บทที่ 1 ฉันคิดว่าแค่คืนเดียว(1)
บทที่ 1 : ฉันคิดว่าแค่คืนเดียว
เราเจอกันตอนเกือบสี่ทุ่ม
ร้านเหล้าที่เลือกคือแบบมีดนตรีสด ไม่ได้เสียงดังจนต้องตะโกนคุย กลิ่นกาแฟคั่วผสมกลิ่นวิสกี้อ่อน ๆ ลอยมาปะทะตั้งแต่เปิดประตู
ฉันตั้งใจแต่งตัวให้ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ เสื้อยืดยัดในยีนส์สีซีด เล่นปลายผมหยักนิดหน่อย มั่นหน้าแค่พอประมาณ เผื่ออีกฝ่ายไม่รอดจะได้ลุกหนีอย่างมีฟอร์ม
และเขานั่งอยู่ตรงนั้น
โต๊ะริมหน้าต่าง ไฟสลัว โซฟาหนังสีเข้ม กาแฟดำหนึ่งแก้ว เสื้อเชิ้ตพับแขน นาฬิกาหน้าปัดเรียบ กลิ่นน้ำหอมแนวไม้สะอาด ๆ
ครั้งแรกที่เห็นหน้าเขา...ฉันดันลืมหายใจไปสามวิ
เขาหล่อ...แบบที่หลุดมาจากโฆษณาน้ำหอมอะ ไม่ได้จงใจแต่ง แต่โคตรมีเสน่ห์ คิ้วเข้ม ตาเรียวคม ผิวแทน ๆ และท่าทางนิ่ง ๆ เหมือนรู้ว่าตัวเองมีของแต่ไม่ต้องอวด
ถ้าให้พูดตรง ๆ หน้าตาแบบนี้ไม่ควรมาอยู่ในแอปหาคู่เลยปะวะ
เขาเงยหน้าขึ้น เห็นฉันพอดี
"ผักกาด?" เสียงเขาไม่เหมือนในแชต...ต่ำ อุ่น และนิ่งมากจนใจฉันเต้นผิดจังหวะ
"ค่ะ..."
ฉันตอบสั้น ๆ แต่ข้างในคือกรี๊ดเป็นคอร์ด
ฉันเดินไปนั่งข้าง ๆ บนโซฟา ไม่ใช่ฝั่งตรงข้าม ทำเหมือนมั่นใจทั้งที่มือเหงื่อแตก เพลงของ LANY ลอยอยู่เบา ๆ เหมือนมาจัดซีนรองรับโดยเฉพาะ
"เสียงไม่เหมือนเมื่อคืนเลยนะ" เขาพูด ขณะยกกาแฟขึ้นจิบ
"เมื่อคืนเมา วันนี้เขิน" ฉันตอบไปแบบโง่ ๆ และเขายิ้ม...นิดเดียว แต่โลกเอียง
โห...แค่ยิ้มก็กินแล้วปะวะ
ฉันพยายามมองอย่างสุภาพ แต่สายตาทรยศ มันไถตั้งแต่ปลายนิ้วถึงลูกกระเดือกเขา หน้าต่างสะท้อนเงาเราใกล้กันเกินไปหน่อย
"พี่ไม่ได้เล่น ๆ ใช่มั้ย" ฉันถามตรง ๆ เพราะกลัวเสียเวลา
เขาวางแก้วลง มองฉัน แบบมองจริง ๆ
"ถ้าพี่บอกว่าไม่จริงจัง...เธอจะลุกไปตอนนี้เลยมั้ย"
ฉันกลืนน้ำลาย รู้สึกโดนท้ากลาย ๆ
"ไม่รู้สิ ขึ้นอยู่กับว่าคืนนี้พี่จะพาไปไหน"
หางเสียงฉันสั่น แต่ทำเป็นนิ่ง
เขาไม่ได้ตอบ แค่วางมือลงบนต้นขาฉันเฉย ๆ อุ่น จงใจ แต่สุภาพ เหมือนถามโดยไม่ใช้คำพูดว่า 'โอเคนะ?'
ฉันสั่งโซดากับวิสกี้ เขาสั่งเบียร์ เราคุยกันเรื่อยเปื่อย ง่ายกว่าที่คิด พี่ K เป็นคนคุยไม่เยอะ แต่ถามถูกจุด เหมือนรู้จังหวะหัวใจคนฟังดีมาก
ไม่มีประโยคจีบโหล ๆ
ไม่มีโชว์อวดเงิน
ไม่มีฟีลนักล่า
มีแต่ความนิ่งที่โคตรดึงดูด
จนอยู่ดี ๆ เขาก็ถามเสียงต่ำ
"กลับเลยมั้ย"
สามวินาที...
หนึ่ง...เขาอาจเป็นโรคจิต
สอง...ฉันอาจตัดสินชีวิตผิด
สาม...ช่างแม่ง
ฉันพยักหน้า...
..........
เรามาถึงคอนโดเขาเกือบเที่ยงคืน ไม่มีใครพูดอะไร ลิฟต์เงียบ ห้องเขาสีขาว เทา ดำ เรียบ หรู แต่ไม่อวดรวย
กลิ่นโคโลญเจือกลิ่นกาแฟเหมือนในร้าน เป็นกลิ่นของเขา...ไม่ใช่สถานที่
"น้ำไหม" เขาถาม
"ไม่ค่ะ...ขอแค่น้ำจากปากพี่ก็พอ"
ฉันไม่รู้ว่าเอาความกล้าจากไหนมาพูด แต่พูดแล้วจะไปแก้คืนก็ไม่ได้ โทษความเมานั่นแหละ
เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงเหมือนขู่ล่าเหยื่อ
"อย่าพูดแบบนี้ ถ้ายังอยากเดินลงลิฟต์เองตอนเช้า"
ฉันขนลุก จากคำขู่ที่ไม่ได้ทำให้กลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ปลายนิ้วแฉะแตะหลังมือเขา เขาโน้มตัวมาใกล้...ช้า ๆ มืออุ่นประคองท้ายทอย ริมฝีปากแตะกันแบบไม่มีการเกริ่น
จูบเขาไม่ได้เร่าร้อนตั้งแต่แรก แต่มันแม่นยำอย่างกับเคยทำมาก่อนล้านครั้ง และรู้แล้วว่าฉันชอบแบบไหน
เสียงซิปดังเบา ๆ เสื้อฉันถูกถลกขึ้น นิ้วเขาลากผ่านผิวเหมือนตั้งใจ
"หยุดได้นะ ถ้าไม่พร้อม" เขากระซิบข้างหู
ฉันไม่ได้ตอบ แค่จับมือเขา...แล้วดึงให้ลงต่ำกว่าเดิม
มันคือคำตอบที่ดังที่สุด
คืนนี้ไม่มีสถานะ ไม่มีอนาคต ไม่มีสัญญา มีแต่ร่างกายสองร่างที่เลือกกันโดยสมัครใจ
และฉันโง่มากพอที่จะอยากอยู่ต่อ...
..........
ฉันตื่นมาแบบหัวหนัก ๆ แต่ตัวเบาแปลก ๆ
ผ้าปูสีเทาอ่อน...หมอนกลิ่นน้ำหอมผู้ชาย...และห้องที่ไม่ใช่ของฉัน
โอเค ชิบหาย!
ฉันเด้งตัวขึ้นจากหมอนนิดเดียว ก่อนชะงัก เพราะรู้สึกเมื่อยเอวกับต้นขาเฉยเลย
เสียงไดร์เป่าผมหยุดลงพอดี
พี่ K เดินออกมาจากห้องน้ำ ผมเปียก เสี้ยวหน้าหล่อแบบเพิ่งตื่น เขาเช็ดผมไปเรื่อย ๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจว่ามีคนจ้องอยู่
เขาไม่ใส่เสื้อ
มีแค่กางเกงนอนสีขาวบาง ๆ ที่ห้อยต่ำจนเห็นกล้ามท้องเป็นลอน
ผ้าก็ไม่ได้แนบ แต่ดันเผลอทำให้เห็นเงาเป็นสัน ๆ อยู่ด้านหน้า
หัวฉันเงียบไปสิบวิ
โอ้โห...เมื่อคืนคือความจริงเหรอวะ
คือฉันนอนกับผู้ชายแบบนี้จริง ๆ?
เขาเงยขึ้นมามองฉันนิดเดียว เหมือนรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร
"ตื่นแล้วเหรอ"
น้ำเสียงโคตรปกติ เหมือนเมื่อคืนเราแค่เล่นหมากรุกกัน
แต่ภาพที่แล่นขึ้นมาในหัวคือ...
มือเขากดเอวฉัน
เสียงหายใจเรา
แล้วเขาก็...
ฉันหน้าไหม้ น้ำในท้องวูบ ๆ เหมือนจะเป็นลม
พี่ K วางผ้าเช็ดผมบนบ่า เดินมาหยุดตรงปลายเตียง นิ้วไล้ผ้าปูเบา ๆ ก่อนถามด้วยโทนเดิม
"เมื่อยไหม"
คือคำธรรมดา แต่ฉันแทบหายใจไม่เป็น ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ
ทั้งที่ในหัวถามตัวเองรัว ๆ ว่า...
ฉันยอมให้ผู้ชายคนนี้พาฉันกลับมาจริงเหรอ
ยอมจน...เขาแตกไปสองรอบจริงเหรอ
เขายิ้มนิดเดียว มุมปากกระตุกแบบรู้ทัน
"ดีแล้วที่ลุกไหว พี่นึกว่าเช้านี้จะต้องอุ้มลงลิฟต์"
ฉันตาโต
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินไปชงกาแฟเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่มันเกิดแล้วไง และฉันกำลังจะบ้าเพราะมัน
ฉันยังเหม่อไม่เลิก มองแผ่นหลังเปียกน้ำ กับกางเกงบาง ๆ ที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้ ใจเต้นเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอน ทั้งที่แค่ลืมตาตื่น
พี่ K หยุดกดเครื่องชงกาแฟ แล้วหันกลับมาทางฉัน สายตาเฉย ๆ แต่มันมีประกายบางอย่างที่ทำฉันกลืนน้ำลายดังไปหน่อย
"อย่ามองแบบนั้นสิครับ" เขาพูดเรียบ ๆ
ฉันสะดุ้ง "แบบไหน"
เขายกคิ้วนิดเดียว ไม่รีบ ไม่แซว แต่โคตรรู้ทัน
