บทที่ 4 ชีวิตของซีอีโอ
บริษัท Freya Group
ร่างอรชรในชุดสูทสีชมพูอ่อน ตัดกับเสื้อเกาะอกข้างในสีขาวและกระโปรงโทนเดียวกับสูท
ก้าวเดินในรองเท้าส้นสูงลิ่วอย่างมั่นใจ เมื่อเดินทางมาถึงบริษัทเกี่ยวกับการส่งออกระดับประเทศ แล้วแน่นอนว่าเป็นซีอีโอที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจมากๆ
"สวัสดีค่ะคุณเฟย์ วันนี้มีประชุมช่วงสิบโมงนะคะ" เลขาสาวอย่างณัชชารีบเข้ามารายงานรวดเร็ว มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตที่เปิดตารางงานประจำวันเอาไว้ ส่วนอีกข้างกอดแฟ้มเอกสารแนบอกอย่างระมัดระวัง
"สั่งไปว่า วันนี้เรื่องผู้ถือหุ้นห้ามขาดใครไป ไม่งั้นฉันจะยกเลิกสัญญาร่วมหุ้น" น้ำเสียงหวานเอ่ยสั่งเด็ดขาด ขณะที่ยังก้าวเดินไปรอบๆ ชั้นบริหาร จะเห็นว่าทุกมุมต่างยุ่งวุ่นวายกันมากๆ
จนกระทั่งตรงบริเวณทางเดินไปห้องประจำตำแหน่งของเธอ โต๊ะทำงานยังว่างเปล่า เพราะไร้คนมีประสบการณ์มาดูแล
"รับทราบค่ะคุณเฟย์ เดี๋ยวณัชชาจะไปแจ้งทุกคนเลยค่ะ"
"แล้วทำไมโต๊ะนี้ยังขาดคนอยู่?" ใบหน้าสวยเฉี่ยวหันถาม เคาะนิ้วชี้เรียวสวยลงบนโต๊ะที่เธอสื่อความหมาย
"คือว่า..ทางแผนกยังเลือกคนใหม่เข้ามาทำตรงนี้ไม่ได้ค่ะ เห็นว่ามีข้อมูลที่ส่งมาสมัครมันเยอะมากๆ " ฝ่ายคนบอกก้มหน้ารับรู้ความผิด
“การตรวจสอบให้รอบคอบกับการปล่อยให้ตำแหน่งว่างจนงานสะดุด มันเป็นคนละเรื่องกันนะคุณณัชชา”
"ขอโทษค่ะคุณเฟย์"
"ส่งเอกสารผู้สมัครทั้งหมดขึ้นไปที่ห้องฉันภายในหนึ่งชั่วโมง ฉันจะเป็นคนเลือกเอง"
"ภายในหนึ่งชั่วโมงเลยเหรอคะ?" ณัชชาจะรีบเม้มปาก ตอนที่คำถามหลุดออกไปอย่างลืมตัว
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
"ไม่มีค่ะ ณัชชาจะรีบจัดการทันทีนะคะ"
"ดีค่ะ" เฟรยาละมือจากขอบโต๊ะ แล้วหันกลับมาสบตาเลขาสาวโดยตรง
"แล้วกำชับฝ่ายบุคคลให้ชัดเจนด้วย ฉันต้องการคนที่โดดเด่นมีความสามารถ รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ไม่ใช่แค่คนที่เอาประสบการณ์มาใส่ไว้ในประวัติส่วนตัว แต่พอถึงเวลาทำงานจริงกลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง"
"ค่ะคุณเฟรยา" เลขาสาวรีบก้มหน้ารับคำสั่ง ก่อนที่เจ้านายสาวจะเดินไปยังห้องประจำตำแหน่งต่อ เธอก็รีบเดินไปที่ฝ่ายบุคคลในทันที
ตุ๊บ~
เมื่อเข้ามาในห้องระบุตำแหน่งของเธอ เฟรยาก็เดินไปตรงโต๊ะทำงาน ราวกับว่าเป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคยมานาน
ดวงตากลมคู่สวยเหลือบมองไปยังกรอบรูปตรงมุมโต๊ะ นั่นคือรูปเธอและมารดา แต่ตอนนี้นั้นท่านเสียไปหลายปีแล้ว ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่บิดาบังคับ
แม้กระทั่งความสุขของตัวเอง เธอก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามีสิทธิ์เลือกมันได้มากน้อยเพียงใด
"ทำไปได้ไง..." แต่แล้วความคิดนึงก็ทำให้เธอนึกถึงชายหนุ่มแปลกหน้าคนเมื่อคืน รอยจูบดูดดื่มส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจดวงน้อย
แล้วที่น่าสงสัยคือเขาเป็นใครกัน ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อยากรู้จัก เพราะกลัวว่าเรื่องราวมันคงไม่ได้สวยงามอย่างในนิทาน อาจจะเป็นคนอันตราย ไม่ก็โรคจิตน่ากลัวว่าคนที่เธอถูกโดนจับคู่ให้ก็ได้
แก๊ก~
"คุณพ่อ.." เสียงหวานเอ่ยขึ้น ในตอนที่บิดาเข้ามาในห้องทำงานโดยไม่ส่งเสียงเตือนใดใดก่อน แค่ดูการมาก็รู้แล้วว่าเขาไม่ค่อยพอใจเธอเท่าไหร่
"เอเดนบอกว่าลูกพยามหนีหน้าเหรอ" อิฐพลคว้าก้าวอี้ตัวตรงข้ามมานั่งลง
"คุณพ่อก็น่าจะรู้ว่าเฟย์ไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้" เธอบอกอย่างไร้ความกลัว
"พ่อไม่เข้าใจว่าลูกจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปถึงไหน เอเดนก็มีหน้ามีตาในสังคม ฐานะทางครอบครัวก็เหมาะสมกับเรา ที่สำคัญเขาเองก็ยืนยันกับพ่อแล้วว่าจะปรับปรุงตัว"
"ปรับปรุงตัว?" เฟรยาทวนคำพูดของบิดาเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่มีความขบขันอยู่ในนั้น
"เขายืนยันกับพ่อไว้อย่างนั้นจริงๆ นะ"
"คุณพ่อกำลังพูดถึงผู้ชายที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าอย่างนั้นเหรอคะ"
"เรื่องพวกนั้นมันเป็นอดีตไปแล้ว"
"คุณพ่อเคยถามเฟย์บ้างไหมว่าเฟย์ต้องการอะไร เคยถามหรือเปล่าว่าผู้ชายที่คุณพ่อเลือกให้เป็นคนที่เฟย์อยากใช้ชีวิตด้วยจริงๆ หรือเปล่า"
"พ่อทำทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของลูก!" อิฐพลยกมือตบลงบนโต๊ะทำงาน ทั้งที่กำลังข่มความโมโหไว้อย่างหนัก
"แต่อนาคตนั้นเป็นของเฟย์นะคะ ไม่ใช่ของคุณพ่อ" ร่างอรชรยังยืนกรานคำเดิม เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วเธอก็เคยทะเลาะกับบิดาเรื่องนี้มาบ่อยครั้ง เพียงเพราะผู้ชายเจ้าชู้คนนั้น
“อย่าคิดว่าการที่ลูกเป็นซีอีโอแล้วจะทำอะไรก็ได้! ตำแหน่งที่ลูกมีอยู่ทุกวันนี้ ลูกคิดว่าได้มาด้วยตัวเองทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ?”
ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนทันที เขามองลูกสาวตรงหน้าอย่างไม่คาดคิด ว่าจะกล้าปฏิเสธความต้องการของเขาถึงเพียงนี้
"ถ้าคุณพ่อคิดว่าเฟย์ไม่มีความสามารถมากพอที่จะบริหารบริษัทนี้ด้วยตัวเอง เฟย์ก็พร้อมจะพิสูจน์ให้เห็น แต่เรื่องแต่งงาน เฟย์ขอเป็นคนตัดสินใจเอง"
ใบหน้าสวยเชิดขึ้นในท่าทางสง่างามและน่าเกรงขาม เธอไม่อยากให้บิดาเห็นว่าเขาทำอะไรเธอได้ แล้วไม่ว่ายังไงเธอก็จะเลือกชีวิตด้วยตัวเอง
"แล้วสักวันลูกก็จะรู้ว่าคิดผิด ที่ไม่เชื่อฟังคำพูดของพ่อ!"
......
