บทที่ 7 วิศวะจองรัก :: Episode 4 แค่เพื่อนจริงๆ [50%]
วิศวะจองรัก EP4
: แค่เพื่อนจริงๆ :
กว่าจะรอฟินน์แข่งขันจบลง ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน ฉันนั่งหาวนั่งตบยุงอยู่ข้างสนามอยู่คนเดียวเพราะไอ้จีต้องไปส่งเฟย์ที่หอพักก่อนเนื่องจากเพื่อนมาดูฟินน์แข่งแค่รอบเดียวก็ขอตัวกลับ ยัยนั่นเป็นอินโทรเวิร์ดไง จะให้อยู่นานกว่านี้มีหวังไอ้จีได้คอหลุดแน่ สุดท้ายก็เลยเหลือแค่ฉันคนเดียวที่นั่งอยู่ แม้จะมีคนบางส่วนนั่งดื่มกันอยู่ก็เถอะ
แปะ~
“ชีวิตกู!” ควรจะต้องกลับไปนอนที่ห้อง บำรุงผิวหน้าและผิวกายเพื่อไปเจอกับพี่หนึ่ง ต้องมานั่งตบยุงจนขาลายเพื่ออะไรวะเนี่ย จะกลับก่อนก็ไม่ได้อีกเดี๋ยวฟินน์ก็จะหัวร้อนโวยวาย เผลอๆ มันอาจจะตามไปด่าฉันยันหอพักอีก
“ไอ้ฟินน์ยังไม่มาอีกเหรอ วาด”
น้ำเสียงนุ่มลึกแหบพร่าเรียกสายตาของฉันให้หันกลับไปมองร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่ง หมอนั่นสวมเสื้อช้อปสีน้ำเงินเข้ม เรียนวิศวะโยธาแต่คนละมหาลัยกับฉัน มีรอยยิ้มที่เหยียดตรงอยู่ตลอดสีหน้าและท่างทางค่อนข้างกวนส้น... มาก ไม่ต้องบอกก็รู้นะว่ากวนส้นอะไร ทรงผมไม่ต้องพูดถึงหมอนี่เน้นตัดผมแบบหัวเกรียนไม่พอยังสักด้วยนะ
ดูหล่อแบดบอยมาก เป็นผู้ชายที่ไม่มีผมแล้วดูโคตรพ่อโคตรแม่หล่อ ยกเว้นก็แต่นิสัยสันดานที่ฉันไม่ชอบสักเท่าไหร่ แววตาของหมอนี่บ่งบอกได้ทุกอย่างเวลาไล่มองเรียวขาของฉันและมาหยุดตรงหน้าอกหรือแม้กระทั่งใบหน้า
“มาก็เห็นแล้วดิ” ฉันตอบกลับแบบกวนนิดๆ เพราะไม่ค่อยชอบหน้าหมอนี่สักเท่าไหร่ ฟินน์เคยบอกอยู่ว่าเขาเป็นผู้ชายที่เน้นสนุก เวลาจ้องใครแล้วจะจ้องไม่หยุดและฉันดันเป็นตัวเลือกนั้นของเขา “ฉันไม่รู้จักนาย แล้วนายรู้จักฉันได้ไง”
“ง่ายนิดเดียว” เขาคีบบุหรี่ออกจากมุมปาก พลางพ่นควันสีเทาพวยพุ่งเหนือศีรษะ “เธอมาที่นี่บ่อย แถมยังเป็นเพื่อนสนิทของไอ้ฟินน์ด้วยนี่นา”
“นายสนิทกับฟินน์เหรอ ถึงได้รู้จักเพื่อนสนิทของเขาด้วย”
“มั้ง” เหอะ โกหกมากกว่า ดูก็รู้จากคำพูดของฟินน์ที่พูดถึงคนๆ นี้ไม่ธรรมดา เป็นคู่แข่งและยังเป็นคนที่ฟินน์ไม่ชอบขี้หน้าด้วย ฉันไม่รู้เหตุผลหรอกนะกระทั่งเห็นร่างสูงที่เดินขึ้นอัฒจันทร์มาพร้อมน้ำเปล่าสองขวดในมือ ฟินน์ขมวดคิ้วทันทีที่เดินผ่านผู้ชายคนนั้นและยื่นขวดน้ำให้ฉัน
“มึงมีอะไรไอ้โอบ” ได้รู้จักชื่อสักทีนะ “มีอะไรต้องมาคุยกับเพื่อนกู”
“แค่มาทักทายเฉยๆ ไม่ได้เหรอ” เขาแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะใช้มือข้างที่คีบบุหรี่ชี้มาทางฉัน “ก็ถ้ามึงไม่ว่าอะไร ช่วยแนะนำเพื่อนสนิทของมึงให้กูรู้จักหน่อยดิ ถ้าไม่ว่ากันนะ”
“ทำไมกูต้องแนะนำ?”
“เผอิญว่ากูสนใจเพื่อนมึงน่ะ ชัดพอที่จะแนะนำให้กูรู้จักได้ไหม” ตอบตรงเวอร์ ตอบตรงชนิดที่ว่าฟินน์นิ่งไปทันทีและเสมองฉันด้วยสีหน้าหงุดหงิด อ้าว มาหงุดหงิดอะไรใส่ฉันก่อนวะ!
“มึงไม่ใช่สเปกยัยนี่หรอก”
“ตอนนี้ไม่ใช่ อนาคตก็ไม่แน่”
“มึงฝันไปเถอะไอ้โอบ ยัยนี่มีคนที่ชอบแล้วและที่สำคัญมึงเทียบคนๆ นั้นไม่ติด” หมายถึงพี่หนึ่งใช่ไหม คำตอบคือใช่! ไม่มีใครเทียบพี่หนึ่งของฉันติดสักคนเลย พูดได้โดนใจฉันมากเลยฟินน์
“งั้นไม่เป็นไร” แลดูเหมือนเขาจะถอยนะพอฟินน์ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนชวนให้หัวของหมอนี่ร้อนปุดๆ “มึงไม่แนะนำ กูหาวิธีทำความรู้จักกับเพื่อนสนิทมึงเองก็ได้”
“ไอ้โอบ”
“ไว้มึงเป็นผัวเขาก่อนนะ ค่อยมาหวง” แรงมาก! จะมีวันนั้นไหมล่ะ ไม่มีวันไงฟินน์มันถึงได้กำหมัดแน่นขนาดนี้อะ “ฉันไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่เพื่อนเธอใส่ไฟหรอกนะวาดดาว”
“...”
“ถ้าเธออยากจะรู้ว่าฉันเลวร้ายไหม อย่าตัดสินฉันจากคำพูดของเพื่อนสนิท แล้วเอาเวลามาพิสูจน์ด้วยตัวเองจะดีกว่านะ” เป็นคำเชิญชวนที่โคตรจะเมคเซ้นส์ ดูเหมือนกับว่าเขาจะไม่ได้กดดันให้ฉันทำความรู้จัก แต่เป็นการบอกว่า ‘หากยังไม่รู้จักเขาดี ก็อย่าเที่ยวไปฟังคำพูดจากปากใครนอกจากจะได้เห็นกับตา’ มันเป็นการท้าทาย ชวนให้คิดแบบนั้นเลยฉันสัมผัสได้ถึงแววตา สีหน้าหรือแม้แต่น้ำเสียงของเขา “ฉันรู้ว่าเธอคงจะกล้าพอ”
นี่ไง ท้าทายกันชัดๆ เป็นการท้าทายที่เล่นเอาไม่ใช่แค่ฟินน์ที่หัวร้อน ฉันก็หัวร้อนเหมือนกันเว้ย! แต่จะเดินตามเกมหมอนี่ก็ไม่ได้ปะวะ เพียงแค่เห็นหมอนี่ทำหน้าเยาะเย้ยฟินน์มันอดไม่ได้อะ บังอาจมามองเพื่อนฉันแบบนี้ได้ไง คนที่จะมองฟินน์ด้วยสายตาน่าสมเพชมันควรเป็นฉันคนเดียวเว้ย
“แต่เธอมีนิสัยที่ชอบตัดสินคนจากคำพูดของเพื่อน คงแย่นะ”
“...”
“เพราะแบบนั้นเธอคงพลาดโอกาสดีๆ จากผู้ชายทุกคนที่พยายามเข้าหาเธอ ไปละ” ยกมือโบกให้ฉัน หากแต่โอบยังเดินไม่พ้นขอบอัฒจันทร์ด้วยซ้ำขวดน้ำในมือของฟินน์ก็ลอยข้ามหัวเขาไปแบบฉิวเฉียด แทนที่โอบจะโมโหเขากลับเบ้ปากและชูนิ้วกลางให้กับฟินน์ส่งท้าย
“ไอ้หน้า xx” คำด่าพ่นออกมาเป็นชุด เอาจริงฟินน์มันไม่เหนื่อยก็ปล่อยให้มันด่าไปนั่นแหละ พอเหนื่อยปุ๊บมันก็หันมามองค้อนฉัน “มึงอีกตัว”
“อะไรอีกล่ะ โทษกู” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง กะแล้วว่าฟินน์มันจะต้องหันมาหาเรื่องฉัน “กูผิดหรือไงที่เกิดมาสวยน่ะ”
“เหอะ”
“นี่แสดงว่านอกจากในสายตาของมึงที่มองกูว่าสวย ก็ยังมีโอบที่มองกูว่าสวยเซ็กซี่ ขยี้ใจชาย” รู้สึกภูมิใจก็ตรงนี้นะ ในที่สุดนอกจากฟินน์ก็มีผู้ชายมองฉันว่าสวย เซ็กซ์และเอ็กซ์จัดสักทีนะ
“แค่นี้มึงภูมิใจ” ฟินน์ทิ้งตัวลงนั่งข้างฉัน “มึงสวย แต่ไม่ได้สวยในสายตาของพี่หมอสุดที่รัก”
“มึงเลิกตอกย้ำกูเรื่องนี้จะได้ปะ” พี่หนึ่งไม่สนใจฉันก็ไม่ได้หมายความว่าพี่หนึ่งไม่ได้มองว่าฉันไม่สวยปะ บางทีฉันอาจจะสวยในสายตาของพี่หนึ่งยกเว้นก็แต่ฉันรุกพี่หนึ่งมากไปนิดนึงก็เท่านั้น คนมันชอบนี่นาจะให้เอียงอายอยู่เหรอ แบบนั้นก็โดนหมาคาบไปแดกก่อนจะได้บอกว่าชอบพี่หนึ่งน่ะสิ
ตุ้บ
จู่ๆ ฟินน์ก็ทิ้งศีรษะลงนอนบนตักฉัน ถึงจะตกใจก็เคยชินกับการกระทำของฟินน์อยู่บ่อยครั้ง “มึงอย่าเที่ยวไปพิสูจน์อะไรกับไอ้โอบล่ะ กูเตือนแล้วนะ”
“รู้” แต่มันน่ามันเขี้ยวนี่หวา หมอนั่นทำหน้าทำตาดูถูกฟินน์ขนาดนั้น มาดูถูกเพื่อนฉันต่อหน้าฉันยอมไม่ได้!
“มึงไม่ทันไอ้โอบนะ มันเสือผู้หญิงกูบอกได้แค่นี้”
“เออ มึงไม่ต้องห่วงหรอกกูดูแลตัวเองได้” ฟินน์ขมวดคิ้วและยกมือดันตัวฉันให้ขยับไปเอนพิงพนักเก้าอี้ “เพื่อ?”
“กูมองหน้ามึงไม่ถนัด เห็นแต่นม” ผลักศีรษะมันก่อนจะสัมผัสได้ถึงเหงื่อที่เปียกชุ่มบนเส้นผมหนาสีดำ ล้วงมือลงกระเป๋าเสื้อช้อปผ้าเช็ดสีม่วงอ่อนถูกหยิบขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผากของฟินน์และใบหน้าหล่อเหลา ไล่มาถึงลำคอแกร่งจนฟินน์หลับตาลง ทำให้ฉันได้สำรวจใบหน้าหล่อๆ ของมันได้ชัดมากยิ่งขึ้น ฟินน์น่ะเป็นผู้ชายที่โคตรหล่อเลยนะ จมูกโด่ง ตาคมกริบ ใบหน้าเรียวรับกับริมฝีปากแดงคล้ำขึ้นรูปหยัก “มึงจ้องกูขนาดนี้ อยากแดกกูหรือไง”
“มึงหล่อ”
“หือ?”
“จ้องเพราะมึงหล่อ ผิดตรงไหน” ฉันน่ะเป็นพวกที่พูดความจริงเสมอนั่นแหละ “หรือจะให้กูบอกว่ามึงไม่หล่อ”
“มึงกล้าพูดว่ากูไม่หล่อ”
“ก็กูชมว่ามึงหล่อมึงเสือกเรื่องมากเองนะ” ฟินน์ขยับตัวลุกขึ้นนั่งและเอี้ยวหน้ามามองฉัน “กลับได้ยัง กูง่วง”
“กลับหอหรือไปคอนโดกับกู”
“หอพักกูดิ” ขยันชวนฉันไปคอนโดมาก แล้วด้วยความที่แบบไปคอนโดมันทีไรจะต้องมีเรื่องให้ทำนู้นทำนี้ไปเรื่อย เรื่องที่ว่าก็คือทำความสะอาดห้องและเอาเสื้อผ้ามันไปซักนี่ล่ะ เรื่องงานบ้านฉันพอทำได้แต่เรื่องเข้าครัวนะยกให้ฟินน์เลย ฉันเคยเข้าครัวมันอยู่หนบอกเลยว่ามันห้ามไม่ให้ฉันหยิบจับอะไรทั้งสิ้น!
