บทที่ 7 7
รอยยิ้มทรงเสน่ห์ฉีกยิ้มให้กับกล้องนับร้อยตัวที่กดชัตเตอร์ระรัวเก็บภาพบรรยากาศงานส่งมอบเครื่องบินลำใหม่ของสายการบินโฮเมอร์กับบริษัทแอชตันแอร์เพลนจนไม่รู้จะหันไปยิ้มให้กล้องไหนดี เพราะเขาคือซีอีโอหนุ่มอนาคตไกลที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารมือหนึ่งของสายการบินและมือหนึ่งของธุรกิจสายการบินพร้อมกับน้องชายและน้องสาวแทนบิดาที่วางมือจากวงการเพื่อให้คลื่นลูกใหม่ได้ขึ้นมาแทน ลูฟก้าวลงจากเวทีหลังจากที่พิธีการทั้งหมดจบสิ้นเป็นจังหวะให้โลฟที่เดินตามมาดึงตัวพี่ชายที่มีโครงหน้าคล้ายคลึงกันไว้ก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องที่ยังค้างคาอยู่
“ผมมีเรื่องจะบอกพี่” โลฟเอ่ยกับพี่ชายเมื่อทั้งคู่ลงจากเวทีเรียบร้อยแล้ว
“มีเรื่องอะไร”
“ก็ที่ให้ผมไปจัดการไงคนที่เข้าไปวุ่นวายงานแต่งพี่แอชตันกับลูกแพร”
“พี่ว่าโลฟไปคุยกับแอชตันเองดีกว่า นู้น..” ลูฟพยักหน้าไปยังสองหนุ่มสาวที่ฉุดกระชากกันไปมาเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครในงาน “ไปพาสองนั้นไปคุยกันที่ห้องพักดีกว่าไป”
“ครับ” โลฟมองตามพี่ชายแล้วก็เห็นสมควรว่าควรพาสองคนนั้นเข้าไปด้านในจริงๆ
ลับร่างน้องชายคนกลางของพี่น้องตระกูลโฮเมอร์ อาร์เธอร์ก็เดินกลับเข้ามาหาชายหนุ่มรุ่นลูกที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วชักชวนกันเข้าไปดูงานที่จัดแสดงด้านในซึ่งจัดให้มีการจำลองห้องเครื่อง ห้องควบคุมและสาธิตการบริการบนเครื่องบินของสายการบินอันดับหนึ่ง
ทั้งคู่เดินผ่านห้องควบคุมและห้องเครื่องก่อนจะเลยไปยังส่วนของการบริการที่นำแอร์โฮสเตสสาวของสายการบินลงมาบริการผู้โดยสารจำลองกันถึงบนพื้นดิน เสียงแอร์โฮสเตสสาวหวานหูดึงความสนใจของลูฟให้เดินเข้าไปใกล้ ความสนใจของเขาไม่ใช่การบริการและคำพูดที่อ่อนหวานแต่เป็นเสียงหวานคุ้นหูที่ยากจะลืมจนแอบเก็บไปฝันและตามหาทุกครั้งที่มีโอกาสกลับไปที่นิวยอร์ก
ร่างบางในชุดแอร์โฮสเตสสีแดงกำลังแจกยิ้มหวานให้บริการเครื่องดื่มกับชายหนุ่มผมยาว ไม่ต้องบอกว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครถ้าไม่ใช่เสียงของคนที่แอบตามหามานาน
“เจ้านายครับ” ผู้จัดการหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาหาร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับซีอีโอชั่วคราวของแอชตันแอร์เพลน แต่ก็ถูกลูฟยกมือขึ้นให้เงียบเสียงซะก่อน
“ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงกลางนั่นใคร” ผู้จัดการหนุ่มหันไปมองส่วนจัดแสดงแล้วจึงหันกลับมาตอบคำถาม
“เธอชื่อพีชญา เลิศกาญจนาครับ เป็นแอร์โฮสเตสระดับเฟิสต์คลาสของสายการบินเรา”
“งั้นเหรอ” ใครจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยของชายหนุ่มตอนนี้หัวใจข้างในจะเต้นแรงร้อนรุ่มขนาดไหนที่ได้เจอเป้าหมายที่คิดว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
“เธอสวยใช่ไหมครับ แต่ผมได้ยินมาว่าเธอเป็นคนรักของกัปตันมาติน”
จู่ๆ ร่างกายก็กระตุกขึ้นมาเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของผู้จัดการหนุ่ม แต่ก็แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นชายหนุ่มก็สามารถเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมาได้ ลูฟหันหลังเดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้น มันก็แค่คำบอกเล่าที่พูดต่อๆ กันมาคนที่จะตอบเขาได้ว่าจริงหรือไม่จริงมีแค่หล่อนคนเดียวเท่านั้นและเขาจะเป็นคนหาคำตอบนั้นด้วยตัวเอง
เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อถึงเวลาพักเบรก ความเหนื่อยล้าทำให้พีชญาเดินเข้าไปหยิบแก้วน้ำในส่วนแพนทรี่ที่จัดเครื่องดื่มและของว่างไว้ให้กับพนักงานขึ้นมารินน้ำหวานสีสวยลงไปจนเกือบเต็มแก้ว ริมฝีปากอิ่มเปิดรับน้ำหวานลงไปตามลำคอด้วยความกระหายแต่ก็เกือบสำลักเมื่อเพื่อนรักเดินตามเข้ามาด้านหลังพร้อมกับสะกิดให้เธอตกใจจนเกือบจะปล่อยแก้วน้ำหลุดมือ
“ไม่ต้องถอนหายใจเสียงดังขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” วารีก้าเอ่ยล้อเมื่อเห็นพีชญาถอนหายใจเสียงดัง
“เจอใคร”
“ก็กัปตันมาร์ตินไง ลงทุนเปลี่ยนตารางการบินเพื่อลงมาดูห้องควบคุมแทนกัปตันชาร์ลอตเพื่ออยู่กับเธอเลยนะ”
“ฉันไม่ได้สนใจเขาวารีก้า แล้วก็อย่าหาเรื่องให้สองคนนั้นเขม่นฉันไปมากกว่านี้ได้ไหม”
พีชญาตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อนรักที่ขยันหาคำพูดมาเอ่ยล้อได้ตลอด เธอไม่อยากเป็นจุดสนใจไปมากกว่านี้ถึงแม้ความจริงกัปตันมาร์ตินจะสนใจเธอจริงๆ ก็เถอะ แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็เหมือนจะดีขึ้นมาหลังจากที่กลับมาจากลาพักร้อน แต่กัปตันขวัญใจนางฟ้าโฮเมอร์ก็ดันเลือกเธอให้เป็นแอร์พิเศษดูแลคู่รักที่กำลังเดินทางไปฮันนีมูนอีก ซึ่งก็คือคุณแอชตันเจ้าของแอชตันแอร์เพลนและคุณแพรวาหนึ่งในผู้บริหารสายการบินที่เธอทำงานอยู่นั่นเอง ทำให้เธอถูกเขม่นมากขึ้นไปอีกเพราะคิดว่าเธอได้ไปเที่ยวกับกัปตันมาร์ตินสองต่อสองไกลถึงทะเลมัลดิฟ ไม่อยากจะบอกเลยว่าถึงเขาจะพยายามชวนเธอออกไปเที่ยวขนาดไหนตอนที่อยู่ที่นั่น แต่เธอก็ไม่เคยตกลงปลงใจออกไปกับเขาเลยสักครั้ง
และครั้งนี้ก็เช่นกันที่ชายหนุ่มเลือกเธอให้มารับงานสาธิตการบริการนี้เพื่อจะได้มีเวลาพักผ่อนหลังจากบินยาวไม่ได้พักเกือบตลอดเดือน แต่ไม่รู้ว่ากัปตันหนุ่มจะรู้บ้างไหมว่าความหวังดีของเขานั่นแหละที่นำหายนะมาให้เธอ
