บทที่ 6 วิศวะจองรัก :: Episode 3 มีดีและแตกต่างกัน [100%]

“ทำไม มึงมีเพื่อนเป็นหมอเหรอ จะแนะนำให้กูรู้จักว่างั้น” ฉันกับฟินน์เถียงกันคอเป็นเอ็นจนพนักงานเอาของสดมาเสิร์ฟ ฟินน์มันสั่งมากินหรือสั่งมายัดห่าก่อนเนี่ย กินกันสองคนยังกับกินเป็นสิบ ไม่หมดโดนปรับก็ให้มันเสียเองก็แล้วกัน รวยนักนิ ส่วนฉันน่ะมันก็เป็นแค่ลูกสาวเจ้าของโรงกลึงช่างกล ไม่ได้ร่ำได้รวยอย่างมันนี่นา

“กูก็เคยคิดอยากเรียนหมอนะ”

“ตอแหล น้ำหน้าอย่างมึงไม่มีทางเป็นหมอที่ดีได้แน่นอน”

“เพราะ?” ฉันเบ้ปากใส่มันและคีบของสดลงหม้อชาบูน้ำดำที่เริ่มเดือดและส่งกลิ่นหอม

“นิสัยเอาแต่ใจ ปากคอเราะรายแถมยังหยาบคายขนาดนี้ โดนคนไข้ฟ้องกลับข้อหาปากหมาเป็นว่าเล่นแน่”

“ก็กูเป็นแบบนี้ ใครจะทำไมวะ ปากหมาแล้วเป็นหมอไม่ได้?”

“มึงน่ะเทียบกับพี่หนึ่งของกูไม่ติดหรอก จำไว้ พี่หนึ่งน่ะต้องเป็นหมอที่ดีในอนาคตอย่างแน่นอน” แค่คิดภาพที่พี่หนึ่งสวมชุดกาวน์คุณหมอและตรวจคนไข้ไปด้วยนะ เฮ้อ เขาคงจะหล่อน่าดูเลย ขนาดเรียนอยู่ยังหล่อสะอาดขนาดนั้น คิดถึงเขาจังแหะฉันทิ้งระยะในการไม่เจอหน้าเขาเกือบเดือนแล้วหลังจากที่พี่หนึ่งเมินฉัน เพราะฉันจู่โจมเขาออกหน้าออกตาไปนิดนึง หมายถึงว่าแสดงออกว่าชอบแล้วก็จีบตรงๆ

“จะเทียบติดได้ไง คนละคนกัน กูก็ดีในแบบของกู”

“เหรอ”

“หรือไม่จริงล่ะ มึงก็รู้นี่” อันนี้ก็ไม่เถียงนะที่ฟินน์มันมีดีในแบบของมัน ฉันไม่ได้ต้องการเอามันไปเปรียบเทียบกับใคร พอเห็นสีหน้าของมันที่แลดูสลดฉันก็คีบเนื้อวากิวลงถ้วยให้มันทั้งหมด “อะไร”

“กินดิ”

“ของโปรดมึงนะ กูสั่งมาให้”

“กูไม่ได้จะเอามึงไปเปรียบเทียบกับพี่หนึ่งนะ” ฉันสบตากับฟินน์ หมอนั่นจ้องหน้าราวกับรอฟังให้จบประโยค “พี่หนึ่งก็ดีในแบบของเขา มึงก็ดีในแบบของมึง”

“...”

“ถึงนิสัยของมึงจะเอาแต่ใจ หัวรั้นหัวดื้อ หยาบคายแต่ก็ไม่ได้แย่เสมอไปนี่นา”

“หึ”

“ไม่งั้นจะคบกับกูได้นานขนาดนี้เหรอ” เคาะตะเกียบลงบนถ้วยมันเหมือนเรียกหมามากินข้าว “เกิดมึงทำเหี้ยทำเลวกับกู ป่านนี้กูกับมึงคงเลิกเป็นเพื่อนกันไปนานละ”

“แล้วถ้าวันหนึ่งกูทำแบบนั้นกับมึง มึงจะเกลียดกู เลิกเป็นเพื่อนกับกูไหมวาด”

“ทำไมมึงถามแบบนี้อะ”

“แค่ถามเฉยๆ” ค่อนข้างแปลกใจในคำถามของฟินน์ แต่ฉันก็มีคำตอบของตัวเองในใจอยู่แล้วนะกับคำถามของเขา

“ร้ายแรงแค่ไหนต้องดูระดับด้วยนะ ไม่มากก็ให้อภัย ถ้ามากจนให้อภัยไม่ได้ก็... เลิกมายุ่งกัน”

“โกรธ เกลียดกูดีกว่า” ฟินน์หลุบสายตามองหม้อชาบูและคีบกุ้งห่อสาหร่ายที่ฉันชอบลงถ้วยให้ “กูไม่อยากเลิกยุ่งกับมึง ต่อให้สิ่งที่กูทำกับมึงจะผิด”

“เพราะ?”

“มึงเป็นคนเดียวที่ทำให้กูรู้สึกถึงความอบอุ่น ที่กูไม่ได้รับแบบนี้มานานแล้ว”

ฉันถึงกับชะงักมือที่กำลังคีบกุ้งห่อสาหร่ายเข้าปาก แม้ว่ามันจะชวนให้กินเร็วๆ แต่ก็ต้องสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทของฟินน์ เอาจริงฉันแทบไม่รู้เรื่องส่วนตัวของฟินน์เลยสักนิด รู้แค่ว่าฟินน์เป็นลูกชายคนกลางของตระกูลชัยวรบูรณ์ผล และไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ทางสายเลือดของท่านพินิจและคุณหญิงอุไรวรรณ

ฟินน์เป็นใคร มาจากไหน ฉันไม่เคยรับรู้เลย... ไม่รู้ว่าชีวิตของฟินน์ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ถึงแบบนั้นฉันก็รับรู้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนไหว แม้ว่าปกติฟินน์มันจะเป็นพวกหัวดื้อหัวรั้น หากพอพูดถึงเรื่องนี้ทีไรมันหวั่นไหวจนมองออกได้ง่ายมากๆ คนที่เข้มแข็งมาตลอด พอพูดจี้จุดปุ๊บเหมือนแผลที่ปิดสนิทถูกสะกิดออกมาให้เห็นภายในว่าแห้งสนิทดีหรือเปล่า เปรียบเทียบทำนองนี้น่าจะเข้าใจที่สุด

“งั้นก็อย่าคิดทำให้กูเสียใจดิ ถ้าทำกูเสียใจมึงก็จะไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กูนะ”

“กูจะทำให้มึงเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดที่อยู่ใกล้กูเลยล่ะ”

“ขี้โม้”

“กูไม่ได้โม้”

ตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกันมา อาจจะมีทะเลาะกันบ้างตามประสาเพื่อนสนิทที่มีงอน มีโกรธ มีทะเลาะแต่สิ่งเดียวที่ไม่มีวันจางหายไปก็คือความสัมพันธ์ของเราสองคน มิตรภาพที่ดีมาตลอดและฉันหวังแค่ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปตลอด เอาจริงฉันเองก็อยากให้ฟินน์มันได้เจอกับความรักที่ดีบ้าง มันติดเที่ยวเล่นเที่ยวหว่านเสน่ห์กับผู้หญิงคนอื่นไปทั่วเลย ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ และที่สำคัญรสนิยมมันมักจะเป็นผู้หญิงที่อายุมากกว่าด้วย ไม่เชิงแบบอายุมากจนแบบรุ่นแม่นะ หมายถึงเป็นผู้หญิงที่แก่กว่ามันประมาณ 3-4 ปี ที่ฉันรู้ก็เพราะว่าไอ้จีเคยบอกว่าฟินน์มักจะเข้าหาผู้หญิงและถามอายุก่อนอันดับแรก

ซึ่งไม่มีใครเขาทำกันหรอกไอ้เรื่องถามถึงอายุน่ะ พอเจอผู้หญิงที่อายุมากกว่าตัวเองมันก็ตกลงคุย พอไม่ถูกใจก็เลิกคุยกันไปแบบง่ายดายมาก มันทำเหมือนกับว่าเลือกซื้อของไม่ถูกใจก็แค่ทิ้งและเลือกชิ้นใหม่ที่ถูกใจ จะไม่ให้ฉันห่วงมันเรื่องนี้ได้ไง มั่วไปเรื่อยขนาดนี้อะ เฮ้อ

สนามแข่งรถพัทยา เวลา 20.15 น.

กว่าจะพากันมาถึงสนามแข่งได้ฉันกับฟินน์ก็เดินเล่นย่อยอาหารที่กินลงไป แถมหมอนั่นยังพาฉันไปกินไอศกรีมต่ออีกต่างหาก พุงจะแตกอยู่แล้วเอาจริง ความจริงฉันควรได้นอนที่หอพักแล้วนะต้องโดนหมอนี่ลากมาที่สนามแข่งอีกจนได้

“อ้าว มาได้ไง”

“โดนไอ้จีลากมา น่าเบื่อชะมัด”

“ก็ไอ้ฟินน์มันมีแข่ง ไม่มาเชียร์มันได้ไง เดี๋ยวก็งอนตุ้บป่อง” ฉันเดินขึ้นมานั่งบนอัฒจันทร์เห็นเฟย์ทำหน้าเหม็นเบื่อและมีไอ้จีนั่งข้างๆ “พีทมันก็ติดน้องน้ำหวานนะ ไม่มีเวลามาเชียร์ไอ้ฟินน์หรอก”

“เลิกพูดถึงรายนั้นไปได้เลย หลงเมียหนักมาก” อยากจะบ้าตาย ใครจะไปคิดว่าพีทหนุ่มวิศวะเครื่องกลสุดฮอตที่แทบจะไม่สนใจผู้หญิงที่มาชอบ ตายรังกับน้องน้ำหวานแสนนุ่มนิ่ม อ่อนโยนและน่ารักน่าหยิก เหอะ ฉันเป็นพีทฉันก็หลงน้องน้ำหวาน น้องน่ารักน่าฟัดขนาดนั้นอะ “อาทิตย์นี้แกกลับบ้านปะ”

“อือ”

“ฉันกลับด้วย”

“ปกติไม่อยากกลับ”

“คิดถึงพี่หนึ่ง แกเจอกับพี่เขาบ้างไหม” เฟย์เลิกคิ้วขึ้นพลางส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่เลยเหรอ”

“ฉันไม่รู้ ฉันกลับบ้านไม่ได้ไปนั่งจ้องพี่เขานี่”

“มองให้เพื่อนหน่อยก็ไม่ได้” ฉันทำหน้าบูดใส่เฟย์ที่มองค้อนหนึ่งกรุบ ก่อนจะเอามือเท้าคางมองรถในสนามที่แข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง จริงๆ แล้วบ้านของเฟย์กับฉันอยู่ติดกัน ถัดไปก็เป็นบ้านของพี่หนึ่ง เรารู้จักกันเพราะเป็นเพื่อนบ้านกันมานาน

“กูสงสัย”

“เรื่อง?” จู่ๆ ไอ้จีก็เอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกระดกเบียร์ในมือและชี้หน้าฉัน วันนี้ทำไมมีคนสงสัยฉันบ่อยจังวะตั้งแต่เก้าและมาไอ้จี ขยันสงสัยในชีวิตฉันจังเลยนะ

“มึงสนิทกับไอ้ฟินน์มาก มึงไม่หวั่นไหวกับมันบ้างเหรอ”

“หวั่นไหว มึงหมายถึงอะไร กูไม่เข้าใจ”

“ไอ้ฟินน์หล่อ รวย กรวยใหญ่ มีเสน่ห์สุดๆ ผู้หญิงหลายคนชอบมันทั้งนั้นอะ”

“แล้วทำไมกูต้องหวั่นไหวกับมันด้วย มันเพื่อนกูนะจี” ฉันตะโกนแข่งกับเสียงเชียร์และเสียงแข่งรถที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสนาม “มึงก็รู้กูมีคนที่ชอบแล้วปะ”

“แล้วไง ทำยังกับพี่หมอเขาจะชอบมึงกลับงั้นแหละ”

“ทับถมกูเก่งนะ!” โน้มตัวไปฟาดมือลงบนท่อนขาของไอ้จี มันหัวเราะคิกคักชอบใจราวกับสนุกที่ได้แกล้งฉัน “ใครจะบ้าเอากับเพื่อนตัวเองวะ ขนลุก”

“แล้วทำไมเพื่อนกันจะเอากันไม่ได้”

“แบบนั้นจะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่แรกทำหอกอะไร ถ้าสุดท้ายมีความคิดที่จะเปลี่ยนอะ”

“ก็แบบเพิ่งรู้ใจตัวเองไง”

“ประสาทนะมึง กูไม่เคยคิดอะไรกับฟินน์เกินเลยแบบนั้น มันก็เหมือนกันนั่นแหละ!” อะไรทำให้ไอ้จีมันถามคำถามนี้กับฉันวะ ก็รู้ไม่ใช่เหรอเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี หากจะคิดเปลี่ยนคงไม่คบกันมานานขนาดนี้หรอก อีกอย่างสนิทกันจนรู้ใจกันแทบจะทุกเรื่องแล้วนะ ตีกรอบให้เป็นแค่ ‘เพื่อน’ จะไม่มีวันเปลี่ยนไปจากเดิมเด็ดขาด

“มึงสองคนดูสกินชิพกันดีอะ”

“แล้ว?”

“แถมยังสนิทสนมกันมาก ไม่รู้สึกเงี่ยนบ้างเหรอเวลาอยู่ใกล้กัน”

“เงี่ยนกับเพื่อนนี่นะ? มึงเงี่ยนไปคนเดียวเถอะ กูเงี่ยนกูติ้วเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเอากับเพื่อนปะ” แค่คิดก็ขนลุกแล้วดูดิ สภาพ! ให้ฟินน์มาช่วยติ้ว มามีเซ็กซ์... มันประหลาดนะเอาจริง แบบนั้นเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน นอนกันแล้วแยกย้ายยังดีซะกว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มจากเพื่อน จู่ๆ มาเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ฉันว่ามองหน้ากันไม่ติดไม่ว่า ความเป็นเพื่อนที่มีให้กัน มิตรภาพทั้งหมดก็คือจบเห่ ฉันไม่อยากเสียเพื่อนอย่างฟินน์ไปมันเองก็เหมือนกันนั่นแหละ “เลิกถามคำถามนี้กับกูเลยจี ไม่งั้นกูถีบ”

“เออๆ สงสัยนิดหน่อยก็ไม่ได้”

“ฟินน์มันเจ้าชู้ขนาดนั้น ผู้หญิงมีให้เลือกมากมาย มันจะมาตาบอดมามองกูเปลี่ยนเพื่ออะไร”

“ไอ้ฟินน์มันเจ้าชู้ที่ไหน มันแค่มีเสน่ห์ คุยกับสาวไปเรื่อยมันไม่ได้นอนกับใคร”

“เชื่อตายล่ะ” ใครเชื่อมันก็ขอให้ออกลูกเป็นลิงเถอะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างมันจะไม่นอนกับผู้หญิงที่คุยด้วย

“แน่ใจว่าจะไม่มีวันเยสกับไอ้ฟินน์”

“เออ” กระแทกเสียงใส่ไอ้จีที่เบ้ปากพลางกระดกเบียร์จนหมดกระป๋อง “จำคำกูไว้ ไม่มีวัน ไม่มีทาง!”

ใช่ ไม่มีวันนั้นหรอก ฉันกับฟินน์จะต้องไม่ทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นอย่างแน่นอน

----------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป