บทที่ 5 บทที่ 1 (4)
“อย่างนี้มันต้องวัดกันจริงๆอีกสักครั้งว่ะ”
เฮคเตอร์เอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีเขียวมีแววเจ้าเล่ห์นิดๆ แต่อีวอนน์ไม่ทันเห็นเพราะคนพูดหันไปมองหน้าคลินตันเสียก่อน แล้วคนนิ่งๆขรึมๆก็ยิ้มน้อยๆเป็นการตอบรับ
“จะรับท้าไหมเอฟ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” คนถูกท้ารับคำแล้วยกออนเดอะร็อกขึ้นจิบ “ว่าแต่คราวนี้จะพนันอะไรกันดี”
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา หลายครั้งหนักหนาที่สามหนุ่มจะเดิมพันกันเล่นๆ บ่อยครั้งที่สุดคือการจีบผู้หญิง พวกเขามักประลองเสน่ห์กันเป็นที่สนุกสนาน แต่ผู้ชนะที่นับได้มากครั้งที่สุดคืออีวอนน์
“คราวนี้ไม่ใช่ของแต่จะเป็นงาน เอาเป็นว่าข้อตกลงเดิมแล้วกัน หลังจากนี้ผู้หญิงคนแรกที่ก้าวเข้ามา ทายสิเจ้าหล่อนจะสนใจใคร ระหว่างฉัน นาย แล้วก็คลินท์ ถ้าใครทายผิดคนนั้นแพ้ โอเค้”
อีวอนน์พยักหน้ารับท่าทางสบายๆ และเฮคเตอร์จึงเอ่ยต่อ
“ส่วนเดิมพัน คนแพ้... ต้องไปเป็นโฮสต์ที่บาร์ของคลินท์”
“เฮ้!” ดอกเตอร์หนุ่มขมวดคิ้ว อีวอนน์หรี่ตามองเพื่อนสนิทที่ยื่นเสนอของเดิมพัน “ทำไมต้องโฮสต์ ฉันนึกภาพมันไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าเป็นนาย ฉันว่านายอาจเหมาะกับมันก็ได้เฮค”
“อย่าเพิ่งมั่นใจขนาดนั้น ฉันว่ามันเหมาะกับนายมากกว่า”
พอเฮคเตอร์เกทับ คลินตันก็หัวเราะและเป็นฝ่ายพูด “เราแข่งกันด้วยเรื่องผู้หญิงก็ต้องยังงี้แหละน่าเอฟ ถือว่าเป็นประสบการณ์ไง ไม่ว่าจะฉัน นายหรือเฮคเตอร์ ถ้าเปลี่ยนฐานะเป็นคนบริการดูบ้างคงจะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่น่าสนใจทีเดียว ก็ถือซะว่าเป็นการคืนกำไรให้สาวสาวแล้วกัน ว่าแต่มีแต่แบบนี้ หรือว่านายไม่ต้องการล่ะเอฟ อยากจะเปลี่ยนเป็นบาร์เกย์อะไรแบบนั้น ฉันจัดให้ได้นะ”
“นั่นสิ หรือนายกลัวแพ้วะเอฟ”
เฮคเตอร์สนับสนุน พลอยทำให้อีวอนน์ซึ่งถูกลูบคมว่ากลัวแพ้ยอมไม่ได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงจิบเหล้ารสแรงในมืออีกครั้ง แล้วตอบรับหนักแน่น “ฉันแน่ใจนะว่าไม่แพ้ เอาละตกลง แม่สาวคนแรกที่เข้ามาจะต้องสนใจฉันแน่!”
“ดี” คลินตันเอ่ยยิ้มๆ ชายหนุ่มเท้าข้อศอกกับที่วางแขนโซฟา พลางยกมือแตะที่คางตามองตรงไปยังอีวอนน์
“ฉันพนันตัวเองเหมือนกัน มั่นใจนะว่าผู้หญิงคนนี้ต้องสนใจฉันแน่”
ซึ่งเฮคเตอร์ก็พลอยผสมโรงด้วยว่า “ฉันถือหางคลินท์ว่ะเอฟ งานนี้นายไม่ชนะหรอกเชื่อฉันเถอะ!”
/////****/////
ต้นหน้าร้อนตามถนนในจอร์จทาวน์ แม้เป็นเวลาดึกแล้วแต่ก็ยังคึกคัก เหล่าผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา บ้างก็เป็นนักศึกษาที่คุ้นหน้าคุ้นตา บ้างก็เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งออกท่องราตรีกัน
ตึกสองข้างทางในแถบนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส ส่วนมากทาสีขาวไม่ก็สีเทาหม่นๆ หรือไม่ก็เป็นสีดั้งเดิมของอิฐที่ใช้สร้างแต่แรก แต่มีตึกบางช่วงเหมือนกันที่มีสีสันสดใส ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบเมื่อตัดกับหน้าต่างสูงยาวทาสีขาว ตึกส่วนมากจะสูงไม่เกินสามชั้น และมีชั้นใต้ดินซึ่งมักจะเปิดให้เช่าเป็นหอพักนักศึกษา
มัตติกาพักอยู่ละแวกอพาร์ตเมนต์ หน้ามหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์เพื่อความสะดวก เพราะร้านอาหารไทยที่หญิงสาวทำงานพิเศษก็อยู่แถวนั้น อาศัยว่าเดินไปเพียงแค่สามช่วงตึกก็ถึง เพราะอยู่ริมแม่น้ำโปโตแมกซ์
เกือบห้าทุ่มเมื่อหญิงสาวพลิกดูนาฬิกาข้อมือ วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น ทำให้มัตติกาซึ่งแม้มีเชิ้ตแขนยาวตัวหนาสวมทับ ยังต้องยกมือขึ้นกอดอก ตลอดเวลาที่เดินตามทางเดินปูอิฐลายแปลกตา ตรงไปยังอพาร์ตเมนต์อันเป็นตึกสีเทาหม่นสองชั้น ข้างๆเธอเป็นผู้ชายสูงราวๆหนึ่งร้อยเจ็บสิบห้าเซนติเมตรคนหนึ่ง
เขาสวมเสื้อยืดแขนสั้น กับกางเกงยีนส์สีซีด เผยให้เห็นผิวคล้ำ รูปร่างของผู้ชายคนนี้ค่อนไปทางหนามองเห็นมัดกล้ามชัดเจน อติกันต์เป็นเชฟในร้านอาหารไทยที่มัตติกาทำงานอยู่
ชายหนุ่มเข้าทำงานก่อนหน้าเธอไม่ถึงปี จากนั้นมัตติกาก็สมัครเข้ามาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่ เพื่อหารายได้เพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ช่วยแบ่งเบาภาระของเพ็ญพรรณและแดเนียลซึ่งสนับสนุนให้เธอเรียนต่อ แม้เธอจะแย้งว่าจะไปเรียนที่อื่นที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่านี้ แต่ทั้งคู่ก็ยังยืนยันว่าอยากให้เธอศึกษาต่อที่นี่ แม้ว่าค่าเล่าเรียนมันจะสูงเอาการก็ตามที
“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะพี่กันต์”
มัตติกาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงหน้าที่พัก หญิงสาวเดินเข้าไปหยุดบนเชิงบันไดเหล็กหกขั้น ซึ่งส่วนหน้าที่เป็นไม้ แกะสลักเป็นรูปคล้ายๆใบเมเปิ้ลลวดลายอ่อนช้อย
“จ้ะ แล้วอย่าลืมกินยากันไว้ด้วยนะ เดี๋ยวไข้ขึ้นจะแย่เอา เสื้อเอาไว้คืนพี่วันหลังก็ได้ ตี๊กำลังหนาวใส่ไว้ก่อน”
อติกันต์พักห่างออกไปอีกช่วงหนึ่งตึก เขายื่นเป้หนังสือของหญิงสาวคืนให้ ก่อนยกมือขึ้นวางบนศีรษะของมัตติกาโยกไปมาสองสามที
ปีนี้ชายหนุ่มอายุปาเข้าไปสามสิบห้าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสละโสด และใช่ว่าหน้าตาเขาจะขี้ริ้ว เพราะเชฟหนุ่มถือได้ว่าเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง แม้จะผิวคล้ำแต่ก็บ่มให้ชายหนุ่มดูคมและเข้มขึ้น นัยน์คมยาวใหญ่สีน้ำตาลแก่มีแววหวาน คิ้วและผมดกหนา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางแต่ได้รูปสวย เวลายิ้มทีเป็นต้องมีคนติดใจจนมองตาม
“ค่า ตี๊ไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” คนผมยุ่งที่รู้สึกว่าจะโดนไข้หวัดเล่นงาน เพราะนอนดึกติดๆกันมาหลายคืนแล้วบ่นอุบๆ ส่วนคนโดนบ่นอมยิ้มละมือออกจากกลุ่มผมนุ่ม
