บทที่ 1 เล่นเพื่อน

“อืม ลม...”

เสียงหวานครางแผ่วอยู่ข้างใบหูทำคนตัวโตที่กำลังซุกไซ้ซอกคอหอมอมยิ้มพอใจ เขาขยับตัวถอดเสื้อยืดแบรนด์เนมทิ้งลงบนพื้นอย่างรีบเร่ง ดวงตาคมกริบวาบลึกกวาดมองคนตัวบางเปลือยเปล่าที่นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงกว้างของคอนโดมิเนียมสุดหรู

ทั้งที่ในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศเสียเย็นฉ่ำ แต่อุณหภูมิร่างกายของหนุ่มสาวกลับพุ่งสูงสวนทาง

ขวัญข้าว สาวสวยวัยยี่สิบเอ็ดปี นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่สามของมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ตอนนี้ชีวิตพลิกผันจากลูกสาวเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางขนาดใหญ่ กลายมาเป็นของเดิมพันในการแข่งขันประลองความเร็วของแฟนหนุ่ม

เธอยกมือขึ้นปิดบังความใหญ่โตเกินตัวที่มีปลายยอดสีชมพูอ่อนด้วยความอับอายเมื่อเขาเอาแต่จ้องมองไม่หยุด แต่คนเอาแต่ใจกลับปัดมือทั้งสองข้างของเธอทิ้งแล้วนวดคลึงความครัดเคร่งเด้งสู้มือด้วยจังหวะหนักเบาเร้าอารมณ์

“อ๊ะ”

สัมผัสแรกของวัยสาวทำเธอสะดุ้งโหยง เบิกตาโพลง หลุดเสียงครางออกมาด้วยความตกใจ แต่คนที่คร่อมอยู่เหนือร่างซึ่งคุ้นเคยกันมาตั้งแต่จำความได้กลับไม่ยอมหยุด ยังคงเคล้นคลึงอยู่อย่างนั้นจนเธอหอบหายใจสะท้าน

“นมเธอแม่งโคตรใหญ่”

วายุ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สาม ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีผู้ชนะการประลองความเร็วในสนามแข่งกวาดมองเรือนร่างบอบบางขาวสว่างสะท้อนแสงของเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่อนุบาล เขารู้มาตลอดว่าเธอเป็นคนสวย แต่ไม่คิดเลยว่าถ้าไม่มีเสื้อผ้าปกปิด เธอจะสวยจนชายหนุ่มมากประสบการณ์อย่างเขาใจสั่น

“มะ ไม่เอาแล้ว”

“ฉันว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ ข้าวสวย”

เป็นครั้งแรกในรอบเกือบยี่สิบปีที่เขาเรียกเธอว่าข้าวสวย ปกติริมฝีปากหยักได้รูปสีชมพูสดดูสุขภาพดีมักจะพ่นวาจาร้ายกาจออกมาเสมอ จนคิดว่าเขาน่าจะลืมไปแล้วว่าเธอเป็นเพื่อนผู้หญิง

“ตะ แต่ฉัน...”

“แต่เธอทำไม”

ถามพลางขยับตัวถอดกางเกงทั้งตัวนอกตัวในโยนทิ้งลงพื้น ไม่ได้สนใจสักนิดว่าทั้งสองชิ้นจะกระเด็นไปตกอยู่ที่ส่วนไหนของห้อง แล้วโหย่งตัวคร่อมทับเธอเอาไว้ในท่วงท่าล่อแหลมอีกครั้ง

ดวงตาคมกริบวาบลึกที่แปลความหมายไม่ออกคู่นั้นจ้องหน้าเธอนิ่ง มือค่อย ๆ ลูบไล้สะโพกผายผ่านเอวบางคอดกิ่วขึ้นไปยังหน้าอกอวบอิ่มอีกครั้ง ทุกพื้นที่ที่มือเขาเลื่อนผ่านทำขนอ่อนในกายสาวลุกซู่ไปทั่วร่าง

“ว่าไงล่ะ เธอทำไม”

“ฉันว่าเราไม่ควรทำแบบนี้ เราเป็นเพื่อนกัน”

“ตอนนี้ระหว่างเราไม่มีคำว่าเพื่อน ทำหน้าที่ของเดิมพันซะ อย่าให้ฉันต้องหงุดหงิด”

แค่พูดคำที่ไม่ควรพูดอีกครั้ง ร่างใหญ่ก็แสดงสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขากัดกรามแน่นจนสันขึ้นนูนแล้วโน้มลงบดจูบริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูอมแดงทันที

กลีบปากร้อนรุ่มบดเบียดเนิบนาบ เสียงสัมผัสต้องกระทบของเหลวฟังดูเฉอะแฉะลามกทำคนตัวบางหลับตาพริ้ม ขยับปากจูบเขากลับไปในจังหวะเดียวกัน

ในขณะที่มือร้อนผ่าวเลื่อนจากการบีบขยำอกอวบลงมาดันต้นขาเรียวให้แยกออกกว้าง ขยับท่าให้เหมาะสมแล้วเพิ่มความเร่าร้อนลงไปในสัมผัสนั้นอีกเท่าตัวทำเธอร้องครางฮือในลำคออย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

มือร้ายเลื่อนมากรีดไร้รอยแยก ดอกไม้สาวปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมามากมายจนนิ้วลื่นไถลขึ้นลงเมามัน

“อืม น้ำโคตรเยิ้ม”

วายุไต่จูบมายังมุมปาก ลามเลยมาตามกรอบหน้า ก่อนจะซุกไซ้จูบเม้มซอกคอขาวผ่องอย่างเชื่องช้าใจเย็น แต่สัมผัสเนิบนาบชวนฝันทำเอาเธอสั่นสะท้าน หูอื้อตาพร่ามัว หลุดเสียงแห่งความพึงพอใจออกมาอีกครั้ง

“อืม ลม...”

คนตัวบางแหงนเงยหน้า หลับตาพริ้ม เปิดเปลือยลำคอให้เขารังแกถึงแก่น จิกเล็บลงไปบนผ้าปูที่นอนเพื่อระบายความรู้สึกเสียวซ่านครั้งแรกในชีวิต

ร่างกายสั่นระริกที่ดูเหมือนกล้า ๆ กลัว ๆ ทำเขาอมยิ้มละมุน จะว่าเขาชั่วที่ปล้ำได้แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของตัวเองก็ยอม ก็ใครใช้ให้เพื่อนรักของเขาสวยเย้ายวนหอมหวานไปทั้งตัวแบบนี้กันล่ะ

ทว่าเท่านี้มันยังไม่พอ เขาค่อย ๆ ไต่ริมฝีปากร้อนรุ่มลงมาจนถึงหน้าอกอวบใหญ่เกินตัว มันตั้งเต้าตูมสวยงามไม่หย่อนคล้อยสักนิด เล่นงานความรู้สึกของเขาจนต้องกัดกรามกรอดแล้วแลบลิ้นตวัดเบา ๆ บนปลายยอดสีหวานเพราะเริ่มจะควบคุมความต้องการเบื้องต่ำของตัวเองไม่อยู่

“อ๊ะ ลม ไม่เอา”

ร่างงามสะดุ้งโหยงกับสัมผัสแปลกใหม่ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นยันบ่าแกร่ง แต่เขากลับลงลิ้นปาดไล้จนทั่วฐานขนาดเล็ก ก่อนจะตวัดระรัวบนปลายยอดที่แข็งตั้งเป็นไตน่ารัก

เสียงน้ำลายกระทบจุดอ่อนไหวทำกายสาวสั่นสะท้าน เธอจิกเล็บลงบนบ่า สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือเขาอ้าปากดูดปลายยอดสีชมพูรสหวานอย่างเมามันราวกับทารกน้อยผู้หิวโหย

“อ๊า มะ ไม่เอาแบบนี้ ลม”

ความครัดเคร่งเด้งสู้มือทั้งสองข้างถูกเขารังแกสลับกันไปมาจนพอใจ จึงไต่จูบลงมาตามผิวเนื้ออ่อนบางผ่านหน้าท้องแบนราบที่ขมวดเกร็งทุกครั้งที่เขาพ่นลมหายใจร้อน ๆ หยอกเย้า

เนินเนื้ออวบอูมขาวโพลนไร้เส้นขนคือจุดหมายต่อไป เขากดจูบหนัก ๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วจับขาทั้งสองข้างแบอ้าเปิดเผยดอกไม้สาวสีชมพูอ่อนแก่สายตาเป็นครั้งแรก

ดวงตาคมกริบเบิกกว้างตื่นตะลึง ดอกไม้ของเธอสวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา กลีบดอกเล็ก ๆ บอบบางสีชมพูอ่อน ไม่อาจซ่อนติ่งเกสรสาวบวมเป่งไว้ได้ น้ำหวานใส ๆ ไหลเยิ้มเคลือบคลอความสาวจนมันวาววับสะท้อนแสงไฟทำเขาตาพร่า หัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำคร่อมจังหวะแทบเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่

โดยเฉพาะช่องทางรักเล็กแคบปิดสนิทที่มองไม่เห็นทางเข้าราวกับเขาคือภมรหนุ่มตัวแรกที่ได้หลงเข้ามาเชยชม ทุกอย่างที่รวมเป็นเธอมันสวยงามจนเขาหลุดการควบคุม ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน

จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จนชุ่มปอด มุมปากยกยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะปาดลิ้นลากขึ้นลงบนกลีบดอกไม้ช้า ๆ

สัมผัสที่ไม่คุ้นเคยทำเธอกรีดร้องเสียงหลง ขาเรียวสั่นระริกจนน่าสงสาร จึงตอบแทนรสชาติหวานติดลิ้นของหยาดน้ำทิพย์ที่หลั่งไหลออกมาเพื่อเขาโดยเฉพาะด้วยการตวัดปลายลิ้นหนักเบาบนจุดที่ไวต่อความรู้สึก ทำเธอดิ้นพล่านครางกระเส่าอย่างลืมอาย

“อ๊า ลม อื้อ...”

ปากร้ายจูบเม้มบนติ่งเกสรสาวด้วยจังหวะสม่ำเสมอ มือเล็กเลื่อนมากำจิกผมรองทรงสั้นเพื่อระบายอารมณ์ แต่กลับแอ่นเนินเนื้อให้เขาเชยชมสมใจ

คนที่เพิ่งเคยทำแบบนี้ให้ผู้หญิงเป็นครั้งแรกกลับใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาวาดลวดลายจนเธอตื่นเพริดไปทั้งร่าง เขาเร่งเร้าจังหวะตวัดลิ้นสลับกับดูดเม้มเมื่อเธอหยัดเกร็งขึ้นเรื่อย ๆ

ใบหน้าสวยหวานเหยเก คิ้วขมวดมุ่น หลับตาปี๋ เผยอปากร้องครางแทบไม่เป็นภาษา ไม่รู้ว่าจะหลุดพ้นจากความรู้สึกที่ไม่เคยคุ้นนี้อย่างไร

ไม่กี่อึดใจ คนที่ไม่เคยต้องมือชายก็กระตุกเฮือกเสียวสะบั้นสุดปลายเท้า กรีดร้องครางลั่น ถูกจับโยนขึ้นแตกกระจายกลางท้องฟ้าด้วยปลายลิ้นร้ายของเพื่อนสนิท ก่อนจะทิ้งตังลงนอนระทดระทวยเหมือนร่างกายยังล่องลอยอยู่ในอากาศ

“น้ำเธอโคตรหวานเลย”

คนที่ไม่เคยได้ลิ้มรสหยาดน้ำหวานตวัดลิ้นปาดเลียจนหมดทุกหยาดหยด แต่ไม่ลืมดูดเม้มจุดกระสันหนักเบาเรียกความพร้อมให้เธออีกครั้ง

บทถัดไป