บทที่ 6 บทที่ 2 (1)

“จ้ะๆ ตี๊โตแล้ว เอาละเข้าไปพักเถอะ ฝันดีนะ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นโทร.หาพี่ละกัน”

ท้ายๆเสียงห้าวนุ่มเต็มไปด้วยแววห่วงใย และอติกันต์ก็ได้รับรอยยิ้มแสนหวานแทนคำขอบคุณ มัตติกาหันหลังให้เขาและก้าวขึ้นไปเปิดประตู ชายหนุ่มยืนมองจนกระทั่งประตูปิดลงเรียบร้อยแล้วจึงได้ออกเดินอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่วายหยุดเป็นระยะ เพื่อหันกลับมามองยังตึกที่หญิงสาวพักอาศัย

รอยยิ้มเปี่ยมสุขประดับบนใบหน้าคมเข้ม เขายกมือข้างหนึ่งแตะที่หน้าผากแล้วลูบไปมา ในดวงตาคมกริบมีแววเขินอายนิดๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะโคลงศีรษะสอดมือลงในกระเป๋ากางเกง แล้วเดินทอดน่องไปอย่างช้าๆ

ในความคำนึงขณะนั้นที่ทำให้ยิ้มได้ คือรอยยิ้มแสนหวานซึ่งได้รับกลับมาจากคนตัวเล็กเมื่อครู่นี้

ร้านกาแฟเล็กๆนั้นเปิดอยู่ตรงข้ามกับอพาร์ตเมนต์ของมัตติกา หน้าร้านเป็นเทอเรซยื่นออกมา มีซุ้มกุหลาบเลื้อยเป็นหลังคากันแดด และวางชุดโต๊ะเก้าอี้สีขาวไว้หนึ่งชุด ใกล้กับผนังกั้นซึ่งเป็นกระจกมองเห็นด้านในร้านได้ชัดเจน และมัตติกาก็นั่งอยู่ตรงนั้น เธอหันหน้าออกมาทางถนน ผู้ร่วมโต๊ะของเธอมองด้านหลังเห็นเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย

“ดีใจด้วยจริงๆนะมินนี่”

มัตติกาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ร่างเล็กๆวันนี้สวมเสื้อคอวีแขนสามส่วนกับกางเกงยีนส์ขายาวพอดีตัว ยิ่งทำให้ดูคล้ายเด็กผู้ชาย เมื่อครู่นี้เองขณะที่กำลังอ่านหนังสือ มิรันด้าเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของเธอ ก็โทรศัพท์มาหาบอกว่าให้ลงมาเจอกันที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามอพาร์ตเมนต์ ก่อนบอกข่าวดีแสนเซอร์ไพรส์ว่ากำลังจะแต่งงาน

“ตอนนี้มันตื่นเต้นมาก-มาก แบบว่า ว้าว! เหมือนลูกสาวกำลังจะแต่งงานน่ะ”

“เธอนี่นาตีตี้ ลูกสาวเลยเหรอ ฮึ!แม่สาวเกาะคานเหนียวแน่นอย่างเธอนี่ กล้าพูดแบบนี้เลย”

คนถูกเทียบเป็นลูกบอกกลั้วหัวเราะ มิรันด้า ลอมเบิร์กเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของมัตติกา เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เล็ก แต่มาห่างกันไปบ้างก็หลังเรียนจบ เนื่องจากอีกฝ่ายแยกกลับไปทำงานที่นิวยอร์ก ส่วนตัวมัตติกาเองนั้นตัดสินใจเรียนต่อ

“แต่จะว่าไปก็ดูคล้ายๆนะมินนี่ ผมเห็นตีตี้คอยห้ามคุณไม่ให้แสบซ่าเกินไปตั้งแต่เด็กๆแล้ว”

มิรันด้ามองค้อนเจ้าบ่าวของเธอที่สนับสนุนคำพูดของมัตติกา ส่วนนิโคลัส เอดิสัน แกล้งแฟนสาวด้วยการหันไปพยักพเยิดกับมัตติกาแทน

“เอาน่า สองคนนี้ทะเลาะกันยังไง ก็ยังทะเลาะกันอย่างนั้น”

มัตติกาห้ามทัพ เธอยืดตัวนั่งตรงแล้วยื่นมือข้ามโต๊ะ ไปจับมือผู้หญิงผมทองดัดเป็นลอนใหญ่ค่อนข้างอวบที่นั่งอยู่ตรงข้าม ก่อนเหลียวมองผู้ชายตัวสูงเพรียว ไว้ผมสกินเฮดที่นั่งชิดผู้เป็นเพื่อนพลางยิ้มกว้าง

“ยินดีกับพวกเธอด้วยจริงๆนะ ดีใจด้วยนะนิค คุณต้องเป็นเจ้าบ่าวที่หล่อที่สุดแน่ๆเลย ฉันมั่นใจ”

“ขอบคุณตีตี้ ชมกันแบบนี้ผมเขินแย่”

ว่าที่เจ้าบ่าวหัวเราะพออกพอใจกับคำยอ ส่วนว่าที่เจ้าสาวส่ายหน้าท่าทางเอือมๆ

“บอกแล้วอย่ายอมากตีตี้ อีตาคนนี้ยิ่งหลงตัวเองอยู่ด้วย” คนพูดบุ้ยปากไปยังคนนั่งข้างกล่าวสืบไป “แต่ยังไงเราสองคนก็ต้องขอบคุณเธอนะ เพราะถ้าไม่ได้เธอคอยเป็นที่ปรึกษาให้กับเรา ป่านนี้ฉันกับนิคอาจเลิกกันตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ได้”

นิโคลัสพยักหน้าเห็นพ้อง

“เพราะอย่างนี้พอเราคุยกันเรื่องนี้เมื่อคืน” มิรันด้าหันไปยิ้มให้กับแฟนหนุ่ม “เลยตัดสินใจว่าจะบอกเธอเป็นคนแรกเลยนะ เรากะกันว่ามาหาเธอก่อน แล้วค่อยไปบอกข่าวดีนี้ของเรากับคุณย่าของฉัน”

“โอ” คนแรกที่รู้เรื่องยิ้มปลื้ม อุทานด้วยความตื้นตันที่อีกฝ่ายเห็นความสำคัญของตน

“เราสองคนคิดจะเชิญแขกแค่ไม่กี่คนเท่านั้นตีตี้ เพราะอยากได้งานเรียบง่ายเป็นกันเองมากกว่า มินนี่ไม่ชอบความวุ่นวาย เธอไม่ต้องการชุดเจ้าสาวเลยด้วยซ้ำในตอนแรก คุณก็รู้ความคิดของเธอดี มินนี่อยากไปที่ลาสเวกัสแล้วเจอโบสถ์ไหนสวยถูกใจ เธออยากแวะเข้าไปทำพิธีแต่งงานแบบไม่สนใจใครเลยด้วยซ้ำ”

มัตติกาหัวเราะเมื่อว่าที่เจ้าสาวพยักหน้าหงึกหงัก

“ตีตี้ที่รัก เธอยังไม่รู้ Drive-Thru[1] ในลาสเวกัสเร็วทันใจมากแค่ไหน มันสะดวกอย่างกับซื้อแฮมเบอร์เกอร์สักอันเลยเชียวแหละ อีกอย่าง...” มิรันด้าเหลียวมองว่าที่เจ้าบ่าวของตน แล้วยกมือวางบนแผงอกหนั่นแน่น ก่อนหันมาพูดกับมัตติกาว่า “การเข้าหอมันน่าเร้าใจกว่าการต้องยืนแกร่วในพิธีแต่งงานเยอะน่ะ”

คนพูดขยิบตากัดปากแล้วทำตาปรือ พลอยทำให้คนฟังแก้มแดงขึ้นทันตาเห็น และนั่นทำให้เจ้าสาวสุดเซี้ยวหัวเราะพอใจ เอื้อมมือมาจับข้างแก้มของมัตติกาดึงเบาๆ

“เห็นไหมนิค ตีตี้จะน่ารักมากเวลาเขินแบบนี้”

“นี่แกล้งกันอีกแล้วนะมินนี่!”

มัตติกาแหวเสียงเบาเมื่อโดนแหย่ ส่วนมิรันด้ายังคงไม่ยอมหยุดแหย่เพื่อนสาวที่รักษาพรหมจรรย์ได้อย่างดีเยี่ยม กระทั่งนิโคลัสต้องเข้าห้ามศึกระหว่างสองสาวไว้เหมือนเช่นทุกที

[1] พิธีสมรสแบบ Drive-Thru เป็นงานแต่งงานที่แพร่หลายในลาสเวกัสและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่าย และการแต่งงานหรือหย่าร้างยังทำได้ง่าย แต่เนื่องจากบางรัฐจะต้องมีการขอใบอนุญาต และผ่านการตรวจเลือด แล้วยังต้องรออีกยี่สิบสี่ชั่วโมง ทว่าลาสเวกัสกลับไม่ต้องเสียเวลาในส่วนนั้น เพราะเพียงแค่ขับรถผ่านเท่านั้น ไม่ว่าจะหย่าร้างหรือแต่งงานก็สามารถทำได้ทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป