บทที่ 10 วิศวะจองรัก :: Episode 5 ให้ความเป็นส่วนตัวบ้างเหอะ [100%]

ฉันเดินออกมาส่งพี่หนึ่งที่เดินตรงเข้าบ้านของตัวเองไป ส่วนฉันรีบวิ่งไปหาพ่อและถามเรื่องโรงพยาบาลที่พี่หนึ่งฝึกงานอยู่เห็นบอกอยู่ไม่ไกลจากที่นี่สักเท่าไหร่ พอรับปากไปว่าจะทำซุปไปให้พรุ่งนี้ฉันก็รีบตรงเข้าไปในครัวอีกครั้ง เพื่อค้นดูว่าพอมีอะไรจะทำเป็นซุปให้กับพี่หนึ่งบ้างที่ง่ายสุดน่าจะเป็นซุปฟักทองกินคู่กับขนมปังกระเทียม

“ไม่ให้พ่ออยู่ช่วยแน่นะ”

“ค่ะ วาดบอกเฟย์แล้วพรุ่งนี้เพื่อนจะมาช่วยดูให้ค่ะ” พ่อตวัดขาไขว่ห้างพลางจิบชาดูรายการถ่ายทอดฟุตบอล

“พ่อต้องเตรียมถังดับเพลิงหรือเรียกรถกู้ภัยมารอดีไหมวาด”

“พ่ออ่า” ฉันกระทืบเท้าเหมือนเด็กๆ เวลาอยู่ต่อหน้าพ่อบอกเลยว่าฉันนะเหมือนเด็กน้อยที่ยังไม่รู้จักโต “วาดไม่ทำครัวบ้านเราพังหรอกค่ะ พ่อไว้ใจวาดหน่อยสิ พรุ่งนี้วาดทำเสร็จวาดจะเอาไปให้พ่อชิมด้วย”

“แต่มีเฟย์อยู่ด้วยพ่อไม่กังวลเท่าไหร่ ที่กังวลคือจะกินได้ไหม”

“พ่อ!”

“ฮ่าๆ ขึ้นไปนอนได้แล้วไป เดินทางมาเหนื่อยๆ”

พ่อโบกมือไล่ฉันที่ทำหน้าบูดส่งให้ท่าน จากนั้นก็เดินขึ้นมาด้านบนเข้าห้องพลางทิ้งตัวลงนอนเพื่อค้นดูวิธีการทำซุปฟักทองมันน่าจะง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่หัดเข้าครัวอย่างฉัน พอกำลังไล่อ่านวิธีทำหรือดูคลิปการทำอยู่ ข้อความก็เด้งขึ้นมาจะจากใครกันล่ะหากไม่ใช่... ฟินน์

“ช่วงที่กูอยู่บ้าน กูจะงดอ่านข้อความและรับสายมึง จำไว้!”

ปัดข้อความทิ้งอย่างไม่ไยดี อยากให้มันเลิกตามติดฉันสักหน่อย พอไปมหาลัยเดี๋ยวมันก็ติดฉันเหมือนเดิมเพราะงั้นให้เวลาส่วนตัวฉันบ้างเหอะ จะติดอะไรนักหนาขี้ไม่ออกเยี่ยวไม่ออกก็นึกถึงฉันเหรอ ฉันไม่ใช่เมียมันนะเว้ย!

สภาพ!

“นี่แน่ใจนะว่าเป็นซุปฟักทอง ไม่ใช่ขี้”

“เฟย์”

“หาเบอร์ฉุกเฉินไว้ด้วย พอฉันชิมแกจะได้โทรเรียกรถโรงบาลมารอ”

มองค้อนเพื่อนที่ยืนกอดอกมองถ้วยซุปฟักทองที่ฉันแหกตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า ก่อนที่พ่อจะออกไปโรงกลึงซะอีก เพราะเฟย์ยังไม่มาฉันก็เลยเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ก่อน ส่งผลให้นิ้วมือของฉันผ่านสมรภูมิมาอย่างหนักหน่วงทั้งมีดบาดและโดนน้ำร้อนลวกนิดๆ แต่ไม่ได้พองเป็นตุ่มน้ำใสนะ แค่เป็นรอยเหมือนรอยไหม้นิดหน่อย ฉันยืนเอามือผสานกันไว้ที่หน้าอกมองเฟย์ที่ใช้ช้อนตักซุปขึ้นมาชิม เอาจริงเพื่อนเป็นคนที่แสดงออกทางสีหน้าได้ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่

แต่ว่าตอนนี้เฟย์กลับเหลือบตามองฉันพลางขมวดคิ้ว “ไม่น่าเชื่อ”

“ไมอะเฟย์”

“มันอร่อยมาก”

“จริงดิ!” ฉันรีบคว้าช้อนจากมือเพื่อนมาตักซุปฟักทองชิมบ้าง ปรากฏว่า... “แม่ง อร่อยจริงด้วย”

“ขนมปังกระเทียมก็ใช้ได้นะ ยกเว้นอย่างเดียว”

“อะไร”

“คุณอากลับมาคงตกใจน่าดู” ไม่ใช่แค่สภาพมือของฉันที่พังยับ หากเป็นครัวด้วยเช่นกันทุกอย่างที่เคยถูกจัดเอาไว้เรียบร้อย ตอนนี้เหรอมันเหมือนสงครามย่อมๆ หรือไม่ก็โดนระเบิดลงยังไงยังงั้น นี่ขนาดทำอาหารง่ายที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ ในครัวก็แทบจะพังไม่เป็นท่า จำต้องยกมือตบหน้าผากตัวเองอย่างเสียไม่ได้

“ยอมโดนพ่อด่าก็ได้ เพราะเป็นครั้งแรกที่ฉันทำซุปได้โคตรอร่อย เสียดาย...”

“เรื่อง?” เฟย์ถามขณะเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำมาเทใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่ม

“กว่าจะกลับหอพัก อยากให้ฟินน์มันชิมด้วยอะดิ”

“พูดถึงฟินน์” เพื่อนดึงแก้วออกจากริมฝีปากที่คล้ำเล็กน้อยจากการสูบบุหรี่ “เมื่อคืนมันโทรหาฉันถี่ รำคาญ”

“ฉันไม่รับสาย ไม่อ่านข้อความมัน แกไม่ต้องสนใจมันหรอก”

“น่ารำคาญฉันต้องปิดเครื่องเลย” ดีแล้ว ให้มันรู้ซะบ้างว่าควรให้ความเป็นส่วนตัวกับเพื่อนสักหน่อยก็ยังดี

“ฟินน์มันควรมีความเกรงใจฉันบ้างดิ เอะอะอะไรก็ติดฉันเป็นตังเมไปได้”

“ช่วยไม่ได้นะ แกกับมันสนิทกันตั้งแต่รับน้องแล้วนี่นา” ใครอยากจะสนิทกับหมอนั่นกันล่ะ พูดเองเออเองนะว่า ‘จองไว้แล้ว’ ด้วยการยกเกียร์ของตัวเองให้ฉันเนี่ย “มันไม่มีใครนอกจากแก”

“พีท เก้า ไอ้จีก็มีไง แกด้วย”

“ไม่ต้องมาเหมารวมฉันเลย” เฟย์ยกมือโบกไปมา “พีทกับเก้าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก มันคงเบื่อ ส่วนไอ้จีหมอนั่นก็รู้ๆ กันอยู่ ก็เหลือแค่แกไง”

“รู้”

“มันผ่านอะไรมาบ้างเราก็ไม่รู้นี่นา” คำพูดของเฟย์ทำให้ฉันหยุดชะงักมือที่กำลังเทซุปฟักทองลงกล่องเพื่อเก็บแช่เอาไว้ หวังจะเอาไปฝากให้มันกินนั่นแหละ ทำไว้เยอะขนาดนี้ต้องแบ่งเก็บเอาไว้ “เสร็จแล้วฉันไปนะ”

“ไม่ไปหาพี่หนึ่งกับฉันเหรอ” เฟย์ส่ายหน้า “เบื่อถ้าพี่หนึ่งจะพูดเรื่องแกสูบบุหรี่”

“เขาแค่คนอื่น ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน”

“พี่หนึ่งก็แค่เป็นห่วงแก เหมือนที่ฉันเป็นห่วงแกไงเพื่อนรัก” โถมตัวไปกอดเฟย์ที่ถอนหายใจพลางใช้มือดันไหล่ฉัน

“พอได้แล้ว ฉันดูแลตัวเองได้ไม่ต้องเป็นห่วงให้มาก”

มองค้อนเฟย์ที่ผลักศีรษะฉันก่อนจะเดินออกจากบ้านกลับไปอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง ส่วนฉันก็อาบน้ำแต่งตัวสวมกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีดำกับเสื้อเกาะอกผ้าสีเขียวเข้มและทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวบางอีกที พอออกจากบ้านแวะไปหาพ่อที่โรงกลึงก่อนและถามพ่อเรื่องพี่หนึ่งอยู่โรงพยาบาลไหน อยู่แผนกอะไรเรียบร้อยพ่อก็เอ่ยปากชมว่าซุปฉันอร่อยจริง แต่ไม่อยากให้พ่อกลับบ้านเลยอะ ฉันต้องโดนพ่อดุยกใหญ่แน่

โรงพยาบาล xx

มาถึงโรงพยาบาลที่พี่หนึ่งต้องมาเข้าวอร์ดสำหรับปฏิบัติงานจริง ฉันก็ติดต่อสอบถามดีนะที่จดจำเรื่องทุกอย่างของพี่หนึ่งได้ทั้งหมดแม้กระทั่งชื่อจริงของเขา ไม่พอฉันก็หยิบมือถือส่งข้อความหาพี่หนึ่งปกติพี่หนึ่งจะไม่ค่อยอ่านข้อความหรอก เข้าใจคำว่า ‘แชทหนักขวาปะ’ ฉันเนี่ยล่ะหนักขวาของแท้เลย พี่หนึ่งอ่านแล้วก็ตอบบ้างเป็นบางครั้ง หากวันไหนยุ่งเขาก็จะไม่ตอบเลยในวันนั้นแต่ดีเลย์ไปสองสามวันนู้น

นั่งรอพี่หนึ่งไม่นานเห็นร่างสูงคุ้นตาสวมเสื้อกาวน์แล้วรู้สึกมีออร่าว่าที่คุณหมอสุดๆ เลยล่ะ เขาเดินออกมาจากกลุ่มนักศึกษาแพทย์ น่าจะเป็นเพื่อนของเขาประมาณสามสี่คนทั้งหญิงและชายปะปนกันไป ฉันไม่รีรอที่จะลุกขึ้นไปหาเขาพลางยื่นปิ่นโตเก็บความร้อนให้เขาที่ใส่ถุงผ้าเอาไว้เป็นอย่างดี

“พี่คุยได้ไม่นาน ต้องไปวอร์ดอายุรกรรม”

“วาดรู้ค่ะ แค่แวะเอาซุปฟักทองมาให้เฉยๆ” ฉันฉีกยิ้มกว้างพี่หนึ่งจึงรับถุงผ้าในมือ “พี่หนึ่งกินแล้ว อร่อยไม่อร่อยบอกวาดตามความจริงนะคะ”

สายตาคมเหลือบมองมาที่นิ้วมือของฉันถูกพลาสเตอร์ยาพันเอาไว้ประมาณสองสามนิ้วจากการถูกมีดบาดทั้งซ้ายและขวา รวมไปถึงตรงหลังมือที่โดนน้ำร้อนลวกนิดหน่อย

“ใครเหรอหนึ่ง” บทสนทนาถูกขัดลงเมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยมากๆ สวมชุดกาวน์พลางมองฉันและพี่หนึ่งสลับกันไปมา ด้วยความสงสัยเธอถึงได้ถามออกมาสินะ หากดูจากแววตาแล้วไม่สบอารมณ์ยังไงชอบกล พี่หนึ่งเหลือบมองฉันพลางสบตากับผู้หญิงคนนั้นที่คงจะเป็นเพื่อนในกลุ่ม

“น้องสาวข้างบ้านน่ะ” คำตอบของพี่หนึ่งทำให้รอยยิ้มของฉันที่เคยสดใสค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นหุบลง มันก็ถูกไม่ใช่เหรอที่พี่หนึ่งจะแนะนำฉันแบบนั้น เพราะมีแค่ฉันไงที่ชอบพี่หนึ่งข้างเดียว ส่วนเขาไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยแถมยังปฏิเสธฉันอยู่เรื่อย หากแต่ว่ารู้สึกเหมือนหัวใจดวงนี้ที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเข้มแข็งที่เคยมีเริ่มถดถอยลงเรื่อยๆ

“คุยเสร็จหรือยัง ต้องรีบไปวอร์ดอายุรกรรม”

“เสร็จแล้ว” เธอแตะมือลงบนท่อนแขนพี่หนึ่งจากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนที่รอพี่หนึ่งอยู่

“พี่หนึ่งรีบไปเถอะค่ะ วาดก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” ฉันฝืนยิ้มให้กับเขา

“ขอบใจที่ทำมาฝากพี่”

พี่หนึ่งหมุนตัวเดินจากไป ส่วนฉันเองก็เช่นกันที่เดินคอตกออกจากโรงพยาบาล ผู้หญิงคนนั้นน่ะ... สำคัญกับพี่หนึ่งมากหรือเปล่านะ ดูจากสีหน้าที่หล่อนมองมาแล้วเหมือนเป็นมากกว่าเพื่อนกับพี่หนึ่งหรือเปล่า หากเป็นแบบที่ฉันคิดจริงอย่าบอกนะว่าที่พี่หนึ่งพยายามปฏิเสธความรู้สึกที่ฉันมีให้เขา เพราะมีเธอคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

‘กูแค่กระตุ้นให้มึงยอมรับความจริงก็แค่นั้น’

จู่ๆ คำพูดของฟินน์ก็กระแทกเข้ามาในอกของฉันแบบจัดหนักจัดเต็ม ฉันรู้มาตลอดนะว่าพี่หนึ่งไม่เคยคิดอะไรกับฉัน ทุกการแสดงออกของเขามันบ่งบอกมาตลอด ทีนี้มาเห็นกับตาตัวเองไม่ให้คิดว่าสิ่งที่พี่หนึ่งพยายามปฏิเสธฉันมาตลอด เขาเองก็มีเหตุผลของตัวเองนั่นก็คือ... เขาไม่ได้เห็นฉันอยู่ในสายตามานานแล้วต่างหาก

--------------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป