บทที่ 4 เธอมีแค่เขา

“เป็นอะไรของมึงวะ มาถึงก็รินเอา ๆ เดี๋ยวก็เมาหรอก”

ไต้ฝุ่นมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตัวเอง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

ซึ่งคินก็ไม่ตอบอะไร นอกจากยกขวดรินเหล้าลงแก้วตัวเองอีกครั้ง แล้วกระดกดื่มอย่างไม่คิดหยุดง่าย ๆ

หลังจากออกจากห้องของละอองฟอง คินก็ขับรถตรงมาที่คอนโดมิเนียมของไต้ฝุ่นทันที เพราะก่อนหน้านั้นหลังจากเขาไปส่งละอองฝนที่บ้าน ไต้ฝุ่นได้โทรมาชวนมาดื่มเหล้าด้วยกัน แต่เขาปฏิเสธเพราะตั้งใจจะรีบไปหาละอองฟองที่ผิดนัด

ทว่าพอเจอกัน เขากลับได้ยินเธอพูดประโยคที่ทำให้รู้สึกขัดใจอย่างรุนแรง ความไม่พอใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในอก และเขารู้ดีว่าหากฝืนอยู่ต่อ สุดท้ายคงกลายเป็นการโต้เถียงจนเรื่องบานปลาย ชายหนุ่มจึงเลือกตัดปัญหาด้วยการออกมาจากที่นั่นทันที ตั้งใจว่าจะรอให้อารมณ์ของทั้งเขาและเธอเย็นลงก่อน แล้วค่อยกลับไปเปิดปากคุยกันอีกครั้ง

“ทะเลาะกับพ่อมาอีกแล้วเหรอ”

“เปล่า”

“ไม่ได้ทะเลาะกับพ่อ แล้วทำไมเอาแต่ดื่มแบบนี้ หรือว่าทะเลาะกับน้องฟอง”

คราวนี้เพื่อนสนิทอย่าง แม็กซ์ ที่นั่งใกล้ ๆ เป็นคนพูดแทรกขึ้นมาแทน และดูเหมือนจะเดาได้ถูกต้อง เพราะคินเพียงชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ตอบอะไร เอาแต่นั่งหมุนแก้วเหล้าในมือไปมา

“ทะเลาะอะไรกันวะ”

“ก็บอกว่าไม่ได้ทะเลาะ” น้ำเสียงของคินเริ่มขุ่นขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้ทะเลาะกับเด็กนั่น ก็แค่ไม่ชอบสิ่งที่เธอพูดออกมาต่างหาก

“ไม่ได้ทะเลาะแล้วทำไมถึงนั่งซดเหล้าเป็นน้ำแบบนี้”

“ไม่ได้ทะเลาะจริง ๆ ก็แค่อารมณ์เสียที่เธอพูดอะไรไม่เข้าหู”

“แล้วน้องพูดว่าอะไร”

“แล้วมึงจะมายุ่งด้วยทำไมวะ” คินปรายตามองเพื่อนอย่างไม่สบอารมณ์

“อ้าว! ก็เผื่อช่วยได้ไง พูดมาเร็ว ๆ” ไต้ฝุ่นยักไหล่ไม่ยอมถอย

คินถอนหายใจออกมาพรืดยาว ก่อนจะยอมเอ่ยออกมา “เธอบอกว่าเธอไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้แล้ว ถามว่าจะหยุดที่เราทำกันอยู่ตอนไหน”

“ก็ดีแล้วนี่หว่า ที่น้องเขากล้าบอกความรู้สึกที่ตัวเองคิดออกมา ดีกว่าเก็บไว้เงียบ ๆ นะเว้ย” ไต้ฝุ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อยู่แบบนี้มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวะ”

“ดีอะไรกัน มึงอย่าลืมว่าอีกไม่นานมึงต้องหมั้นกับละอองฝน ซึ่งเธอเป็นพี่สาวของละอองฟอง ถ้าละอองฝนรู้ว่ามึงมีอะไรกับน้องสาวเขา ความสัมพันธ์พี่น้องบ้านนั้นจะยังดีอยู่เหรอ”

“ใช่ ๆ เอากับคนอื่นมันก็เลวมากแล้ว แต่นี่มึงเล่นเอากับน้องสาวเขา แล้วยังมีหน้าจะไปเป็นว่าที่พี่เขยเขาอีก สองพี่น้องนี่มองหน้ากันติดได้ไงวะ” แม็กซ์ที่ฟังอยู่ตลอดก็เสริมทันที

คินนิ่งไปเล็กน้อย คำพูดนั้นก็แทงใจอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องมันก็เกิดไปแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางแก้ให้เหมือนเดิมได้

“.....” ไต้ฝุ่นปรายตามองคินแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ “แล้วมึงรักใครมากกว่ากัน”

“อะไรนะ”

“กูถามว่าระหว่างละอองฝนว่าที่คู่หมั้นมึง กับละอองฟองที่มึงแอบมีความสัมพันธ์ด้วย มึงชอบใครมากกว่า”

“ไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น”

คำตอบของคินหนักแน่น เขาไม่ได้รักไม่ได้ชอบใครทั้งคู่ ละอองฝนที่เขายอมจะหมั้นหมายด้วยเพราะสัญญาระหว่างคุณปู่ของสองตระกูลที่เคยสัญญากันเอาไว้ ซึ่งเขาก็ไม่ค่อยอยากจะทำตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้

ส่วนละอองฟองเรื่องมันเริ่มจากความเมา แล้วบานปลายเพราะเราทั้งคู่ต่างติดใจกัน ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพราะเขาเอาเปรียบเธอแม้แต่น้อย

คินก้มหน้ามองน้ำแข็งที่กำลังละลายในแก้ว เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วเบา ๆ คล้ายตอกย้ำว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว

“เอาดี ๆ ไอ้คิน มึงจะอยู่แบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ รีบหาทางออก หรือถ้าหาทางออกไม่ได้จริง ๆ ก็รีบหยุดความสัมพันธ์กับน้องฟองซะ” ไต้ฝุ่นพูดเสียงนิ่ง แต่แฝงความจริงจังชัดเจน

“ใช่” แม็กซ์ก็เอ่ยเสริมทันควัน น้ำเสียงของมันไม่ต่างจากไต้ฝุ่น

คินนั่งควงแก้วเหล้าในมือ หมุนวนช้า ๆ เหมือนจะใช้เสียงกระทบของน้ำแข็งปลอบประโลมความคิด ก่อนจะถอนหายใจยาวพรืด ราวกับปล่อยความอึดอัดในอกออกมาพร้อมลมหายใจนั้น

“กูเลือกไม่ได้หรอก” เขาเลือกไม่ได้ มันยากสำหรับเขามาก

”อ้าว มึงนี่กะจะเอาทั้งสองเลยเหรอ แล้วถ้าวันหนึ่งความลับที่มึงพยายามปิดเอาไว้ถูกเปิดเผยล่ะ น้องฟองจะไม่โดนตราหน้าว่าแย่งแฟนของพี่สาวตัวเองหรือไงวะ” ไต้ฝุ่นเลิกคิ้ว

“มันจะไม่มีวันนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด” คินเอ่ยตอบทันที น้ำเสียงมั่นคง แต่ดวงตากลับหลบเลี่ยงไปทางอื่น

“อะไรมันก็ไม่แน่หรอกเว้ย” แม็กซ์หัวเราะอย่างไม่เชื่อ 

“.....” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ เผื่อวันนั้นมันมาถึงจริง ๆ แล้วน้องฟองรับสายตาคนรอบข้างไม่ไหว เผลอทำอะไรไม่คาดคิดขึ้นมาใครจะไปรู้ กูบอกเลยนะ ถ้าถึงวันนั้นจริง คนที่รู้สึกผิดหนักที่สุดคือมึงนั่นแหละ”

คำพูดของไต้ฝุ่นเหมือนค้อนหนัก ๆ ตีลงตรงกลางอก คินนิ่งเงียบ ปลายนิ้วกำแน่นรอบแก้ว ดวงตาจับจ้องน้ำแข็งที่กำลังละลายเหมือนทุกวินาทีคอยนับถอยหลังสู่วันที่เพื่อนพูดถึง แม้เขาจะมั่นใจว่าตัวเองจะปกป้องความลับนี้ได้จนวันตาย แต่ลึก ๆ ในใจแล้ว เขาก็รู้ดีว่าบนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่แน่นอนจริง ๆ

“กูขอเวลา อีกนานอยู่กว่ามันจะถึงฤกษ์หมั้น”

คินเอ่ยพูดเสียงเรียบ แต่แฝงความมั่นใจในน้ำเสียง เขาคิดว่าการหมั้นหมายระหว่างเขากับละอองฝนคงไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ ซึ่งนั่นก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือน ให้เขาได้จัดการทุกอย่างตามที่วางแผนเอาไว้

“คือมึงจะทำแบบนี้จนถึงก่อนหมั้นเลยเหรอ”

“ก็เออสิ ยังไงตอนนี้กูก็ไม่ได้มีพันธะอะไรอยู่แล้ว จะเอากับใครก็ได้” คินพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมยเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“ไอ้ห่าเอ๊ย!” ไต้ฝุ่นสบถทันที “กูพูดกับมึงตั้งนาน นึกว่าจะเข้าใจ ที่ไหนได้หูซ้ายทะลุหูขวาชัด ๆ”

“จริง” แม็กซ์เสริมพร้อมส่ายหน้า “เหมือนคุยกับกำแพง”

“แล้วพวกมึงเป็นห่าอะไรมาด่ากูเนี่ย” คินเลิกคิ้ว 

“ก็เพราะพวกกูเป็นห่วงไง ไอ้เพื่อนเลว” ไต้ฝุ่นตอบทันที

“ไม่ต้องห่วงกูหรอก กูเอาตัวรอดได้”

“กูรู้ว่ามึงเอาตัวรอดได้ แต่แล้วน้องฟองล่ะ มึงเคยคิดถึงเธอบ้างไหม”

คำพูดจี้ใจดำของไต้ฝุ่นทำให้คินชะงักไปทันที ความเงียบเข้ามาแทนที่ เขาวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะพร้อมยกมือมากอดอกอย่างเคร่งเครียด

“น้องฟองน่ะน่าสงสารจะตาย มึงก็เห็นอยู่พ่อแม่เขารักแต่ละอองฝน” แม็กซ์พูดต่อด้วยน้ำเสียงขมขื่น

มันเป็นความจริงที่คินปฏิเสธไม่ได้ ครอบครัวของละอองฟองนั้นแปลกมาก หรือจะเรียกว่าโหดร้ายก็ได้ พ่อแม่เอาใจใส่แต่ละอองฝนพี่สาวที่เพียบพร้อมและเป็นความภาคภูมิใจของบ้าน

ส่วนละอองฟองกลับถูกเลี้ยงอย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่เคยมีใครถามไถ่ว่าเธอรู้สึกยังไง คินเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นแบบนั้น เขาเคยเห็นแววตาของละอองฟองตอนที่ถูกมองข้ามนั้นว่างเปล่าปนเศร้า และแฝงความด้านชานิด ๆ เหมือนคนที่เลิกหวังว่าจะได้รับความรักจากครอบครัวไปแล้ว บางทีเหตุผลหนึ่งที่เขายังไม่อยากปล่อยเธอไป อาจเพราะเขารู้ดีว่าถ้าไม่มีเขาแล้ว ละอองฟองก็แทบไม่เหลือใครเลยจริง ๆ

ก๊อก! ก๊อก!

ในตอนที่เขากำลังนั่งคุยกับเพื่อนทั้งสองอย่างจริงจัง เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ไต้ฝุ่นซึ่งเป็นเจ้าของห้องชะงักหันไปมองประตูทันที เช่นเดียวกับเขาและไอ้แม็กซ์ที่หันตามไปด้วย

“ใครมาห้องมึงดึกดื่นแบบนี้วะ” แม็กซ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

“ไม่รู้เหมือนกัน” ไต้ฝุ่นตอบสั้น ๆ

“.....” แม็กซ์หัวเราะขบขันเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามเจ้าของห้องอีกรอบ “หรือจะเป็นศัตรูมึงกับแฟนมึงวะ”

“ไม่น่าจะใช่นะ วันนี้ไอ้ห่านั้นบอกว่าจะพาตัวเล็กไปกินข้าวที่บ้านมัน แล้วจะนอนค้างที่นั่นเลย” ไต้ฝุ่นบ่นพึมพำก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ประตู

เขามองเพื่อนเดินออกไปแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก มือยังคงเอื้อมไปหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมายกจิบ ทว่าขณะที่กำลังดื่ม เสียงเล็กหวานที่คุ้นหูก็ดังขึ้นจากทางประตู

“สวัสดีค่ะพี่คิน พี่แม็กซ์”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองทันที และก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเป็น มะลิ แฟนสาวของไต้ฝุ่น ที่มาพร้อมกับ รวิชญ์ ศัตรูตัวฉกาจของเพื่อนเขา โดยทั้งสามคนเดินจับมือกันมา

“อ้าวคนสวย ไหนไอ้ฝุ่นบอกว่าเรากลับบ้านไปกินข้าวกับที่บ้านไอ้รวิชญ์ไงครับ” แม็กซ์เอ่ยถามด้วยความงุนงง

“ก็กลับไปกินจริงค่ะ แต่กินเสร็จแล้วลิก็ขอตัวกลับมาหาพี่ฝุ่นที่ห้อง” มะลิพูดเอ่ยเสียงใส แววตายิ้มหวานแย้ม

“ทำไม กลัวฉันนอนไม่หลับหรือไง” ไต้ฝุ่นยกคิ้วถาม 

“ก็พี่ฝุ่นบอกว่าถ้าไม่ได้กอดลิแล้วจะนอนไม่หลับ ลิก็เลยชวนพี่วิชญ์มาด้วย แต่ถ้าพี่ฝุ่นไม่อยากให้พวกลินอนด้วย งั้นลิกับพี่วิชญ์กลับก็ได้นะ”

“ไม่เอา มาแล้วจะกลับทำไมเล่า” ไต้ฝุ่นเอ่ยพูด ก่อนจะดึงแฟนสาวมานั่งลงบนตักตัวเอง ส่วนรวิชญ์ก็เลือกนั่งลงข้าง ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ

คินซึ่งเห็นรวิชญ์จ้องมองมาทางเขา ชายหนุ่มก็หยิบแก้วเหล้าส่งให้เป็นการทักทาย

“เอาสิ”

“ขอบคุณ” รวิชญ์รับแก้วไปยกดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะวางลงมันลงที่เดิม

“พี่วิชญ์เก่งจังเลยค่ะ” มะลิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสเมื่อเห็นแฟนหนุ่มอีกคนของตัวเองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หมดแก้วรวดเดียว

“แค่นี้เอง ดีใจเวอร์ไปแล้วมั้ง” ไต้ฝุ่นเอ่ยขัดขึ้นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “ก่อนเธอจะมาฉันดื่มแบบนี้มาเป็นสิบแก้วแล้วนะ”

“ก็ปกติพี่วิชญ์ไม่ค่อยดื่มนี่คะ ลิเลยว่าพี่เขาเก่ง แต่พี่ฝุ่นดื่มแทบทุกวันอยู่แล้ว ดื่มได้ก็ไม่แปลก”

รวิชญ์เพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ไต้ฝุ่นหันขวับไปมองด้วยความไม่พอใจ พร้อมปล่อยประโยคกวนเอ่ยกลับ

“มึงอิจฉาที่น้องชมกู ก็พูดมาเถอะ”

“ไม่ได้อิจฉาสักหน่อย กูแค่รำคาญ”

“ทำไมต้องเสียงดังด้วยคะ” มะลิหันมาดุแฟนหนุ่มเสียงเรียบ แต่แฝงความไม่พอใจ

“ไม่ได้เสียงดังสักหน่อย” ไต้ฝุ่นสวนทันควัน

“จะไม่เสียงดังได้ยังไง แทบจะได้ยินออกไปข้างนอกห้องเลย”

“อย่าเวอร์ ห้องฉันมันเก็บเสียง”

“ลิแค่เปรียบเปรยค่ะ”

“เธอเถียงฉันเหรอ” ไต้ฝุ่นเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย

“ใช่ค่ะ ทำไม พี่ฝุ่นจะดุลิเหรอ”

“ไม่ได้จะดุ เธอคิดไปเอง”

มะลิถอนหายใจออกมาพรืดยาวแล้วหันหน้าหนี “ลิไม่คุยกับพี่ฝุ่นแล้ว พี่วิชญ์คะ เราเข้าไปนอนกันดีกว่า ลิไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว”

รวิชญ์เหลือบมองไต้ฝุ่นอย่างท้าทายแผ่ว ๆ ก่อนจะพยักหน้า ทั้งคู่ลุกขึ้นจูงมือกันเดินหายเข้าไปในห้องนอน ซึ่งที่นั่งตรงนี้ก็จะเหลือเพียงไต้ฝุ่น แม็กซ์ และคินที่นั่งเงียบอยู่

“อะไรวะเนี่ย” ไต้ฝุ่นบ่นพึมพำ สีหน้าไม่พอใจชัดเจน

คินที่นั่งมองเพื่อนสนิทฟืดฟาดอยู่ตรงหน้าเพียงส่ายหน้าไปมาเบา ๆ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะ “นี่ก็เที่ยงคืนแล้ว กูกลับก่อนนะ”

“อ้าว กลับเร็วจังวะ”

“พรุ่งนี้พวกเรามีเรียนเช้า เผื่อพวกมึงลืม”

“ตื่นทันอยู่แล้ว คาบแรกตั้งเก้าโมงเลย”

คินไม่สนใจเสียงห้ามของแม็กซ์ เขาลุกขึ้นคว้ากุญแจและโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะตรงหน้า แล้วเดินออกจากห้องอย่างไม่รีรอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป