บทที่ 9 วิศวะจองรัก :: Episode 5 ให้ความเป็นส่วนตัวบ้างเหอะ [50%]

วิศวะจองรัก EP5

: ให้ความเป็นส่วนตัวบ้างเหอะ :

ติ๊ง~

ฉันที่กำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารในช่วงเย็น หลังจากพ่อกำลังรังสรรค์ฝีมือทำอาหารให้กับลูกสาวแสนสวยกิน รวมไปถึงว่าที่ลูกเขยในอนาคตอย่างพี่หนึ่ง ส่วนยัยเฟย์บอกว่าจะตามมาทีหลังเพราะกำลังวุ่นกับการนอนอ่านหนังสืออยู่ เสียงข้อความจากมือถือดังขึ้นทำให้ฉันเอื้อมมือไปด้านหลัง ฉันสวมชุดเอี๊ยมยีนส์สีน้ำเงินเข้มและด้านในจะเป็นเกาะอกสีขาวอวดเอวคอดกิ่วเท่และแซ่บในเวลาเดียวกัน พอมองข้อความที่ถูกส่งมาก็ทำเอาถอนหายใจอย่างหงุดหงิด

ขนาดตัวไม่ได้มา ยังวุ่นวายกับฉันได้นะ เหลือจะเชื่อกับมันเลยให้ตายสิวะ!

FINN :: มึง

W :: อะไรของมึงอะฟินน์ กูบอกแล้วไงว่ากูกลับบ้านมาหาพ่อ

FINN :: แล้วไง คุยกับกูสักแปบไม่ได้

พิมพ์ข้อความมายังไม่ทันได้อ่านมันก็โทรหาฉันจริงๆ จะไม่รับก็ไม่ได้ปะ กลอกตาขึ้นบนและกดรับสายโดยเอาบ่าหนีบมือถือเอาไว้เพื่อจัดโต๊ะอาหารให้เสร็จเรียบร้อย

“อะไรของมึงฟินน์”

(“กูโดนคัตเตอร์บาดตอนกรีดกล่อง”)

“มึงเห็นกูเป็นหมอเหรอ ถึงโทรมาบอกกูเนี่ย”

(“แล้วกูต้องทำไงอะ เลือดออกเยอะด้วยเนี่ย”) อยากจะบ้าตายกับมันจริงๆ

“มึงก็รีบเอาแผลที่โดนคัตเตอร์บาดไปล้างสิวะ จะนั่งโง่ให้เลือดไหลหมดตัวหรือไง” ฉันตะตอกใส่ฟินน์ จนพ่อที่ยกจานกับข้าวมาวางถึงกับขมวดคิ้ว พอเห็นฉันยิ้มแห้งส่งไปให้พ่อก็หมุนตัวกลับเข้าครัว “หายาใส่ด้วย”

(“ยาอะไรอะ”) ได้ยินเสียงฟินน์เปิดน้ำ คงจะล้างแผลตามที่ฉันบอกสินะ

“กูไม่รู้ ยาอะไรก็ใส่ๆ ไปเหอะ” ฉันตอบแบบส่งเดช

(“ห้องกูมียาแก้ปวด กูต้องทุบยาเป็นผงแล้วเอาโรยบนแผลปะ”)

“มึงจะกินก็ได้นะ เผื่อว่าจะทำให้แผลมึงไม่เป็นบาดทะยัก”

(“ยาแก้ปวด มันช่วยกันบาดทะยักได้เหรอวะ”)

“มันไม่ได้มึงก็รู้ มึงจะถามกูทำไมเล่า!” มันชอบทำให้ฉันปรี๊ดแตกจริงๆ คนอุตส่าห์อารมณ์ดี ต้องมาอารมณ์เสียเพราะมันอะ คิดดูนะเพื่อนมันไม่ได้มีแค่ฉันปะ โทรหาพีท เก้า ไอ้จีหรือเฟย์ก็ได้ ชื่อหลังมันไม่เคยโทรถึงโทรเฟย์มันก็ไม่รับหรอก ถ้ารับสายฟินน์บอกเลยว่าหิมะตกในประเทศแน่ “ล้างแผลเสร็จหาอะไรปิดแผลด้วยนะ”

(“หาอะไรปิดดีอะ”) ฉันดึงมือถือของตัวเองลงบนวางบนโต๊ะและเปิดลำโพง เท้ามือบนขอบเก้าอี้จิกเข้าหากันอย่างนึกโมโหในใจกับคำถามของมัน ฟินน์มันเหมือนเด็กน้อยเลยว่าไหม ขี้เยี่ยวไม่ออกก็ต้องโทรหาฉันเหรอวะ ฉันจะช่วยอะไรมันได้เล่า! (“มึงอย่าเงียบ”)

“อะไรอยู่ใกล้มือมึงก็ปิดได้หมด”

(“ฝาหม้อ”)

“เออ! มึงปิดได้มึงส่งมาให้กูดูด้วยนะ” โวยวายใส่ปลายสายจนได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของฟินน์ ชอบแกล้งฉัน มันโรคจิตหรือไงชอบให้ฉันโวยวาย ชอบให้ฉันด่ามันเนี่ย

“ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด เช็ดแผลให้แห้งหาเบตาดีนมาทาและแปบพลาสเตอร์ยา แผลจะได้ไม่โดนเชื้อโรค”

“!”

น้ำเสียงนุ่มลึกละมุนละไมอธิบายยาวเป็นหางว่าว เล่นเอาตัวของฉันแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะเอี้ยวหน้าไปมองร่างสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกและกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีซีด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งมองหน้าฉันผ่านเลนส์แว่นสายตากรอบสีดำ ทรงผมถูกตัดเข้าทรงเปิดข้างและไว้รากไทรนิดๆ

ไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่ฉันถอยออกมาเพื่อให้พี่หนึ่งได้เตรียมรับมือกับฉันอีกรอบ เขาได้ยินหมดเลยเหรอเนี่ย เอิ่ม คงได้ยินฉันวีนฟินน์ตั้งแต่เริ่มเลยหรือเปล่าเนี่ย

“มึงได้ยินแล้วนะ ทำตามที่พี่หนึ่งบอกได้เลยพี่เขาเป็นหมอ”

(“...”) เงียบ ไม่ใช่ว่าตายห่าไปแล้วนะ แต่แผลแค่นั้นคงไม่ทำให้มันตายคาห้องหรอกมั้ง

“แค่นี้นะ กูไม่ว่าง”

พูดรัวเร็วก็กดวางสายเก็บมือถือยัดไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง เหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่หนึ่งและมองมายังสองมือของเขาที่ถือจานอะไรบางอย่างมาด้วย

“เอ่อ พี่หนึ่งเอาอะไรมาเหรอคะ”

“คั่วกลิ้ง” ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปรับจานคั่วกลิ้ง เนื่องจากมันเป็น... อีกหนึ่งอาหารจานโปรดของฉัน

“อ้าว มาแล้วเหรอหนึ่งแล้วไอ้นุล่ะ” พ่อฉันเดินออกมาพร้อมกับถ้วยต้มยำทะเลน้ำข้นสุดแซ่บสีสันคือเผ็ดซี้ด

“พ่อมีเคสด่วนครับ เลยฝากมาบอกคุณอาว่าขอโทษด้วย”

“โอ๊ย ไม่เป็นไรเลย งานสำคัญกว่าปกติอากับพ่อเราก็เจอกันบ่อยอยู่แล้ว”

“เจอกันบ่อยนี่หมายถึงไปนั่งดื่มกันใช่ไหมคะ?” ฉันรู้ทันพ่อที่ทำหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะผายมือให้พี่หนึ่งนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉันและลงมือกินอาหารมื้อที่น่าจะทำให้ฉันมีความสุขมากที่สุดก็ว่าได้

“แล้วพี่หนึ่งเป็นยังไงบ้างคะช่วงนี้ วาดไม่ได้กลับบ้านไม่รู้เลย”

“พี่ฝึกปฏิบัติงานตามวอร์ดต่างๆ ของโรงพยาบาลน่ะ” พี่หนึ่งตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พอเห็นว่าเขาตอบแค่นั้นฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ เนื่องจากฉันห่างหายจากพี่หนึ่งไปนานพอควร แต่ว่าเขากลับ... “วาดล่ะ”

“ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เตรียมทำโปรเจ็กต์จบเทอมหน้าแล้วก็เรียนหนักนิดหน่อย พอไปไหวค่ะ”

“ไม่ไหวพ่อก็ไม่ส่งแล้วนะ อีกแค่ปีเดียวก็จบแล้ว”

“วาดเรียนไหวอยู่แล้วค่ะ ไม่งั้นจะเรียนมาถึงขนาดนี้เหรอ พ่อก็” ย่นจมูกใส่พ่อขณะได้ยินเสียงประตูเปิดขึ้น เพื่อนสาวของฉันสวมเสื้อฮู้ดสีดำกับกางเกงขาสั้น สีหน้าเรียบนิ่งมองพี่หนึ่งและเสมองพ่อฉันพลางยกมือสวัสดีทักทาย “ถ้าแกยังไม่มา ฉันวิ่งไปตามที่บ้านแล้วนะเฟย์”

“โทษที อ่านหนังสือเพลินไปหน่อย” เพื่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างฉัน “ฟินน์โทรมา”

“ห๊ะ!” อุทานออกมาทันทีที่ได้ยินประโยคที่ไม่ควรจะได้ยิน

“บอกว่าแกตัดสายมัน”

“ก็คุยกับพี่หนึ่งอยู่ มันงี่เง่าอะไรอีกล่ะ”

“ไม่รู้ดิ อย่าลืมโทรกลับหามันด้วย เสียงมันดูหงุดหงิด”

“เรื่องของมัน” วันนี้ฉันตั้งใจจะกลับบ้านมาหาพี่หนึ่ง ฉันจะลืมไปว่ามีเพื่อนอย่างมันไปอีกหลายวัน

“ยังไม่เลิกสูบบุหรี่อีกเหรอเฟย์” พี่หนึ่งเอ่ยทักเฟย์ที่กำลังตักน้ำต้มยำซด “พี่ได้กลิ่น”

“เฟย์นี่หนูยังไม่เลิกสูบบุหรี่อีกเหรอลูก” เรื่องนี้ฉันพยายามบอกเฟย์มันอยู่นะ มันก็เหมือนจะสูบน้อยลงไม่งั้นคงไม่ซื้ออมยิ้มมาทิ้งไว้หรอก ปกติมันเคยกินอมยิ้มซะที่ไหนเห็นบอกว่าเวลาปากหวานๆ จะทำให้ความอยากบุหรี่ลดน้อยลง

“ลดแล้วค่ะพ่อ” เฟย์เลือกตอบพ่อฉันแทนการตอบคำถามพี่หนึ่งที่จดจ้องมองเพื่อนไม่วางตา “วาดคอยห้ามอยู่ค่ะ”

“โธ่ ลดได้ลดเถอะลูก เชื่อพ่อ”

“ค่ะ”

“เลิกพูดเรื่องนี้ กินข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด”

บนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย แน่นอนว่าขนาดเฟย์เพื่อนฉันที่ไม่ค่อยพูด พอพ่อฉันถามไถ่เรื่องเรียนก็เปิดปากคุยกับพ่อแบบปกติ หากเป็นคุยกับเพื่อนหรือกับคนอื่นก็คงจะเงียบไม่พูดเหมือนเดิมนั่นแหละ กระทั่งอาหารบนโต๊ะถูกจัดการจนเกลี้ยง พ่อกับแม่ของเฟย์กลับมาก็เลยขอตัวก่อน ส่วนฉันก็ให้พ่อนั่งดูทีวีจิบชาตามประสาคนอายุมาก

“พี่ช่วย”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่หนึ่ง วาดทำเองได้”

“ส่งจานมา” นับเป็นครั้งแรกเลยปะเนี่ยที่พี่หนึ่งมายืนข้างๆ ฉันและช่วยเอาจานล้างน้ำเปล่า ความใกล้ชิด ขนาดส่วนสูงที่แตกต่างกัน พี่หนึ่งสูงเทียบเท่ากับฟินน์เลยนะและที่สำคัญตอนที่แขนของเราสองคนเฉียดกันไปมา รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตเลยให้ตายสิ

“พี่หนึ่งไม่เจอวาดนาน คิดถึงวาดไหมคะ”

“...” เขาเงียบ และด้วยความปากไวอะนะฉันก็ชอบที่จะเดินหน้ารุกพี่หนึ่งเต็มที่ตลอด

“วาดคิดถึงพี่หนึ่ง เลยกลับมาบ้านค่ะ” ชะโงกหน้ามองเขาพลางฉีกยิ้มให้ “พี่หนึ่งต้องเข้าเวรหรือเปล่าคะ”

“มีบ้าง”

“งั้นพรุ่งนี้วาดทำซุปให้พี่หนึ่งไปกินดีกว่า”

“แน่ใจ” พี่หนึ่งเอาจานใบสุดท้ายคว่ำลงบนตะแกง “เดี๋ยวก็ได้เลือด”

“วาดให้เฟย์มันช่วย” หลุบสายตามองมือพี่หนึ่งและเอื้อมไปจับมาบีบเบาๆ “พี่หนึ่งอยู่โรงพยาบาลไหน วอร์ดอะไร บอกวาดด้วยนะวาดจะเอาไปเสิร์ฟให้ถึงที่เลย”

“ถามคุณอา” โบ้ยให้ฉันไปถามพ่อก็แสดงว่าพี่หนึ่งเริ่มใจอ่อนกับฉันแล้วปะเนี่ย “พี่กลับก่อน”

“โอเคค่ะ”

[50%]

-----------------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป