บทนำ
บท 1
"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องไปรอรับที่เกต ปล่อยให้เดินมาเอง"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งลูกน้องคนสนิทอย่างราบเรียบขณะที่มือหนายกมวนบุหรี่ขึ้นสูบ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทราคาแพงที่ถูกปลดกระดุมออกเพื่อคลายความอึดอัดยืนพิงตัวรถหรูสีดำสนิทอยู่ที่ลานจอดรถวีไอพีของสนามบิน
วาเรน อีแวนส์ พ่นควันสีเทาหม่นออกมาสู่อากาศ นัยน์ตาสีเข้มคมกริบทอดมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
เขารู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่ต้องเสียเวลาอันมีค่าในการบริหารคาสิโนมาทำเรื่องน่าเบื่อหน่ายแบบนี้ เพียงเพราะวิลเลียมผู้เป็นพ่อต่อสายตรงมากำชับนักหนาว่าวันนี้เขาต้องมารับลูกเลี้ยงกลับบ้านด้วยตัวเอง
ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงและสุขุมอยู่เสมอฉายแววรำคาญใจอย่างไม่คิดจะปิดบังเมื่อนึกถึงผู้หญิงสองคนที่มีอิทธิพลต่อพ่อของเขา
มารินภรรยาใหม่ที่เข้ามาแทนที่แม่ของเขา และจัสมินเด็กสาวที่ติดสอยห้อยตามผู้เป็นแม่เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์อีแวนส์เมื่อหกปีก่อน
แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ไม่เคยเปิดใจยอมรับสองแม่ลูกคู่นี้ การกระทำทุกอย่างของเขามีแต่ความเย็นชาและมีเส้นกั้นบางๆที่บอกชัดเจนว่าพวกเธอเป็นเพียงผู้อาศัย
"แต่คุณผู้หญิงท่านเป็นห่วงคุณหนูนะครับ บ่นตั้งแต่เช้าว่ากลัวจะหลงเพราะไม่ได้กลับมาตั้งหลายปี"
ฟราน ลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง แม้จะรู้ดีว่าเจ้านายของตนไม่ชอบใจนักที่ต้องมาทำหน้าที่สารถีจำเป็น
"โตป่านนี้แล้วถ้ายังเดินหาลานจอดรถไม่เจอ ก็ให้มันรู้ไป" วาเรนตอบกลับเสียงเรียบ เขากดบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ตรงมุมเสาก่อนจะจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่
แววตาของเขาไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ ในหัวมีแต่ความคิดที่ว่าเด็กนั่นคงจะเรียกร้องความสนใจเหมือนเคย
อีกด้านหนึ่งภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า จัสมินกำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบด้วยความทุลักทุเล
ใบหน้าหวานที่ประดับด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอในเวลานี้กลับบึ้งตึง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อนึกถึงบทสนทนาทางโทรศัพท์กับมารินผู้เป็นแม่เมื่อคืนก่อน
เธอรู้ดีว่าการที่วาเรนเป็นคนมารับนั้นหมายความว่าอะไร มันไม่ใช่ความเต็มใจ แต่มันคือคำสั่งของผู้เป็นพ่อที่เขาไม่อาจขัดได้
และนั่นก็การันตีได้เลยว่าการเดินทางกลับบ้านในวันนี้คงไม่ได้ราบรื่นและอบอวลไปด้วยความยินดีอย่างที่ควรจะเป็น
หญิงสาวในวัยยี่สิบสามปีพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เธอถูกส่งตัวไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีที่แม่ของเธอก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลอีแวนส์
แน่นอนว่ามันเป็นความใฝ่ฝันของเธอและวิลเลียมก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ลึกๆในใจเธอก็รู้ดีว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะวาเรนไม่อยากเห็นหน้าเธอ
เขาไม่เคยแสดงอาการเกรี้ยวกราดหรือโวยวายไล่เธอออกจากบ้าน เขาเป็นผู้ใหญ่ สุขุม และเยือกเย็นเกินกว่าจะทำตัวไร้เหตุผลแบบนั้น
แต่ความเย็นชาและสายตาที่มองมาประหนึ่งว่าเธอเป็นอากาศธาตุนั่นแหละที่บีบคั้นจนเธออึดอัดแทบขาดใจ
"คงจะทำหน้านิ่งเป็นรูปปั้นเหมือนเดิมสินะ"
จัสมินพึมพำกับตัวเองขณะสาวเท้าเดินไปยังลานจอดรถวีไอพีตามข้อความที่ฟรานส่งมาให้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า
แม้จะเกรงใจและแอบหวั่นใจกับท่าทีของเขาอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กสาววัยสิบเจ็ดที่เอาแต่ก้มหน้าหลบตาอีกต่อไปแล้ว
เธอเรียนรู้ที่จะซ่อนความอ่อนแอไว้ข้างใน เพราะรู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นเกลียดน้ำตาและความอ่อนแอมากแค่ไหน เธอจะไม่มีวันยอมให้เขามาดูถูกเธอได้อีก
เมื่อเดินพ้นประตูทางออกและเข้าสู่โซนลานจอดรถวีไอพี สายตาของจัสมินก็ปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าที่ยืนพิงรถยนต์คันหรูอยู่
วาเรนยังคงดูดีและมีอำนาจล้นเหลือเหมือนเดิม ออร่าความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวเขายังคงทำให้คนรอบข้างรู้สึกตัวเล็กลงได้เสมอ
จัสมินกระชับที่จับกระเป๋าแน่นขึ้น พยายามเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูประหม่าจนเกินไปก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาเขา
วาเรนปรายตามองหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
จัสมินโตขึ้นมากจากเด็กสาวร่างผอมบางในวันนั้นกลายเป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่งเต็มวัย ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้นนั้นดูโดดเด่นสะดุดตา
แต่ถึงอย่างนั้นในสายตาของเขา เธอก็ยังคงเป็นแค่เด็กกะโปโลคนหนึ่งที่เข้ามาวุ่นวายในครอบครัวของเขาอยู่ดี
"สวัสดีค่ะ" จัสมินเอ่ยทักทายเสียงแผ่วเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
วาเรนไม่ตอบรับ เขาเพียงแค่ปรายตามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ฝั่งผู้โดยสารด้านหลังโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทิ้งให้เธอยืนเคว้งอยู่กับลูกน้องของเขา
จัสมินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดปะทุขึ้นมาในอก เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบเธอ แต่การเมินเฉยกันแบบนี้มันก็ออกจะไร้มารยาทเกินไปหน่อย
หญิงสาวหันไปหาฟรานที่กำลังกุลีกุจอเข้ามาช่วยยกกระเป๋าของเธอไปเก็บที่ท้ายรถ ก่อนจะแกล้งพูดขึ้นมาลอยๆด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"เจ้านายพี่ฟรานนี่ เป็นใบ้ยังไม่ได้รักษาหรือไงคะ?"
ฟรานชะงักไปเล็กน้อย เขายิ้มแหยๆรับคำพูดของหญิงสาวโดยไม่กล้าออกความเห็นใดๆ เพราะรู้ดีว่าคนที่นั่งอยู่ในรถนั้นหูดีแค่ไหน
จัสมินถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูและก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังฝั่งตรงข้ามกับร่างสูงที่นั่งหลับตาพิงพนักอยู่
บรรยากาศภายในรถหรูเงียบกริบจนน่าอึดอัด เครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำไม่ได้ช่วยลดความร้อนรุ่มในใจของจัสมินลงได้เลย
เธอพยายามนั่งตัวลีบให้ชิดกับประตูรถมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับกลัวว่าหากขยับตัวไปใกล้เขาแม้เพียงนิดเดียวอาจจะโดนรัศมีความเย็นชาแช่แข็งเอาได้
หญิงสาวลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของวาเรนเป็นระยะ แพขนตาหนา จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหยักลึกที่ปิดสนิท ทุกอย่างบนใบหน้าเขาดูสมบูรณ์แบบแต่น่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
รถยนต์แล่นฉิวไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสม่ำเสมอ จัสมินรู้สึกเบื่อหน่ายกับความเงียบนี้ เธอจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองมาเปิดดูเพื่อหาโทรศัพท์มือถือ
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังล้วงมือลงไปค้นหาของ ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มเนื้อดีผืนหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาบนเบาะหนังราคาแพงตรงกลางระหว่างเธอกับเขา
วาเรนลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบตวัดมองวัตถุที่ตกลงมา คิ้วเข้มที่ดุดันขมวดเข้าหากันแทบจะทันทีเมื่อเขาสังเกตเห็นรอยปักไหมสีเงินตรงมุมผ้า
เมธัส
ชื่อของศัตรูคู่อาฆาตที่ขับเคี่ยวแย่งชิงความเป็นใหญ่ในวงการคาสิโนกับเขามาตลอดปรากฏหราอยู่บนของใช้ส่วนตัวที่หล่นออกมาจากกระเป๋าของผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขา
เมธัสคือเจ้าของ metus lot คู่อริที่ไม่เคยเอาชนะเขาได้สักด้านเดียว แต่กลับกล้าท้าทายอำนาจเขาอยู่เสมอ
วาเรนรู้สึกเหมือนมีไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้นในอก นัยน์ตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์น่ากลัว
เขารู้กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของเมธัสดี และยิ่งรู้ว่าหมอนั่นพยายามจะเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้คนในตระกูลอีแวนส์เพื่อหยามเกียรติเขา เขาก็ยิ่งรู้สึกเดือดดาล
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นขึ้นมาถือไว้ทันที ท่าทีคุกคามของเขาทำเอาจัสมินสะดุ้งตกใจ
"คืนมานะคะ"
จัสมินร้องบอกพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อจะแย่งผ้าเช็ดหน้าคืน แต่วาเรนกลับชูมันขึ้นสูงให้พ้นจากมือเล็กที่พยายามไขว่คว้า
"ไปเอาของขยะนี่มาจากไหน?"
เสียงเข้มกดต่ำจนน่าขนลุก นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะเค้นเอาความจริง
"มันไม่ใช่ขยะนะคะ เอาคืนมาเดี๋ยวนี้"
หญิงสาวโวยวาย พยายามเอื้อมมือไปคว้าอีกครั้งแต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
"ฉันถามว่าไปเอามาจากไหน!?"
วาเรนเพิ่มระดับความดังของเสียงขึ้นเล็กน้อย มือหนาบีบข้อมือเล็กที่พยายามจะแย่งผ้าคืนเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้มากมายจนทำให้เจ็บ แต่ก็มากพอที่จะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ สายตาเขาคาดคั้นจนเธอรู้สึกอึดอัด
จัสมินเม้มปากแน่น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องโมโหขนาดนี้กับแค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียว แต่เมื่อเห็นสายตาดุดันที่มองมา เธอก็จำใจต้องเล่าความจริงออกไปเพื่อตัดรำคาญ
"ก็บนเครื่องบินตอนเสิร์ฟอาหาร หนูเผลอทำแก้วน้ำหกใส่เสื้อตัวเอง คนที่นั่งข้างๆเขาก็เลยเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มาให้ยืมซับน้ำ"
"คนข้างๆงั้นเหรอ?"
วาเรนทวนคำเสียงหยัน เขาพอจะเดาออกว่าเมธัสคงบังเอิญเจอจัสมินบนเครื่องบิน และไอ้หมอนั่นก็คงจะใช้มุกตื้นๆในการทำความรู้จักกับผู้หญิงหน้าตาดีสักคน โดยที่ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร
"ใช่ค่ะ เขาใจดีมากเลยนะ พอหนูเช็ดเสร็จเขาก็ให้เบอร์ติดต่อเอาไว้ ฉันตั้งใจว่ากลับไปถึงบ้านจะซักทำความสะอาดแล้วนัดเอาไปคืนเขาทีหลัง ปล่อยมือหนูได้แล้ว"
หญิงสาวพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา แต่เขากลับยิ่งจับแน่นขึ้น
"ซักคืนงั้นเหรอ" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเย้ยหยันและดุดันจนจัสมินรู้สึกใจคอไม่ดี
"เธอคิดว่าไอ้สวะนั่นมันอยากได้ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้คืนนักหรือไง มันก็แค่อยากจะหาเรื่องสานต่อกับเธอเท่านั้นแหละ หัดใช้สมองคิดบ้าง! ไม่ใช่เห็นใครทำดีด้วยหน่อยก็หลงเชื่อไปหมด!!"
"นี่คุณวาเรน ทำไมคุณถึงชอบมองโลกในแง่ร้ายนักล่ะคะ เขาอาจจะแค่มีน้ำใจจริงๆก็ได้ คุณอย่าเอาความคิดอคติของตัวเองมาตัดสินคนอื่นสิคะ"
จัสมินเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เธอเกลียดนิสัยชอบดูถูกคนอื่นของเขาที่สุด
"ฉันไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย แต่ฉันรู้จักสันดานของพวกสวะดีกว่าเธอ"
วาเรนพูดเสียงลอดไรฟัน เขาไม่ชอบให้ใครมาเถียง โดยเฉพาะเด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอ
ชายหนุ่มละสายตาจากใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึง เขากดปุ่มลดกระจกรถลงจนสุด เสียงลมภายนอกดังอื้ออึงเข้ามาในตัวรถทันที จัสมินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะทำอะไร
"คุณจะทำอะไร!? หยุดนะ!"
วาเรนไม่สนใจเสียงร้องห้ามของเธอ เขายื่นมือที่ถือผ้าเช็ดหน้าออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะปล่อยมืออย่างไม่ไยดี
ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มเนื้อดีที่มีชื่อของศัตรูคู่อาฆาตปักอยู่ปลิวหายไปกับสายลมในพริบตา ท่ามกลางความตกตะลึงของหญิงสาว
"คุณทำบ้าอะไรเนี่ย! หนูบอกแล้วไงว่าจะเอาไปคืนเขา แล้วหนูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนถ้าเขาถามหาผ้าเช็ดหน้าผืนนี้"
จัสมินโวยวายเสียงหลงพร้อมกับขยับตัวจะพุ่งไปที่หน้าต่างเพื่อมองหาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น แต่รถที่วิ่งด้วยความเร็วทำให้มันหายลับไปจากสายตาแล้ว
วาเรนกดปุ่มปิดกระจกรถ บรรยากาศภายในรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความคุกรุ่นในอารมณ์ของทั้งคู่กลับพุ่งสูงขึ้น
ชายหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวที่กำลังโกรธจัด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอก้มลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างน่าเกรงขาม
"ฟังฉันให้ดีนะจัสมิน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่นักแน่น ทุกคำพูดแฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน
"ถ้ายังอยากเป็นคนของอีแวนส์ ก็ห้ามแตะต้องของของมัน!!"
คำพูดประโยคนั้นทำให้เธอได้แต่นั่งนิ่งงัน ทำอะไรไม่ถูก ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นและสับสน
เธอไม่รู้ว่าผู้ชายที่ชื่อเมธัสคนนั้นไปทำอะไรให้วาเรนโกรธแค้นนักหนา แต่ที่แน่ๆคือตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตการกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ของเธอคงไม่มีวันสงบสุขอย่างที่หวังไว้อีกแล้ว
จัสมินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่ทำท่าจะเอ่อล้นออกมา เธอขยับตัวถอยห่างจากเขาจนแผ่นหลังชิดติดกับประตูรถอีกฝั่ง หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมรถทั้งคันอีกครั้ง
ในขณะที่วาเรนเพียงแค่เอนหลังพิงพนักเบาะ หลับตาลงอย่างสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าในใจของเขากลับมีแต่ความหงุดหงิดที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ การกลับมาของเด็กคนนี้มีแต่จะสร้างความรำคาญใจให้เขาไม่จบไม่สิ้นจริงๆ
บทล่าสุด
#22 บทที่ 22 ฉันหวงเธอ
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2026#21 บทที่ 21 ไปจดชื่อมันมา
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#20 บทที่ 20 ห่วงใย
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#19 บทที่ 19 ใครบอกว่าเกลียด
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#18 บทที่ 18 เลิกดื้อ
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#17 บทที่ 17 ไม่ต้องมาสนใจฉัน
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#16 บทที่ 16 ใครสั่งให้เธอทำ
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#15 บทที่ 15 แค่รำคาญ
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#14 บทที่ 14 หนังสือประโลมโลก
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#13 บทที่ 13 ฉันจะได้จับนาดูเธอ
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ













