บทที่ 4 ผู้หญิงคนนี้เป็นคนของอีแวนส์
เก้าโมงเช้าของวันถัดมา จัสมินในชุดสูทกระโปรงสีเข้มเข้ารูปดูทะมัดทะแมงก้าวเข้ามาในบริเวณโถงต้อนรับของคาสิโนวาเลนลัคกี้
คาสิโนสุดหรูระดับห้าดาวที่เป็นศูนย์รวมของเหล่านักธุรกิจและมหาเศรษฐี ความยิ่งใหญ่และหรูหราอลังการของสถานที่ทำเอาหญิงสาวอดที่จะตื่นตาตื่นใจไม่ได้
"คุณจัสมิน เชิญทางนี้ครับ" ฟรานเดินเข้ามาต้อนรับพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพ
"สวัสดีค่ะพี่ฟราน เรียกจัสมินเฉยๆก็ได้ค่ะ วันนี้จัสมินมาในฐานะพนักงานคนหนึ่ง รบกวนฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ" หญิงสาวยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร
"ได้ครับน้องจัสมิน งั้นตามพี่มาเลยครับ บอสรออยู่ในห้องทำงานแล้ว"
ฟรานเดินนำหญิงสาวไปยังลิฟต์ผู้บริหารที่ขึ้นตรงสู่ชั้นบนสุดของอาคาร เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก จัสมินก็เดินตามลูกน้องคนสนิทของวาเรนไปหยุดอยู่หน้าบานประตูไม้บานใหญ่ ฟรานเคาะประตูสองสามครั้งก่อนจะผลักเข้าไป
"บอสครับ น้องจัสมินมาถึงแล้วครับ"
วาเรนเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ สายตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า
วันนี้เธอแต่งตัวดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก สูทกระโปรงเข้ารูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสดใส ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อคิดว่าชุดนี้มันรัดรูปเกินไปหน่อย
"มาตรงเวลาดีนี่" วาเรนเอ่ยเสียงเรียบ
"หวังว่าจะรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ตลอดนะ"
"แน่นอนค่ะ ฉันเป็นคนตรงต่อเวลาเสมอ" จัสมินตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"ฟราน นายพาจัสมินไปแนะนำตัวกับผู้จัดการแผนกต้อนรับ แล้วให้เริ่มงานได้เลย อ้อ แล้วบอกผู้จัดการด้วยว่าไม่ต้องให้สิทธิพิเศษอะไรทั้งนั้น ปฏิบัติกับเธอเหมือนพนักงานคนอื่นๆ" วาเรนหันไปสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับบอส" ฟรานรับคำก่อนจะหันมาทางจัสมิน
"เชิญครับน้องจัสมิน"
"เดี๋ยวก่อน" วาเรนเรียกไว้ก่อนที่ทั้งสองจะเดินพ้นประตู
"ชุดพนักงานต้อนรับที่นี่เป็นแบบไหนฟราน?"
"เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงทรงสอบสีดำความยาวคลุมเข่าครับบอส" ฟรานตอบ
"ดี ให้เธอเปลี่ยนชุดซะด้วย ชุดที่ใส่อยู่มันดูไม่เหมาะกับการทำงานเท่าไหร่"
วาเรนพูดจบก็ก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อโดยไม่สนใจสายตาค้อนขวับของจัสมินที่ส่งมาให้
หญิงสาวเม้มปากแน่น อยากจะเถียงใจแทบขาดว่าชุดที่เธอใส่มันก็สุภาพและเป็นทางการมากพอแล้ว แต่ก็ต้องข่มใจไว้เพราะไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน เธอหันหลังเดินตามฟรานออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว
ช่วงบ่ายของวันแรกในการทำงาน จัสมินเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว เธอคอยช่วยผู้จัดการแผนกต้อนรับดูแลแขกวีไอพีที่เข้ามาใช้บริการ
รอยยิ้มหวานและมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมงานและแขกหลายคนได้อย่างไม่ยากเย็น
จนกระทั่งชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนเดินก้าวเข้ามาในโถงต้อนรับ ใบหน้าหล่อเหลาติดจะขี้เล่นและสายตาแพรวพราวของเขาสะกดสายตาของพนักงานสาวหลายคน แต่ไม่ใช่กับจัสมิน
เธอจำผู้ชายคนนี้ได้ดี ผู้ชายที่ให้เธอยืมผ้าเช็ดหน้าบนเครื่องบิน และเป็นต้นเหตุให้วาเรนโมโหจนโยนของทิ้งไปต่อหน้าต่อตา
"สวัสดีครับน้องจัสมิน บังเอิญจังเลยนะครับที่เราได้เจอกันอีก"
เมธัสส่งยิ้มทรงเสน่ห์มาให้พร้อมกับเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอที่หน้าเคาน์เตอร์
"สวัสดีค่ะคุณเมธัส มาใช้บริการที่นี่เหรอคะ?" จัสมินถามตามหน้าที่ แม้ในใจจะรู้สึกระแวงเล็กน้อย
"เปล่าครับ ผมตั้งใจมาหาคุณต่างหาก" เมธัสตอบอย่างตรงไปตรงมา
"ผมได้ยินมาว่ามีพนักงานคนใหม่สวยระดับนางเอกหนังเข้ามาทำงานที่วาเลนลัคกี้ ก็เลยอยากมาดูให้เห็นกับตา ไม่คิดว่าจะเป็นคุณจริงๆ"
"ข่าวไวดีนะคะ แต่ฉันกำลังทำงานอยู่ คงไม่สะดวกคุยเล่นด้วยเท่าไหร่ ต้องขอโทษด้วยนะคะ" จัสมินพยายามรักษามารยาท
"ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ เลิกงานกี่โมงครับ? ไปทานข้าวเย็นด้วยกันไหม? ผมอยากเลี้ยงต้อนรับที่คุณกลับมาไทย"
เมธัสไม่ละความพยายาม เขาเท้าแขนลงบนเคาน์เตอร์ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวมากขึ้น
ในจังหวะที่จัสมินกำลังจะปฏิเสธ เสียงทุ้มเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเมธัส
"คาสิโนของฉันไม่ได้มีไว้ให้หมาลอบกัดเข้ามาเดินเล่นหาเหยื่อหรอกนะเมธัส"
เมธัสหันกลับไปมองเจ้าของเสียง วาเรนยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ไม่ไกล นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องมองศัตรูคู่อาฆาตด้วยความวาวโรจน์ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมารอบตัวจนพนักงานคนอื่นๆต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา
"แหม วาเรน ทักทายเพื่อนเก่าซะรุนแรงเลยนะ ฉันก็แค่อยากมาทักทายน้องจัสมินนิดหน่อยเอง หวงงั้นเหรอ?" เมธัสยิ้มยั่วโมโห
"ฉันไม่มีเพื่อนสันดานเสียแบบแก และผู้หญิงคนนี้ก็เป็นคนของอีแวนส์ แกไม่มีสิทธิ์มายุ่ง"
วาเรนก้าวเข้ามาขวางระหว่างเมธัสกับเคาน์เตอร์ที่จัสมินยืนอยู่ แผ่นหลังกว้างของเขาบังร่างบางของเธอไว้จนมิด
"คนของอีแวนส์ หรือผู้หญิงของวาเรนกันแน่?" เมธัสจงใจเน้นเสียงคำหลังพร้อมกับเลิกคิ้วท้าทาย
วาเรนพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อสูทของเมธัสเอาไว้แน่นจนชายหนุ่มร่างสูงเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาของวาเรนน่ากลัวจนจัสมินใจหาย เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน
"อย่าปากดีให้มันมากนักเมธัส ถ้าไม่อยากถูกหามออกจากคาสิโนฉัน ก็ไสหัวกลับไปซะ แล้วอย่ามายุ่งกับจัสมินอีก" วาเรนกัดฟันกรอด เสียงของเขากดต่ำจนแทบจะเป็นเสียงคำราม
เมธัสปัดมือของวาเรนออกอย่างแรง เขาจัดคอเสื้อตัวเองให้เข้าที่พร้อมกับเหยียดยิ้ม
"ดุจังเลยนะ เอาเถอะ วันนี้ฉันยอมถอยให้ก่อนก็ได้ แต่วันหลังฉันไม่รับปากนะว่าจะไม่มาหาน้องจัสมินอีก ลาก่อนนะครับคนสวย แล้วเจอกันใหม่" เมธัสหันไปขยิบตาให้จัสมินก่อนจะผิวปากเดินออกไปจากคาสิโนอย่างอารมณ์ดี
วาเรนหันกลับมามองจัสมินที่ยืนหน้าซีดอยู่หลังเคาน์เตอร์ ความโกรธยังคงคุกรุ่นอยู่ในดวงตาคู่คม เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอแล้วออกแรงดึงให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว
"โอ๊ย! คุณวาเรน ฉันเจ็บนะ ปล่อยสิคะ!" จัสมินพยายามสะบัดข้อมือออกแต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้
วาเรนไม่สนใจเสียงร้องประท้วง เขาลากเธอเข้าไปในห้องพักรับรองส่วนตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟานุ่ม
ร่างสูงตามเข้ามาประชิดตัวพร้อมกับใช้สองแขนกักขังเธอไว้กับพนักพิงโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดก้มลงมาจนชิด
"ฉันเคยสั่งเธอแล้วใช่ไหมว่าห้ามยุ่งกับมัน!! ทำไมถึงชอบขัดคำสั่งฉันนักจัสมิน!!" เสียงทุ้มตวาดจนหญิงสาวสะดุ้ง
"ฉันไม่ได้ยุ่งกับเขานะคะ เขาเดินเข้ามาหาฉันเอง แล้วฉันก็กำลังจะปฏิเสธเขาอยู่แล้ว คุณนั่นแหละที่เข้ามาโวยวายหาเรื่องเขาก่อน"
จัสมินเถียงกลับเสียงสั่น เธอพยายามดันแผงอกกว้างให้ถอยห่างแต่เขากลับยิ่งเบียดตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น
"ถ้าเธอไม่ให้ท่า มันจะกล้าเดินเข้ามาหาเธอถึงที่นี่ได้ยังไง เพิ่งมาทำงานวันแรกก็ริจะอ่อยผู้ชายแล้วเหรอ"
คำพูดดูถูกที่หลุดออกจากปากเขาทำเอาจัสมินหน้าชา ความน้อยใจและโกรธเคืองตีตื้นขึ้นมาจนน้ำตาคลอเบ้า
"คุณมันบ้าไปแล้ว! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมฉันต้องทนให้คุณมาดูถูกฉันด้วย!! ถอยออกไปนะ ฉันจะไปทำงาน!"
หญิงสาวรวบรวมแรงทั้งหมดผลักเขาออกสุดกำลัง แต่วาเรนกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะ
"งานของเธอตอนนี้คือฟังคำสั่งฉันจัสมิน ฟังให้ชัดๆและจำใส่สมองเอาไว้" นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังสั่นระริก
"เธอคือคนของฉัน เป็นลูกจ้างของฉัน และตราบใดที่เธอยังใช้นามสกุลอีแวนส์ เธอไม่มีสิทธิ์ไปยิ้มให้ไอ้หน้าไหนทั้งนั้น!! เข้าใจไหม!?"
จัสมินเบิกตากว้างกับสรรพนามที่เขาใช้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ คำว่าคนของฉันที่หลุดออกจากปากเขาพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดอยู่บนปลายจมูกทำเอาเธอสับสนไปหมด ตกลงเขาเกลียดเธอ หรือกำลังหวงเธอกันแน่
