บทที่ 2 วิศวะจองรัก :: Episode 1 [100%]

สายตาของผมทอดมองสร้อยเกียร์ที่มีสองอันเหมือนเดิมไม่ได้ถูกเอาออกไป นับตั้งแต่ที่ผมให้เกียร์วาดดาวเก็บเอาไว้ เสียงประตูห้องน้ำเปิดดังขึ้น ผมที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงกระดิกเท้าไปด้วยเหลือบมองร่างบอบบางผิวขาวเนียนละเอียด นุ่งเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวออกมา ยังไม่ทันได้เห็นผมละมั้งถึงได้ฮัมเพลงออกมาอย่างสบายใจ

ผมเลิกคิ้วมองเรือนร่างของคนตรงหน้าที่กำลังเอาเรียวขาเนียนขาวสวยพาดลงบนเก้าอี้ หยิบครีมขึ้นมาทาลูบไล้ไปมาเหมือนกับกำลังถ่ายโฆษณาครีมทาผิวแบบนั้นเป๊ะ

“มึงคิดจะยั่วกูเหรอวาด”

“หือ” ในที่สุดผมก็พูดออกไปส่งผลให้คนตรงหน้าเอี้ยวมามอง “กะ กรี๊ด!”

ตุ้บ

“โอ๊ย เขวี้ยงขวดครีมใส่กูทำไมเนี่ยวาด!”

“มะ มึงเข้ามาได้ไง”

“ก็เดินเข้ามาอะดิ กูคงไม่เหาะเข้าห้องมึงได้หรอกนะ เจ็บฉิบหาย”

ขวดครีมทาผิวแบบขวดปั๊มด้วยนะ คิดดูว่ามันจะต้องใหญ่และหนักแค่ไหนเวลาที่มันกระแทกเข้าใส่หัวผมเต็มๆ วาดดาวถึงกับเปิดประตูห้องออกไปชะโงกดูว่าจะมีใครได้ยินเสียงกรีดร้องของมันไหม คำตอบคือไม่มีใครสนใจ มันลืมไปหรือเปล่าว่าห้องตัวเองเก็บเสียง

“ฟินน์ นี่มันหอพักหญิงนะ ผู้ชายเข้ามาไม่ได้”

“มึงรู้ใช่ปะวาด ว่ากูไม่เคยทำอะไรตามกฎ” ฉีกยิ้มให้กับวาดดาว “กฎแบบนั้นทำอะไรกูไม่ได้หรอก”

“มึงมาทำไมก่อน”

“กูเพิ่งแข่งรถเสร็จ จะชวนมึงไปหาอะไรกิน แล้วเฟย์มันไปไหน?” ผมชี้นิ้วไปยังเตียงนอนเดี่ยวฝั่งติดกำแพง ซึ่งหอพักหญิงที่วาดดาวอยู่มีเฟย์เป็นเพื่อนร่วมห้องด้วย ภายในห้องจะแบ่งเป็นซ้ายและขวา ตรงกลางมีโต๊ะทำงาน มีห้องน้ำส่วนตัวเป็นหอพักหญิงกับชายที่แบ่งกันคนละตึกอยู่เยื้องๆ กับมหาลัยไม่ไกลเท่าไหร่

“กลับบ้าน”

“มึงไม่กลับบ้างหรือไง?”

“ขี้เกียจ” คำตอบของวาดดาวทำให้ผมเอนตัวลงนอนบนเตียง เอามือรองท้ายทอยจดจ้องมองเพดานห้อง

“ขี้เกียจหรือมึงไม่อยากไปเจอพี่หมอสุดที่รัก”

“เขาไม่กลับบ้าน”

“อ้อ” พอได้ยินคำตอบแบบนี้ปากผมก็เบะปากทันทีโดยอัตโนมัติ ยัยนี่ชอบพี่ชายข้างบ้านดีกรีเป็นว่าที่คุณหมอในอนาคต เรียนปี 5 อายุก็รุ่นราวคราวเดียวกับผมนี่ล่ะ “มึงยอมแพ้แล้ว”

“เปล่า กูแค่ถอยออกมาก่อน ค่อยไปตามจีบพี่เขาใหม่”

“มึงเรียกเขาพี่ได้ ทำไมไม่เรียกกูว่าพี่ฟินน์บ้างวะ”

“กูจะอ้วก!” วาดดาวทาครีมและเปิดตู้เพื่อหาเสื้อผ้าสวมใส่ “มึงเป็นเพื่อนกูปะฟินน์ ให้กูเรียกมึงว่าพี่เนี่ยนะ”

“ทำไม เป็นเพื่อนก็เรียกพี่ได้”

“วันไหนกูเรียกมึงว่าพี่ มึงเอาอะไรมันยัดปากกูให้ตายได้เลย”

“มึงพูดเองนะ” ผมชี้หน้าวาดดาวที่ยักไหล่ราวกับไม่สะทกสะท้าน “โดนกูเอาควยยัดปากแน่”

“ฟินน์!”

“กูพูดเล่น” ใบหน้าสวยที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เพียงแค่แปบเดียวก็คว้าขวดน้ำหอมเตรียมเขวี้ยงผมด้วยประโยคถัดมา “แค่พูดเล่นนะ แต่ทำจริง อย่านะมึงหัวกูได้เลือดเลยนะ”

ผมชี้หน้าให้วาดดาวหยุดเอาขวดน้ำหอมปาใส่ผมที่พูดจาไปเรื่อย ตอนเป็นเพื่อนกันแรกๆ วาดดาวไม่ชินสักเท่าไหร่กับคำพูดหรือนิสัยส่วนตัว พอคบกันไปนานวันเข้าก็เริ่มปลงหรือเริ่มปล่อยผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าบางทีคำพูดของผมก็ชอบไปสะกิดโดนต่อมหัวร้อนของวาดดาว ยัยนี่ไม่ค่อยชอบให้ผมพูดจาหยาบคายสักเท่าไหร่ ทำไงได้ก็ผมเป็นแบบนี้นี่นา

“กูแก่กว่ามึง มึงก็รู้”

“ถ้ากูต้องเรียกมึงว่าพี่ กูก็ต้องเรียกพีทกับเก้าว่าพี่ด้วยดิ”

“ไม่ มึงต้องเรียกกูคนเดียว”

“กูไม่เรียกจ้ะ” วาดดาวยิ้มกว้างหากแต่แววตาคืออยากจะซัดหน้าผมทุกครั้ง ร่างบางหมุนตัวเข้าห้องน้ำปล่อยให้ผมทิ้งตัวลงนอนและเอนหน้าซุกลงบนหมอน หอมว่ะ ถึงจะหอมเพราะน้ำยาปรับผ้านุ่มก็เถอะ “ว่าแต่เมื่อกี้มึงนอนคิดอะไรอยู่”

ออกจากห้องน้ำอีกครั้งและรอบนี้วาดดาวแต่งตัวเตรียมไปหาอะไรกินกับผม ยัยนั่นสวมเสื้อเกาะอกสีขาวเอวลอยสกรีนหน้าอกด้วยอักษรสีเขียวว่า ‘FWB’ พร้อมกางเกงยีนส์สีดำทรงกระบอก สีผมที่วาดดาวไปย้อมมาใหม่เป็นสีส้มซึ่งเข้ากับหน้ายัยนี่ไหนจะผิวขาวๆ นี่อีก ขณะที่วาดดาวโน้มหน้าไปติดกระจก หยิบลิปสติกปาดเบาๆ และเม้มปากเล็กน้อย

ไปกินข้าวแค่นี้มันจะแต่งสวยไปให้ใครเขามองวะ?

“ไม่ตอบ”

“นึกไปถึงวันที่เจอกับมึงที่ลานเกียร์รับน้อง”

“หือ”

“ที่มึงนินทากูกับไอ้เฟย์ว่ากูแอ็คหอย”

“กูพูดเหรอ”

“ทำมาเป็นจำไม่ได้เนอะ” วาดดาวหัวเราะออกมา ก่อนจะเดินมาคว้าสร้อยเกียร์ในมือผมและสวมใส่ตามเดิม ไม่เข้าใจว่ามันจะถอดอาบน้ำทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน เคยคิดนะว่าวาดดาวคงเห่อเดี๋ยวก็ไม่เอามาใส่ สุดท้ายใส่ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้เลยล่ะ ผมตวัดขาลงมายืนเต็มความสูงในระดับที่หน้าของวาดดาวอยู่บริเวณไหล่ของผม “ว่ากูแอ็คหอย สุดท้ายก็มาเป็นเพื่อนกับกู”

“มึงมัดมือชกกูต่างหาก”

“เหรอ” ผมยักไหล่และตวัดแขนกอดลำคอของวาดดาวให้เดินออกจากหอพักที่มีแต่ผู้หญิง

“กูโดนด่าแน่ เพราะมึงอะ”

“เดี๋ยวกูด่ากลับให้เอง คนจะแวะมาหาเพื่อนบ้างอะไรบ้าง มาห้ามอะไรไม่เข้าท่า”

“มึงด่าเขาไม่ถูกหรอก มึงต้องด่าตัวเองที่มึงมันรั้น”

“มึงก็รู้ว่ากูหัวดื้อ หัวรั้นแค่ไหน ยังจะบ่นๆ กูเป็นแม่ได้ทุกวี่ทุกวัน”

เอนศีรษะโขกกับศีรษะของวาดดาวที่ฟาดมือลงบนแผงอกผม จากนั้นเราสองคนก็เดินออกจากหอพักโดยที่คนดูแลไม่กล้าหือกับผมแม้แต่นิด เหอะ ผมน่ะมาบ่อยมากจนเขาคงจะเอือมระอาแล้ว ก็ไม่กล้าจะต่อว่าผมไงคนที่โดนก็คือวาดดาวนั่นแหละ รถสปอร์ตจากัวร์สีดำเงาสองที่นั่งใครผ่านไปมาจะมองก็คงไม่แปลก ทั้งแพงและสวยขนาดนี้ อยากจะบอกคันนี้ได้รับการแต่งเครื่องจากเฮียพีท เวลาเอาไปแข่งคือชนะตลอดไม่เคยแพ้

“ไปนอนคอนโดกูปะ ไอ้เฟย์ไม่อยู่ด้วย”

“เพื่อ?”

“กูกลัวผี”

“ประสาทนะ”

“ไม่รู้อะ มึงต้องนอนกับกู ไม่งั้นกูก็มานอนกับมึงที่หอ เลือกเอา” ความดื้อรั้นของผมและความเอาแต่ใจ เป็นสิ่งเดียวที่วาดดาวไม่เคยปฏิเสธผมสักครั้ง เพราะหากไม่ตกลงอย่างใดอย่างหนึ่งผมก็ทำจริงไง ไม่ใช่แค่ขู่หรือพูดเล่นนะ วาดดาวรู้ว่าผมพูดจริงและทำจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ค้างกับกูแค่คืนเดียว นะๆ”

เมื่อขึ้นรถมาเรียบร้อยผมก็ขับตะเวนหาอะไรกินลงท้อง ส่วนวาดดาวก็ถอนหายใจกลอกตาขึ้นบน พอเห็นว่าเพื่อนนั่งเอาแขนพาดอกก็รู้ได้ทันทีแม้จะเห็นแค่แปบเดียว ผมก็เอื้อมมือไปลดระดับแอร์ให้วาดดาว ดูเหมือนยัยนั่นจะผ่อนคลายมากขึ้นก็เลยเอาแขนออก เสือกแต่งตัวโป๊เองแล้วก็มาหนาวนั่งกอดอก

“เออ”

“กูดีใจนะที่ได้มึงเป็นเพื่อน” ยักคิ้วให้วาดดาวที่เอื้อมมือมาผลักศีรษะผม “ดีนะกูจองมึงไว้ตั้งแต่ตอนนั้น”

“กลัวไม่ได้เป็นเพื่อนกับกูขนาดต้องจองจำเลยหรือไง”

“ถูก”

“กูโคตรไม่ชอบหน้ามึงเลยตอนนั้น ไหงกลายมาเป็นเพื่อนกันเฉย”

“นั่นดิ...”

เราก็ต่างไม่ได้ชอบหน้ากันด้วยซ้ำ ผมหมั่นไส้วาดดาวและวาดดาวก็ไม่ชอบหน้าผม มองว่าผมติดแอ๊คสาว สุดท้ายตอนไปล่าเกียร์เราสองคนกลายมาเป็น ‘เพื่อน’ สนิทกันนับตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ผ่านมาก็หลายปีแล้ว ความทรงจำวันแรกที่เจอกับวาดดาวยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำของผมราวกับมันเข้ามาแทนที่เรื่องราวในอดีตที่ผมควรลืมไป

ที่ผมเลือกวาดดาวมันก็มีเหตุผลนะ... ยัยนี่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกโอบกอด ทำให้ผมรู้สึกว่าเหมือนมีคนคอยเป็นห่วงเป็นใยอยู่เสมอ ตรงนี้เป็นสิ่งเดียวที่ผมขาดหายและวาดดาวเข้ามาเติมเต็มส่วนนั้น เหมือนกับคนในครอบครัวจริงๆ

“แต่เป็นเพื่อนกับมึงมาเกือบสี่ปี มันก็ไม่เลวนะ”

“เหมือนกัน”

ใช่ เป็นเพื่อนกันมานานมันรู้สึกดี ดีมากจนไม่คิดไม่ฝันด้วยซ้ำว่า ‘จะมีใครคนใดคนหนึ่งเริ่มเปลี่ยนความคิดนี้’ ไปตลอดกาล

-------------------------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป