บทที่ 9 9
“หายไปไหนมาฉันรอตั้งนาน” พีชญาจับแขนชายหนุ่มไว้แน่นทั้งที่ไม่ได้มองหน้าว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครหน้าตาเป็นอย่างไรและก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะสวมบทบาทเป็นเพื่อนเธอหรือเปล่าแต่พีชญาก็จับแขนพร้อมกับโมเมไปแล้วเขาคือเพื่อนของเธอ “ช่วยสวมบทเป็นเพื่อนฉันทีค่ะ ได้โปรด”
“นี่เพื่อนคุณเหรอครับ” มาร์ตินถามพีชญาที่จู่ๆ ก็วิ่งเข้าไปควงแขนผู้ชายที่เดินผ่านมา และยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามอะไรไปมากกว่านั้นพีชญาก็ชิงพูดขึ้นซะก่อน
“ใช่ค่ะ พีชขอตัวก่อนนะคะกัปตัน ไปกันเถอะ” เธอไม่รู้หรอกว่าผู้ชายที่เธอจับแขนไว้ตอนนี้จะมองเธอว่าเป็นผู้หญิงแบบไหน แต่ตอนนี้ขอให้ได้ออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้ให้ได้ก่อนก็พอแล้ว
เมื่อชายหนุ่มที่เธอยื่นบทบาทเพื่อนสนิทให้สตาร์ทเครื่องยนต์ออกจากลานจอดรถ พีชญาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่สามารถพาตัวเองออกมาจากจุดนั้นได้แล้วหันมาให้ความสนใจกับคนขับข้างกายที่ทำตัวเงียบสนิทมาตลอดทาง อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือไม่อย่างนั้นตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะหาข้ออ้างออกมาจากจุดนั้นได้ยังไง แล้วค่อยขอลงหน้าสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดเพื่อไม่เป็นการรบกวนชายหนุ่มไปมากกว่านี้ แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดหนีอายไว้ที่ไหนแล้ว
“ขอบคุณมากค่ะที่ช่วย คุณ...” พีชญาพูดได้แค่นั้นก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายที่เธอกระโดดขึ้นรถมาด้วยมันเป็นใบหน้าของคนที่เธอจำได้ไม่มีวันลืมเด็ดขาด
“ไม่ได้เจอกันนานนะครับ”
อเมริกาแคบขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงได้เจอกันง่ายดายอย่างกะเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีพื้นที่ไม่กี่ร้อยตารางกิโลเมตรซะอย่างนั้น แล้วเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลายเชื้อชาติอย่างนี้ทำไมฟ้าไม่ส่งคนอื่นเข้ามาช่วยเธอแต่ดันส่งคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดมาเจอซะได้ อีกทั้งเธอยังกระโดดขึ้นรถมาด้วยความเต็มใจแต่คงไม่โทษใครถ้าไม่ใช่ความสะเพร่าของเธอเอง แบบนี้มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ
“คะ..คุณ...”
“ขอบคุณที่ยังจำกันได้นะครับ”
“ใครเขาอยากจะจำคุณได้กันละ จอดให้ฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ” พีชญาบอกชายหนุ่ม ถ้าหากรู้ว่าคนที่เธอเข้าไปคล้องแขนมอบบทบาทเพื่อนสนิทให้เป็นเขาละก็เธอยอมไปดินเนอร์กับกัปตันมาร์ตินยังดีกว่า ถึงแม้จะรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีเรื่องตามมาก็เถอะแต่ก็ยังดีกว่าขึ้นรถมากับผู้ชายที่ไม่อยากเจอมากที่สุดอย่างเขา
“อ้าว เมื่อกี้คุณยังบอกผู้ชายคนนั้นว่ารอเจอผมตั้งนานไม่ใช่เหรอครับ นี่เราก็เพิ่งได้เจอกันไม่กี่นาทีคุณจะรีบไปไหนละ ผมก็รอเจอคุณตั้งนานแล้วเหมือนกันนะ” จริงที่สุด! ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้อยากเจอผู้หญิงคนนี้อีกทั้งที่ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าจูบไม่เป็นสับปะรดแค่ครั้งเดียว แต่คราวนี้เขาสาบานได้เลยว่าจะไม่มีทางปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หายไปต่อหน้าต่อตาได้อีกเป็นอันขาด
“ฉันไม่รู้ว่าเป็นคุณถึงได้พูดออกไปแบบนั้นแต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฉันขอลงตรงนี้เลย” พีชญาพยายามเปิดประตูรถแต่เหมือนรถคันหรูที่นั่งอยู่นี้จะไม่ตอบสนองความต้องการของเธอ อีกทั้งยังได้รับเสียงหัวเราะในลำคอเป็นการตอบแทนอีกด้วย
“ไม่เอาน่า อย่าใจร้ายกับผมนักเลยไหนๆ คุณก็บอกว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้วเราก็มาทำความรู้จักกันดีกว่า บางทีครั้งหน้าคุณอาจจะต้องขอร้องให้ผมช่วยอีกก็ได้”
“ฉันไม่อยากรู้จักคุณและไม่มีทางขอร้องคุณอีกเป็นอันขาด ครั้งนี้ฉันมันโง่เองที่ไม่ได้มองหน้าคุณแต่ไม่มีครั้งหน้าแน่ๆ”
“ทำไมพูดอย่างนั้นละครับ อย่างน้อยเราก็เคยร่วมเตียงกันมานะจะรู้จักกันเพิ่มอีกสักนิดจะเป็นไร”
พีชญาลมออกหูกับคำพูดที่ออกมาจากปากของชายหนุ่ม กล้าดียังไงถึงพูดออกมาได้ไม่อายปากถึงเธอจะเคยร่วมเตียงกับเขาจริงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีอะไรกันสักหน่อย แล้วเรื่องแบบนี้ผู้ชายดีๆ ที่ไหนจะยกเอามาอ้างเพื่อขอรู้จักผู้หญิงกัน แค่เริ่มต้นก็ไม่ผ่านแล้วไม่ต้องพูดถึงนาทีต่อจากนี้
“คุณเป็นผู้ชายประเภทไหนถึงได้ยกเอาเรื่องบนเตียงมาใช้อ้างกับผู้หญิง ถึงฉันจะเคยร่วมเตียงกับคุณจริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีอะไรกัน”
“ทำไมจะไม่มี”
“อะไรนะ!” พีชญาหันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกใจ
“คุณสุดยอดมากเลยนะ ทำเอาผมติดใจจนต้องกลับไปตามหาคุณที่เดิมตั้งหลายครั้ง” ลูฟตอบหญิงสาวด้วยใบหน้าเคลิ้มฝัน
“ไม่จริง” เสียงเล็กสั่นเครือ เธอเชื่อมาโดยตลอดว่าคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่วันนี้ความเชื่อนั้นกำลังถูกพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี
“จริงครับ ไม่งั้นผมจะติดใจจนตามหาคุณทำไม”
“แต่ฉันไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย” แทบจะกัดลิ้นตัวเอง ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความอายอยากจะบ้าตายที่ดันใช้คำพูดแบบนั้นออกไปแต่จะเอาคืนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
“เรามาทบทวนกันอีกทีไหมละ รับรองคราวนี้คุณต้องรู้สึกดีจนต้องร้องขอผมอีกหลายครั้งแน่”
“ฝันไปเถอะ!”
พีชญาสะบัดหน้าหนีหันไปมองนอกหน้าต่าง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะพูดออกมาหน้าด้านๆ แถมยังลอยหน้าลอยตายิ้มไม่หุบ แต่คนที่เครียดและหนักใจก็คือเธอที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวคืนนั้นแถมยังมั่นใจซะเต็มที่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนมาวันนี้ที่บังเอิญได้พบกับเขาอีกครั้งความจริงในคืนนั้นก็ทำเอาเธอทำอะไรไม่ถูก
“ถึงแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบสงบในรถดึงสติของพีชญากลับมาอีกครั้ง
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม” เสียงเล็กตะโกนถามชายหนุ่มที่จอดรถหน้าโรงแรมชื่อดังใจกลางลอสแอนเจลิสด้วยความโกรธ ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่หนีกัปตันมาร์ตินมาเจอเข้ากับผู้ชายคนนี้ที่หนียากยิ่งกว่า
“ทบทวนบทรักของเราไง” ลูฟยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างใบหูพีชญาจนปลายจมูกเฉียดเข้ากับแก้มนิ่มได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่จำได้ไม่เคยลืมเข้าไปเต็มปอด แต่ก็ได้เพียงแค่นั้นเมื่อร่างบางยกมือสองข้างผลักร่างหนาให้ถอยกลับไปนั่งที่เดิม
