บทที่ 5 วิศวะจองรัก :: Episode 3 มีดีและแตกต่างกัน [50%]
วิศวะจองรัก EP3
: มีดีและแตกต่างกัน :
สุดท้ายเลิกคลาสยังไม่ทันหนีฟินน์ หมอนั่นก็ลากฉันมาที่ห้างจนได้สินะ แถมยังบอกว่าให้ฉันเลี้ยงชาบูด้วยวันนี้จะต้องไปสนามแข่งและเช่นเคยคือจะต้องมีฉันไปอยู่ข้างๆ สนามด้วย ไม่รู้เป็นบ้าอะไร ไม่มีฉันไปด้วยมันจะตายใช่ไหม!
“มึงควรปล่อยให้กูได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนคนอื่นบ้างนะฟินน์”
“มากับกูก็ไม่เห็นแปลก ก็เพื่อนเหมือนกัน”
“กูเบื่อหน้ามึงไง ขนาดพีทยังเบื่อหน้ามึงเลย คิดว่ากูจะไม่เบื่อหน้ามึงบ้างเหรอ!” ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด อันที่จริงฉันก็ควรจะชินกับเรื่องความเอาแต่ใจของฟินน์ได้แล้วนะ แต่ไม่เคยจะชินเลยสักครั้งเอาแต่ใจที่หนึ่ง แล้วก็ชอบให้ฉันตามใจมันตลอด ถึงได้เคยตัวจนถึงทุกวันนี้ไง
“เพิ่งมาเบื่อกู เป็นเพื่อนกันมาจะสี่ปีละ” ฟินน์พูดและวาดวงแขนกอดคอฉันเหมือนเดิม ติดเป็นนิสัยที่ไม่รู้จะเอาแขนตัวเองไปไว้ตรงไหนนอกจากบนคอฉัน “มึงควรดีใจนะ กูยังไม่เคยพูดว่าเบื่อหน้ามึงเลยสักครั้ง”
“เหรอ”
ฟินน์ไหวไหล่เป็นคำตอบ ขณะที่เราสองคนเดินหาร้านชาบูที่ฟินน์อยากจะกินก่อนขับรถไปพัทยาคืนนี้ หมอนี่มีงานอดิเรกที่ชอบแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจ ฉันแอบสงสัยว่าฟินน์มันจะแข่งรถเพื่อเงินไปทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน จะบอกว่ามันอยากหาเงินเองเหมือนพีทก็ไม่ใช่นะ เพราะเงินที่ได้จากสนามแข่งมันไม่ได้เอามาใช้แม้แต่บาทเดียวเลย ฉันเห็นมันเก็บเอาไว้และก็ไม่รู้ด้วยว่าเงินที่ได้คิดเอาไปทำอะไร จะบอกว่าบ้านรวยแข่งเล่นๆ ก็น่าจะมีส่วน อย่างที่บอกฟินน์มันเหมือนมีความลับหลายเรื่องที่ฉันไม่รู้มาก่อนและเช่นเคยคือมันไม่เล่าฉันก็ไม่คิดจะถาม
ฉันลอบมองใบหน้าหล่อเหลาด้านหล้างที่ใช้ลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้ม กวาดสายตามองหาร้านชาบูที่อยากกิน กระทั่งสายตาของฉันปะทะเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวดี เป็นนักศึกษาฉีกยิ้มมาให้
“มึง”
“อะไร?”
“มึงว่าเขาจีบกูปะ” ตีมือฟินน์ที่พาดอยู่บนบ่าและพยักเพยิดหน้าให้กับผู้ชายคนนั้น เอาจริงก็แอบมีเสน่ห์ปะวะ ที่เก้าบอกว่าไม่มีใครมาจีบฉันไม่ใช่เพราะว่าฉันไม่สวย เพียงแค่ยังไม่เจอใครที่กล้าเข้ามาต่างหาก
“ไร้สาระ”
“แต่เขายิ้มให้กูด้วยนะ นั่นไงเดินตรงเข้ามาแล้ว” ความตื่นเต้นที่จะถูกจีบหรือใครสักคนเห็นความสวยเซ็กซี่ขยี้ใจในตัวของฉันมันก็มาถึง ทว่า...
“อุ๊บ! ฮ่าๆ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ” ผู้ชายคนนั้นที่ส่งยิ้มให้เดินพุ่งตรงเข้ามา ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องเข้ามาจีบฉัน แต่ไหงจู่ๆ เขาก็เดินเลี่ยงไปพร้อมใบหน้าที่เลิ่กลั่กด้วยอะ เพราะอะไรวะ!
“เพราะมึงแน่เลยฟินน์”
“เกี่ยวอะไรกับกูก่อน” ฉันพองลมในปากจนแก้งป่องและผลักท่อนแขนของฟินน์ออกจากบ่า “กูผิดเหรอที่เขาไม่มาจีบมึงอะ”
“เออน่ะสิ! เพราะมึงใกล้กูเกินไป คนอื่นอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ามึงเป็นผัวกูมากกว่าเพื่อน”
“ใครจะไปคิดแบบนั้นวะ”
“คนอื่นที่เขาไม่รู้ว่ามึงเป็นเพื่อนกูน่ะ เขาคิด” ฉันเท้าเอวและตวาดใส่ฟินน์พลางชี้หน้ามัน “มึงขยับออกห่างกูเลย”
“ทำไม?”
“จะได้รู้ไงว่าที่ไม่มีผู้ชายเข้ามาจีบกูเป็นเพราะมึง ไม่ใช่เพราะกูไม่สวย ไม่เซ็กซี่ ขยี้ใจชาย”
“ปัญญาอ่อนฉิบหาย” ฟินน์เอื้อมมือยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด “เออ กูถอยก็ได้ แต่ถ้ากูถอยแล้วพวกนั้นไม่เข้ามาจีบ มึงก็ควรสำเหนียกเอาไว้นะว่ามึงมันไม่สวย!”
“ได้”
ฟินน์ถอนหายใจอย่างหมดคำจะพูดกับสิ่งที่ฉันต้องการ แต่ไม่ว่าฉันอยากจะทำอะไรหรือพิสูจน์อะไร มันจะบ่นจะด่าก็ยินยอมที่จะทำตามเช่นกันนั่นแหละ ชี้หน้าร่างสูงที่ยกมือทั้งสองขึ้นราวกับยอมแพ้และเดินถอยห่างออกห่างฉันไปไกลพอควร จากนั้นบททดสอบก็เริ่มขึ้นจากการที่มันปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว
นั่นไง... เห็นไหมฟินน์ พอไม่มีมึงอยู่ใกล้ๆ ก็มีผู้ชายเดินเข้าหาฉันจริงด้วย เป็นผู้ชายที่ดูสะอาดหล่อตี๋เหมือนอาบน้ำมาวันละสิบรอบ ยิ้มละมุนละไมเห็นฟันขาวเรียงรายและเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ขอโทษนะครับ”
“คะ?” ฉันตื่นเต้นเพราะนับเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่มีผู้ชายมาจีบน่ะ “ขอเบอร์เหรอคะ”
ผู้ชายตรงหน้ายิ้มหวานก่อนจะเสมองไปด้านหลังฉัน จู่ๆ เขาก็มีท่าทางที่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนที่ฉันจะรับมือถือของเขาที่ยื่นมาเพื่อขอเบอร์
“โทษทีนะครับ ผมว่าผมจำคนผิด ขอตัวก่อนนะครับ”
“ห๊ะ! ดะ เดี๋ยวสินาย” ฉันหันมองตามแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นที่รีบจ้ำอ้าวเดินหนีไปไกล มองฟินน์ที่ยืนเอนหลังพิงขอบราวกั้นเงยหน้าจากมือถือของตัวเอง “เหี้ยไรวะเนี่ย”
ได้แต่ยืนเท้าเอวงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแบบมาไวไปไวมาก ไปไวชนิดที่ว่าฉันตั้งหลักไม่ทันด้วยซ้ำ ร่างสูงมาหยุดตรงหน้าและตบไหล่ให้กำลังใจ
“บอกแล้วว่ากูไม่ใช่ต้นเหตุ”
“...”
“ทีนี้ก็เลิกโทษว่าเป็นความผิดกูสักทีนะ เพื่อนรัก ฮ่าๆ” ฟินน์ระเบิดหัวเราะออกมาจนฉันอดรนทนไม่ไหวที่ไม่ยกเท้าเตะไปที่หน้าแข้งของมันอย่างแรง “โอ๊ย! เจ็บนะเว้ย”
“สมน้ำหน้า หัวเราะเยาะกู” ต่อให้ไม่มีใครมาจีบก็ไม่เป็นไรนี่นา ฉันไปจีบคนอื่นก็ได้ ส่วนคนที่จีบอยู่ตอนนี้ก็... คิดแล้วก็เศร้าจริงเว้ย!
ทรุดตัวลงนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่อมาถึงร้านชาบู ฉันปล่อยให้ฟินน์มันสั่งของที่มันอยากจะกินรวมไปถึงของโปรดของฉันบางอย่างด้วย ส่วนตัวเองน่ะเหรอเอาแก้มแนบกับโต๊ะพลางถอนหายใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โต๊ะที่นั่งติดริมกระจกทำให้เห็นเงาสะท้อนหน้าของตัวเองจางๆ ก็นะไม่ได้บั่นทอนอะไรตัวเองหนักขนาดนั้น เพียงแต่ว่าฉันมองว่าตัวเองสวยเซ็กซี่มาตลอดเลยนะ ไม่งั้นจะถูกโหวตให้เป็นดาวคณะวิศวะได้ไงหากไม่มีคนเล็งเห็นถึงความงามในตัวของฉันน่ะ
“มึงตลกใหญ่แล้ววาด แค่ไม่มีผู้ชายมาจีบ มึงถึงกับหงอยแดกไม่ใช่มึงเลยนะ” ฟินน์เอามือยีเส้นผมจนต้องปัดมือมันออกและขยับมานั่งหลังตรงหน้าบอกบุญไม่รับแบบสุดๆ คนตรงหน้าเท้าคางมองฉันและเคาะนิ้วบนโต๊ะเหมือนใช้จิตวิทยากดดันฉันที่เบะปากอย่างผิดหวัง
“กูไม่สวยเหรอฟินน์”
“...”
“มึงมองหน้ากูให้ชัดๆ แล้วบอกความจริงกูมา” ฉันลุกขึ้นและโน้มหน้าไปใกล้หมอนั่น ก่อนจะคว้าท้ายทอยของฟินน์เอาไว้เพื่อล็อกคอมันไม่ให้ขยับหนี ใบหน้าของเราสองคนใกล้ชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อุ่นร้อน ยามที่สายตาของเพื่อนกวาดมองทั่วดวงหน้า มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เล่นงานเราสองคนทั้งที่ในร้านชาบูออกจะคึกคักเพราะมีคนอยู่เยอะ “ว่าไง”
“ในสายตากูมึงสวย”
“แล้วทำไมถึงไม่มีใครมาจีบกูบ้างวะ กูก็ว่ากูสวย กูแซ่บ กูเซ็กซี่นะหรือจริงๆ แล้วกูไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวเองคิด” พอได้ฟังคำตอบจากปากของเพื่อนก็ขยับมาทิ้งตัวลงนั่งตามเดิม
“ถูก มึงมีตาปะ รู้ว่าตัวเองไม่แซ่บใครจะมาจีบ”
“เหรอวะ” ฉันเลิกคิ้วขึ้นและสบตากับฟินน์อีกครั้ง “แต่เมื่อกี้มึงบอกว่ากูสวย”
“ในสายตากู” ฟินน์เอานิ้วชี้ตาตัวเอง “ในสายตาคนอื่น กูไม่รู้”
“แล้วเหตุผลคืออะไรที่ไม่มีใครกล้ามาจีบกู” ตัดเรื่องฟินน์ไปได้เลย วันนี้พิสูจน์แล้วว่าต่อให้มันจะใกล้ฉันหรือไม่ สุดท้ายผู้ชายพวกนั้นก็ดันถอยห่างออกไปเอง “เฮ้อ ช่างเถอะคิดไปก็ปวดหัว”
“จริง มึงน่ะเลิกคิดเรื่องที่ไม่มีผู้ชายมาจีบได้แล้ว”
“...”
“คนอื่นเขาไม่มีผู้ชายมาจีบ ไม่เห็นเขาจะมานั่งบอกว่าตัวเองไม่สวยเลย มึงคิดมาก”
“แล้วตกลงกูสวยปะ”
“ดูปากกูนะ” ฟินน์ชี้นิ้วไปยังริมฝีปากแดงคล้ำของตัวเอง จากการสูบบุหรี่หนัก “มึง-สวย-ที่-สุด!”
“ถ้าเป็นคำพูดของมึง กูเชื่อก็ได้ว่ากูทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่และเอ็กซ์แตก”
“เหอะ”
“หรือกูควรแซ่บมากกว่านี้”
“พอเหอะ อย่าแรดให้มาก” แรงมาก! ฟินน์มันชอบด่าฉันแรงจริง จนเอื้อมมือไปฟาดศีรษะมันจนหน้าคะมำ “แรดแค่นี้ก็พอละ เดี๋ยวพี่หมอสุดที่รักมึงจะรับไม่ได้ รีบหนีมึงไปซะก่อน”
“อย่าบั่นทอนกูได้ปะ มึงควรจะให้กำลังใจเพื่อนสุดสวยของมึงที่กำลังจะมีแฟนเป็นว่าที่หมอในอนาคต”
“ถุย! อยากมีแฟนเป็นหมอทำไมไม่บอก”
[50%]
-----------------------------------------------------
