บทที่ 107 ก่อนคุก...ชื่อมันพังก่อน
ก่อนคุก...ชื่อมันพังก่อน
ห้องอาหารจีนเก่าแก่ย่านสุขุมวิท
โต๊ะกลม ผ้าปูสีขาว ไม่มีป้ายชื่อ ไม่มีนักข่าว ไม่มีคนของพ่อ
มีแค่ผู้ชายสามคน ที่รู้ดีว่าคุยกันเรื่องอะไร
คณิณมาถึงก่อน ไม่ใช่เพื่อแสดงมารยาท แต่เพราะเขาไม่ชอบ ให้คนอื่นเสียเวลารอ
เขานั่งหลังตรง เสื้อเชิ้ตสีเข้ม ไม่มีเสื้อกาวน์ ไม่มีตำแหน่...
เข้าสู่ระบบและอ่านต่อ
บท
1. บทที่ 1 ฉันคิดว่าแค่คืนเดียว(1)
2. บทที่ 2 ฉันคิดว่าแค่คืนเดียว (2)
3. บทที่ 3 พี่ K (1)
4. บทที่ 4 พี่ K (2)
5. บทที่ 5 สัมผัสแรก
6. บทที่ 6 เอ็นอุ่น ๆ/คืนที่ฉันคิดว่าจะลืม...แต่ลืมไม่ได้
7. บทที่ 7 เอ็นอุ่น ๆ/คืนที่ฉันคิดว่าจะลืม...แต่ลืมไม่ได้ (ต่อ)
8. บทที่ 8 ไหวไหม
9. บทที่ 9 Money shot
10. บทที่ 10 Money (ต่อ)
11. บทที่ 11 Morning After ตื่นมาเจองู
12. บทที่ 12 Morning After ตื่นมาเจองู (ต่อ)
13. บทที่ 13 K-Brew
14. บทที่ 14 K-Brew (ต่อ)
15. บทที่ 15 อาจารย์ใหม่
16. บทที่ 16 โดนเท
17. บทที่ 17 โดนเท (ต่อ)
18. บทที่ 18 คอนฟิเดนเชียล
19. บทที่ 19 คอนฟิเดนเชียล (ต่อ)
20. บทที่ 20 ปากอมxxxอยู่เหรอครับไอ้หมอ K
21. บทที่ 21 ปากอมxxxอยู่เหรอครับไอ้หมอ K (ต่อ)
22. บทที่ 22 ครั้งแรกที่ฉันนั่งเรียนกับผัว ONS
23. บทที่ 23 ครั้งแรกที่ฉันนั่งเรียนกับผัว ONS (ต่อ)
24. บทที่ 24 ครั้งแรกที่ฉันนั่งเรียนกับผัว ONS (ต่อ.)
25. บทที่ 25 พี่ K แม่งเล่นกูทั้งคลาส
26. บทที่ 26 พี่ K แม่งเล่นกูทั้งคลาส (ต่อ)
27. บทที่ 27 ไป 'เอา' ที่ห้องพี่สิครับ
28. บทที่ 28 ไป 'เอา' ที่ห้องพี่สิครับ (ต่อ)
29. บทที่ 29 ผู้ชายของฉัน
30. บทที่ 30 ผู้ชายของฉัน (ต่อ)
31. บทที่ 31 ผู้ชายของฉัน (ต่อ)
32. บทที่ 32 เช็ค อนาโตมี หมอมั้ยครับ
33. บทที่ 33 เช็ค อนาโตมี หมอมั้ยครับ (ต่อ)
34. บทที่ 34 เช็ค อนาโตมี หมอมั้ยครับ (ต่อ)
35. บทที่ 35 yesกันได้ แต่ไม่ใช่แฟน
36. บทที่ 36 yesกันได้ แต่ไม่ใช่แฟน (ต่อ)
37. บทที่ 37 yesกันได้ แต่ไม่ใช่แฟน (ต่อ)
38. บทที่ 38 ฟีลแฟน
39. บทที่ 39 ฟีลแฟน (ต่อ)
40. บทที่ 40 cavernosum (เลโก้ K.U.A.Y กายวิภาค)
41. บทที่ 41 cavernosum (เลโก้ K.U.A.Y กายวิภาค) (ต่อ)
42. บทที่ 42 FWB ที่แพ้คนเก่าเสมอ
43. บทที่ 43 FWB ที่แพ้คนเก่าเสมอ (ต่อ)
44. บทที่ 44 เจ็บตรงที่ผู้ชายแบบพี่ K มีจริง แต่มันไม่เคยเป็นของเรา
45. บทที่ 45 เจ็บตรงที่ผู้ชายแบบพี่ K มีจริง แต่มันไม่เคยเป็นของเรา ต่อ
46. บทที่ 46 เจ็บตรงที่ผู้ชายแบบพี่ K มีจริง แต่มันไม่เคยเป็นของเรา ต่อ
47. บทที่ 47 เจ็บตรงที่ผู้ชายแบบพี่ K มีจริง แต่มันไม่เคยเป็นของเรา ต่อ
48. บทที่ 48 ตอน : เจ็บตรงที่ผู้ชายแบบพี่ K มีจริง แต่มันไม่เคยเป็นของเรา พี่ K เหลือบมองฉันเพียงแวบเดียว แต่แวบเดียวของผู้ชายแบบเขา...มันแทนคำพูดมากกว่าคำเป็นร้อยเป็นพัน นิ่ง เรียบ แต่ในคนนิ่งนั้น...ฉันเห็นเงาอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ เหมือนเขากำลัง 'คิด' และ 'กลัว' อะไรบางอย่างพร้อมกัน ฉันไม่รู้ว่ากลัวอะไร แต่สัญชาตญาณบอกว่า...มันไม่ใช่เรื่องเล็ก แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่มันสะเทือนหัวใจฉันเหมือนเสียงระเบิด เขาดูหน้าจอแค่สองวินาที แต่สองวินาทีนั้น...มันทำให้โลกฉันว่างเปล่าเหมือนมีใครดึงออกซิเจนไปจากห้องทั้งหมด "พี่ขอรับสายแป๊บนึงนะครับ" ธรรมดา สุภาพ ไม่แปลก แต่โทนของเขา...มันไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนเขาระวังคำพูดมากไป เบาเกินไป และเหมือนกำลังปกปิดอะไรบางอย่างที่ฉันแตะไม่ถึง เขาเดินออกไประเบียง ปิดประตูเงียบกริบ แต่เสียงของเขากลับลอดเข้ามาเหมือนลอยผ่านกระดูกซี่โครงฉัน ไม่ดัง แต่ 'ระวังใจคนฟัง' "อืม...เดี๋ยวค่อยคุยนะ" "ไม่ใช่ตอนนี้" "ทีหลังนะครับ" เสียงนั้นไม่หวาน ไม่แข็ง ไม่รำคาญ แต่เป็นเสียงของคนที่ 'ยังผูกอะไรบางอย่าง' กับคนในสาย มากพอที่จะพูดดี มากพอที่จะระวังใจ มากพอที่จะไม่กล้าปิดกั้นอีกฝ่าย และนั่นแหละ...คือสิ่งที่เจ็บที่สุด ฉันหนี ตั้งสติหนีไปไกลก่อนน้ำตาจะมา แต่ยิ่งเดินหนี ฉันยิ่งเจอ 'ชีวิตของเขา' อยู่ทุกมุมห้อง ของสะสม อุปกรณ์แพทย์ สมุดเคส สเต็ทโตสโคป ฟิล์ม X-ray ปลาตัวเดียวเหงา ๆ ในตู้กระจก ทุกอย่างดูละเอียด เรียบร้อย และ 'เหงา' จนฉันใจสั่น นี่คือห้องของผู้ชายที่แบกทั้งชีวิตไว้คนเดียว แต่ยังใจดีพอจะรับฉันเข้าไปชั่วคราว ฉันเดินไปแตะเข็มเย็บแผลวินเทจ ของเก่า แต่เขาดูแลอย่างดีเหมือนไข่ในหิน เข็มฉีดยาที่ทำให้เขาดูเป็น 'หมอ' มากกว่าตอนอยู่ข้างนอกเสียอีก ฉันไม่เคยเห็นใครสะสมเข็มเหล็กเก่า ๆ ที่วางเรียงอย่างมีระเบียบ ตามนิสัยของคนที่ต้องจัดการกับชีวิตคนอื่นทุกวัน มันเป็นเข็มที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน เขาสะสมไว้เหมือนที่ผู้ชายบางคนสะสมกันพลา ของทุกชิ้นถูกวางบนชั้นไม้สีเข้ม ขัดจนขึ้นเงา เหมือนห้องของคนรักงาน รักประวัติศาสตร์ และรักอาชีพตัวเองจริง ๆ มีเข็มฉีดยาทำจากแก้วใส หูฟังแพทย์แบบไม้ ชุดเย็บแผลทหารจากสงครามยุคที่ไม่มีไฟฟ้า วางเรียงอย่างเรียบร้อย "ชอบเหรอครับ" เสียงเขาดังขึ้นด้านหลัง ทำฉันสะดุ้งนิด ๆ ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ฉันหันไปมอง ทันเห็นเขากำมือหลวม ๆ เขาหลบตาหนึ่งวิ เขายิ้มน้อยกว่าปกติ เขาถอนหายใจแผ่ว ๆ ฉันทำเป็นทุกอย่างยังปกติ "นี่ของพี่เหรอคะ...มันดูแปลกมาก" เขายื่นมือแตะกล่องเข็มเบา ๆ ราวกับกำลังแตะของมีค่าชิ้นหนึ่ง "ของเก่าครับ" เสียงเขานุ่มแบบคนชอบเล่าเรื่อง "หมอสมัยสงครามใช้กันแบบนี้ครับ...ทำทุกอย่างด้วยมือเปล่า" เขาพูดกับอุปกรณ์เก่า ๆ เหมือนกำลังพูดถึงคนคนหนึ่ง ฉันมองกล่องกำมะหยี่สีกรม ข้างในคือเข็มฉีดยาแก้วใสทั้งแท่ง หัวต่อเข็มเป็นโลหะเงิน มีสเกลสลักบนกระจกเหมือนเจาะลงไปทีละเส้น มันสวยแบบฉันไม่เคยเห็นที่ไหนในโลก "เหมือนของในพิพิธภัณฑ์เลย" พี่ K ก้มลงมองของในมือฉันเหมือนมองของล้ำค่าที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิต "เข็มฉีดยากระจกครับ...ยุคก่อนมีพลาสติก" เขายื่นมือมารับมัน แตะเบามาก เหมือนกลัวว่าถ้าออกแรงนิดเดียว มันจะแตกหรือบาดมือฉัน "สมัยนั้นหมอต้องฆ่าเชื้อด้วยการต้ม ใช้ซ้ำ...ทุกอันมีน้ำหนักเฉพาะตัว" "เวลาจับจะได้ยินเสียงแก้วกระทบโลหะเบา ๆ เหมือนเสียงหัวใจเต้นตอนลุ้นเคสผ่าตัด" ฉันฟังเพลิน ทำไมพี่อธิบายเข็มฉีดยาแล้วดูเซ็กซี่กว่าอธิบายการเย็บแผลอีกร้อยเท่า เขาหัวเราะนิดเดียว เหมือนรู้ว่าฉันกำลังจ้องเขามากกว่าจ้องเข็ม "พี่ชอบมันเพราะ...มันแม่นครับ เวลาจับ มือหมอจะนิ่งกว่าตอนใช้พลาสติก มันบังคับให้เรามีสมาธิจริง ๆ" เงียบไปเสี้ยววินาที...แล้วเขาพูดเหมือนกระซิบ "น่าจะอายุร้อยกว่าปีแล้ว...แต่ยังใช้งานได้" ฉันพยักหน้าแบบคนสนใจใคร่รู้ ชอบในทุกสิ่งที่เขาเล่า "เหมือนบางความรู้สึกนะครับ...เก่าแค่ไหนก็ยังอยู่" น้ำเสียงเขานิ่ง อุ่น แต่มีอะไรบางอย่างค้างอยู่ในหางเสียง ฉันรู้สึกเหมือนโดนเข็มทิ่มกลางอก แวบเดียวเท่านั้น แต่ฉันคิด... พี่หมายถึงแฟนเก่าพี่หรือเปล่า…? ยังไม่ทันได้จมกับคำถามนั้น เขาก็ยื่นเข็มฉีดยาแก้วมาให้ "หนูจับเล่นได้นะครับ...พี่รับประกันว่าไม่บาดมือ" เขาสอดมือทับมือฉันจากด้านหลัง ประคอง กระบอกแก้วพร้อมกัน ฝ่ามือเขาอุ่น ลมหายใจเขาแตะท้ายทอยฉันบาง ๆ ฉันตัวแข็งทื่อเมื่อเขากระซิบใกล้หู "ระวังอย่างเดียว..." ฉันกลืนน้ำลาย "ระวังอะไรคะ" เขายิ้มนิดเดียวแบบโคตรร้าย "ระวังจะเผลอจับผิดแท่งนะครับ...จับเข็มหมอ...หนูจะเจ็บตัว" ฉันก้มมองเข็มหมอที่เขาว่าทันที หน้าร้อนจี๋ เขาหัวเราะเบา ๆ ที่เห็นฉันเลิ่กลั่กเหมือนเด็กโดนจับได้ว่าคิดลามกก่อนหมออีก ดวงตาเขามีประกายบางอย่าง ประกายเดียวกับตอนเขาสอน anatomy แบบจริงจัง ประกายที่ฉันเห็นเมื่อคืนตอนเขากอดฉันแน่นเหมือนกลัวฉันหายไป เขามองเข็มฉีดยาแก้วใส แล้วยิ้มบาง ๆ "พี่ว่ามันสวยดี" พระเจ้า ผู้ชายอะไร มองเข็มเย็บแผลยุคโบราณแล้วใช้คำว่า 'สวย' ได้ และเพราะเขาพูด...ฉันกลับเห็นมันสวยขึ้นมาจริง ๆ เหมือนทุกอย่างที่ผ่านมือเขา ทุกอย่างที่เขามอง ทุกอย่างที่เขาพูดถึงด้วยน้ำเสียงแบบนี้...จะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าไปหมด รวมถึงฉันด้วยหรือเปล่า...ฉันยังไม่รู้เลย ฉันเปิดตู้ไม้ เจอสมุด log เก่า ๆ หมึกซีด ลายมือเบี้ยว เหมือนลมหายใจของคนที่ใช้ชีวิตเกินพลังตัวเองมานาน ฉันหยิบเล่มหนึ่งขึ้น อ่านบรรทัดแรก "Resident วันที่ 9 - OR 19 ชั่วโมง/คนไข้หญิง/shock on table 2 ครั้ง..." "ตอนนั้น...น่าจะสิบกว่าวันไม่ได้นอน" เขาพูดเรียบ ๆ แต่ในความเรียบนั้นมันมีรอยแตกอยู่ลึก ๆ รอยที่เขาไม่เคยให้ใครเห็น "แต่ก็ไม่รู้สึกอยากถอยเลยครับ" ประโยคมันสั้น แต่ความหมายมันหนักมากจนฉันต้องเงียบ เพราะอยู่ดี ๆ ฉันก็เข้าใจเขามากขึ้น ผู้ชายที่อ่อนโยน เพราะผ่านความเหนื่อยเกินมนุษย์ ผู้ชายที่สุภาพ เพราะเคยอยู่กับความตายตรงหน้า ผู้ชายที่นิ่ง เพราะเคยร้องไห้มาก่อนหน้านี้จนหมดแรง ผู้ชายที่ระวังใจคนอื่น เพราะใจเขาเองก็เคยพังมาแล้ว แล้วอยู่ดี ๆ ทุกอย่างในห้องนี้ก็กลายเป็นบาดแผลรูปแบบต่าง ๆ ของเขา ที่ฉันสัมผัสได้แต่รักษาไม่ได้ มันทำให้ใจฉันอ่อน เหมือนกำลังเห็นรอยร้าวเล็ก ๆ ในผู้ชายที่พยายามเข้มแข็งให้กับโลก ยกเว้นหัวใจตัวเอง ฉันเดินไปหน้าตู้ปลา มีปลาน้ำเค็มสีฟ้าตัวเดียวว่ายวนช้า ๆ ในตู้กระจก "ตัวเดียวเหรอคะ" "ครับ" เขาตอบ พลางขยับมายืนซ้อนหลังฉันแบบแนบเกิน ไหล่เขาแทบแตะหัวฉัน "มันขี้อาย...เหมือนใครบางคน" หัวใจฉันหยุดเต้นหนึ่งจังหวะ "แต่มันชอบคนสวย หนูลองเอาหน้าไปใกล้ ๆ เดี๋ยวมันออกมาทัก" ประโยคเบา ๆ แต่แทงมากกว่าคำสารภาพรัก เพราะมันทำให้ฉันรู้ว่า เขา 'เห็นฉัน' ในแบบที่ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามีใครมองเห็นมาก่อน เขาชี้นิ้วแตะตู้เบา ๆ...แล้วปลาก็ว่ายออกมาจริง ๆ "ชื่อ Sirius ครับ" เขากระซิบชิดข้างหู "ดาวที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า" ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังขึ้นมาแบบบ้า ๆ เพราะระยะของเรามันใกล้เกินไป ใกล้จนหัวใจที่ถูกถ่วงจนหน่วงขยับหนีไม่ทัน Stethoscope ที่บอกว่าเขามี 'ความรักแบบลึกซึ้ง' บนผนังอีกด้านคือ Stethoscope แขวนเรียงเหมือนคนสะสมกีตาร์แพง ๆ หลากสี หลากรุ่น แต่ทุกอันสะอาดมากจนสะท้อนเงาใบหน้า ฉันแตะแผ่ว ๆ แล้วถามขำ ๆ "พี่ฟังหัวใจคนเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ" เขามองฉัน ยิ้มมุมปากนิดเดียว แบบคนที่รู้ว่าฉันเขิน "ตอนนี้...ของหนูก็ดังอยู่ใกล้มือพี่นะครับ" ฉันขาอ่อนเฉียบพลัน เหมือนโดนแตะหัวใจตรงปุ่ม on/off พี่ K เล่นกับฉันแบบนี้...แบบที่ทำให้ฉันแพ้ทั้งที่เขาไม่ต้องพยายามอะไรเลย หัวใจฉันล่นลงไปที่พื้น ไม่ใช่เพราะหยอด แต่เพราะเขาจำจังหวะหัวใจฉันได้ ทั้งที่เขาไม่เคยบอกสถานะกับฉันสักคำเดียว ฉันมองฟิล์ม X-ray สีซีด ที่ทำฉันยิ่งอยากค้นหาตัวตนเขา ฉันยกขึ้นส่องไฟ มองไม่รู้เรื่องเลยสักนิด แต่เขาเข้ามายืนข้างหลัง จับข้อมือฉันเบา ๆ พาให้ยกฟิล์มไปมุมที่เห็นชัดขึ้น "นี่...นิ้วหัก" เขาชี้ "นี่...เอ็นขาด" นี่...กระดูกเคลื่อนสวย ๆ" หืมมม...สวย...ฉันขำออกมาเบา ๆ หมออะไรใช้คำว่า 'สวย' กับกระดูกหัก เขาหัวเราะในลำคอ เสียงต่ำมาก "ในสายหมอ...แบบนี้เรียกว่าสวยครับ" และตอนนั้นเอง...ฉันรู้สึกชัดมากว่า ฉันปลื้มผู้ชายคนนี้มากกว่าเดิมอีก มากกว่าเมื่อเช้า มากกว่าตอนเขาอธิบาย anatomy มากกว่าตอนเขาเข้าใกล้ฉันทุกครั้ง แล้วตอนเขาจับข้อมือฉันพาดฟิล์ม X-ray ฉันก็รู้แล้วว่า... มันไม่ใช่แค่ความหวั่นไหว มันคือความรักที่กำลังเติบโต...ทั้งที่ไม่ควรเลย เขาพูดเรื่องกระดูกหักว่า 'สวย' ฉันกลับรู้สึกว่า เขากำลังอธิบายหัวใจตัวเองอยู่เหมือนกัน กระดูกหักที่จัดเรียงใหม่ได้ แต่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เหมือนเขา เหมือนฉัน เหมือนความสัมพันธ์นี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยเรียกฉันว่าแฟน แม้ว่าเขาจะยังรับสายผู้หญิงคนนั้น แม้ว่าเขาจะยังไม่พร้อมให้สถานะกับฉันเลยสักครั้ง แต่ฉันกลับยืนอยู่ท่ามกลางทุกอย่างที่เล่าเรื่องราวของเขา และรู้สึกเหมือนกำลังหลงลึกลงไปในโลกของผู้ชายที่ไม่ได้เป็นของฉัน...นั่นคือความจริง ตอนพระอาทิตย์ตก เขาบอกให้ฉันเอาผ้าทุกอย่างมาซักรวมกัน เสื้อฉันยับยู่ยี่ กระโปรงก็เลอะจาก...อ่า...คราบขาว ๆ ร่องรอยแห่งรักที่เขาฝากไว้บนเส้นใยผ้า ชุดชั้นในที่มีสภาพพอ ๆ กัน ฉันถือไว้แล้วยืนลังเล มันโคตรน่าอาย แต่เขาไม่พูดอะไรเลยสักคำ "หนูซักเองได้ค่ะ" ฉันชิงพูดแบบอยากซ่อนตัวเข้าตู้เสื้อผ้า เขาหันมามองแค่เสี้ยววินาที แล้วพูดนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ แต่น้ำเสียงฟังดูแบบกึ่งบังคับ "เอาใส่มาครับ พี่ซักทีเดียว" ค่ะพี่...อนาคตพ่อของลูกคือแบบนี้ใช่ไหม ฉันเขินจนไส้บิดไปถึงชั้นสตราโทสเฟียร์ ผู้ชายอะไร...อ่อนโยนกับเรื่องที่ผู้หญิงไม่กล้าพูดที่สุด แต่ในเรื่องสถานะ เขากลับเงียบที่สุด แล้วเขาก็พูดอะไรที่ควรผิดกฎหมายใน 47 ประเทศ "คืนนี้หนูจะใส่ของพี่ไปก่อน เขาเหลือบมอง ซ่อนยิ้ม ฉันรู้เลย เขาพยายามที่จะไม่ยื่นมือมาจับตัวฉัน "หรือจะแก้ผ้านอนดีครับ" คิ้วเขากระตุกเหมือนคนกำลังยับยั้งสัญชาตญาณดิบของตัวเอง "หรือถ้าจะให้พี่ไม่ต้องตั้งสติ...ก็แก้ผ้านอนเลยครับ" ฉันแกล้งเอาผ้าขนหนูฟาดไหล่กว้างไปเบา ๆ จริง ๆ คือแพ้ที่คิดคำโต้คารมไม่ทัน เขินจนหน้าแดงเหมือนโดนเผา แต่เขากลับพูดเสียงนิ่ง "เวลาหนูเดินในเสื้อพี่แบบนี้" เขาหายใจเข้าลึก ๆ "พี่ต้องตั้งสติเยอะมากนะครับ" พี่มันผัวชั่วคราวโหมดพังระบบประสาท ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงถูกประกอบจากเสน่ห์ทุกชนิดบนโลก แบบที่ใครอยู่ใกล้ก็แพ้ใจอยู่ร่ำไป ตลกดีนะ คนเราจะ 'ใจดี' กับเราได้มากขนาดนี้ แต่ไม่ยอม 'อยู่กับเรา' แบบชัดเจน ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมยังเปียก หน้าแดงจากแอร์ ขาเปล่า เสื้อลงมาปิดสะโพกนิดเดียว พี่ K ชะงัก เหมือนลมหายใจเขาขาดไปหนึ่งวินาที "แบบนี้...พี่ไม่ชัวร์นะครับ ว่าคืนนี้จะนอนได้จริง" คำว่า ไม่ชัวร์ ของเขาคือฉันเสียววาบตรงกลาง มันหมายถึงเขาบอกเป็นนัย ๆ เตรียมตัวรับศึกหนักได้เลย เขาเดินเข้ามา ยื่นผ้าขนหนูให้ เช็ดผมให้ช้า ๆ แบบใจเย็นที่สุดในโลก "อย่าเดินเท้าเปล่า มันจะป่วยครับ" มือเขาอยู่บนหัวฉัน แต่หัวใจฉันอยู่ในมือเขาแล้วเรียบร้อย หลังเช็ดเสร็จ เขาหยิบไดร์มาเป่าให้ ไล่จากโคนผมลงมาช้า ๆ นิ้วแตะโดนต้นคอฉันเบา ๆ จนขาอ่อน แต่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "พี่...ไม่ต้องทำให้หนูขนาดนี้ก็ได้ค่ะ หนูเกรงใจ" เขาหยุดไดร์ นิ้วเกลี่ยแก้มฉันเบา ๆ เหมือนแตะอะไรที่กลัวจะแตกสลายหายไปในอากาศ "พี่ทำเพราะอยากทำครับ ไม่ใช่ให้ใครเกรงใจ" โอ๊ย...หัวใจฉันจะหล่น ไม่มีผู้ชายดี ๆ แบบนี้อยู่ในโลกที่ฉันอยู่มาก่อนเลย แล้วอยู่ดี ๆ เขามานั่งเช็ดผมฉันแบบนี้ ฉันแพ้แบบลืมทุกสิ่งเมื่อตอนเช้าไปเลย พอผมแห้ง เราไปนั่งดูมุมกรุงเทพฯยามค่ำคืนที่โซฟา เขาปิดไฟ เหลือแค่โคมไฟสีอุ่น บรรยากาศมันนุ่มจนหัวใจฉันเหมือนจะละลายในแก้ว K-brew ฉันนั่งชิดเขาโดยไม่รู้ตัว ไหล่แตะไหล่ ขาแตะขา หัวใจแตะหัวใจ แม้เราไม่ได้พูดมันออกมา ฉันทอดสายตาไปยังแสงไฟจากเมืองใหญ่ คิดวนเวียน เรื่องพ่อ เรื่องแม่ เรื่องเรียน งาน เงิน ความเหนื่อยที่ต้องดิ้นรนคนเดียว ใจวูบเมื่อนึกถึงข้อความจาก 'หมูน้อย' ทั้งหมดบีบอัดใจฉันจนปวดหน่วง แล้วจู่ ๆ น้ำตาฉันก็หยดลงบนแขนเขา เขาหันมามองทันที แต่ไม่ตกใจ ไม่ถาม ไม่เร่งให้พูด เขาแค่ดึงฉันเข้าหา ให้หัวฉันพิงอกเขาเต็ม ๆ อ้อมแขนเขารัดฉันไว้เหมือนโลกทั้งใบกำลังปกป้องฉันอยู่เดียว เขาพูดช้า ๆ เสียงทุ้ม อุ่น ลึก เหมือนผ้าห่มไฟฟ้าที่โอบทั้งร่างฉันไว้ "ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้นะครับ หนูเหนื่อยมานานแล้ว" ทุกคำเหมือนมีมือมาบีบหัวใจฉันเบา ๆ แล้วน้ำตาฉันก็ไหลทันที แบบหยุดไม่ได้ ฉันเอาหน้าซุกอกเขา ร้องไห้เหมือนเสียงที่เก็บไว้หลายปีมันทะลักออกมาทีเดียว เขาไม่พูดเยอะ ไม่ถาม ไม่กดดัน ไม่บอกให้หยุดร้อง มือใหญ่อบอุ่นแค่ลูบผมฉัน...ช้า ๆ สม่ำเสมอ เหมือนกำลังปลอบเด็กที่ขาดอ้อมกอดมานานเกินไป มือของหมอ ช่างเหมือนสัมผัสของคนที่ไม่อยากให้ฉันเจ็บเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ฉันสั่นนิด ๆ เขากอดแน่นขึ้นอีก ซุกหน้ากับแผงอกกำยำใต้เสื้อยืดพอดีตัวสีขาว อกแน่น ๆ กับอ้อมกอดจากท่อนแขนแกร่ง...มันช่างพอดี อุ่น ปลอดภัย และทำฉันร้องไห้เหมือนโลกหยุดหมุน ฉันไม่รู้ว่าร้องไห้ไปกี่นาที รู้แค่ว่าตอนเงยหน้าขึ้นมา แขนเขายังอยู่ที่เดิม มือใหญ่ยังลูบผมฉัน ช้า ๆ อุ่น ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะใต้แก้มฉัน "ง่วงหรือยังครับ" ฉันส่ายหน้า เพราะยังอยู่แบบนี้ไปอีกสักนิด...ในอ้อมกอดอุ่น...อ้อมกอดที่เคยเป็นของคนอื่นมาก่อน แต่ตอนนี้มันเป็นของฉัน ฉันกำลังกอดผู้ชายที่อาจกำลังคิดถึงคนอื่น แล้วหัวใจฉันก็ยิ่งจมลึกกว่าเดิม ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรหวัง แต่ร่างกายฉันกำลังหวังแทนสมองไปแล้ว "ดูหนังกันไหม" เขากระซิบชิดขมับที่เต้นตุบ ๆ คำว่า 'ดูหนัง' ที่ออกจากปากเขา ทำฉันคิดดีไม่ได้เลย ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง แววตาซ่อนความเลิ่กลั่กไว้ไม่มิด "หนังอะไรคะ" เขาหัวเราะในลำคอ ไม่พูด แต่ทำในสิ่งที่ฉันต้องตกใจ สองแขนผวากอดลำคอแกร่งไว้แน่น เขาอุ้มฉันแบบไม่ทันตั้งตัว เดินตรงไปในห้องนอนที่มีเพียงแสงไฟสลัว บรรยากาศที่ทำภาพคืนก่อนแล่นมาในหัวแบบชัดมาก เขาวางฉันลงบนเตียง แล้วกดรีโมต กำแพงสีขาวตรงหน้า...ก็สว่างขึ้น ภาพโปรเจ็กเตอร์สีอุ่นฉายเต็มผนัง เหมือนเราสองคนย้ายมาอยู่ในโรงหนังส่วนตัวที่เงียบที่สุดในโลก "พี่เปิดอะไรเบา ๆ ให้ดู จะได้ไม่คิดมาก" แค่ประโยคนี้ ฉันอยากร้องไห้อีกรอบ ฉันพยักหน้า เพราะพูดไม่ไหวจริง ๆ เขากวาดหาหนังอย่างใจเย็น สไลด์ช้า ๆ เหมือนคนอยากให้ฉันเลือก แต่ก็พร้อมจะเลือกแทนเสมอ "หนังรักนะครับ...