บทที่ 7 ดอกไม้สวะ
"ฉันจำได้ว่าสั่งให้เธอไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล ไม่ใช่ให้มาเสนอหน้าอยู่ที่คาสิโน"
วาเรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดขณะกวาดสายตามองร่างบางในชุดพนักงานที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา นัยน์ตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวอย่างตำหนิ
"แม่บอกให้ฉันมาทำงานค่ะ ท่านอาการดีขึ้นมากแล้วและมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด ฉันไม่อยากขาดงานตั้งแต่วันที่สอง"
จัสมินตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอประสานสายตากับเขาโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อน
"ฉันเป็นเจ้านาย หรือแม่เธอเป็นเจ้านาย?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้
"คุณเป็นเจ้านายค่ะ แต่ฉันไม่อยากถูกครหาว่าใช้เส้นสายหรือเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานคนอื่น แค่เพราะฉันเป็นลูกเลี้ยงของพ่อคุณ"
"เก่งดีนี่ ปากคอเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะ"
วาเรนแค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังตัวใหญ่แล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงโปร่งแผ่รังสีคุกคามจนหญิงสาวต้องลอบกลืนน้ำลาย
"ฉันแค่พูดความจริงค่ะ ฉันอยากทำงานและพิสูจน์ตัวเอง"
"พิสูจน์ตัวเอง หรืออยากจะมาอ่อยใครกันแน่"
"คุณวาเรน ทำไมคุณถึงชอบพูดจาดูถูกฉันนักคะ"
"ฉันไม่ได้ดูถูก ฉันแค่พูดตามสิ่งที่เห็น เมื่อวานเพิ่งเริ่มงานวันแรกก็มีหมาจรจัดมาตามดมถึงที่ วันนี้เลยอยากจะมารอให้มันคาบไปอีกหรือไง?"
"ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้นัดเขามา เขามาของเขาเอง แล้วฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาด้วยซ้ำ"
จัสมินเถียงกลับเสียงสั่น เธอเกลียดที่เขามักจะยัดเยียดข้อหาบ้าบอพวกนี้ให้เธอเสมอ
"ไม่ได้สนใจแต่นั่งยิ้มหวานให้มันเนี่ยนะ"
"นั่นมันรอยยิ้มตามมารยาทของพนักงานต้อนรับค่ะ คุณเป็นเจ้าของคาสิโนก็น่าจะรู้ดีว่าเราต้องบริการลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียม"
"แต่ไอ้เมธัสมันไม่ใช่ลูกค้า มันคือศัตรูของฉัน!!!"
เสียงทุ้มตวาดลั่นจนจัสมินสะดุ้ง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบโต้อะไร ประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะและเปิดออกโดยฟราน ลูกน้องคนสนิทของเขาเดินเข้ามาพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ในมือ
"ขออนุญาตครับบอส มีของส่งมาถึงคุณจัสมินครับ"
ฟรานรายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง เขาพอจะเดาอารมณ์เจ้านายออกเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง
"ของใคร!?"
วาเรนถามเสียงห้วน สายตาคมกริบตวัดมองช่อดอกไม้ในมือลูกน้องอย่างเอาเรื่อง
"เอ่อ มีการ์ดแนบมาครับ เขียนว่าจากคุณเมธัส"
คำตอบของฟรานเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ นัยน์ตาสีเข้มของวาเรนวาวโรจน์ไปด้วยความเดือดดาล เขากระชากช่อดอกไม้มาจากมือลูกน้องแล้วโยนมันลงบนพื้นอย่างแรงจนกลีบกุหลาบช้ำและหลุดลุ่ย
"คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!?"
จัสมินร้องเสียงหลงเมื่อเห็นการกระทำอันป่าเถื่อนของเขา เธอขยับตัวจะเข้าไปเก็บช่อดอกไม้แต่ถูกมือหนาคว้าแขนเอาไว้แน่น
"ฟราน เอาขยะนี่ไปทิ้ง!! แล้วสั่งรปภให้ตรวจตราหน้าคาสิโนให้เข้มงวดกว่านี้ ถ้ามีของจากไอ้สวะนี่ส่งมาอีก ให้เผาทิ้งซะไม่ต้องเอาเข้ามาให้รำคาญสายตา!" วาเรนหันไปสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด
"รับทราบครับบอส"
ฟรานรีบก้มลงเก็บช่อดอกไม้ที่น่าสงสารแล้วรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เจ้านายและหญิงสาวเผชิญหน้ากันตามลำพังอีกครั้ง
"ปล่อยฉันนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำลายของของคนอื่นแบบนี้นะ!?"
จัสมินพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแต่เขากลับยิ่งบีบแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บ
"ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อเธอคือคนของฉัน ของทุกอย่างที่ส่งมาให้เธอถ้าฉันไม่อนุญาตเธอก็ไม่มีสิทธิ์รับ!?"
"ฉันไม่ใช่คนของคุณ ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณด้วย!!"
"งั้นมาทำให้ชัดเจนกันหน่อยไหม? ว่าเธอเป็นของใคร!?"
พูดจบวาเรนก็ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาเข้าไปในห้องพักผ่อนส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับห้องทำงาน ชายหนุ่มเหวี่ยงร่างของเธอลงบนเตียงกว้างอย่างไม่ออมแรง จัสมินจุกจนพูดไม่ออก เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ร่างหนาก็ตามมาทาบทับลงมาเสียก่อน
"คุณวาเรน ปล่อยฉัน ถอยออกไปนะ!!"
หญิงสาวร้องประท้วงพร้อมกับใช้สองมือดันแผงอกกว้างสุดแรง แต่เรี่ยวแรงของเธอหรือจะสู้เขาได้ วาเรนรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็เชยคางมนขึ้นมาบีบเบาๆบังคับให้เธอสบตากับเขา
"ชอบนักใช่ไหมไอ้ดอกไม้สวะนั่น! ชอบที่มันมาตามตื๊อเธอใช่ไหม"
"ฉันไม่ได้ชอบ ปล่อยฉันนะ คุณมันบ้าอำนาจ ไร้เหตุผลที่สุด!!"
"ใช่ ฉันมันบ้าอำนาจ และฉันก็จะใช้อำนาจที่มีสั่งสอนเด็กดื้ออย่างเธอให้หลาบจำ!"
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ดำมืดและล้ำลึก
วาเรนบดขยี้ริมฝีปากลงบนกลีบปากอวบอิ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ จัสมินเม้มปากแน่นไม่ยอมให้เขารุกล้ำ แต่ชายหนุ่มกลับใช้ฟันขบกัดริมฝีปากล่างของเธอจนหญิงสาวเผลอเผยอปากออกร้องด้วยความเจ็บปวด
วินาทีนั้นเรียวลิ้นร้อนก็สอดแทรกเข้าไปกอบโกยความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม
จัสมินดิ้นรนขัดขืน น้ำตาแห่งความน้อยใจและหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้า เธอพยายามส่ายหน้าหนีแต่เขากลับล็อคปลายคางเธอไว้แน่น รสจูบของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ มันเรียกร้องและคุกคามจนเธอแทบจะขาดใจ
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือของเธอไว้ปล่อยออกแล้วเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของร่างบาง ฝ่ามือร้อนผ่าวลากผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบาง ปลดกระดุมออกทีละเม็ดอย่างเชี่ยวชาญจนเผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำที่ตัดกับผิวขาวเนียนละเอียด
"อย่า!! หยุดนะ!"
จัสมินร้องห้ามเสียงสั่นเมื่อริมฝีปากของเขาผละออกจากการจูบแล้วเปลี่ยนมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น เธอใช้มือผลักไหล่เขาออกแต่กลับถูกเขาจับมือทั้งสองข้างกดลงกับที่นอนอีกครั้ง
"ร่างกายของเธอมันตอบสนองฉันขนาดนี้ จะให้หยุดได้ยังไง"
วาเรนกระซิบเสียงแหบพร่าชิดใบหูเล็ก เขาขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย แม้ในใจจะต่อต้านแต่ร่างกายกลับทรยศต่อความนึกคิด
"คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอคะ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!"
"ฉันเกลียดแม่เธอ เกลียดที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านของฉัน แต่ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าร่างกายของเธอมันน่าหลงใหลแค่ไหน"
ชายหนุ่มตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย คำพูดของเขาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของหญิงสาว
