บทที่ 4 วิศวะจองรัก :: Episode 2 เพื่อนสนิท [100%]
“ห๊า! มองนมวาด” ฉันไม่คิดหรอกนะว่าเก้ามันจะพูดออกมาตรงๆ อะ ฟินน์หันมามองหน้าฉันและไล่สายตามองมาที่หน้าอกจนฉันต้องเอามือฟาดลำคอของมันให้หันไปอีกทาง “ทำไมมึงต้องจ้องนมเพื่อนด้วยวะ”
“แค่มอง นมใหญ่ดี”
“ไอ้เก้า มึงเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มองยังไงนมยัยนี่ใหญ่วะ”
“หรือไม่จริง”
“ก็ไม่จริงอะดิ เล็กกว่าผู้หญิงที่กูคุยด้วยอีกนะ”
“นี่! เลิกพูดถึงนมกูสักทีจะได้ไหม” ฟินน์มันบอกว่านมฉันเล็ก ถามจริง ผู้หญิงที่มันคุยด้วยนมคัพจีหรือไงวะ! เก้ายิ้มเยาะก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในคณะ ส่วนฉันก็หันมาเล่นงานไอ้เพื่อนบ้าที่กล้าดียังไงมาบอกว่าฉันนมเล็ก “ที่มึงบอกว่ากูนมเล็กน่ะ มึงไปเดตกับผู้หญิงที่เป็นแม่พันธุ์วัวมาหรือไงฟินน์”
“นั่งให้ไอ้เก้าจ้องนมทำเหี้ยไรก่อน”
“กูก็นั่งของกูปกติปะ เก้ามันจ้องก็สิทธิ์ของมัน กูไม่ได้โชว์ให้มันดูสักหน่อย”
“นมเล็กแล้วมั่นหน้ามาก” ฉันมองค้อนฟินน์ที่เบ้ปากใส่ ก่อนจะวางถุงไส้กรอกจัมโบ้ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำร้านใหม่ ไม่ใช่เจ้าประจำที่ฟินน์มันชอบกินนักหนา แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเพราะแป้งเยอะ “งั้นกูนั่งจ้องบ้าง สิทธิ์ของกูเหมือนกันปะ”
“ทะลึ่ง”
“เลิกคลาสวันนี้พากูไปกินชาบูด้วย”
“มึงก็ชวนไอ้จีไม่ก็เฟย์ไปดิ ทำไมต้องกูๆ ด้วยอะ”
“เพราะมึงเป็นเพื่อนสนิทกูไง กูก็เลยต้องชวนมึง โอเค!” ไม่วายเอามือผลักศีรษะฉันจนเกือบจะสำลักลาเต้ที่กินเข้าไป ฟินน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะ เอามือสอดท้ายทอยและเงยหน้ามองต้นไม้ “เฮียพีทก็มีเมียแล้ว ไอ้เก้ายิ่งแล้วใหญ่ ไอ้จีก็สายกีฬาควบคุมน้ำหนัก ส่วนไอ้เฟย์โลกส่วนตัวสูงฉิบหาย เพราะงั้นก็เลยเหลือแค่มึงไง”
“สมมุติกูมีผัว มึงจะทำยังไง”
“ใครให้มึงมี?”
“ตัวกูไงหรือตัวมึงเองไม่อยากมีเมีย”
“อยากมีกูจะคุยอ่อยไปเรื่อยเหรอ ถามโง่ๆ” โวยวายใส่ฉันไม่พอยังพาดท่อนแขนหนักๆ ลงบนบ่า ตอนแรกนะที่รู้จักกันบอกเลยว่าไม่ชินกับแขนมันมาก ตอนนี้เหรอฉันเหมือนคนที่มีบ่าอันแข็งแรงที่สามารถรับน้ำหนักแขนใหญ่โตของมันได้โดยไม่รู้สึกหนักหรือปวดคอสักนิด “ก่อนจะมีผัวต้องมาขออนุญาตกูก่อน”
“เพื่อ? มึงเป็นพ่อกูหรือไง”
“กูไม่ใช่พ่อ แต่กูเป็นเพื่อนที่จะต้องแสกนตัวผู้ให้มึง” กระแทกเสียงคำว่ามึงใส่หน้าจนน้ำลายกระเด็น “เลิกพูดเรื่องที่จะมีผัวด้วย อย่างมึงไม่มีใครสนใจหรอก เชื่อกูดิ”
“ทำไม”
“ก็ขนาดพี่หมอสุดที่รักที่มึงชอบ เขายังไม่มองมึงเลย คิดว่าคนอื่นเขาจะสนใจมึงงั้นสิ”
เจ็บจี๊ด! เป็นคำพูดที่ไม่มีคำหยาบเล่นเอาฉันเจ็บจี๊ดถึงกระดองใจเลย ไอ้เพื่อนเวร ชอบบั่นทอนฉันเรื่องพี่หนึ่งมาก
“พี่หนึ่งเขาก็แค่ไม่ชินกับผู้หญิงอย่างกูก็ได้ปะ”
“เหรอ”
“เขาอาจจะแค่ไม่เคยเจอผู้หญิงแบบกู เลยต่อต้านงี้” ฉันมองโลกในแง่ดีเอาไว้ซะก่อน พี่หนึ่งน่ะเป็นนักศึกษาแพทย์สวมแว่นตาและเนิร์ดมากๆ “เขาแค่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่จีบเขาก่อนแบบกู กูก็เลยถอยออกมาก่อนให้พี่หนึ่งทำใจอีกสักแปบ ค่อยเดินหน้าจีบต่อ”
“มีเพื่อนโง่แบบมึง เสียชื่อกูฉิบหาย”
“อะไรอีกล่ะ!”
“ผู้ไม่สนใจก็ยังหน้าหนาไปตามตื้อเขา อยู่คนเดียวมันจะตายหรือไง เงี่ยนนักก็เอานิ้วติ้วหอยดิ”
เพียะ
“เจ็บนะเว้ย!”
“ทำไมมึงชอบพูดจาลามกหยาบคายอยู่เรื่อยเลยฟินน์ น่าเกลียด”
“กูพูดผิดตรงไหน หรือมึงไม่เคยเงี่ยน ไม่เคยติ้วหอยตัวเอง?” ฉันถึงกับทำหน้าเลิ่กลั่ก แสดงออกให้ฟินน์มันเห็นได้ไงว่าสิ่งที่มันพูด ‘ถูกต้องทุกอย่าง’ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขนาดที่เอามือฟาดที่ปากมันหวังว่าฟินน์จะเจ็บ หากแต่ว่าพอสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทราวกับมหาสมุทรยามค่ำคืนที่มืดมิด ก็เล่นงานหัวใจของฉันให้เต้นถี่รัว ไม่ใช่เพราะเขินที่จ้องตามัน แต่อายที่มันรู้ทันฉันน่ะสิ! “อ่า นี่มึงติ้วหอยตัวเองจริงดิ”
“หยุดนะฟินน์”
“มึงจะอายทำไม กูก็ชักว่าวเหมือนกัน”
“มึงยังมีคนอื่นให้ชัก กูไม่มีนะ”
“มึงไม่บอกกูล่ะ” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบมายังข้างใบหู ส่งผลให้ฉันหันขวับไปมองหน้าฟินน์ ใครจะไปคิดว่าหมอนั่นจะขยับหน้าเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกของเราเฉียดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รดรินกันไปมา “กูช่วยมึงได้นะวาด”
“ชะ ช่วยอะไร?”
“ช่วยมึงติ้ว” ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นกับคำตอบที่ได้รับ “นิ้วมึงสู้นิ้วกูไม่ได้หรอก อยากลองไหม”
“ฟินน์!”
“ฮ่าๆ แกล้งมึงแล้วสนุกดีว่ะ ดูทำหน้าดิเหมือนหมาเลย”
“ไอ้...” มันใช่เรื่องที่จะหยิบมาล้อเล่นไหม ถึงจะรู้ว่าฟินน์มันชอบแกล้งฉัน แต่ก็ไม่เคยต้านทานมันได้เลยเวลาถูกมันแกล้งเนี่ย ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาฟินน์มักจะพูดจาล้อเล่นกับฉันอยู่เรื่อย แม้ว่ามันจะไม่เคยคิดจริงจังฉันก็ไม่เคยชินกับนิสัยของฟินน์ได้เลยสักครั้ง “กูเกลียดมึงอะ”
“มึงจะถือสากูทำไมวะ กูก็เป็นแบบนี้มานาน ทำยังกับว่ามึงไม่เคยโดนกูหลอกอะ” ฉันสะบัดหน้าหนีมันและหยิบไส้กรอกนึ่งของโปรดมากินด้วยความหงุดหงิด หวังว่าเจ้าไส้กรอกจะช่วยให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาได้นะ “แต่...”
“แต่อะไร” กระแทกเสียงใส่ฟินน์ที่เอื้อมมือบีบแก้มฉันให้เอนเอียงหน้าไปสบตากับมัน
“ถ้ามึงอยากจะให้ใครช่วย มึงต้องนึกถึงกูเป็นคนแรก”
“ทำไมกูต้องนึกถึงมึงด้วย มึงเป็นเพื่อนกูนะ”
“ก็เวลาเพื่อนเดือดร้อนกูก็ต้องช่วยปะ”
“รวมเรื่องนี้ด้วย” มันพยักหน้าราวกับเป็นเรื่องปกติ มันปกติเหรอวะ? เวลาเงี่ยนอยากช่วยตัวเองให้นึกถึงเพื่อนสนิทเนี่ยนะ มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ “บ้า แบบนั้นจะมองหน้ากันติดได้ไง”
“เป็นเพื่อนกับกูมากี่ปี เรื่องนี้คงไม่ทำให้มองหน้ากันไม่ติดมั้ง”
“ไม่เอาอะ กูขนลุก” คิดภาพฟินน์มันช่วยฉันให้เสร็จสมด้วยนิ้วของมัน... แปลกอะ ไม่ๆ ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด
“ไม่เอากูก็ไม่ต้องไปเอาใคร ตกลงไหม?”
“ทำไมมึงต้องสั่งกูด้วยเนี่ย”
“กูเป็นห่วงมึงนี่หวา ยิ่งโง่ๆ เรื่องพวกนี้อยู่” ตรงไหนก่อนวะ! ทั้งชีวิตเกิดมาจนอายุ 23 แอบชอบพี่หนึ่งมาตลอด แถมจูบแรกก็ไม่เคยมี เดตกับผู้ชายยิ่งแล้วใหญ่ แค่ผู้ชายจะมาจีบยังไม่โผล่มาสักตัว ฉันต้องคิดแล้วไหมว่าตัวเองไม่สวยเหมือนที่ฟินน์มันว่าอะ “เกิดโง่ไปโดนเขาหลอกฟันแล้วทิ้ง กูไม่อยากมานั่งปลอบใจมึงนะ”
“มึงทำเหมือนกูอายุสิบเจ็ดเลยเนอะ แบบเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มที่ไม่รู้ประสีประสา ตามผู้ชายไม่ทัน”
“ก็เหมือนอยู่”
“เหอะ ไม่ต้องมาเป็นห่วงกูหรอก ห่วงตัวเองเถอะระวังโรคจะถามหา เที่ยวอ่อยคนอื่นไปทั่ว” มองค้อนฟินน์ หมอนี่มันมีเสน่ห์และชอบแอ๊คสาวตลอดเวลา คุยกับผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิต ฉันน่ะเป็นห่วงมันเรื่องนี้มากแต่ฟินน์ก็บอกตลอดว่า ‘ไม่มีอะไร กูแค่อ่อยและคุยด้วยเฉยๆ’ เชื่อดีปะว่าคนอย่างมันจะไม่เอาน่ะ
“กูไม่เคยนอนกับใคร มึงมั่ว”
“เหรอ แล้วคุยโปรยเสน่ห์กับผู้หญิงไปทั่วนี่คือ?” ฉันยักไหล่ขึ้นพลางเลิกคิ้วรอคำตอบจากปากของฟินน์ หากแต่วูบหนึ่งแววตาคนตรงหน้าดูวูบไหวชอบกล มันเอาแขนออกจากบ่าฉันและคว้าแก้วอเมริกาโน่ขึ้นดื่ม “อ้าว ไม่ตอบกู”
“ใกล้เข้าคลาสแล้ว”
ฟินน์พูดแค่นั้นมันก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตรงเข้าคณะไป ทิ้งฉันไว้กับปริศนาบางอย่างที่ออกมาทางแววตาของมัน เมื่อกี้สายตาของฟินน์มันแปลกๆ ชอบกลแหะ ฉันไม่เคยเห็นสีหน้าของฟินน์มาก่อน เอาจริงเป็นเพื่อนกันมาหลากหลายเรื่องฉันเองก็ไม่ได้รู้ชีวิตของมันลึกขนาดนั้น ฟินน์เหมือนมีความลับบางอย่างที่ไม่บอกฉันและฉันเองก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป
โดยเฉพาะชีวิตส่วนตัวหรือความเป็นมาของมัน แม้กระทั่งเรื่องที่ว่า ‘ในใจ’ ของฟินน์ มันมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่
-----------------------------------------------