จะได้ไม่หนักเกินไป" ฉันไม่รู้ว่าหนังเรื่องอะไรด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าเสียงกีตาร์เบา ๆ กับภาพสีหวาน ๆ บนกำแพงมันทำให้ใจฉันอ่อนยวบไปหมด ฉันขยับตัว เขาดึงฉันกลับไว้บนอก แขนเขารัดเอวฉันไว้แบบเนียน ๆ "นอนตรงนี้ครับ" เสียงเขานุ่มจนฉันใจล่องลอยไปถึงอวกาศ นอนเบียดเขา กอดเขา ซุกหัวกับอกเขา เหมือนร่างกายมันรู้เองว่า 'ตรงนี้ปลอดภัยมาก' อกเขากว้าง อุ่น และเต้นสม่ำเสมอ ฉันรู้สึกเหมือนโลกมันเหลือแค่เราสองคนกับลมหายใจของเราที่ผ่อนออกมาเบา ๆ แขนเขาโอบฉันไว้ นิ้วเขาลูบผิวฉัน เบา นุ่ม ละมุน แต่ละลายกว่าโดนจับจริงเมื่อคืนก่อนอีก ทำไมหมอคนนี้ถึงทำให้ทุกสัมผัสเหมือนยาสลบแบบนี้ คิดพลางเงยหน้ามองเขาแบบไม่ตั้งใจ เขามองกลับลงมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนที่สุดในชีวิตของฉัน "ดีขึ้นไหมครับ" "ค่ะ..." ฉันตอบเบา ๆ เขาใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมออกจากแก้มฉัน สัมผัสเบาจนเหมือนกลัวฉันแตกเป็นผง "ร้องไห้ได้ครับ...ไม่ต้องฝืน พี่อยู่ตรงนี้ทั้งคืน" ฮืออออออ ใครสอนให้ผู้ชายพูดแบบนี้กับคนที่กำลังแตกสลาย ทำไมมันอุ่นจนหัวใจฉันยวบไปหมด สักพักเขาหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวฉัน ดึงฉันเข้าอกตัวเองมากขึ้น มันเหมือนฉันโดนกอดทั้งหัวใจ ฉันกระซิบเบา ๆ เหมือนคนกลัวถูกทิ้ง "พี่...ไม่เบื่อเหรอคะ ดูหนังแบบนี้" เขาก้มมากระซิบเหนือขมับฉัน เสียงลึกแบบที่สะกิดไปถึงปลายเส้นประสาท "พี่ไม่เบื่อครับ...พี่แค่ไม่อยากปล่อยหนูเลย" ฉันตายคาเตียงโดยที่ไม่ต้องมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง โดนแท่งคำหวานเสียบกลางอกโดยไม่ต้องถอดเสื้อผ้า ฉันขยับเข้าไปอีกนิด หน้าแนบอกเขา ขาฉันพาดขาเขาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาไม่ถอย กลับเกร็งเบา ๆ เหมือนกำลัง 'คุมตัวเอง' เราดูหนังด้วยกัน แต่จริง ๆ ฉันแทบไม่ได้ดูเลยสักฉาก ดูไม่รู้เรื่องเพราะฉันมัวโฟกัสแต่ผู้ชายที่กอดฉันไว้ แสงสีอุ่นจากโปรเจ็กเตอร์สะท้อนบนผิวเขา บนแก้มฉัน บนผ้าห่ม บนมือที่กอดฉันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ บนนิ้วสวย ๆ แต่สะอาดจนฉันอาย เหมือนเขาไม่อยากให้ฉันขยับไปไหนทั้งนั้น พอสายตาเริ่มมัวเพราะง่วง ฉันได้ยินเขาก้มลงมากระซิบที่หน้าผากฉัน "หลับเถอะครับ" เสียงเขาเหมือนยาสลบของหมอ ที่กำลังเอามากล่อมประสาทคนไข้ ฟังปุ๊บ สติจะหายปั๊บ ฉันงึมงำ "พี่จะอยู่ตรงนี้เหรอ..." เขาจูบหน้าผากฉันอีกครั้ง เบามาก แต่เบาที่ทำให้ใจฉันหยุดเต้นหนึ่งจังหวะ "พี่ไม่ไปไหนครับ" แขนเขารัดตัวฉัน ฉันซุกหน้าเข้าซอกคอเขา สูดกลิ่นเขาเหมือนเป็นยาให้หลับ เสียงหัวใจเขาเต้นนิ่ง ช้า...มั่นคง เหมือนกำลังร้องกล่อมฉันอยู่ในอกแกร่ง ฉันกุมเสื้อเขาเบา ๆ กลัวหลุดมือ กลัวเขาหาย กลัวตื่นมาแล้วเขาจะไม่อยู่ เหมือนรู้ เพราะเขากดริมฝีปากลงบนผมฉัน แล้วพูดช้า ๆ เหมือนสัญญา "นอนเถอะครับ...หนูปลอดภัยแล้ว" ฉันหลับตา แต่ใจยังไม่หลับ คิดไปถึงตอนเขาชงกาแฟให้ สั่งข้าวให้กิน ล้างจาน ซักผ้าให้ เช็ดผม ฉันร้องไห้ เขากอด ฉันสั่น เขาเปิดหนังให้ดู ฉันพิงอกเขาทั้งคืน ทุกอย่างมันอุ่น ปลอดภัย นุ่ม ละมุน เหมือนฉันเป็นคนเดียวในโลกของเขา แต่พอคิดถึงเสียงปลายสายเมื่อเช้า หัวใจฉันก็หน่วงจนเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง ฉันไม่ได้ร้องเพราะหนังเศร้า ฉันร้องเพราะ...ฉันกำลังตกหลุมรักผู้ชายที่ไม่ได้จับฉันไว้ตั้งแต่แรก แต่เขาก็ยังพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำฉันออกไปจากตรงนี้ไม่ได้ 'พี่ไม่ไปไหนครับ' มันคือคำสัญญาชั่วคราว แต่มันอุ่นพอจะทำให้ฉันลืมว่า เขาเคยอุ่นแบบนี้...ให้ใครมาก่อนฉัน และคืนนี้ ฉันก็ยังเลือกจะนอนในอ้อมแขนเขา ทั้งที่รู้ว่าพรุ่งนี้ หัวใจฉันอาจต้องเก็บเศษตัวเองขึ้นมาทีละชิ้นอีกครั้ง ฉันยังซุกหน้าอยู่บนอกเขา ลมหายใจเขายังอุ่น ฝ่ามือเขายังลูบผมฉันด้วยจังหวะเดิม เหมือนอยากให้ฉันสงบ เหมือนอยากให้ฉันหยุดร้อง เหมือนอยากให้ฉันรู้ว่า...ฉันปลอดภัย ฉันเงยหน้าขึ้นอย่างลังเล อยากมองหน้าเขา อยากเช็กให้ชัดว่าฉันคิดไปเอง หรือเขายังอยู่ตรงนี้จริง ๆ พี่ K มองลงมา ยิ้มบาง ๆ อ่อนโยนจนแทบทำให้ฉันสลายเป็นไออุ่นไปในอ้อมแขนเขา แต่ในวินาทีถัดมา ฉันเห็นมัน... แววตาที่สวยที่สุดของเขา แต่ซ่อนอะไรบางอย่างไว้ลึกมาก ลึกจนฉันรู้สึกเหมือนถูกดึงลมหายใจออกจากปอด มันเป็นแววตาที่...อ่อนโยน แต่ไม่กล้าให้คำสัญญา อบอุ่น แต่ถอยหลังห่างหนึ่งก้าวในใจ รักได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ อยากอยู่ แต่อยู่ไม่ได้ในแบบที่ฉันต้องการ มันคือแววตาของผู้ชายที่กำลังพูดว่า 'อย่ารักพี่จนเกินไปนะครับ' โดยไม่ขยับปากแม้แต่นิดเดียว ยิ่งเขายิ้ม ยิ่งเจ็บเหมือนถูกกรีด ฉันพยายามตีความว่าเขาแค่เหนื่อย แค่ล้า แค่เพลียจากงาน แค่เครียดเรื่องปลายสาย แต่ฉันรู้ ฉันรู้ดีมาก เพราะหัวใจของผู้หญิง...มันแปลภาษาน้ำเสียงไม่ได้ แต่แปลภาษาของดวงตาออกเสมอ เขาลูบแก้มฉันเบา ๆ ยิ้มแบบที่ทำให้ฉันละลายตั้งแต่วันแรก ยิ้มที่ใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ แต่ตอนนี้มันกลับทำฉันเจ็บจนอยากขยับหนี "หายเศร้ายังครับ" เสียงเขานุ่มเหมือนเดิม แต่แววตาเขา...ไม่ได้ถามคำถามเดียวกันเลย ตาของเขาถามว่า 'หนูไหวไหม ถ้าต้องรู้ว่าพี่อาจไม่อยู่กับหนูแบบที่หนูหวัง' ฉันพยายามยิ้มตอบ ยิ้มแบบคนพยายามไม่ร้องอีกรอบ แล้วพยักหน้า เขามองฉันนานกว่าปกติ เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง...บางอย่างที่เขาไม่กล้าพูด เพราะมันอาจทำร้ายฉัน หรือทำร้ายตัวเขาเอง ริมฝีปากเขาขยับนิดหนึ่ง เหมือนจะเอ่ยคำสารภาพ คำอธิบาย หรือคำเตือน แต่สุดท้ายเขาก็เก็บมันกลับเข้าไป เหมือนคนกลืนอะไรแข็ง ๆ ลงคอทั้งที่มันเจ็บ เขายิ้มอีกครั้ง...ยิ้มแบบที่อ่อนที่สุดในโลก ยิ้มที่บอกว่าเขาอยากอยู่กับฉัน ณ ตอนนี้ แต่ไม่ข้ามเส้นที่อาจทำฉันเจ็บในวันหน้า ยิ้มที่บอกว่า...'พี่ชอบหนู แต่พี่กลัวจะทำหนูเสียใจ' ฉันยิ้มตอบ ทั้งที่ในอกเจ็บจนปวดไปทั้งแผง แต่ฉันทำได้แค่นั้น เพราะเขาคือคนที่ฉันอยากเก็บรักษาไว้ แม้จะเก็บไว้ในแบบที่เจ็บก็ตาม ฉันหลับไปในอ้อมกอดเขา ที่อบอุ่นกว่าผ้าห่มทุกผืนบนโลก เขาดึงผ้าห่มคลุมให้ฉัน กดริมฝีปากลงบนหน้าผากฉันแผ่ว ๆ เหมือนกลัวทำฉันแตกสลาย แล้วกระซิบเบามาก เบาจนเหมือนไม่ได้ตั้งใจให้ฉันได้ยิน "อย่ารักพี่มากไปกว่านี้เลย..." ฉันสะดุ้งเล็กน้อย ทั้งที่ทำเป็นหลับอยู่ แต่มือเขากลับลูบผมฉันต่อ เหมือนกลัวฉันจะหนีไปจริง ๆ เขากอดฉันแน่นขึ้นนิดเดียว เหมือนกำลังขอโทษ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักอย่าง ฉันหลับไปในอ้อมแขนเขา ด้วยหัวใจที่รู้ว่า คืนนี้เขาอยู่กับฉัน แต่แววตาเขา...ยังติดอยู่ที่ ๆ ฉันไปไม่ถึง ...... ขอใจคนที่อ่านแล้วแบบโคตรโดนแทงกลางอกหน่อยครับ "เหี้ย...กูก็เคยเป็นผักกาด" "เจ็บแบบนี้แหละที่ติด" "ผู้ชายแบบพี่ K มีจริง แต่มันไม่เคยเป็นของเรา" ต่อ
49. บทที่ 49 เอาใจลงไปเล่นมันจะเกมเอาง่าย ๆ
50. บทที่ 50 เอาใจลงไปเล่นมันจะเกมเอาง่าย ๆ ต่อ
51. บทที่ 51 อย่าบอกใครว่าเราแอบกินกันแล้ว
52. บทที่ 52 อย่าบอกใครว่าเราแอบกินกันแล้ว ต่อ
53. บทที่ 53 N ผัวในความลับ
54. บทที่ 54 N ผัวในความลับ (ต่อ)
55. บทที่ 55 N ผัวในความลับ (ต่อ)
56. บทที่ 56 มึงแตะ กูต่อย
57. บทที่ 57 มึงแตะ กูต่อย (ต่อ)
58. บทที่ 58 ทีหลังก็มา 'เอา' กับพี่
59. บทที่ 59 ทีหลังก็มา 'เอา' กับพี่ (ต่อ)
60. บทที่ 60 limbic system ❎️ หนูทำพี่เงี่ยx เอ้ย หลงหนักมาก ✅️
61. บทที่ 61 limbic system ❎️ หนูทำพี่เงี่ยx เอ้ย หลงหนักมาก ✅️
62. บทที่ 62 limbic system ❎️ หนูทำพี่เงี่ยx เอ้ย หลงหนักมาก ✅️
63. บทที่ 63 ขึ้นไป 'นอน' กันครับ = ขึ้นไป?
64. บทที่ 64 ขึ้นไป 'นอน' กันครับ = ขึ้นไป? (ต่อ)
65. บทที่ 65 มาดูเอ็น เอ้ย มาเอ็นพี่ดีกว่า
66. บทที่ 66 มาดูเอ็น เอ้ย มาเอ็นพี่ดีกว่า (ต่อ)
67. บทที่ 67 โลกของเขา ที่ฉันไม่คุ้นชิน
68. บทที่ 68 เหตุเกิดจากสตอรี่คืนนั้น
69. บทที่ 69 เหตุเกิดจากสตอรี่คืนนั้น (ต่อ)
70. บทที่ 70 เขายังรักกัน
71. บทที่ 71 การบอกลาที่เงียบที่สุด...แต่โคตรเจ็บ
72. บทที่ 72 การบอกลาที่เงียบที่สุด...แต่โคตรเจ็บ
73. บทที่ 73 ระยะที่ใกล้เกินไปสำหรับคนไม่รู้จัก
74. บทที่ 74 ระยะที่ใกล้เกินไปสำหรับคนไม่รู้จัก (ต่อ)
75. บทที่ 75 ระยะที่ใกล้เกินไปสำหรับคนไม่รู้จัก (ต่อ)
76. บทที่ 76 ทางที่ไม่อยากเลือก
77. บทที่ 77 ทางที่ไม่อยากเลือก (ต่อ)
78. บทที่ 78 หมอไม่โกหก...แต่ก็ไม่พูดทุกอย่าง
79. บทที่ 79 หมอไม่โกหก...แต่ก็ไม่พูดทุกอย่าง
80. บทที่ 80 เดินออกมาทั้งที่ใจกองไว้ตรงนั้น
81. บทที่ 81 เดินออกมาทั้งที่ใจกองไว้ตรงนั้น (ต่อ)
82. บทที่ 82 เดินออกมาทั้งที่ใจกองไว้ตรงนั้น (ต่อ)
83. บทที่ 83 อย่าพังเพราะผู้หญิง
84. บทที่ 84 อย่าพังเพราะผู้หญิง ต่อ
85. บทที่ 85 เอา...ไม่เอา
86. บทที่ 86 เอา...ไม่เอา (ต่อ)
87. บทที่ 87 เอา...ไม่เอา (ต่อ)
88. บทที่ 88 สิ่งที่ไม่ควรเห็น 
89. บทที่ 89 สิ่งที่ไม่ควรเห็น (ต่อ)
90. บทที่ 90 พี่ K ที่ไม่ให้ใครลูบคม
91. บทที่ 91 พี่ K ที่ไม่ให้ใครลูบคม (ต่อ)
92. บทที่ 92 พี่ K ที่ทุ่มเงินทั้งแพลตฟอร์มเพื่อจีบเมียย...ในวันที่เธอบล็อกพี่ไปแล้ว
93. บทที่ 93 พี่ K ที่ทุ่มเงินทั้งแพลตฟอร์มเพื่อจีบเมียย...ในวันที่เธอบล็อกพี่ไปแล้ว
94. บทที่ 94 เดตแรก Tinder 2.0 พี่ K หน้ามึน โหมดจีบเมียตัวเองที่บล็อกไปแล้ว
95. บทที่ 95 เดตแรก Tinder 2.0 พี่ K หน้ามึน โหมดจีบเมียตัวเองที่บล็อกไปแล้ว
96. บทที่ 96 เดตแรก Tinder 2.0 พี่ K หน้ามึน โหมดจีบเมียตัวเองที่บล็อกไปแล้ว
97. บทที่ 97 POV พี่ K : คืนที่ผมรู้ว่าเธอไม่มีใครเลย
98. บทที่ 98 POV พี่ K : คืนที่ผมรู้ว่าเธอไม่มีใครเลย
99. บทที่ 99 พี่ K โคตรผัวหมอที่ไม่ยอมเล่นกับระบบ
100. บทที่ 100 พี่ K โคตรผัวหมอที่ไม่ยอมเล่นกับระบบ
101. บทที่ 101 คนละสนาม แต่ยังเล่นเกมเดียวกัน
102. บทที่ 102 คนละสนาม แต่ยังเล่นเกมเดียวกัน
103. บทที่ 103 คนละสนาม แต่ยังเล่นเกมเดียวกัน
104. บทที่ 104 ความรักมีราคาที่ต้องจ่าย
105. บทที่ 105 ความรักมีราคาที่ต้องจ่าย (ต่อ)
106. บทที่ 106 ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่ปล่อยมือจากกัน
107. บทที่ 107 ก่อนคุก...ชื่อมันพังก่อน
108. บทที่ 108 ก่อนคุก...ชื่อมันพังก่อน
109. บทที่ 109 คนที่เลือกยืนอยู่
110. บทที่ 110 คนที่เลือกยืนอยู่
111. บทที่ 111 Epilogue : พวกที่ไม่ขอเครดิต
112. บทที่ 112 After Final : K-brew (อีกแก้วหนึ่ง)
113. บทที่ 113 After Final : K-brew (อีกแก้วหนึ่ง)
114. บทที่ 114 After Final : K-brew (อีกแก้วหนึ่ง)
115. บทที่ 115 บทส่งท้าย
116. บทที่ 116 The end
ย่อ
ขยาย