ขึ้นป้ายเตือนเอาไว้ ‘วาดมึงมันตัวอันตรายในครัวกู’ ความที่มันกลัวว่าฉันจะทำให้ครัวมันระเบิดละมั้ง
“อาทิตย์นี้กูกลับบ้านด้วยล่ะ”
“อ้าว”
“ไม่ต้องมาอ้าว กูคิดถึงพ่อกูจะกลับไปหาพ่อ”
“คิดถึงพ่อหรือคิดถึงผู้ชาย มึงเอาดีๆ” ฟินน์ได้ทีแขวะฉันเสียยกใหญ่
“ก็ทั้งสอง” เรื่องจริงไม่ปฏิเสธ คิดถึงพ่อด้วยแล้วก็คิดถึงพี่หนึ่งด้วยนั่นแหละ “กูกลับบ้านกับเฟย์”
“เฟย์กลับด้วย กูไม่ตามไปด้วยก็ได้”
“มึงจะตามกูกลับบ้านเหรอ!”
“ทำไมอะ กูก็คิดถึงพ่อมึงเหมือนกัน” อยากจะบ้าตาย กี่ครั้งที่มันชอบแอบตามฉันไปโผล่ที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ปากก็บอกว่าไม่ไปหรอก แต่เอาหน้าไปโผล่ให้พ่อฉันเห็นตลอดจนพ่อคิดมากแล้วนะ คิดมากที่ว่าคือ ‘ฟินน์เป็นเพื่อนลูกหรือแฟนลูกกันแน่วาด’ ฉันขี้เกียจตอบคำถามพ่อซ้ำซากนะ ไปทีไรพ่อถามคำถามนี้มาตลอดทั้งที่พ่อก็รู้ว่าฉันชอบพี่หนึ่ง
“มึงชอบทำให้พ่อกูเข้าใจผิดเรื่องมึง”
“ก็บอกพ่อไปแล้วไม่ใช่ว่ากูเป็นเพื่อนสนิท”
“เพราะว่ามึงชอบทำตัวติดหนึบกับกูไง ทุกคนถึงได้มองว่ามึงเป็นผัวกูมากกว่าเพื่อนสนิทอะ” ฉันฟาดมือลงบนศีรษะของฟินน์ขณะขับรถกลับจากพัทยาเพื่อไปส่งฉันที่หอพัก “กูขอนะฟินน์ มึงช่วยอย่าติดกูให้มากจะได้ไหม คนอื่นเข้าใจผิดหมด”
“มึงจะแคร์ทำไม แค่พี่หมอสุดที่รักเขาไม่แคร์มึงก็ไม่เห็นต้องเครียด”
“หรือจริงๆ แล้วที่พี่หนึ่งปฏิเสธกูเพราะมึง”
“อย่ามานะวาด กูไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น วันนี้พิสูจน์แล้วนะว่าต่อให้ไม่มีกู ก็ไม่มีใครมาจีบมึง” ตอกย้ำได้เจ็บแสบอีกเช่นเคย ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองจากที่กำลังจะทุบหมัดลงบนหัวมันอีกรอบ กลายเป็นว่าขยับมานั่งกอดอกพิงเบาะตามเดิม
“เมื่อไหร่มึงจะมีเมียให้รู้แล้วรู้รอด จะได้เลิกตามติดกูสักที”
“กูผิดเหรอที่ไม่มีเมียเนี่ย”
“มึงคุยไปเรื่อยขนาดนี้ ไม่เจอใครที่ถูกใจบ้างเหรอ” ฟินน์หันมามองฉันและเป็นอีกครั้งที่สีหน้าของมันแลดูเศร้าพิกล ทำไมมันชอบทำหน้าแบบนี้ตลอดเวลาที่ฉันพูดถึงเรื่องให้มันมีใครหรือไม่ถูกใจใครสักคน “หรือกูต้องมีผัว”
“กูบอกแล้วไงว่าถ้าจะมีผัวต้องพามาให้กูแสกนก่อน”
“พี่หนึ่งไง ว่าที่ผัวกูในอนาคต ผ่านเนอะเพราะพี่หนึ่งแสนดีที่สุดสำหรับกู”
“ให้เขาเลิกหนีมึงก่อนเถอะ ค่อยมาบอกว่าเขาเป็นผัวในอนาคต”
“มึงนี่นอกจากจะไม่ให้กำลังใจกู ยังสมน้ำหน้ากูอีกนะ กูเพื่อนมึงปะ”
“มึงเป็นเพื่อนกูไง” ฟินน์ตอบแบบติดตลก “กูแค่กระตุ้นให้มึงยอมรับความจริงก็แค่นั้น”
[50%]
----------------------------------------------------------------
