บทที่ 5 ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว
"คนของอีแวนส์หรือคนของคุณกันแน่คะ?"
เสียงหวานที่สั่นพร่าเอ่ยถามคนที่กำลังใช้ท่อนแขนแกร่งกักขังเธอไว้บนโซฟาตัวกว้าง
นัยน์ตากลมโตสั่นระริกขณะช้อนมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจร้อนผ่าวของวาเรนเป่ารดพวงแก้มใสจนจัสมินรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดทั้งตัว
"มันก็เหมือนกันนั่นแหละ"
วาเรนตอบกลับเสียงพร่า นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่ดำมืดและล้ำลึก
เขากวาดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้ม ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นมันช่างยั่วยวนจนเขาแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว
ในหัวของชายหนุ่มมีแต่ความต้องการทางกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม
เขาไม่ได้รักเด็กคนนี้ เขาเกลียดแม่ของเธอและรำคาญเธอมาตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันก็แค่ความลุ่มหลงในเรือนร่างของหญิงสาววัยสะพรั่งเท่านั้น
เขาแค่อยากจะสั่งสอนให้เธอรู้ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง และที่ตรงนั้นคือบนเตียง ไม่ใช่ในหัวใจ
"ไม่เหมือนกันค่ะ" จัสมินเถียงกลับพร้อมกับพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม
"ถ้าฉันเป็นคนของอีแวนส์ ฉันก็มีสิทธิ์จะมีชีวิตของตัวเอง มีสิทธิ์จะยิ้มให้ใครก็ได้ แต่ถ้าคุณหมายถึงคนของคุณ คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับจิตใจฉันแบบนี้"
"ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์!!"
ชายหนุ่มสวนกลับทันควัน มือหนาบีบข้อมือเล็กแน่นขึ้นอีกนิดก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชนกับจมูกรั้นของหญิงสาว
"เธออยู่ในปกครองของฉัน กินข้าวบ้านฉัน ใช้เงินของตระกูลฉัน แม้แต่ร่างกายของเธอตอนนี้ก็ยังอยู่ใต้ร่างฉัน แล้วเธอจะเอาอะไรมาต่อรองกับฉันจัสมิน"
"คุณมันไร้เหตุผล คุณเกลียดฉันกับแม่ไม่ใช่หรือไง แล้วจะมาทำท่าหวงก้างแบบนี้ทำไม ปล่อยฉันนะ!!"
ร่างบางดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างหนา แต่ยิ่งเธอดิ้น หน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวก็ยิ่งเบียดเสียดกับแผงอกกว้างของเขา
วาเรนกัดฟันกรอด สันกรามหนานูนขึ้นเป็นรอยชัดเจน ความอดทนของเขากำลังจะขาดสะบั้นลงเพราะสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจของเธอ
"หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้จัสมิน ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว"
เสียงทุ้มกดต่ำแหบพร่าจนคนฟังรู้สึกขนลุกซู่ จัสมินหยุดชะงักทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกายของคนด้านบน
แววตาของเขาตอนนี้ไม่ได้มีแต่ความโกรธแค้นเหมือนตอนที่ไล่เมธัสออกไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาจนเธอแทบจะหลอมละลาย
"คุณจะทำอะไร? ถอยออกไปนะ!"
"ฉันบอกให้เธอหยุดดิ้นไง อยากให้ฉันทำมากกว่านี้หรือไง!!"
"ฉันไม่ได้อยากให้คุณทำอะไรทั้งนั้นแหละ ปล่อยสิ ฉันจะออกไปทำงาน"
"งานของเธอตอนนี้คืออยู่เงียบๆ แล้วยอมรับบทลงโทษจากฉัน"
พูดจบวาเรนก็ไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้มีโอกาสประท้วงอีกต่อไป เขาประกบริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากอวบอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและดุดัน
จัสมินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ สัมผัสที่จาบจ้วงและเอาแต่ใจของเขาทำเอาเธอสมองขาวโพลนไปหมด
เขากดจูบหนักหน่วง บดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเรียกร้องและกระหายหิว มือหนาที่เคยกอบกุมข้อมือเล็กเปลี่ยนมาสอดประสานท้ายทอยทุยเพื่อปรับองศาให้รับจุมพิตของเขาได้ถนัดขึ้น
จัสมินพยายามปิดปากแน่นไม่ยอมให้เขารุกล้ำเข้ามา แต่ชายหนุ่มกลับใช้มืออีกข้างบีบปลายคางเธอเบาๆจนหญิงสาวเผลอเผยอปากออก
วาเรนไม่รอช้าส่งเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่ม รสชาติของเธอหวานละมุนจนเขาแทบจะคลั่ง
เขาไม่ได้รู้สึกรัก ไม่ได้มีความผูกพันทางใจใดๆทั้งสิ้น มันคือความปรารถนาทางกายล้วนๆความลุ่มหลงที่อยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
เขาอยากจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่เกะกะนี่ออกแล้วโยนเธอลงบนเตียงกว้างๆเพื่อสอนให้รู้ว่ารสชาติของความเร่าร้อนที่แท้จริงมันเป็นยังไง
จัสมินส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอ กำปั้นเล็กทุบตีแผงอกกว้างสะเปะสะปะเพื่อหาทางรอด แต่เรี่ยวแรงของเธอหรือจะสู้ชายอกสามศอกอย่างเขาได้
ยิ่งเธอต่อต้าน เขาก็ยิ่งรุกล้ำลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ ฃจนหญิงสาวเริ่มหมดแรง มือเล็กที่เคยทุบตีค่อยๆเปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความเกรี้ยวกราดและดุดันค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง วาเรนดูดดึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ก่อนจะผละออกอย่างอ้อยอิ่ง
นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงซ่านไปถึงใบหู ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใส ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อจากการกระทำอันป่าเถื่อนของเขา
"นี่คือบทลงโทษสำหรับเด็กดื้อที่กล้าขัดคำสั่งฉัน"
วาเรนกระซิบชิดริมฝีปากบาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใสจนจัสมินต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายปนโกรธเคือง
"คุณมันฉวยโอกาส รังแกคนไม่มีทางสู้!"
"ฉันรังแกเธอได้มากกว่านี้อีกจัสมิน ถ้าเธอยังกล้าไปส่งยิ้มให้ไอ้สวะนั่นอีก"
"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ เขาเข้ามาหาฉันเอง แล้วทำไมฉันต้องรับผิดชอบความหึงหวงบ้าๆของคุณด้วย"
"หึงงั้นเหรอ?" วาเรนแค่นหัวเราะในลำคอ
"อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยจัสมิน ฉันไม่ได้หึง ฉันแค่รำคาญที่เห็นของของตัวเองไปเกลือกกลั้วกับคนอื่น"
คำพูดไร้เยื่อใยของเขาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของหญิงสาว จัสมินเม้มริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้นออกมา
เธอผลักอกเขาออกอย่างแรง คราวนี้วาเรนยอมผละออกแต่โดยดี เขาหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"จำเอาไว้ว่าสถานะของเธอคืออะไร อย่าทำตัวให้ฉันต้องหงุดหงิดไปมากกว่านี้"
พูดจบชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินออกจากห้องพักรับรองไป ทิ้งให้จัสมินนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนโซฟาเพียงลำพัง
ความรู้สึกสับสนตีวนอยู่ในหัวใจ เธอไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยสักนิด ปากบอกว่าเกลียด รำคาญ ไม่สนใจ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม เขาคุกคามเธอ ปล้นจูบแรกของเธอไปอย่างหน้าตาเฉย แล้วยังมาทำเป็นพูดจาถากถางให้เจ็บช้ำน้ำใจอีก
ทางด้านวาเรนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง เขาล้วงมือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อซ่อนอาการสั่นของตัวเอง
หัวใจแกร่งเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รสจูบหอมหวานเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ที่ริมฝีปาก เขาอยากจะเดินกลับเข้าไปในห้องนั้นแล้วอุ้มเธอขึ้นเตียงไปซะให้สิ้นเรื่อง แต่สติที่ยังหลงเหลืออยู่บอกให้เขาหยุดความคิดบ้าๆนั่นซะ
ผู้หญิงคนนั้นคือลูกของคนที่มาแย่งความรักของพ่อไปจากเขา เขาไม่มีวันยอมรับและไม่มีวันลดตัวลงไปรักเด็กนั่นเด็ดขาด
สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็แค่ความต้องการทางสรีระของผู้ชายคนหนึ่งที่ห่างเหินเรื่องบนเตียงมานาน เขาแค่เห็นผู้หญิงสวยๆแล้วเกิดอารมณ์ มันก็แค่นั้นแหละ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
"บอสครับ มีสายด่วนจากคุณวิลเลียมครับ"
ฟรานเดินเข้ามาหาผู้เป็นเจ้านายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด วาเรนปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นปกติก่อนจะรับสมาร์ทโฟนมาจากลูกน้องคนสนิท
"ครับพ่อ มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"ตาเรน ตอนนี้จัสมินอยู่กับแกไหม?" เสียงของวิลเลียมฟังดูร้อนรนผิดปกติ
"อยู่ครับ เพิ่งจะเริ่มงานวันแรก พ่อมีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"ให้คนพาน้องกลับมาบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ แม่ของน้องลื่นล้มในห้องน้ำ ตอนนี้กำลังพาส่งโรงพยาบาล"
"อะไรนะครับ!?" วาเรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"แล้วอาการเป็นยังไงบ้างครับ!?"
