บทที่ 6 คนที่ยังอยู่ในความทรงจำ
ช่วงเย็น...หลังเลิกงาน ต้นยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง แสงสีส้มจากด้านนอกส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาตกกระทบบนโต๊ะทำงาน
แฟ้มเอกสารของโครงการวางอยู่ตรงหน้า แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือเหล่านั้นเลย ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด
ห้าปีแล้ว...แต่เพียงแค่ได้เห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง กลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่เขาคิดว่าหายไปแล้ว...
ชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง
ต้นเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ก่อนหลับตาลงชั่วครู่
ครืด... ครืด... ครืด... เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของต้นดังขึ้น
ต้นลืมตาขึ้น ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อคนโทรเข้ามา เขากดรับสาย “ว่าไงเพื่อน”
“เลิกงานหรือยังวะ?” เสียงกันต์ที่อยู่ปลายสายถามขึ้น
“ยังว่ะ มึงโทรมามีธุระอะไร?”
เสียงปลายสายหัวเราะขึ้นทันที
“มึงนี่นะ...กลับมาไทยได้ไม่กี่วันก็เอาแต่ทำงานเหมือนเดิมเลย ไม่คิดจะติดต่อเพื่อนฝูงบ้างหรือไงวะ?”
ต้นยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ “มีอะไร?”
“คืนนี้ไปดื่มกันหน่อย ร้านเดิม เจอกันสองทุ่ม”
“ไม่ว่าง...มีงานต้องทำ”
“อะไรของมึงวะ? งานอะไรนักหนา?” กันต์ถามทันที
ต้นเหลือบมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า ก่อนตอบสั้น ๆ “งานที่บริษัท”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกันต์จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนรู้ทัน
“มึงแน่ใจนะว่าเป็นเรื่องงานจริง ๆ ไม่ได้มีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่าเรื่องงาน?”
มือของต้นที่กำลังจะเปิดแฟ้มชะงักไปเล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยววินาที...สีหน้าของเขาก็กลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิม
“พูดมาก...ไอ้กันต์”
กันต์หัวเราะอย่างรู้ทัน “ตกลงไปไหม?”
ต้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “สองทุ่มใช่ไหม?”
“เออ! แบบนี้สิวะ ค่อยสมกับการกลับมาไทยหน่อย เดี๋ยวกูโทรบอกไอ้อาร์มก่อน”
“อืม กูวางละนะจะรีบเคลียร์งาน”
“ครับ คุณต้นเพื่อนรัก แล้วเจอกันครับผม”
ต้นกดวางสาย ก่อนหยิบแฟ้มเอกสารส่วนที่ต้องรีบจัดการขึ้นมา
คืนนี้เขามีนัดกับเพื่อน...และดูเหมือนว่าอีกไม่นาน ความเงียบในห้องทำงานแห่งนี้จะถูกแทนที่ด้วย
เสียงหัวเราะของเพื่อนเก่าอีกครั้ง
เมษายังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเช่นเดิม เอกสารหลายแฟ้มยังคงกองอยู่ตรงหน้า เธอเร่งมือจัดการงานที่ค้างอยู่โดยแทบไม่ได้สนใจเวลา
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงเวลานัดหมายของต้นกับเพื่อนต้นจัดการงานส่วนสุดท้ายเสร็จ
ก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินออกจากห้องทำงาน ระหว่างทาง เขากลับสังเกตเห็นแสงไฟที่ยังเปิดสว่าง
อยู่บริเวณแผนกของเมษา ฝีเท้าของเขาชะงักลงเล็กน้อย ต้นหันไปมองตามแสงไฟ
ก่อนจะเห็นแผ่นหลังของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งก้มหน้าทำงานอยู่ที่โต๊ะของเธออย่างเร่งรีบ
ต้นยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งในใจเกิดความลังเลขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว จะเดินผ่านไป...หรือเข้าไปทักเธอดี?
แต่ในใจเขารู้ดีว่าตัวเองควรรีบเดินออกไป เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลานัดกับเพื่อนแล้ว
แต่สุดท้าย...ความอยากเห็นหน้าเธออีกสักครั้ง กลับมีมากกว่าความคิดที่จะเดินจากไป
ต้นสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนเปลี่ยนทิศทางและเดินเข้าไปหาเธอ
เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ เขามองหญิงสาวที่ยังคงจดจ่ออยู่กับงาน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเป็นปกติ
“อ้าว...คุณเมษายังไม่กลับบ้านเหรอครับ?”
เมษาที่กำลังเร่งทำงานอยู่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของต้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมอง
“ยังค่ะ...ท่านประธาน”
สายตาของทั้งสองสบกันเพียงชั่วครู่ ก่อนเมษาจะเป็นฝ่ายหลบตาแล้วก้มกลับไปมองเอกสารตรงหน้า
ต้นยืนนิ่งมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นกองเอกสารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ
“งานเยอะเหรอครับ?” ต้นเอ่ยถาม
“อ๋อ...ไม่ค่ะ พอดีดิฉันอยากรีบแก้ไขเอกสารโครงการให้เสร็จค่ะ”
ต้นพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ก่อนเอ่ยพูดออกมา “ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ครับ”
เมษาชะงักมือเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
“แต่ถ้างานยังไม่เสร็จ...ดิฉันคงกลับไม่ได้ค่ะ” น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง แต่แววตากลับมีบางอย่างซ่อนอยู่
ต้นมองเธอเงียบ ๆ ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ “คุณทำงานเก่งเหมือนเดิมนะครับ”
เมษานิ่งไปทันที คำพูดธรรมดา ๆ เพียงไม่กี่คำ กลับทำให้หัวใจของเธอกระตุกอย่างไม่มีเหตุผล
เหมือนกับว่า...คำพูดนั้นเคยเป็นประโยคที่เธอได้ยินจากเขาเมื่อหลายปีก่อน
แต่ต้นกลับทำเพียงยิ้มบาง ๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
“งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ”
ต้นหันหลังเตรียมเดินออกไป แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ชะงัก เมื่อคำเรียกของเมษาเมื่อครู่ยังติดอยู่ในความคิด
ต้นหันกลับไปมองเธออีกครั้ง
เมษารู้สึกได้ว่าต้นหยุดนิ่งอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“คะ...ท่านประธาน?”
ต้นไม่ได้ตอบอะไร เพียงยืนนิ่งมองเธอที่กลับไปก้มหน้าสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าอีกครั้ง
ต้นก้าวเดินต่อออกไป แต่ในขณะเดินออกไป หัวใจของเขากลับรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมษา...ทำไมเธอถึงเรียกกันห่างเหินขนาดนี้…
ความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมาในใจของต้น
“หรือเมื่อห้าปีก่อน...เธอจะโกรธกันไปแล้วจริง ๆ”
