บทนำ
“ถูก มึงมีตาปะ รู้ว่าตัวเองไม่สวย ไม่แซ่บใครจะมาจีบ”
“เหรอวะ”
เพราะถูกฟินน์กดความรู้สึกนั้นเอาไว้ ทำให้วาดดาวเลิกตั้งคำถามนี้ไปทั้งที่เวลามีผู้ชายอยากจะมาจีบกลับโดนฟินน์ตะคอกใส่เหมือนหมาห่วงเจ้าของ วาดดาวไม่เคยรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฟินน์ทำแบบนี้มาตลอด
บท 1
Finn Reserve วิศวะจองรัก
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์จากคำว่า ‘เพื่อน’ นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าเพื่อนที่ควรจะเป็น
ลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ 3 ปีก่อน
“แล้วใครจะไปคิดว่าแม่งเสือกสอบติดคณะเดียวกันวะ”
“เออ กูก็งงเหมือนกัน”
“ทำตัวเป็นแฝดสามไปได้”
ผมยืนเท้าเอวมองบุคคลตรงหน้าทั้งสองคน คนหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลา ดูดุดันและเต็มไปด้วยแววตาที่แข็งกระด้าง สไตล์แบดบอยปากร้ายอย่าง ‘เฮียพีท’ และเสมองอีกคนที่ยืนทำหน้าเหม็นเบื่อราวกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้น ‘ไอ้เก้า’
“น้อง” เราสามคนหันไปมองพี่ว้ากที่เห็นบอกว่าพี่ว้ากคณะวิศวะโคตรโหด แต่ทำไมคนนี้ถึงได้ไม่ดูโหดกับพวกผมวะ กับรุ่นน้องคนอื่นนี่คือแทบจะแดกหัวเข้าไปทั้งตัวถ้าทำได้ “นี่น้องสามคนนามสกุลเดียวกันหมดเลยเหรอ”
“รู้อยู่แล้วจะถามทำไมล่ะพี่” ถอนหายใจพลางกลอกตาขึ้นบน
“แฝดสาม”
“หน้าตาไปคนละทางขนาดนี้ มองยังไงว่าแฝดสามวะพี่” ด้วยเพราะนิสัยส่วนตัวผมเป็นพวกที่หัวร้อนได้ง่ายมาก อะไรที่ไม่เข้าหูหรือรกตาไปบ้างก็จะวีนเหวี่ยงตามประสา จนเฮียพีทเอามือดันแผงอกผมไว้
“มึงเงียบ กูคุยเอง” สุดท้ายเฮียพีทก็ยืนคุยกับพี่ว้ากคณะวิศวะ โดยที่ผมกับไอ้เก้ายืนมองไปรอบๆ เห็นนักศึกษาที่เข้ามาใหม่รวมตัวกันพูดคุยและบางส่วนก็หันมามองกลุ่มของผมกัน ส่วนมากเป็นสาวคณะวิศวะที่พอเห็นผมฉีกยิ้มโบกมือทักทายก็กรี๊ดกันเสียยกใหญ่ไม่เว้นแม้แต่รุ่นพี่เองก็ตาม
“มองหาใคร”
“ก็...” ผมกำลังจะตอบไอ้เก้าฉับพลันก็นึกขึ้นมาได้จึงส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่มีอะไร”
“เท่าที่มึงเคยบอก กูว่าเขาไม่มาเรียนที่นี่หรอก”
“คงใช่”
“แต่ก็ไม่แน่นะ”
คำตอบของไอ้เก้าทำให้ผมขมวดคิ้วอยากจะบอกมัน ‘ไม่มีทาง’ แต่ทำไมไม่รู้เหมือนกัน ผมถึงได้คาดหวังที่จะได้เจอกันคนๆ นั้นก็ไม่รู้ดิ ทั้งที่มันก็นานมากจนผมรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ใจหนึ่งก็เกลียดเขาแทบบ้าอีกใจก็ดันคาดหวังว่าจะได้เจอกันสักวันหนึ่ง ผมถอนหายใจพลางยกมือลูบใบหน้าตัวเองสองสามครั้ง
กระทั่งสัมผัสได้ถึงใบไม้ที่ปลิวไหวและพัดเอาลมเอื่อยๆ ผ่านเรือนร่างของผมไม่เว้นแม้แต่กลิ่นอะไรบางอย่างที่คุ้นจมูกเสียจนผมเงยหน้ามองผู้หญิงคนหนึ่งที่โบกมือทักทายกับเพื่อนผู้หญิง เส้นผมสีดำปลิวสยายมาพร้อมกับกลิ่นที่ทำให้ผมถึงกับก้าวเท้าเดินตามเหมือนกับหมาตามกลิ่น
หมับ
“เดี๋ยว” ไอ้เก้าคว้าต้นแขนผมเอาไว้ ก่อนจะเดินไปถึงตัวผู้หญิงคนนั้นที่ฉีกยิ้มคุยกับเพื่อนผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยเก๋ “มึงจะไปไหน”
“คนนั้นน่ะกลิ่นคุ้นฉิบหาย”
“มึงเป็นหมาเหรอ” ก็นะมันเป็นกลิ่นเฉพาะที่ทำให้ผมไม่เคยลืมไปเลยด้วยซ้ำ จะบอกว่าใช่คนๆ นั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ในเมื่อเธอคนนี้เป็นนักศึกษาวิศวะเพิ่งเข้ามาเรียนเหมือนกับพวกผม “อย่าไร้สาระ”
คงจะจริงนะผมน่าจะหมกหมุ่นเรื่องพวกนี้มากเกินไป จึงสลัดความคิดเรื่องนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรั้วมหาลัย แน่นอนว่าเพียงมาทำกิจกรรมรับน้องและตามล่าเกียร์วิศวะ ผมก็กลายเป็นหนุ่มฮอตจนใครหลายคนอยากทำความรู้จักกันทั้งนั้น อย่างน้อยการได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เจอกับเพื่อนใหม่แม้จะไม่มีใครโดนใจก็เถอะ หากต้องการจะมีเพื่อนสักคนมันจะต้องเจอกับใครสักคนที่เหมือนกับเรา ไม่อย่างนั้นจะคบกันเป็นเพื่อนได้ยังไงล่ะ
“เห็นหมอนั่นปะที่ทำตัวโปรยเสน่ห์ไปทั่ว”
“หมายถึงคนไหน?” บังเอิญได้ยินบทสนทนาของผู้หญิงสองคน และหนึ่งในนั้นคือคนที่ผมจะตามกลิ่นเธอไปนั่นแหละ ไม่ได้อยากจะเสือกนะแค่เผลอได้ยินเฉยๆ ก็เลยหยุดฟังสักหน่อย
“หมอนั่นไงที่หน้าตาหล่อๆ หุ่นดี แล้วก็ยิ้มเก่ง”
“ในคณะเราคนหล่อเยอะนะ”
“ฟินน์ไง ฟินน์อะ” อ่า หมายถึงผมจริงๆ ด้วยสินะ อยากจะขอบคุณดีไหมที่อุตส่าห์ชมกันว่าผมหล่อ หุ่นดีแล้วก็ยิ้มเก่ง ไม่ใช่แค่ยิ้มนะที่เก่ง เยสก็เก่งด้วยนั่นแหละหมายถึงตอนวัยกำลังห้าวนะ “ทำตัวแอ็คชะมัด”
“บุคลิกเขาหรือเปล่า ฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะแอ็คตรงไหน”
“เฟย์ แกอย่าไปหลงความหล่อเขาดิ”
“ฉันเปล่า แค่พูดไปตามที่เห็น” เพื่อนสาวสุดเท่ของเธอถอนหายใจและคีบบุหรี่ออกจากมุมปาก สูบบุหรี่ด้วย “ผู้ชายแบบฟินน์มีเสน่ห์ เขายิ้มเก่ง เป็นมิตร มันคงไม่แปลกที่เขาจะถูกแกมองว่าแอ๊ค”
“แกเข้าข้างหมอนั่น”
“เปล่า แค่พูดไปตามที่เห็น” เธอย้ำชัด “ฟินน์ไม่จำเป็นต้องทำตัวเองให้ดูดี ดูมีเสน่ห์”
“...”
“หมอนั่นมีเสน่ห์อยู่แล้ว หรือแกไม่เห็นด้วย”
“ไม่เด็ดขาด” เถียงเพื่อนคอเป็นเอ็นเชียวนะ ยัยบ๊อง “แอ๊คหอยเกิน”
ว่าไงนะ! หาว่าผมแอ๊คหอยเหรอเนี่ย ยัยนี่ มันน่าจับทุบซะดีมั้งนินทาผมไม่เท่าไหร่ กล้ามากที่มากล่าวหาว่าคนอย่างผมแอ๊คสาว เหอะ ต่อให้ไม่ทำตัวแอ๊คหอยสาวก็พร้อมจะเข้าหาเว้ย!
“เพื่อนเขาอีกสองคนหล่อมากๆ ไม่เห็นจะทำแบบนั้นเลย อยู่เฉยๆ ก็ดีแล้วปะ หมั่นไส้”
“ถ้าจะบ้านะแก ฟินน์มันก็ไม่ได้มาแอ๊คใส่แกก็มองข้ามไปดิ” เพื่อนของเธอทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นและโน้มตัวหยิบกรองบุหรี่ทิ้งลงถังขยะ “ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนพี่ว้ากเล่นงานจนได้”
พอให้หลังสองคนนั้นเดินออกไปผมก็เดินตามหลังเสมองยัยนั่นที่ยืนฟังพี่ว้ากด่ายับ มองป้ายชื่อที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘WadDraw’ เธอเงยหน้ามองผมที่ยกยิ้มพลางเบ้ปากใส่ วาดดาวชื่อของยัยคนนั้นทำให้ผมจำได้ขึ้นใจและได้มารู้ว่าเธอเข้าเรียนคณะวิศวะเครื่องกลเหมือนกันกับผม จนทำกิจกรรมของคณะเพื่อสร้างความสัมพันธ์หรือการได้เพื่อนใหม่ กระทั่งพี่ว้ากให้เราจับคู่กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่มาด้วยกันตั้งแต่แรก ทุกคนที่นั่งอยู่ก็มองหาคนข้างกายและถามไถ่ว่าอยากจับคู่กันไหมบลาๆ
มีเพียงผมที่ลุกขึ้นยืนจนพี่ว้ากที่ยืนกอดอกอยู่ขมวดคิ้ว “มีปัญหาอะไรน้อง”
“ผมเลือกคู่เพื่อนได้เองใช่ไหมครับ”
“ได้”
“งั้นผมขอจองคนนั้นครับ” ไม่วายก็ชี้นิ้วไปหาวาดดาวที่เบิกตากว้างทำหน้าเลิ่กลั่กทันที “บังเอิญว่าอยากทำความรู้จักกับคนนั้นน่ะครับ”
“มีเหตุผลอะไรไหม หรือว่าชอบกัน” พี่ว้ากพูดขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบ ทำให้วาดดาวถึงกับโบกมือไปมาแน่นอนว่ายัยนั่นไม่รู้จักผมหรอก แต่ผมน่ะเห็นทุกอย่างที่เธอทำ เป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและดูเป็นผู้นำมากๆ ไม่รู้สิ ยิ่งได้ฟังเธอนินทาผมแล้วก็อยากจะแกล้งยัยนั่นชะมัด
“ไม่มีเหตุผลครับ แค่อยากทำความรู้จักเฉยๆ เผื่อเราจะเป็นเพื่อนกันได้ในอนาคต”
กิจกรรมสุดท้ายคือการล่าเกียร์ ก่อนหน้านั้นเราได้รับเสื้อช้อปวิศวะสีแดงเป็นที่เรียบร้อยพอสวมปุ๊บแล้วดูดีเวอร์ ผมไม่รีรอที่จะลุกขึ้นเดินไปนั่งขัดสมาธิข้างๆ วาดดาวที่ยังคงทำหน้าเหวอ ดูใกล้ๆ แล้วสวยชะมัดเลยแหะ หนำซ้ำรูปร่างหน้าอกหน้าใจก็ใหญ่สมส่วน
“ยินดีที่ได้รู้จัก เราฟินน์นะ” ฉีกยิ้มกว้างและโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนวาดดาวเอามือดันแผงอกผม “คนที่เธอบอกว่าชอบทำตัวแอ๊คหอยน่ะ”
“!”
“เดี๋ยวทำให้ดูไหมว่าแอ๊คหอยมันเป็นยังไง”
“นะ นาย...”
คนตรงหน้าทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจับได้ว่าแอบนินทาผมซะยกใหญ่ กระทั่งกิจกรรมที่ลานเกียร์วันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกและความสุข รวมไปถึงการได้เจอเพื่อนใหม่ที่ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพ ความอบอุ่น
“เหนื่อยฉิบหายกว่าจะได้เกียร์มาโคตรยุ่งยาก”
“คนที่ยุ่งยากน่ะมันเธอเว้ย!” ผมหันไปตวาดใส่คนด้านหลังที่แบกตั้งแต่ไปตามล่าเกียร์นอกสถานที่ แน่นอนว่าเป็นในป่าที่เต็มไปด้วยดินโคลนห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ ด้วยเพราะดันจองวาดดาวไว้ทำให้ผมต้องแบกยัยนี่เดินกลับออกมาด้วย เพราะดันข้อเท้าพลิกตอนเหยียบโคลนไปเอาเกียร์ นอกจากเป็นภาระยังเป็นลิงเป็นค่างอีกต่างหาก “ผู้หญิงห่าอะไรตัวหนักฉิบหาย”
“ไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อย”
“กล้าพูดนะ ตูดก็ใหญ่ นมก็ทิ่มหลัง”
“นี่! แล้วใครให้นายมาคู่กับฉันเล่า”
“หมั่นไส้เธอไง” ตวาดใส่วาดดาวที่ฟาดมือลงบนศีรษะผม “ทะลึ่งๆ ไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่”
“ผู้ใหญ่บ้าอะไร นายรุ่นเดียวกับฉันนะ” เรียนน่ะรุ่นเดียวกัน แต่เรื่องอายุน่ะผมอายุมากกว่ายัยนี่ 2 ปีเลยนะ สภาพผมดูดิ จากหล่อๆ กลายเป็นหมาตัวเปื้อนไปหมดไม่คิดว่าการรับน้องหรือการล่าเกียร์วิศวะมันจะโหดขนาดนี้ “นายโคตรหัวดื้อ ฉันบอกแล้วว่าให้ไปอีกทาง แล้วเป็นไง”
“เหอะ”
“ที่ฉันต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะนาย ฉะนั้นรับผิดชอบฉันซะ”
“ได้” ผมประชดก่อนจะแบกวาดดาวกลับมานั่งรอคนอื่นๆ โดยเฉพาะเพื่อนของพวกเรา ผมเห็นเฮียพีทไปกับเพื่อนสาวของวาดดาวที่ชื่อว่าเฟย์ ส่วนไอ้เก้าไปกับผู้ชายตัวใหญ่ล่ำบึก ไอ้เก้าเนี่ยยังไงก็ได้มันไม่แคร์หรอกว่าจะต้องไปกับใคร ผมยืนเท้าเอว มือซ้ายยกขวดน้ำขึ้นดื่มเหลือบมองวาดดาวที่เอาเกียร์ที่ตัวเองล่ามาได้ขึ้นดูอย่างปลาบปลื้ม “เห่อซะไม่มี”
“เรื่องของฉัน”
“นานวันไปจะคอยดู เดี๋ยวก็วางทิ้งส่งเดช”
“มันคือความภาคภูมิใจปะวะ ได้เล่นกิจกรรม ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้มิตรภาพดีๆ” วาดดาวเบ้ปากและชื่นชมเกียร์ของตัวเอง ผมจึงคว้าสร้อยเกียร์จากมือวาดดาวออกมา “เฮ้ย ทำอะไรอะฟินน์ เอามานะ!”
“เฉยๆ แปบเดียว” ผมหันหลังให้วาดดาวที่กระโดดโหยงๆ พยายามคว้าเกียร์ของตัวเองไป ด้วยเพราะส่วนสูงของผมทำให้บังยัยนี่จนมิด สูงเลยไหล่ผมนิดเดียวทำมาเก่งจะมาแย่งจากมือนะ ฝันไปเถอะ “เรียบร้อย”
“อะไรอะฟินน์ เอาออกไปเลยนะ” พอผมคืนให้ยัยนี่ก็ทำหน้าบูดใส่ผม
“ก็คืนให้แล้ว จะให้เอาอะไรออกอีก”
“เกียร์นายไง!” ตวาดใส่ผมและชูสร้อยเกียร์ที่ตอนแรกมีแค่เกียร์ของวาดดาวอันเดียว แต่ผมดันเอาของตัวเองใส่ลงไปด้วย กลายเป็นว่ายัยวาดดาวมีเกียร์ห้อยแล้วสองอัน
“รับผิดชอบอยู่ ไม่พอใจ”
“ด้วยการ...”
“ให้เกียร์เธอเก็บไว้” วาดดาวขมวดคิ้วพลางทำหน้าขนลุก “อะไร”
“นี่ไม่รู้นิยามของเกียร์วิศวะเหรอฟินน์”
“นิยามห่าไร” เท้าเอวมองวาดดาวที่ทำหน้าเหยเกราวกับขยะแขยงผมซะงั้น ยัยนี่แม่งน่าตบหัวทิ่ม
“ฝากเกียร์ไว้กับใคร เหมือนฝากใจไว้ที่คนนั้นอะ อี๋!”
“ปัญญาอ่อน” ผมผลักศีรษะวาดดาว “ไม่ได้ฝาก แต่ให้”
“แล้วให้ฉันเพื่อ?”
“เป็นสัญญาไง” วาดดาวได้ฟังก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก ขณะที่ผมเอานิ้วกลางดีดตรงเกียร์สองอันจนเกิดเสียงดังกระทบ “ว่าจองเธอให้มาเป็นเพื่อน... ตลอดไป”
‘ว่าจองให้เธอมาเป็นเพื่อน ตลอดไป’
[50%]
-----------------------------------------------------------
บทล่าสุด
#63 บทที่ 63 วิศวะจองรัก :: Episode 31 อย่าระแวงเรื่องความสัมพันธ์ [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#62 บทที่ 62 วิศวะจองรัก :: Episode 31 อย่าระแวงเรื่องความสัมพันธ์ [70%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#61 บทที่ 61 วิศวะจองรัก :: Episode 31 อย่าระแวงเรื่องความสัมพันธ์ [30%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#60 บทที่ 60 วิศวะจองรัก :: Episode 30 รักกูไหม? [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#59 บทที่ 59 วิศวะจองรัก :: Episode 30 รักกูไหม? [50%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#58 บทที่ 58 วิศวะจองรัก :: Episode 29 เลิกเป็นเพื่อน แล้วมาเป็นเมียกูชะ [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#57 บทที่ 57 วิศวะจองรัก :: Episode 29 เลิกเป็นเพื่อน แล้วมาเป็นเมียกูชะ [50%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#56 บทที่ 56 วิศวะจองรัก :: Episode 28 กูชอบมึง [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#55 บทที่ 55 วิศวะจองรัก :: Episode 28 กูชอบมึง [50%]
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#54 บทที่ 54 วิศวะจองรัก :: Episode 27 หึงขั้นรุนแรง Part. II [100%] NC+
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
สัญญารักประธานร้าย
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หวานใจคุณพ่อจำเป็น
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของ 'มดตะนอย' กามเทพตัวจิ๋ววัย 3 ขวบครึ่งที่ชี้เป้าเลือกพ่อกลางห้างสรรพสินค้า ทำเอา 'มัดไหม' น้าสาวในร่างแม่จำเป็นถึงกับช็อกแทบสลบ!
เพราะผู้ชายที่หลานเธอวิ่งไปเกาะขา ดันเป็น 'พีร์ภูรินท์' ซีอีโอหนุ่มสุดเนี้ยบผู้รักความเพอร์เฟกต์และประกาศตัวว่า 'ไม่ชอบเด็ก!' มัดไหมเตรียมใจรับพายุอารมณ์ แต่ผิดคาด... เมื่อท่านประธานหน้านิ่งกลับยอมรับบท "คุณพ่อปลอมๆ" ซะงั้น แถมยังขยันขับรถสปอร์ตมาป้วนเปี้ยนที่คาเฟ่ของเธอทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ!
จากภารกิจ Fake Family สุดป่วนที่เริ่มเพราะโดนลูกตก ค่อยๆ ลุกลามกลายเป็นอาการ 'คลั่งรักแม่' แบบเต็มคาราเบล! จากผู้ชายเย็นชาที่หวงพื้นที่ส่วนตัวขั้นสุด กลายร่างเป็นแด๊ดดี้สายเปย์สุดอบอุ่น ที่พร้อมทิ้งตรรกะทุกอย่างบนโลก เพื่อเลื่อนขั้นจาก 'พ่อกำมะลอ' ไปเป็น 'สามีตัวจริง'
มาร่วมโดนตกไปกับความน่ารักนุบนิบหัวใจ โบ๊ะบ๊ะกับหลานตัวแสบ และฟินจิกหมอนกับพระเอก CEO ธงเขียว นิยายโรแมนติกคอมเมดี้สายครอบครัว ฟีลกู๊ด อ่านง่าย ชุบชูใจ เสิร์ฟความหวานสไตล์สโลว์เบิร์น ปลอดสารดราม่าปวดตับ 100%!
#หวานใจคุณพ่อจำเป็น
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













