บทที่ 4 4

“ฉันไม่มีนิสัยแบบนั้นสักหน่อยนะมิเกล แล้วอย่าเพิ่งชวนออกนอกเรื่องได้ไหมช่วยกันตามหายัยพีชก่อน” วารีก้าต่อว่ามิเกลที่ยังอุตสาห์มีอารมณ์ขันหันมากล่าวหาเธอ

“หรือว่าจะไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวก็คงกลับมามั้งยัยพีชไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ” คาลสันเตือนสติเพื่อนสาวที่ตื่นกลัวกันออกนอกหน้าราวกับพีชญาเป็นเด็กอายุห้าขวบที่พลัดหลงจากผู้ปกครอง

“เออๆ..ฉันคงคิดมากไป งั้นพวกเราก็สนุกกันต่อเถอะเดี๋ยวยัยพีชก็คงกลับมา” ลูน่าบอกกับทุกคนก่อนที่สมาชิกที่เหลือจะเลิกสนใจพีชญาแล้วหันกลับไปสนุกกันต่อ

เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มอยู่ตลอดทั้งคืนปลุกเร้าหัวใจนักเต้นและนักดื่มให้สนุกสนานไปกับแสงสีที่สาดส่องไปทั่วสถานบันเทิงแห่งนี้ รวมถึงสามสาวกับอีกหนึ่งหนุ่มที่ตอนนี้สนุกสุดเหวี่ยงกันจนลืมไปแล้วว่าพีชญายังไม่กลับมา จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปตีสองกว่าอาการอ่อนล้าของทุกคนก็เรียกร้องหาที่นอนจึงได้สติตามหาพีชญากันให้วุ่นวายอีกครั้ง

“ฉันว่าชักจะยังไงแล้วนะ ยัยพีชยังไม่กลับมาเลย พวกเราต้องแยกย้ายกันตามหาแล้วละ ฉันกับลูน่าจะไปฝั่งนี้กับห้องน้ำพวกเธอสองคนไปฝั่งนู้นแล้วกลับมาเจอกันที่รถในอีกครึ่งชั่วโมง” มิเกลจัดการแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มแล้วแยกย้ายกันตามหาพีชญาที่หายตัวไป

มิเกลจูงมือลูน่าแยกตัวออกไปทางซ้ายเบียดเสียดผู้คนที่ยังคงหนาแน่นตรงไปยังห้องน้ำซึ่งน่าจะเป็นสถานที่ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด สองสาวเบียดแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำหญิงที่มีหญิงสาวนับสิบคนกำลังยืนต่อคิวรอเข้าห้องน้ำเป็นแถวยาวแล้วเดินสำรวจใบหน้าของแต่ละคนที่กำลังเมาได้ที่แต่ก็ไม่มีเพื่อนของเธอรวมอยู่ในนั้น ทั้งคู่จึงหันมายืนรอหน้าประตูห้องน้ำจนกระทั่งประตูทุกบานเปิดออกจนหมดแต่ก็ไม่มีใครที่มีหน้าตาเหมือนพีชญาสักคน

ส่วนวารีก้ากับคาลสันก็พยายามเดินสำรวจผู้คนในร้านไปด้วยในตอนที่เดินแยกตัวมาทางขวา แต่ก็ยังไม่เห็นใครที่จะมีลักษณะท่าทางเหมือนกับเพื่อนของเธอ แม้แต่ตามบาร์ที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่กำลังรอเครื่องดื่มก็ไม่มี ทุกซอกทุกมุมมืดของร้านก็ไร้วี่แววของพีชญาและตอนนี้ก็ครบเวลาครึ่งชั่วโมงที่ตกลงกันแล้ววารีก้าและคาลสันจึงเดินกลับไปรวมกลุ่มกับอีกสองสาวที่รถ

“เจอไหม” มิเกลถามคู่รักทันทีที่เห็นหน้า

“ไม่เจอเหมือนกัน” วารีก้าตอบทุกคนขณะที่คาลสันเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ

“ทำยังไงดีละทีนี้ เราตามหาจนทั่วแล้วนะ” ลูน่าถามทุกคนที่ตอนนี้แต่ละคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนักด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาวที่หายตัวไป

“ยังไม่ทั่ว เรายังไม่ได้ไปหาที่ห้องวีไอพี” มิเกลเอ่ยขึ้นด้วยความหวังเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าสถานบันเทิงแห่งนี้มีห้องวีไอพีสำหรับแขกพิเศษอยู่ชั้นบน

“แล้วยัยพีชจะขึ้นไปห้องวีไอพีทำไม” คาลสันถามสาวๆ ด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่รู้ละอาจจะเจอคนรู้จักแล้วขึ้นไปสนุกกับพวกเขาข้างบนก็ได้ ฉันจะไปคุยกับผู้จัดการขอขึ้นไปตามหาตัวยัยพีชบนนั้น” ทันทีที่พูดจบมิเกลก็เดินกลับเข้าไปในสถานบันเทิงชื่อดังตามด้วยสมาชิกในกลุ่มที่เหลืออีกสามที่วิ่งตามเธอแทบไม่ทัน

“ฉันต้องการพบผู้จัดการร้านไปเรียกเขามาพบฉันเดี๋ยวนี้” มิเกลบอกกับพนักงานต้อนรับที่ยืนคุมหน้าร้านด้วยท่าทางน่าเกรงขามแต่ตอนนี้เธอไม่กลัวอะไรไปมากกว่าเพื่อนที่หายตัวไปว่าจะได้รับอันตราย

“มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามร่างบางที่ยืนตรงหน้าด้วยท่าทางสุภาพ

“คุณพาฉันไปตามหาเพื่อนบนห้องวีไอพีได้ไหมละ ถ้าไม่ได้ก็ไปตามผู้จัดการมาพบฉัน” 

“ใจเย็นๆ น่ามิเกลค่อยๆ พูด” ลูน่าจับแขนเรียวเป็นเชิงปลอบเพราะเกรงว่าชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ยืนตรงหน้าจะจับพวกเธอทุ่มออกจากร้านไปซะก่อนจะได้เจอตัวพีชญาเพราะเสียงที่ติดจะหงุดหงิดของมิเกล

“ก็ได้ครับ ผมจะไปเรียนผู้จัดการให้ทราบเชิญพวกคุณตามผมมา”

มิเกลเดินตามชายร่างใหญ่กลับเข้าไปในร้านที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง ก่อนชายหนุ่มจะพาพวกเธอเดินไปเคาะประตูห้องที่อยู่ติดกับเคาน์เตอร์บาร์ หลังจากได้ยินคำอนุญาตทั้งสี่ก็รีบเข้าไปในห้องผู้จัดการทันที

“ฉันอยากขึ้นไปตามเพื่อนฉันบนห้องวีไอพีค่ะ” ทันทีที่เข้าไปเผชิญหน้ากับผู้จัดการร้านมิเกลก็บอกความต้องการของตัวเองทันที

“แต่บนนั้นไม่มีลูกค้าใช้บริการแล้วนะครับ ถึงจะมีแต่พวกเขาก็กลับออกไปหมดแล้วครับ” ผู้จัดการหนุ่มบอกกับสามสาวและหนึ่งหนุ่มที่เข้ามาในห้องทำงาน

“ฉันไม่สน จนกว่าฉันจะได้เห็นกับตาตัวเองฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด” มิเกลยังคงยืนยันคำเดิม

“เอาอย่างนี้ไหมครับเดี๋ยวผมให้เด็กในร้านช่วยตามหาอีกแรงบอกลักษณะเพื่อนของคุณมาสิครับ” ผู้จัดการหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามแบบฉบับคนที่เผชิญกับลูกค้ามาแล้วทุกสถานการณ์

“ผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ลูกครึ่งเอเชียใส่ชุดรัดรูปสีดำยาวกรอมเท้า...” ลูน่าอธิบายลักษณะของพีชญาให้กับผู้จัดการร้านฟังแทนมิเกลและวารีก้าที่เกือบจะอ้าปากต่อว่าเพราะอยากจะขึ้นไปสำรวจบนห้องวีไอพีด้วยตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป