บทที่ 8 บทที่ 2 (3)

หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วค่อยดึงมือกลับ อติกันต์สีหน้าผิดปกติเพียงนิดก่อนจะแสร้งทำเป็นนั่งเอนพิงพนักชวนมัตติกาคุยเรื่องอื่นแทน ราวสิบนาทีรถยนต์สีเทาก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ กระจกรถเลื่อนลงแล้วมิรันด้าก็โผล่หน้าออกมา

“เฮ้! ไปกันตีตี้ ว่าแต่เธอรอนานไหม”

คนมาช้าห้านาทีเอ่ยถามและมัตติกาก็ส่ายหน้า หญิงสาวรีบลุกขึ้นและเดินไปหาเพื่อนสนิทโดยมีอติกันต์เดินตามมา ชายหนุ่มส่งยิ้มให้มิรันด้าแทนการทักทาย เพราะอีกฝ่ายยังไม่เปิดโอกาสให้พูด

“ขอยืมตัวตีตี้สักวันนะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเอาเธอมาส่งคืนแบบไม่มีอะไรสึกหรอ”

“ฝากดูแลตี๊ด้วย เธอคออ่อน ถ้าเป็นไปได้อย่าให้เธอดื่มมาก”

“แน่นอนค่ะ สัญญาเลยฉันจะพาตีตี้กลับมาอย่างปลอดภัย”

มิรันด้ารับคำ แล้วเบือนสายตากลับมามองสาวแว่น ซึ่งสวมเสื้อคอวีแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์ หน้าตาจืดชืดไม่ได้แต่งแต้มอะไรเลย ก่อนคนสวมเดรสสั้นเกาะอกสีฟ้าอ่อน แต่งหน้าเปรี้ยวปรี๊ดจะเบ้ปาก

“ตีตี้ นี่ถามจริงแต่งตัวแล้วแน่เหรอ”

“ทำไม” คนถามมองดูตัวเองทำท่าว่าไม่เข้าใจ ส่วนอติกันต์กลั้นขำแทบแย่

“เราจะเข้าบาร์กันนะที่รัก ฉันไม่ได้ชวนเธอไปเข้าโบสถ์เสียหน่อย แม่ชีน้อย เธอกำลังทำตัวแปลกแยกจากพวกเรานะจ๊ะ” คนฟังกลอกตา ส่วนคนพูดเหลียวมองอติกันต์ “อนุญาตไหมคุณผู้ดูแล วันนี้ขอฉันแปลงโฉมสาวน้อยคนนี้ให้เป็นสาวเจ้าเสน่ห์จะโอเคหรือเปล่า”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ และมัตติกาก็อ้าปากค้างทำหน้าง้ำที่ถูกกะเกณฑ์โดยไม่ถามความเห็น

“นี่มินนี่ฉันดูเป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือยังไง”

“ตี๊โตแล้ว” อติกันต์ชิงตอบ

“แต่เทสด้านแฟชั่นของตี๊มัน... ธรรมดาเกินไปน่ะ แบบผู้ชาย”

หญิงสาวหยิกเข้าที่ต้นแขนแน่น และอติกันต์ก็ร้องอู้ย มิรันด้ามองท่าทีของทั้งคู่แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ทั้งๆที่สนิทกันขนาดนี้ แต่พอถามถึงสถานะระหว่างทั้งคู่ทีไร มัตติกาก็จะตอบกลับอย่างรวดเร็วว่าเป็นแค่พี่ จนมิรันด้าอดนึกสงสารฝ่ายชายไม่ได้ ที่ช่างมีความอดทนเหลือเกิน

“งั้นก็เล็สโก้! ไปนะกันต์ ไว้เจอกัน”

ว่าที่เจ้าสาวเอ่ยลา เมื่อมัตติกาก้าวขึ้นรถ แล้วเธอก็ยื่นหน้าออกมาส่งยิ้มโบกมือให้กับเชฟหนุ่ม อติกันต์ทำเพียงแค่เปิดยิ้มตอบรับ ก่อนมิรันด้าจะขับออกไป และในระหว่างนั้นว่าที่เจ้าสาวก็บอกกับมัตติกาว่าตอนไปรับเพื่อนที่เหลือ เจ้าหล่อนจะจับเธอแปลงโฉม และหญิงสาวก็ไม่มีทางปฏิเสธ เมื่ออีกฝ่ายอ้างว่านี่เป็นงานเลี้ยงอำลาความโสดของเจ้าหล่อน และเพื่อนสนิทอย่างเธอก็ไม่ควรขัดใจ!

/////****/////

One Upon A Time เป็นบาร์กึ่งเล้าจ์อยู่ชั้นใต้ดินของบราวน์ ฮิลตัน บาร์แห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น แยกกันเป็นสัดส่วนมีทางออกทางเข้ากันคนละทาง ชั้นแรกติดกับกราวน์ฟลอร์เป็นบาร์ปกติเปิดเพลงร่วมสมัย มีอาหารเบาๆกับเครื่องดื่มหลากหลายชนิดไว้คอยบริการ ส่วนชั้นที่สองและสามเป็นบาร์เฉพาะ

ชั้นสองเป็นบาร์สำหรับเพศที่สาม ถ้าเรียกกันแบบบ้านบ้านก็คือบาร์เกย์

ส่วนชั้นสามเป็นโฮสต์คลับสำหรับสุภาพสตรีผู้มีหัวใจเปลี่ยวเหงา

ทั้งสามชั้นตกแต่งรับกับคอนเซ็ปต์ของร้านคือกาลครั้งหนึ่ง โฮสต์คลับคือเทพนิยายสำหรับสุภาพสตรี บาร์เกย์คือที่ปลดปล่อยและสถานที่เนรมิตความฝันให้เป็นจริง ส่วนบาร์ปกติคือความสนุกสนานเร้าใจ ที่ช่วยให้แขกซึ่งเข้ามาได้เปลื้องความเคร่งเครียดในปัจจุบันทิ้งไป

สำหรับโฮสต์คลับตกแต่งด้วยงานไม้ มีเหล่าเจ้าชายรูปงามคอยดูแล เหล่าบรรดาเจ้าหญิงที่จะก้าวเข้ามา งานตกแต่งแม้เป็นไม้ดูขรึม แต่ก็ตัดด้วยวอลเปเปอร์สีอ่อน ทำให้ดูละมุนลง ตามผนังประดับด้วยภาพวาดเทพนิยายในกรอบรูปไม้ฉลุฉลัก พื้นปูด้วยกระเบื้องสีสี่เหลี่ยมน้ำตาลอมส้ม ขาว และเทา โคมไฟเฉพาะบริเวณหน้าบาร์ส่องสว่างมากกว่าทุกที่ ส่วนอื่นเป็นแสงสลัวจากโคมไฟบริเวณฝาผนัง แต่ก็ยังมองเห็นสภาพแวดล้อมทั่วไปได้ชัดเจน

ตามชุดโซฟาแบ่งเป็นสัดส่วน ฉากกั้นเป็นไม้บุนวมสีเทาอ่อน โต๊ะเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อนขาแกะสลัก อันเป็นเฟอร์นิเจอร์จากหลุยส์ เช่นเดียวกับโซฟาอีกสามตัวที่ตั้งล้อมรอบ

บรรดาพนักงานชายในบาร์นี้จะแต่งตัวเป็นเจ้าชาย และมีเพียงดาวเด่นของร้าน ที่แต่งกายเป็นแดร็กคูล่าเจ้าเสน่ห์ เขาสวมเชิ้ตปลดกระดุมเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง และซิกแพ็กวับๆแวมๆ กับกางเกงแสล็กและมีผ้าคลุมยาว

แล้วมันก็แน่นอนว่า คนที่รับบทแดร็กคูล่านี้ เพิ่งเข้ามาทำที่นี่ได้ห้าวัน!

เขาเป็นหนุ่มหล่อ หุ่นเซ็กซี่ แต่... กลับไม่มีลูกค้าคนใดที่เขาจะไปนั่งบริการ ผู้ชายคนนี้เป็นพนักงานพิเศษซึ่งจะมาประจำแค่หนึ่งอาทิตย์ มีอภิสิทธิ์ตัดสินใจรับแขกเองได้ ที่สำคัญไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้จัดการหรือใคร ซึ่งเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษพวกนั้น ในหนึ่งคืนเขาจะต้องขึ้น‘เวที’เพื่อแสดงโชว์พิเศษ

และด้วยเหตุผลดังข้างต้น ที่จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร อีวอนน์ เอส. บราวน์ จึงได้รับการแนะนำเพียงแต่ว่าเป็นพนักงานใหม่ ชื่อจิมมี่ เจมส์ แพตตั้น เลยทำให้ใครๆเข้าใจว่า‘เขา’เป็นเด็กเส้น!

ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มกวาดตามองบริเวณรอบๆตัวอย่างเหนื่อยหน่าย ในใจยังหงุดหงิดไม่หายในวันที่เขา‘แพ้’ พนันเพื่อนทั้งสองคน

ก็ในวันนั้น หลังจากที่ลั่นปากว่าแน่ใจที่จะรับคำท้า

อีวอนน์ เฮคเตอร์กับคลินตันก็ต่างจ้องมองไปที่ประตูทางเข้าเล้าจ์ ก่อนจะมีสาวสวยหุ่นสูงเปรียวก้าวเดินเข้ามา เธอมีผมสีดำยาวเป็นคลื่นลงถึงกลางหลัง สวมชุดเดรสยาวเกาะอก แหวกด้านข้างจนเห็นต้นขาเรียวเสลาวับแวบ มองเห็นเนินอกอิ่มยวนตา แล้วเรือนร่างเย้ายวนทรงนาฬิกาทรายนั่น ก็หยุดยืนมองหาใครสักคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป