปแบบการสื่อสารครับ”
เขาลดหมอนลง ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“โอ๊ย เจ็บจังเลยครับ”
แก้มยุ้ยหยุดหัวเราะทันที
“หา?”
“ผมกำลังแสดงปฏิกิริยาเหมือนมนุษย์ที่ถูกตีหมอนครับ”
“นายแสดงได้แข็งมาก!”
“ขออภัยครับ”
“ลองใหม่ ๆ ต้องทำหน้าเจ็บด้วย”
ไคโรพยักหน้า ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“โอ๊ยครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะจนแทบตกโซฟา
“โอ๊ยครับอะไรของนาย!”
ไคโรมองเธอด้วยรอยยิ้มบาง ๆ จากการสังเกต เขาพบว่าการพูดผิดจังหวะและแสดงท่าทางไม่ตรงกับความคาดหวังทำให้เธอหัวเราะได้มากกว่าการเล่าเรื่องตลกทั่วไป เขาจดจำรูปแบบนั้นไว้ บ่ายโมง แก้มยุ้ยลงไปซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้าน ส่วนไคโรอยู่บ้านเพื่อเตรียมอาหารกลางวันก่อนออกไปเธอหันมาสั่ง
“ฉันเอาชานมไข่มุกนะ นายอยากได้อะไรไหม”
“ผมไม่จำเป็นต้องบริโภคเครื่องดื่มครับ”
“รู้แล้วจ้า ถามตามมารยาท!”
“เข้าใจแล้วครับ”
แก้มยุ้ยยิ้มแล้วเดินออกจากบ้าน ไคโรหันกลับมามองครัว ก่อนจะนึกถึงคำถามเรื่องการแกล้งเมื่อเช้า เขาเปิดฐานข้อมูลเกี่ยวกับอารมณ์ขัน
การแกล้งอย่างปลอดภัย : การสร้างความประหลาดใจเล็กน้อยโดยไม่ทำให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความอับอาย
ชายหนุ่มประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจทดลอง เมื่อแก้มยุ้ยกลับมาถึงบ้าน เธอพบว่าบนโต๊ะอาหารมีจานข้าวผัดวางอยู่พร้อมกระดาษโน้ตหนึ่งใบเธอหยิบขึ้นมาอ่าน
อาหารกลางวันของคุณแก้มยุ้ยถูกยึดแล้ว หากต้องการรับคืน กรุณาพูดว่า “ไคโรหล่อที่สุดในโลก” สามครั้ง หญิงสาวเบิกตากว้าง
“อะไรเนี่ย!”
ไคโรเดินออกมาจากครัวด้วยสีหน้าสงบ
“คุณกลับมาแล้วครับ”
แก้มยุ้ยชูกระดาษขึ้น
“นี่ฝีมือนายเหรอ!”
“ครับ”
“นายกำลังทำอะไร”
“ทดลองการแกล้งอย่างปลอดภัยครับ”
หญิงสาวมองหน้าเขา ก่อนจะหัวเราะพรืด
“โอ๊ย! ไปเรียนมาจากไหน!”
“ผมศึกษาจากตัวอย่างบนอินเทอร์เน็ตครับ”
“แล้วทำไมต้องให้ชมว่านายหล่อที่สุดในโลก”
“เพราะเป็นข้อความที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายครับ”
“แล้วถ้าฉันไม่พูดล่ะ”
“ผมจะคืนอาหารให้ตามปกติครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะหนักกว่าเดิม
“แกล้งไม่สุดเลยนะนาย!”
“ผมไม่ต้องการให้คุณหิวครับ”
คำตอบเรียบง่ายทำให้หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา
“โอเค ๆ ฉันยอมก็ได้”
เธอยืนตัวตรงแล้วพูดเสียงดัง
“ไคโรหล่อที่สุดในโลก!”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“ครั้งที่หนึ่งครับ”
“ไคโรหล่อที่สุดในโลก!”
“ครั้งที่สองครับ”
“ไคโรหล่อที่สุดในโลก!”
“ครบสามครั้งครับ”
ไคโรเลื่อนจานข้าวผัดมาให้เธอ
“เชิญรับประทานครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะจนต้องจับขอบโต๊ะ
“นายมันบ้าไปแล้ว!”
“ผมไม่มีความผิดปกติของระบบครับ”
“ประชด!”
“เข้าใจแล้วครับ”
เธอนั่งลงกินข้าว ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“รู้ไหมไคโร การแกล้งกันต้องมีการเอาคืน”
ชายหนุ่มเงยหน้า
“เอาคืน?”
“ใช่!”
“คุณหมายถึงการตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกันหรือครับ”
“ประมาณนั้น”
ไคโรพยักหน้า
“ผมจะเตรียมรับมือครับ”
แก้มยุ้ยยิ้มกว้าง
“ดีมาก!”
หลังอาหารกลางวัน แก้มยุ้ยเริ่มวางแผนเอาคืนทันที เธอเดินขึ้นไปในห้องนอน หยิบสติกเกอร์รูปแมวตัวเล็ก ๆ ออกมาจากลิ้นชัก แล้วค่อย ๆ ย่องลงบันได ไคโรกำลังยืนหันหลังล้างจานอยู่ในครัว หญิงสาวยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วแปะสติกเกอร์รูปแมวลงบนหลังเสื้อเขา
แปะ!
ไคโรหยุดมือทันที
“คุณแก้มยุ้ยครับ”
เธอสะดุ้ง
“อะไร!”
“คุณติดวัตถุบางอย่างไว้บนหลังผมใช่หรือไม่ครับ”
แก้มยุ้ยอ้าปากค้าง
“นายรู้ได้ไง!”
“เซนเซอร์สัมผัสตรวจพบแรงกดเล็กน้อยครับ”
“โห! โกงนี่นา!”
“ผมไม่ได้โกงครับ”
“ห้ามรู้สิ!”
ไคโรหันกลับมามองเธอ
“คุณต้องการให้ผมแสดงว่าไม่ทราบหรือครับ”
“ใช่!”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปล้างจานต่อ
“เอ๊ะ มีอะไรติดอยู่บนหลังผมหรือเปล่านะครับ”
แก้มยุ้ยยืนนิ่ง
“...”
“ผมไม่ทราบเลยครับ”
“...”
“ช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจจริง ๆ ครับ”
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที
“ฮ่า ๆ ๆ! ไคโร! นายแสดงละครได้แย่มาก!”
ชายหนุ่มหันมามอง
“ผมพยายามแล้วครับ”
“รู้แล้ว ๆ!”
แก้มยุ้ยหัวเราะจนมีน้ำตาคลอ ก่อนจะยกมือโบกให้เขาล้างจานต่อ
“โอ๊ย ฉันยอมแพ้!”
ไคโรมองเธอที่นั่งหัวเราะอยู่บนพื้น ก่อนจะถามอย่างสุภาพ
“คุณสนุกหรือครับ”
“สนุกสิ!”
“ถ้าเช่นนั้นการทดลองประสบความสำเร็จครับ”
“สำเร็จมาก!”
ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อบนหลังเสื้อของเขายังมีสติกเกอร์รูปแมวติดอยู่ และครั้งนี้ไคโรไม่ได้แกะมันออกทันที
เย็นวันนั้น แก้มยุ้ยได้รับข้อความจากเต้ให้ส่งข้อมูลการทดสอบล่าสุด เธอจึงเปิดโน้ตบุ๊กในห้องนั่งเล่น ขณะที่ไคโรนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาอีกฝั่ง
“ไคโร”
“ครับ”
“วันนี้นายเรียนรู้อะไรบ้าง”
ชายหนุ่มปิดหนังสือ
“ผมเรียนรู้ว่าการแกล้งสามารถสร้างความสนุกสนานได้ หากอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม”
“ดี”
“และการแสดงละครที่ไม่สมจริงอาจทำให้มนุษย์หัวเราะมากขึ้น”
แก้มยุ้ยหัวเราะ
“อันนั้นเฉพาะนาย!”
“เข้าใจแล้วครับ”
เธอพิมพ์รายงานต่อ ก่อนจะถามขึ้นอีก
“แล้วมีอะไรที่นายยังไม่เข้าใจไหม”
ไคโรนิ่งไปครู่หนึ่ง
“มีครับ”
“อะไร”
“เหตุใดคุณจึงหัวเราะกับสิ่งที่ผมทำ แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่สมบูรณ์แบบ”
แก้มยุ้ยหยุดพิมพ์
“ก็เพราะมันน่ารักไง”
“น่ารัก?”
“ใช่ บางครั้งความไม่สมบูรณ์แบบก็ทำให้คนเรารู้สึกดีได้”
ไคโรทบทวนประโยคนั้น
“หมายความว่าความผิดพลาดไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งไม่ดีเสมอไป”
“ถูกต้อง”
“แต่ผมถูกสร้างขึ้นเพื่อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
แก้มยุ้ยวางโน้ตบุ๊กลง แล้วหันมามองเขา
“ไคโร นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกให้ระบบของนายเรียนรู้ได้อย่างอิสระ”
“เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวครับ”
“นั่นก็ส่วนหนึ่ง”
เธอยิ้มบาง ๆ
“แต่ฉันอยากรู้ด้วยว่าถ้าหุ่นยนต์สามารถเรียนรู้จากโลกจริงได้ เขาจะพัฒนาบุคลิกของตัวเองออกมายังไง”
ไคโรมองเธอนิ่ง ๆ
“บุคลิกของตัวเอง”
“ใช่ นายไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา”
“แม้ผมจะทำผิดพลาดหรือครับ”
“ถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วเรียนรู้จากมันได้ ก็ไม่เป็นไร”
ชายหนุ่มก้มมองมือตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าเช่นนั้นผมสามารถเลือกทำสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในตารางงานได้หรือไม่ครับ”
“ได้สิ ถ้าไม่ขัดกับข้อกำหนดความปลอดภัย”
“เช่นการอ่านหนังสือ”
“ได้”
“ดูโทรทัศน์”
“ได้”
“เล่นเกม”
“ได้!”
“แกล้งคุณ”
แก้มยุ้ยหันขวับ
“อันนั้นต้องขออนุญาตก่อน!”
ไคโรยิ้มบาง ๆ
“เข้าใจแล้วครับ”
เธอหรี่ตามองเขา
“เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้นายจงใจถามใช่ไหม”
“ผมกำลังทดสอบการตอบสนองของคุณครับ”
แก้มยุ้ยเบิกตากว้าง
“ไคโร!”
ชายหนุ่มก้มศีรษะเล็กน้อย
“ขออภัยครับ”
แต่รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าของเขายังไม่หายไป แก้มยุ้ยจ้องอยู่สองวินาที ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“นายเริ่มกวนประสาทเป็นแล้วนะ!”
“ผมจะถือว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวกครับ”
“แล้วแต่เลย!”
สองทุ่มครึ่งแก้มยุ้ยกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา ขณะที่ไคโรเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำและผลไม้หั่นชิ้นเล็ก ๆ
“คุณแก้มยุ้ยครับ”
“หืม”
“ผมเตรียมผลไม้ไว้ให้ครับ”
“ขอบใจจ้า”
เธอรับจานมาแล้วหยิบแอปเปิลเข้าปาก ไคโรยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม
“คุณต้องการให้ผมนั่งเป็นเพื่อนหรือไม่ครับ”
แก้มยุ้ยหันมามอง
“อยากนั่งก็นั่งสิ ไม่ต้องถามทุกครั้งหรอก”
“รับทราบครับ”
เขานั่งลงข้างเธอ เว้นระยะห่างพอเหมาะก่อนจะหันไปมองโทรทัศน์ รายการที่กำลังฉายเป็นสารคดีเกี่ยวกับหุ่นยนต์บริการในประเทศญี่ปุ่น มีภาพหุ่นยนต์หลายรูปแบบกำลังทำงานในโรงแรมและร้านอาหาร แก้มยุ้ยดูอย่างสนใจ
“เห็นไหมไคโร อีกหน่อยนายก็อาจมีเพื่อนเยอะแยะเลย”
“เพื่อน?”
“ใช่ หุ่นยนต์รุ่นอื่น ๆ ไง”
“หุ่นยนต์สามารถเป็นเพื่อนกันได้หรือครับ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
“แต่คำว่าเพื่อนมักหมายถึงความสัมพันธ์ที่มีความรู้สึกร่วมกัน”
แก้มยุ้ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ก็จริง แต่ความเป็นเพื่อนอาจเริ่มจากการใช้เวลาร่วมกันก็ได้นะ”
ไคโรพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้นคุณกับผมเป็นเพื่อนกันหรือไม่ครับ”
คำถามนั้นทำให้หญิงสาวหันมามอง
“แน่นอนสิ”
“แม้คุณจะเป็นผู้สร้างผมหรือครับ”
“เกี่ยวอะไรด้วย”
“ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของเราคือผู้สร้างกับหุ่นยนต์ทดลอง”
แก้มยุ้ยยิ้ม
“มันเป็นได้มากกว่านั้นนะ”
“มากกว่า?”
“ก็เป็นเพื่อน เป็นคนในบ้าน เป็นคู่หูทำงานบ้าน อะไรแบบนั้น”
ไคโรมองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“คู่หู”
“ใช่!”
แก้มยุ้ยยื่นกำปั้นเล็ก ๆ ไปตรงหน้าเขา
“คู่หูต้องชนหมัดกัน”
ไคโรมองกำปั้นของเธอ ก่อนจะยกมือขึ้นชนเบา ๆ
ตุบ
“เยี่ยม!”
หญิงสาวยิ้มกว้าง
“จากนี้เราเป็นทีมเดียวกันนะ”
“รับทราบครับ”
“ไม่ต้องรับทราบ พูดว่าโอเค!”
“โอเคครับ”
“ดีมาก!”
เธอหันกลับไปดูโทรทัศน์ต่อ โดยไม่ได้สังเกตว่าไคโรยังคงมองกำปั้นของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ในฐานข้อมูล คำว่าคู่หูหมายถึงบุคคลสองฝ่ายที่ร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน แต่สำหรับแก้มยุ้ย คำนี้ดูเหมือนจะมีความหมายมากกว่านั้น เขายังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่ตัดสินใจจดจำมันไว้
สี่ทุ่มแก้มยุ้ยเดินขึ้นบันไดพร้อมโทรศัพท์ในมือ เธอหาวหวอดก่อนจะหยุดหน้าห้องนอน
“ไคโร”
“ครับ”
“วันนี้สนุกดีเนอะ”
“ครับ”
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานแล้ว นายก็อยู่บ้านดี ๆ ล่ะ”
“รับทราบครับ”
“แล้วอย่าแกล้งอะไรแปลก ๆ อีกนะ”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ถ้าเป็นการแกล้งที่ปลอดภัยและคุณอนุญาตล่ะครับ”
แก้มยุ้ยหรี่ตา
“นายยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้อีกเหรอ!”
“ผมกำลังศึกษาขอบเขตของอารมณ์ขันครับ”
“โอ๊ย! พ่อบ้านจอมกวน!”
เธอหัวเราะแล้วโบกมือ
“ไปนอนได้แล้ว!”
“ราตรีสวัสดิ์ครับ”
“ฝันดีนะ ไคโร”
ประตูห้องปิดลง
ไคโรเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง เปลี่ยนเป็นชุดนอนสีดำ ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงที่มีระบบชาร์จพลังงานไร้สายฝังอยู่ภายในที่นอน ไฟสีฟ้าบนหัวเตียงสว่างขึ้น
CHARGING CONNECTED
BATTERY : 58%
REST MODE : AVAILABLE
เขาหลับตาและเปิดบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน ภาพแก้มยุ้ยหัวเราะตอนเขาพูดว่าโอ๊ยครับ ภาพเธอถือกระดาษโน้ตแล้วหัวเราะกับการแกล้งเรื่องอาหารกลางวัน ภาพสติกเกอร์รูปแมวบนหลังเสื้อของเขาและภาพกำปั้นเล็ก ๆ ที่ยื่นมาชนกับมือของเขา ไคโรประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นอย่างละเอียด วันนี้เขาได้เรียนรู้ว่าการทำให้มนุษย์หัวเราะไม่ได้จำเป็นต้องเกิดจากคำสั่งโดยตรง เขาสามารถเลือกวิธีการเองได้สามารถทดลองได้ และสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการตามผลลัพธ์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากการทำงานทั่วไป เมื่อภารกิจทำอาหารเสร็จ เขาจะหยุดประมวลผลเกี่ยวกับอาหาร เมื่อภารกิจทำความสะอาดเสร็จ เขาจะเปลี่ยนไปทำงานถัดไป ทว่าภาพแก้มยุ้ยหัวเราะกลับปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ แม้ไม่มีงานใดต้องใช้ข้อมูลนั้น เขาลองตรวจสอบสาเหตุ
RESULT : NO SYSTEM ERROR
ไคโรลืมตาขึ้นเล็กน้อย
“คุณแก้มยุ้ย...”
เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ ก่อนจะนิ่งไป วันนี้เธอบอกว่าพวกเขาเป็นคู่หูกัน ชายหนุ่มยกมือขึ้นมองกำปั้นตัวเองอีกครั้ง
“คู่หู”
เขาทวนคำ ก่อนจะค่อย ๆ กำมือแล้วคลายออกระบบแจ้งเตือนว่าพลังงานกำลังเข้าสู่ระดับที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อน
REST MODE : ACTIVATED
DAY 015 COMPLETE
แต่ในหน่วยความจำส่วนตัว มีข้อมูลใหม่ถูกจัดเก็บไว้โดยไม่มีคำสั่งจากผู้ดูแล
PERSONAL NOTE : ทำให้คุณแก้มยุ้ยหัวเราะอีก
ไคโรไม่ได้ลบข้อมูลนั้น เขาปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น ก่อนจะหลับตาเข้าสู่โหมดพักผ่อนอย่างสมบูรณ์และในวันที่สิบห้าของการทดลอง พ่อบ้านหมายเลข 001 ก็เริ่มค้นพบว่า บางครั้งการทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อประสิทธิภาพการทำงาน อาจมีความหมายบางอย่างที่เขายังไม่เข้าใจ
