บทที่ 1 ตัวสำรอง

ละอองฟอง สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงขยับเขยื้อนบางอย่างในความเงียบสงัดของยามดึก เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหันไปมอง ก็เห็นเข้ากับ คิน ที่กำลังยืนสวมเสื้ออยู่หน้าตู้เสื้อผ้า หญิงสาวเบนสายตาไปยังนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนัง ก็พบว่าเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเป็นเวลาตีสอง

ละอองฟองรีบคว้าชุดคลุมที่พาดอยู่บนพื้นมาสวมใส่อย่างลวก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับลงจากเตียง แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม เอื้อมมือไปติดกระดุมเสื้อให้เขาอย่างแผ่วเบา

“หนูนึกว่าวันนี้พี่คินจะนอนที่นี่กันหนูซะอีก” เธอเอ่ยเสียงเบา

“พรุ่งนี้ฉันมีธุระ”

“ธุระอะไรเหรอคะ” ละอองฟองถามพลางเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง แต่เขากลับไม่ตอบอะไรเลย เพียงหันไปคว้าโทรศัพท์และกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือเอาไว้

“พี่คินคะ” หญิงสาวเอ่ยเรียกอีกครั้ง

“ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะถามทำไมอีก”

คำพูดของเขาเย็นชาแต่ตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า ทำให้หญิงสาวที่ได้ยินก็ชะงัก ก่อนจะก้มหน้าลงช้า ๆ สีหน้าเศร้าสร้อยปรากฏบนใบหน้า เพราะใช่เธอรู้ดีว่าธุระที่เขาพูดถึงคืออะไร นั่นก็คือการไปกินข้าวกับครอบครัวของเธอในฐานะว่าที่คู่หมั้นของพี่สาวเธอนั่นเอง และใช่ตอนนี้เธอก็กำลังมีความสัมพันธ์ลับกับเขาอยู่ ว่าที่คู่หมั้นของพี่สาวตัวเอง ผู้ชายที่เธอไม่ควรรักเลย แต่ตอนนี้เธอดันรักเขาหมดใจไปแล้ว

“พรุ่งนี้เธอจะไปด้วยกันไหม” เขาถามขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง

“คงไม่ได้ไปค่ะ พ่อกับแม่ไม่ได้ชวน”

เมื่อเช้าตอนที่กินข้าวเช้าด้วยกัน พวกเขาคุยกันเรื่องนี้อยู่ แต่กลับไม่มีใครเอ่ยถึงเธอเลยสักคน มีเพียงแค่พี่สาวที่ได้รับความสนใจทั้งหมด และเธอก็แค่นั่งฟังเงียบ ๆ เหมือนคนไม่มีตัวตนในบ้าน

“งั้นก็รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวฉันคุยธุระเสร็จแล้วจะมาหา อยากกินอะไรไหมเดี๋ยวซื้อเข้ามาให้”

“ไม่ค่ะ ขอแค่พี่มาหาหนู แค่นั้นก็พอแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวกลับมาจากธุระไปกินข้าวกัน”

“ว่างเหรอคะ” เพราะโดยปกติแล้วคินค่อนข้างยุ่งมาก เวลามาหาเธอส่วนมากก็จะเป็นตอนกลางคืนซะส่วนใหญ่

“ก็หลังจากนัดกับครอบครัวเธอก็ว่าง”

“งั้นไปกันก็ได้ค่ะ”

“อย่าลืมแต่งตัวรอละ” คินเอ่ยพูดจบ หลังจากนั้นก็โน้มตัวลงมาใกล้เธอ แล้วก้มลงจูบเธอที่ริมฝีปากอวบอิ่มของคนตัวเล็ก

“นะ...หนูหายใจไม่ออก” ละอองฟองที่เริ่มหายใจไม่ออกจึงเอ่ยบอกคนที่จูบเธออยู่ ซึ่งดีหน่อยที่ทันทีที่เธอบอก เขายอมหยุดอย่างว่าง่าย

“ไปก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะก้มลงจูบบนหน้าผากเธอ แล้วจึงหมุนตัวเดินออกจากห้องไป

ละอองฟองยืนมองแผ่นหลังของเขาที่หายลับไป พร้อมกับความรู้สึกว่างเปล่าบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบงัน

“อยากรั้งพี่เขาไว้จัง”

หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วถอนหายใจออกมาพรืดยาว ก่อนจะสาวเท้าไปยังห้องครัว เพราะท้องของเธอกำลังประท้วง เนื่องจากตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเธอเลย

“มีอะไรกินบ้างนะ”

เธอเปิดตู้เย็นพลางกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ เพราะหวังจะเจออะไรสักอย่างที่พอรองท้องได้ แต่เมื่อมองจนทั่วแล้วกลับพบว่าในนั้นกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรที่พอจะให้เธอกินได้เลย

ละอองฟองจึงปิดตู้เย็นลง แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เพราะเธอตัดสินใจว่าจะลงไปหาอะไรกินที่หน้าคอนโดมิเนียม เนื่องจากแถวนั้นมีร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารที่เปิดถึงเกือบเช้าอยู่หลายร้าน

โดยหลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ ละอองฟองก็ออกจากห้อง แล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ จากนั้นก็กดเลขลิฟต์ชั้นล่างสุด

ติ๊ง!

เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก หญิงสาวเดินออกไปอย่างไม่เร่งรีบ มุ่งหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกล

“น้องฟอง”

แต่ในตอนที่เธอเดินอยู่นั้น กลับได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง ทำให้ฝีเท้าที่กำลังเดินชะงักลง ละอองฟองหันไปตามต้นเสียง ก่อนจะพบเข้ากับ ไต้ฝุ่น ที่กำลังเดินเข้ามาหาและหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

“ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ครับ ดึกแล้วนะ” เสียงทุ้มนุ่มของไต้ฝุ่นเอ่ยถามด้วยแววตาห่วงใย

“ฟองหิวค่ะ” ละอองฟองตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“หิวเวลานี้เนี่ยนะ”

“ใช่ค่ะ พอดีมื้อเย็นไม่ได้กินอะไรเลย” เธอว่าเบา ๆ พลางลูบหน้าท้องไปมา

“แล้วนี่จะไปกินอะไร”

“ฟองว่าจะไปกินก๋วยเตี๋ยวน่ะค่ะ แล้วพี่ไต้ฝุ่นมาทำอะไรที่นี่ตอนนี้เหรอคะ”

“พี่เพิ่งกลับจากผับครับ พอดีวันนี้พี่ไปเฝ้าผับให้พี่ชาย แล้วกำลังจะมาหาแฟนที่คอนโดฯ นี้”

“แฟนพี่พักอยู่ที่นี่เหรอคะ ห้องไหนคะ ทำไมฟองไม่เคยรู้เลย”

“.....” ไต้ฝุ่นยิ้มนิด ๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ไม่ใช่ห้องแฟนหรอก แต่แค่เจ้าของห้องก็ชอบผู้หญิงคนเดียวกับพี่ เราอยู่ด้วยกันสามคน”

ละอองฟองที่ฟังไต้ฝุ่นเล่าก็ขมวดคิ้วด้วยความสับสน เธอไม่เข้าใจที่เขาเล่าเลย

“งงใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ งงมากด้วย”

“มันเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างซับซ้อน แล้วก็อธิบายยากหน่อย ไว้วันหนึ่งน้องฟองจะเข้าใจเอง”

“.....” เธอพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่ซักถามอะไรต่อ

“พี่ก็หิวเหมือนกัน ขอไปกินด้วยคนได้ไหม”

ละอองฟองเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แล้วพยักหน้าอีกครั้ง “ได้สิคะ ไปกันเลยค่ะ”

หญิงสาวออกเดินนำไต้ฝุ่นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งทั้งคู่มาหยุดที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ละอองฟองสั่งเมนูโปรดของตัวเอง ส่วนไต้ฝุ่นก็สั่งเมนูที่ตัวเองอยากกินเช่นกัน จากนั้นเราทั้งสองก็เดินไปนั่งที่โต๊ะว่างใต้แสงไฟสลัว ๆ ของร้าน

นั่งรอกันไม่นานนัก ก๋วยเตี๋ยวที่เราทั้งสองสั่งไว้ก็ถูกยกมาเสิร์ฟโดยสามีของเจ้าของร้าน ละอองฟองไม่รอช้า รีบลงมือปรุงตามรสชาติที่ตัวเองชอบ แล้วลงมือกินทันทีด้วยความหิวโหย

ไต้ฝุ่นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็มองผู้หญิงของเพื่อนสนิทกินพลางยิ้มอย่างเอ็นดูกับความน่ารักของเธอ

พอเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ไต้ฝุ่นก็ขอตัวไปหาแฟนที่ห้องก่อน แต่ก่อนจะเดินจากไป เขาไม่ลืมหันมาบอกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังปนห่วงใย

“เราก็รีบไปซื้อของแล้วกลับเข้าห้องซะนะ มันดึกมากแล้ว”

“ค่ะ” ละอองฟองพยักหน้าหงึก ๆ โดยหลังจากไต้ฝุ่นเดินแยกออกไป เธอก็ลุกจากโต๊ะ หยิบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ขึ้นมาถือ แล้วเดินตรงไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกล

ครืด! ครืด!

แต่ในขณะที่เธอกำลังเดินไปยังร้านสะดวกซื้อนั้น โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน หญิงสาวจึงรีบก้มลงมองหน้าจอ และก็ต้องขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่

“พี่คิน” เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเองอย่างแปลกใจ ก่อนจะกดรับสายโดยไม่ลังเล

(ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่เข้านอนอีก ลงไปข้างล่างแบบนี้ไม่กลัวเหรอ) 

เสียงของคินดังแทรกเข้ามาทันทีที่สายเชื่อมต่อกัน จนละอองฟองนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เธอไม่จำเป็นต้องเดาให้ยากเลยว่าปลายสายรู้ได้ยังไงว่าเธอลงมาข้างล่าง ถ้าไม่ใช่ไต้ฝุ่นที่เจอกันก่อนหน้านี้ ก็คงไม่มีใครอื่นอีกแล้ว

(ฉันถามเธออยู่ละอองฟอง) 

“หนูหิวน่ะค่ะ เลยลงมาหาอะไรกิน”

(แล้วในห้องไม่มีอะไรเลยเหรอ ถึงต้องลงมาดึกขนาดนี้) 

“ไม่มีจริง ๆ ค่ะ”

(แล้วตอนฉันออกมาทำไมไม่บอกว่าหิว จะได้พาไปหาอะไรกินก่อน) 

“หนูไม่อยากรบกวนเวลาพี่คินค่ะ”

(เธอนี่มันจริง ๆ เลย แล้วตอนนี้กลับขึ้นห้องหรือยัง) 

“ยังค่ะ หนูอยากกินนม เลยว่าจะเดินเข้าไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อก่อน”

(งั้นก็รีบไปเลย) 

“โอเคค่ะ งั้นหนูวางสะ... (ละอองฟอง) / ไม่ต้องวางสาย ปล่อยมันไว้แบบนั้น (คิน)”

ละอองฟองยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงของคินก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน เธอเลยต้องยอมเงียบตามคำขออย่างปฏิเสธไม่ได้

(รีบซื้อเลย) 

“ค่ะ”

ละอองฟองตอบรับเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาในร้านสะดวกซื้อ เธอเลือกหยิบนมกล่องที่ตัวเองอยากกิน แล้วตรงไปยังแคชเชียร์เพื่อจ่ายเงิน

หลังจากนั้นเธอก็เดินกลับขึ้นห้องอย่างเงียบ ๆ โดยที่ยังคงถือสายสนทนาอยู่กับเขา ถึงแม้จะไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้นเลยก็ตาม

“พะ...พี่คินคะ”

(อะไร) เสียงปลายสายตอบกลับมาทันทีในโทนนิ่งเรียบแบบที่เธอคุ้นดี

“คือว่าหนูถึงห้องแล้วค่ะ” ละอองฟองเอ่ยรายงานอย่างว่าง่ายในขณะที่ปิดประตูห้องตามหลังเรียบร้อย

(แล้ว) 

“หนูขอตัดสายนะ หนูจะนอนแล้ว”

หญิงสาวพูดจบก็เดินไปทิ้งกล่องนมที่ดื่มหมดแล้วลงถังขยะ ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในห้องนอน

(อยากนอนก็นอนไป แต่ไม่ต้องตัดสาย) 

คำตอบที่ได้รับทำเอาเธอชะงักไปนิด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นอย่างกลั้นคำถาม จะให้ถือสายไว้ทำไม ก็จะนอนแล้วนี่นา แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบไว้ เพราะไม่อยากโดนปลายสายเอ่ยดุ

(ละอองฟอง) 

“คะ”

(ไหนบอกว่าจะนอน แล้วทำไมยังตอบฉันได้อยู่) 

“กะ...ก็หนูนอนแล้วค่ะ แต่ยังไม่หลับ” เธอตอบเสียงเบา พร้อมกับรีบล้มตัวลงนอนจริง ๆ ตามที่พูดไป

(ฝันดี เด็กดื้อ) 

เสียงทุ้มต่ำจากปลายสายดังขึ้นเบา ๆ หลังจากที่เธอนอนนิ่งไปได้สักพักใหญ่ แม้จะยังไม่หลับสนิท แต่ละอองฟองก็ได้ยินชัดทุกถ้อยคำ

เธอเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ หัวใจอบอุ่นอย่างประหลาด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเลือกที่จะเงียบเอาไว้เหมือนเดิม

บทถัดไป