บทนำ
“ถูก มึงมีตาปะ รู้ว่าตัวเองไม่สวย ไม่แซ่บใครจะมาจีบ”
“เหรอวะ”
เพราะถูกฟินน์กดความรู้สึกนั้นเอาไว้ ทำให้วาดดาวเลิกตั้งคำถามนี้ไปทั้งที่เวลามีผู้ชายอยากจะมาจีบกลับโดนฟินน์ตะคอกใส่เหมือนหมาห่วงเจ้าของ วาดดาวไม่เคยรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฟินน์ทำแบบนี้มาตลอด
บท 1
Finn Reserve วิศวะจองรัก
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์จากคำว่า ‘เพื่อน’ นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าเพื่อนที่ควรจะเป็น
ลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ 3 ปีก่อน
“แล้วใครจะไปคิดว่าแม่งเสือกสอบติดคณะเดียวกันวะ”
“เออ กูก็งงเหมือนกัน”
“ทำตัวเป็นแฝดสามไปได้”
ผมยืนเท้าเอวมองบุคคลตรงหน้าทั้งสองคน คนหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลา ดูดุดันและเต็มไปด้วยแววตาที่แข็งกระด้าง สไตล์แบดบอยปากร้ายอย่าง ‘เฮียพีท’ และเสมองอีกคนที่ยืนทำหน้าเหม็นเบื่อราวกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้น ‘ไอ้เก้า’
“น้อง” เราสามคนหันไปมองพี่ว้ากที่เห็นบอกว่าพี่ว้ากคณะวิศวะโคตรโหด แต่ทำไมคนนี้ถึงได้ไม่ดูโหดกับพวกผมวะ กับรุ่นน้องคนอื่นนี่คือแทบจะแดกหัวเข้าไปทั้งตัวถ้าทำได้ “นี่น้องสามคนนามสกุลเดียวกันหมดเลยเหรอ”
“รู้อยู่แล้วจะถามทำไมล่ะพี่” ถอนหายใจพลางกลอกตาขึ้นบน
“แฝดสาม”
“หน้าตาไปคนละทางขนาดนี้ มองยังไงว่าแฝดสามวะพี่” ด้วยเพราะนิสัยส่วนตัวผมเป็นพวกที่หัวร้อนได้ง่ายมาก อะไรที่ไม่เข้าหูหรือรกตาไปบ้างก็จะวีนเหวี่ยงตามประสา จนเฮียพีทเอามือดันแผงอกผมไว้
“มึงเงียบ กูคุยเอง” สุดท้ายเฮียพีทก็ยืนคุยกับพี่ว้ากคณะวิศวะ โดยที่ผมกับไอ้เก้ายืนมองไปรอบๆ เห็นนักศึกษาที่เข้ามาใหม่รวมตัวกันพูดคุยและบางส่วนก็หันมามองกลุ่มของผมกัน ส่วนมากเป็นสาวคณะวิศวะที่พอเห็นผมฉีกยิ้มโบกมือทักทายก็กรี๊ดกันเสียยกใหญ่ไม่เว้นแม้แต่รุ่นพี่เองก็ตาม
“มองหาใคร”
“ก็...” ผมกำลังจะตอบไอ้เก้าฉับพลันก็นึกขึ้นมาได้จึงส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่มีอะไร”
“เท่าที่มึงเคยบอก กูว่าเขาไม่มาเรียนที่นี่หรอก”
“คงใช่”
“แต่ก็ไม่แน่นะ”
คำตอบของไอ้เก้าทำให้ผมขมวดคิ้วอยากจะบอกมัน ‘ไม่มีทาง’ แต่ทำไมไม่รู้เหมือนกัน ผมถึงได้คาดหวังที่จะได้เจอกันคนๆ นั้นก็ไม่รู้ดิ ทั้งที่มันก็นานมากจนผมรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ใจหนึ่งก็เกลียดเขาแทบบ้าอีกใจก็ดันคาดหวังว่าจะได้เจอกันสักวันหนึ่ง ผมถอนหายใจพลางยกมือลูบใบหน้าตัวเองสองสามครั้ง
กระทั่งสัมผัสได้ถึงใบไม้ที่ปลิวไหวและพัดเอาลมเอื่อยๆ ผ่านเรือนร่างของผมไม่เว้นแม้แต่กลิ่นอะไรบางอย่างที่คุ้นจมูกเสียจนผมเงยหน้ามองผู้หญิงคนหนึ่งที่โบกมือทักทายกับเพื่อนผู้หญิง เส้นผมสีดำปลิวสยายมาพร้อมกับกลิ่นที่ทำให้ผมถึงกับก้าวเท้าเดินตามเหมือนกับหมาตามกลิ่น
หมับ
“เดี๋ยว” ไอ้เก้าคว้าต้นแขนผมเอาไว้ ก่อนจะเดินไปถึงตัวผู้หญิงคนนั้นที่ฉีกยิ้มคุยกับเพื่อนผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยเก๋ “มึงจะไปไหน”
“คนนั้นน่ะกลิ่นคุ้นฉิบหาย”
“มึงเป็นหมาเหรอ” ก็นะมันเป็นกลิ่นเฉพาะที่ทำให้ผมไม่เคยลืมไปเลยด้วยซ้ำ จะบอกว่าใช่คนๆ นั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ในเมื่อเธอคนนี้เป็นนักศึกษาวิศวะเพิ่งเข้ามาเรียนเหมือนกับพวกผม “อย่าไร้สาระ”
คงจะจริงนะผมน่าจะหมกหมุ่นเรื่องพวกนี้มากเกินไป จึงสลัดความคิดเรื่องนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรั้วมหาลัย แน่นอนว่าเพียงมาทำกิจกรรมรับน้องและตามล่าเกียร์วิศวะ ผมก็กลายเป็นหนุ่มฮอตจนใครหลายคนอยากทำความรู้จักกันทั้งนั้น อย่างน้อยการได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เจอกับเพื่อนใหม่แม้จะไม่มีใครโดนใจก็เถอะ หากต้องการจะมีเพื่อนสักคนมันจะต้องเจอกับใครสักคนที่เหมือนกับเรา ไม่อย่างนั้นจะคบกันเป็นเพื่อนได้ยังไงล่ะ
“เห็นหมอนั่นปะที่ทำตัวโปรยเสน่ห์ไปทั่ว”
“หมายถึงคนไหน?” บังเอิญได้ยินบทสนทนาของผู้หญิงสองคน และหนึ่งในนั้นคือคนที่ผมจะตามกลิ่นเธอไปนั่นแหละ ไม่ได้อยากจะเสือกนะแค่เผลอได้ยินเฉยๆ ก็เลยหยุดฟังสักหน่อย
“หมอนั่นไงที่หน้าตาหล่อๆ หุ่นดี แล้วก็ยิ้มเก่ง”
“ในคณะเราคนหล่อเยอะนะ”
“ฟินน์ไง ฟินน์อะ” อ่า หมายถึงผมจริงๆ ด้วยสินะ อยากจะขอบคุณดีไหมที่อุตส่าห์ชมกันว่าผมหล่อ หุ่นดีแล้วก็ยิ้มเก่ง ไม่ใช่แค่ยิ้มนะที่เก่ง เยสก็เก่งด้วยนั่นแหละหมายถึงตอนวัยกำลังห้าวนะ “ทำตัวแอ็คชะมัด”
“บุคลิกเขาหรือเปล่า ฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะแอ็คตรงไหน”
“เฟย์ แกอย่าไปหลงความหล่อเขาดิ”
“ฉันเปล่า แค่พูดไปตามที่เห็น” เพื่อนสาวสุดเท่ของเธอถอนหายใจและคีบบุหรี่ออกจากมุมปาก สูบบุหรี่ด้วย “ผู้ชายแบบฟินน์มีเสน่ห์ เขายิ้มเก่ง เป็นมิตร มันคงไม่แปลกที่เขาจะถูกแกมองว่าแอ๊ค”
“แกเข้าข้างหมอนั่น”
“เปล่า แค่พูดไปตามที่เห็น” เธอย้ำชัด “ฟินน์ไม่จำเป็นต้องทำตัวเองให้ดูดี ดูมีเสน่ห์”
“...”
“หมอนั่นมีเสน่ห์อยู่แล้ว หรือแกไม่เห็นด้วย”
“ไม่เด็ดขาด” เถียงเพื่อนคอเป็นเอ็นเชียวนะ ยัยบ๊อง “แอ๊คหอยเกิน”
ว่าไงนะ! หาว่าผมแอ๊คหอยเหรอเนี่ย ยัยนี่ มันน่าจับทุบซะดีมั้งนินทาผมไม่เท่าไหร่ กล้ามากที่มากล่าวหาว่าคนอย่างผมแอ๊คสาว เหอะ ต่อให้ไม่ทำตัวแอ๊คหอยสาวก็พร้อมจะเข้าหาเว้ย!
“เพื่อนเขาอีกสองคนหล่อมากๆ ไม่เห็นจะทำแบบนั้นเลย อยู่เฉยๆ ก็ดีแล้วปะ หมั่นไส้”
“ถ้าจะบ้านะแก ฟินน์มันก็ไม่ได้มาแอ๊คใส่แกก็มองข้ามไปดิ” เพื่อนของเธอทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นและโน้มตัวหยิบกรองบุหรี่ทิ้งลงถังขยะ “ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนพี่ว้ากเล่นงานจนได้”
พอให้หลังสองคนนั้นเดินออกไปผมก็เดินตามหลังเสมองยัยนั่นที่ยืนฟังพี่ว้ากด่ายับ มองป้ายชื่อที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘WadDraw’ เธอเงยหน้ามองผมที่ยกยิ้มพลางเบ้ปากใส่ วาดดาวชื่อของยัยคนนั้นทำให้ผมจำได้ขึ้นใจและได้มารู้ว่าเธอเข้าเรียนคณะวิศวะเครื่องกลเหมือนกันกับผม จนทำกิจกรรมของคณะเพื่อสร้างความสัมพันธ์หรือการได้เพื่อนใหม่ กระทั่งพี่ว้ากให้เราจับคู่กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่มาด้วยกันตั้งแต่แรก ทุกคนที่นั่งอยู่ก็มองหาคนข้างกายและถามไถ่ว่าอยากจับคู่กันไหมบลาๆ
มีเพียงผมที่ลุกขึ้นยืนจนพี่ว้ากที่ยืนกอดอกอยู่ขมวดคิ้ว “มีปัญหาอะไรน้อง”
“ผมเลือกคู่เพื่อนได้เองใช่ไหมครับ”
“ได้”
“งั้นผมขอจองคนนั้นครับ” ไม่วายก็ชี้นิ้วไปหาวาดดาวที่เบิกตากว้างทำหน้าเลิ่กลั่กทันที “บังเอิญว่าอยากทำความรู้จักกับคนนั้นน่ะครับ”
“มีเหตุผลอะไรไหม หรือว่าชอบกัน” พี่ว้ากพูดขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบ ทำให้วาดดาวถึงกับโบกมือไปมาแน่นอนว่ายัยนั่นไม่รู้จักผมหรอก แต่ผมน่ะเห็นทุกอย่างที่เธอทำ เป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและดูเป็นผู้นำมากๆ ไม่รู้สิ ยิ่งได้ฟังเธอนินทาผมแล้วก็อยากจะแกล้งยัยนั่นชะมัด
“ไม่มีเหตุผลครับ แค่อยากทำความรู้จักเฉยๆ เผื่อเราจะเป็นเพื่อนกันได้ในอนาคต”
กิจกรรมสุดท้ายคือการล่าเกียร์ ก่อนหน้านั้นเราได้รับเสื้อช้อปวิศวะสีแดงเป็นที่เรียบร้อยพอสวมปุ๊บแล้วดูดีเวอร์ ผมไม่รีรอที่จะลุกขึ้นเดินไปนั่งขัดสมาธิข้างๆ วาดดาวที่ยังคงทำหน้าเหวอ ดูใกล้ๆ แล้วสวยชะมัดเลยแหะ หนำซ้ำรูปร่างหน้าอกหน้าใจก็ใหญ่สมส่วน
“ยินดีที่ได้รู้จัก เราฟินน์นะ” ฉีกยิ้มกว้างและโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนวาดดาวเอามือดันแผงอกผม “คนที่เธอบอกว่าชอบทำตัวแอ๊คหอยน่ะ”
“!”
“เดี๋ยวทำให้ดูไหมว่าแอ๊คหอยมันเป็นยังไง”
“นะ นาย...”
คนตรงหน้าทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจับได้ว่าแอบนินทาผมซะยกใหญ่ กระทั่งกิจกรรมที่ลานเกียร์วันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกและความสุข รวมไปถึงการได้เจอเพื่อนใหม่ที่ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพ ความอบอุ่น
“เหนื่อยฉิบหายกว่าจะได้เกียร์มาโคตรยุ่งยาก”
“คนที่ยุ่งยากน่ะมันเธอเว้ย!” ผมหันไปตวาดใส่คนด้านหลังที่แบกตั้งแต่ไปตามล่าเกียร์นอกสถานที่ แน่นอนว่าเป็นในป่าที่เต็มไปด้วยดินโคลนห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ ด้วยเพราะดันจองวาดดาวไว้ทำให้ผมต้องแบกยัยนี่เดินกลับออกมาด้วย เพราะดันข้อเท้าพลิกตอนเหยียบโคลนไปเอาเกียร์ นอกจากเป็นภาระยังเป็นลิงเป็นค่างอีกต่างหาก “ผู้หญิงห่าอะไรตัวหนักฉิบหาย”
“ไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อย”
“กล้าพูดนะ ตูดก็ใหญ่ นมก็ทิ่มหลัง”
“นี่! แล้วใครให้นายมาคู่กับฉันเล่า”
“หมั่นไส้เธอไง” ตวาดใส่วาดดาวที่ฟาดมือลงบนศีรษะผม “ทะลึ่งๆ ไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่”
“ผู้ใหญ่บ้าอะไร นายรุ่นเดียวกับฉันนะ” เรียนน่ะรุ่นเดียวกัน แต่เรื่องอายุน่ะผมอายุมากกว่ายัยนี่ 2 ปีเลยนะ สภาพผมดูดิ จากหล่อๆ กลายเป็นหมาตัวเปื้อนไปหมดไม่คิดว่าการรับน้องหรือการล่าเกียร์วิศวะมันจะโหดขนาดนี้ “นายโคตรหัวดื้อ ฉันบอกแล้วว่าให้ไปอีกทาง แล้วเป็นไง”
“เหอะ”
“ที่ฉันต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะนาย ฉะนั้นรับผิดชอบฉันซะ”
“ได้” ผมประชดก่อนจะแบกวาดดาวกลับมานั่งรอคนอื่นๆ โดยเฉพาะเพื่อนของพวกเรา ผมเห็นเฮียพีทไปกับเพื่อนสาวของวาดดาวที่ชื่อว่าเฟย์ ส่วนไอ้เก้าไปกับผู้ชายตัวใหญ่ล่ำบึก ไอ้เก้าเนี่ยยังไงก็ได้มันไม่แคร์หรอกว่าจะต้องไปกับใคร ผมยืนเท้าเอว มือซ้ายยกขวดน้ำขึ้นดื่มเหลือบมองวาดดาวที่เอาเกียร์ที่ตัวเองล่ามาได้ขึ้นดูอย่างปลาบปลื้ม “เห่อซะไม่มี”
“เรื่องของฉัน”
“นานวันไปจะคอยดู เดี๋ยวก็วางทิ้งส่งเดช”
“มันคือความภาคภูมิใจปะวะ ได้เล่นกิจกรรม ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้มิตรภาพดีๆ” วาดดาวเบ้ปากและชื่นชมเกียร์ของตัวเอง ผมจึงคว้าสร้อยเกียร์จากมือวาดดาวออกมา “เฮ้ย ทำอะไรอะฟินน์ เอามานะ!”
“เฉยๆ แปบเดียว” ผมหันหลังให้วาดดาวที่กระโดดโหยงๆ พยายามคว้าเกียร์ของตัวเองไป ด้วยเพราะส่วนสูงของผมทำให้บังยัยนี่จนมิด สูงเลยไหล่ผมนิดเดียวทำมาเก่งจะมาแย่งจากมือนะ ฝันไปเถอะ “เรียบร้อย”
“อะไรอะฟินน์ เอาออกไปเลยนะ” พอผมคืนให้ยัยนี่ก็ทำหน้าบูดใส่ผม
“ก็คืนให้แล้ว จะให้เอาอะไรออกอีก”
“เกียร์นายไง!” ตวาดใส่ผมและชูสร้อยเกียร์ที่ตอนแรกมีแค่เกียร์ของวาดดาวอันเดียว แต่ผมดันเอาของตัวเองใส่ลงไปด้วย กลายเป็นว่ายัยวาดดาวมีเกียร์ห้อยแล้วสองอัน
“รับผิดชอบอยู่ ไม่พอใจ”
“ด้วยการ...”
“ให้เกียร์เธอเก็บไว้” วาดดาวขมวดคิ้วพลางทำหน้าขนลุก “อะไร”
“นี่ไม่รู้นิยามของเกียร์วิศวะเหรอฟินน์”
“นิยามห่าไร” เท้าเอวมองวาดดาวที่ทำหน้าเหยเกราวกับขยะแขยงผมซะงั้น ยัยนี่แม่งน่าตบหัวทิ่ม
“ฝากเกียร์ไว้กับใคร เหมือนฝากใจไว้ที่คนนั้นอะ อี๋!”
“ปัญญาอ่อน” ผมผลักศีรษะวาดดาว “ไม่ได้ฝาก แต่ให้”
“แล้วให้ฉันเพื่อ?”
“เป็นสัญญาไง” วาดดาวได้ฟังก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก ขณะที่ผมเอานิ้วกลางดีดตรงเกียร์สองอันจนเกิดเสียงดังกระทบ “ว่าจองเธอให้มาเป็นเพื่อน... ตลอดไป”
‘ว่าจองให้เธอมาเป็นเพื่อน ตลอดไป’
[50%]
-----------------------------------------------------------
บทล่าสุด
#63 บทที่ 63 วิศวะจองรัก :: Episode 31 อย่าระแวงเรื่องความสัมพันธ์ [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#62 บทที่ 62 วิศวะจองรัก :: Episode 31 อย่าระแวงเรื่องความสัมพันธ์ [70%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#61 บทที่ 61 วิศวะจองรัก :: Episode 31 อย่าระแวงเรื่องความสัมพันธ์ [30%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#60 บทที่ 60 วิศวะจองรัก :: Episode 30 รักกูไหม? [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#59 บทที่ 59 วิศวะจองรัก :: Episode 30 รักกูไหม? [50%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#58 บทที่ 58 วิศวะจองรัก :: Episode 29 เลิกเป็นเพื่อน แล้วมาเป็นเมียกูชะ [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#57 บทที่ 57 วิศวะจองรัก :: Episode 29 เลิกเป็นเพื่อน แล้วมาเป็นเมียกูชะ [50%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#56 บทที่ 56 วิศวะจองรัก :: Episode 28 กูชอบมึง [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#55 บทที่ 55 วิศวะจองรัก :: Episode 28 กูชอบมึง [50%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#54 บทที่ 54 วิศวะจองรัก :: Episode 27 หึงขั้นรุนแรง Part. II [100%] NC+
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต













