บทที่ 2 ควงแขนพาเข้างาน
“ตัวเท่าลูกหมา อย่าซ่า”ไนท์ค่อนแคะน้องสาวตนเองทันทีที่เดินผ่านมาได้ยินความเก่งกาจของเจ้าตัวเล็ก เขาเห็นยัยตัวกะเปี๊ยกสองคนนี้ยืนคุยกันอยู่นานแล้ว พอแขกเข้ามาจนจะครบเลยคิดว่าควรจะมาตามดีกว่า เพราะยัยสองคนนี้เวลาอยู่ด้วยกันชอบทำตัวเหมือนทั้งโลกมีเธออยู่แค่สองคนเดี๋ยวจะเลยเวลาเป่าเค้กเสียก่อน
“เมจิ เธออย่าเอายัยเด็กเกเรนี่เป็นตัวอย่างล่ะ”เดย์พูดกับเพื่อนน้องสาวพลางส่งยิ้มพราวเสน่ห์ไปให้ วงแขนแกร่งวาดขึ้นกอดลำคอระหงของน้องสาวตัวแสบ ดูจากท่าทางน้องสาวเธอคงไม่พ้นตำแหน่งหัวโจกเวลาอยู่กับเพื่อนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเพื่อนสนิทอย่างเมจิที่หัวอ่อนว่าง่าย ไม่มีทางตามน้องสาวเขาทันแน่นอน ยิ่งเวลานี้ใบหน้างอง้ำที่จ้องมองเขาอย่างเอาเรื่องซะด้วย
“เอ่อค่ะ สวัสดีค่ะพี่เดย์”เมจิยิ้มเจื่อนให้พี่ชายคนโตของเพื่อนสนิท เธอยกมือไหว้เขาอย่างมีมารยาท พี่แฝดสองคนของนารานั้นหล่อยิ่งกว่าพระเอกซีรี่ส์เสียอีก ทั้งยังใจดีกับเธอมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้สึกซาบซึ้งตั้งแต่ที่เห็นว่าครอบครัวนี้ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจเธอแม้จะรู้ว่าเธอมีฐานะด้อยกว่ามาก ยิ่งเพื่อนรักของเธอเองยิ่งไม่ต้องพูดถึง นารามักจะปกป้องเธอและเปย์เธอเสมอ แม้จะมีหลายคนที่ชอบแซะว่าเธอมาเกาะนารา แต่เพื่อนรักของเธอก็จัดการจนคนพวกนั้นไม่กล้าพูดอีก
“แม่ตามแล้ว มัวแต่โม้อยู่ได้”เดย์รับไหว้เพื่อนน้องสาว มุมปากวาดยิ้มขึ้นเพียงเล็กน้อย สายตาที่มองไปยังเมจินั้นเจือความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมองใครมาก่อน และจะมีเพียงแฝดของเขาเท่านั้นที่รับรู้ความหมายของสิ่งนี้
“งื้อ พี่เดย์หัวน้องยุ่งหมดแล้ว”นาราผลักอกของพี่ชายออกห่าง พลางจัดทรงผมให้เข้าที่ โดยมีเดย์ขยับมงกุฎให้เล็กน้อยและสำรวจร่างของน้องสาว
“เร็วววว”ไนท์เอาศอกดันแขนน้องสาวเพื่อให้เธอคล้องมือเล็กของตัวเองเข้ามาแล้วจะเดินไปในงานด้วยกัน นาราเองก็ไม่ได้มีท่าทีอิดออด เธอยกมือเรียวขึ้นวางลงบนแขนแข็งแรงของผู้เป็นพี่ชายคนรองแล้วพากันเดินนำออกไป
ตอนนี้บริเวณสวนแห่งนี้คงเหลือเพียงพี่เดย์และเธอสินะ เมจิยิ้มเจื่อนให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าวเตรียมจะเดินตามเพื่อนรักไปติด ๆ
“อ๊ะ! ไม่ดีมั้งคะ”เธอรู้สึกทำตัวไม่ถูกอย่างไรก็ไม่รู้ ในใจตื่นตระหนกจนเหงื่อเริ่มผุดตามฝ่ามือ มือใหญ่ของพี่เดย์นั้นไวกว่าเธอมาก ยังไม่ทันจะก้าวออกมาเขาก็รั้งร่างเธอไว้ข้างกาย พร้อมจับมือเธอให้วางลงบนท่อนแขนของเขาโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น
“ดีสิ ไปกันเถอะ”เขายิ้มใจดีส่งให้เธอเช่นทุกครั้ง ก่อนจะสาวเท้าอย่างไม่เร่งรีบพาเธอเข้าไปในงานอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อพบแขกคนอื่นรอยยิ้มนั้นก็พลันหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
“สวัสดีค่ะ คุณลุงคุณป้า”เธอยกมือไหว้พ่อแม่นาราแทบจะทันทีที่พบหน้า ท่านทั้งสองรับไหว้เธอแทบจะทันทีเช่นกัน ยิ่งแม่ของนารานั้นปรี่เข้ามาประกบข้างลำตัวเธออย่างรวดเร็ว
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกแม่/นี่แกน่ะหลบไป”ประโยคแรกที่พูดกับเพื่อนลูกสาวอย่างใจดี ประโยคที่สองนี่สิแอบเอ็ดลูกชายตัวเองแถมมองด้วยแววตามาดร้ายเสียด้วย
“โธ่! แม่ครับ”เขาจำต้องปล่อยเมจิตัวน้อยออกจากข้างกาย เพราะคุณนายแม่ที่เบียดเขาจนเซ พร้อมดึงมือเล็กนั่นออกจากแขนเขา ท่าทางหวงแหนราวกับเขาเองไม่ใช่ลูกนั้นทำเขาหดหู่ไม่น้อย
“แกอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ”คุณนายเอมอรกระซิบขู่ลูกชายตัวดีของตัวเองอย่างรู้ทัน ก่อนจะไล่ตะเพิดให้ไปช่วยกันรับแขกที่หน้างาน ส่วนเธอเองก็หนีบเมจิไปทานอาหารในงาน
