บทที่ 4 Truth or Dare
“ชุดที่อยู่ในตู้ใส่ได้หมดเลยนะลูก นารายังไม่ทันได้ใส่หรอก แม่แค่ซื้อเตรียมไว้”คุณนายเอมอรกล่าวพลางลูบผมนิ่มสลวยของเพื่อนลูกสาวอย่างใจดี น้ำเสียงนุ่มนวลที่เปล่งออกมาหากลูกแฝดของเธอได้ยินคงไม่วายแซะเธอข้อหาลำเอียงเป็นแน่
“ขอบคุณค่ะคุณแม่”เมจิยกมือไหว้ขอบคุณแม่เพื่อนด้วยความนอบน้อม ในใจรู้สึกซาบซึ้งไม่น้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าเธอกลับอดรู้สึกคิดถึงแม่ที่จากไปไม่ได้ นอกจากแม่บังเกิดเกล้าคงเป็นผู้หญิงตรงหน้านี่แหละที่ดีกับเธอที่สุด
“ขาดเหลืออะไรก็บอกนะลูก ตามสบายจ๊ะ”คุณนายเอมอรปาดน้ำตาออกจากหางตาให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน เด็กคนนี้คงคิดถึงแม่อีกแล้วสินะ เธอพอจะได้ยินเรื่องในครอบครัวของเมจิจากลูกสาวตัวเองอยู่บ้าง ยิ่งพอได้ฟังยิ่งรู้สึกสงสารและเอ็นดูเด็กคนนี้มากขึ้นเป็นเท่าตัว
หลังจากที่คุณแม่และนาราที่เอาแต่กอดแขนเธอแจออกไป ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ เมจิทิ้งตัวลงนอนราบบนเตียงนุ่ม ความเรียบลื่นเย็นสบายผิวทำให้เธอพอจะคาดเดาราคาของมันได้บ้าง เปลือกตาคู่สวยปิดลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปิดสนิทพร้อมกับลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของหญิงสาว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
“หลับหรอ ลงไปเล่นเกมส์ข้างล่างกัน”เสียงทุ้มขี้เล่นของไนท์ดังขึ้นขณะชะโงกเพียงส่วนหัวเข้ามาภายในห้องนอนของแขก
“เดี๋ยวตามลงไปนะคะ จิขออาบน้ำก่อน”หญิงสาวตอบรับพลางขยี้ตาด้วยความง่วงงุน มือเรียวกระชับชุดเดรสให้เข้าที่ทันทีเมื่ออรับรู้ถึงสายตาที่มองมา
ไนท์ตอบรับในลำคอไม่ดังนัก จากนั้นจึงปิดห้องให้เมจิตัวน้อยแล้วถอยหลังหมุนกายเดินลงไปด้านล่าง เวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืนแล้วภายในห้องนั่งเล่นจึงเหลือเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้น โดยคนที่นอนค้างที่นี่ก็อยู่ในชุดนอนบ้างแล้ว
เมจิก้าวเท้าลงบันไดขึ้นสุดท้ายไม่ทันไรก็ถูกคล้องแขนด้วยแขนเรียวของเพื่อนสนิทอย่างนารา ลูกอ้อนของเธอยังคงถูกนำมาใช้อยู่เสมอ เมจิเหลือบมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถูไถอยู่บริเวณหัวไหล่เธออย่างเหนื่อยอ่อน
“ไหนว่าชวนมาเล่นเกมส์”
“อื้มมม ช่วยหน่อยเค้าเล่นแพ้หลายตาติด ตอนนี้เมาจะตายอยู่แล้ว”
“เค้าไม่ได้คอแข็ง”
“ก็เรียกมาเมาเป็นเพื่อนกันไง แหะ ๆ ไปเถอะ”
สองเพื่อนรักเดินเข้ามาภายในห้องอะไรสักอย่างพร้อมกัน ภายในห้องถูกเปิดไฟสลัวสีส้มอ่อน ตรงกลางมีโต๊ะพูลขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ครบชุด ถัดไปทางด้านซ้ายมีโต๊ะกลมที่มีคนสี่คนนั่งอยู่ในสภาพเมาหนัก บนโต๊ะมีจอกเล็กคาดว่าคงเป็นเหล้าและกำลังเล่นเกมส์อะไรสักอย่างเธอเองก็เดาไม่ถูก
พอทั้งคู่เข้ามานั่งในวงด้วยขนาดโต๊ะที่ใหญ่พอสำหรับคนแปดคนนั่งได้สบายจึงไม่ได้เป็นอุปสรรคกับเธอและนารามากนัก
“เกมส์อะไร”
“Truth or Dare”
พรึ่บบบบ!!
เมจิลุกพรวดขึ้นทันทีหลังจากได้ยินชื่อเกมส์จากปากของญาติผู้พี่นาราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่มีความจริงอะไรที่จะพูดและไม่กล้าพอที่จะทำตามคำท้า อีกทั้งเธอก็คออ่อนเอามาก ๆ
“งื้อออ จิเดี๋ยวก่อนซิ่”นารารีบคว้าแขนเพื่อนสาวเอาไว้แทบจะทันที เธอรู้อยู่แล้วว่าจิไม่ชอบเล่นเกมส์นี้ แม้เจ้าตัวไม่เคยพูดแต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอเล่นเกมส์นี้แล้วจิจะหาทางเผ่นหนีทุกครั้งไป
“เค้าไม่ไหวหรอก ปล่อยเค้าไปนอนเถอะนะ”เมจิอ้อนวอนเพื่อนสาวขี้เมาสุดฤทธิ์เธอพยายามดึงมือปลาหมึกของเพื่อนสนิทออกจากแขน ใครจะอยู่ก็อยู่เถอะ เธอไม่ไหวกับเกมส์นี้จริง ๆ ขอเผ่นก่อนดีกว่า
