บทที่ 3 ไม่ตายก็บุญแล้ว

เสียงทุ้มต่ำครางออกมาเป็นชื่อเธอ บ่งบอกถึงความพอใจอย่างที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ถอนสะโพกสอบออกมาช้า ๆ จนท่อนเนื้อใหญ่ยาวเกือบจะหลุด เหลือเพียงปลายหัวเบ่งบานสีชมพูที่ยังคงเสียบคาอยู่ในนั้นแล้วกดชำแรกลงไปจนสุดโคนอีกครั้งจนเสียงเนื้อกระทบกันดัง ตับ!

“อ๊ะ ลม”

“เจ็บหรือเสียว หืม ข้าว”

“ไม่รู้”

“แปลว่าไม่เจ็บ งั้นฉันทำต่อนะ”

เขากัดกรามแน่น สาวสะโพกเข้าออกในจังหวะเนิบนาบชวนฝัน ทุกครั้งที่เขาขยับครูดท่อนเนื้อ ทั้งคู่ต่างก็สัมผัสได้ถึงตัวตนของกันและกันอย่างชัดเจนจนต้องสูดปากร้องครางระงม

“ดีไหม ข้าว”

เธอไม่ตอบแต่หลับตาพริ้ม เผยอปากร้องครางเบา ๆ อย่างน่ารัก แขนทั้งสองข้างวางหงายนาบกับที่นอน เขาจึงโน้มตัวเข้าหาอีกนิดแล้วสอดจับมือเล็ก กดหลังมือของเธอลงบนที่นอนทั้งสองข้างแล้วตอกสะโพกถี่ขึ้น

เสียงครางหวานหูและสีหน้าที่แสดงออกถึงความเสียวซ่านทำหัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำ ครั้งแรกของเธอทำได้ดีทีเดียว ทั้งเร่าร้อนอย่างเป็นธรรมชาติและน่ารักแสนหวานจนเขาแทบคลั่ง อยากจะทำรุนแรงกับเธอเสียเดี๋ยวนี้แต่ก็ยังไม่กล้า ด้วยกลัวว่าเธอจะบอบช้ำเสียก่อน

ยิ่งกวาดมองใบหน้าหวานและเรือนร่างเปลือยเปล่าแสนเย้ายวน อารมณ์ของเขาก็ยิ่งพุ่งทะยานสูงขึ้นทุกที เธอทั้งสวย ทั้งน่ารัก เสียงครางหวาน ๆ ที่หลุดออกมาโดยไร้จริต ไหนจะหน้าตาเหยเกแบบที่ไม่สามารถบังคับตัวเองได้เพราะความไร้ประสบการณ์ ยิ่งทำเอาเขาอยากแตกกระจายในกายเธอลึก ๆ เสียเดี๋ยวนี้จนสั่นไปทั้งตัว

“ไม่เจ็บแล้วสินะ”

คิดเองเออเองจบก็ตอกสะโพกกระแทกท่อนเนื้อใหญ่ยาวเข้าออกในร่องรักฉ่ำเยิ้มด้วยจังหวะเร่าร้อน ก่อนจะเร่งเร้าขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเธอปรือตามองเขาอย่างเว้าวอนราวกับกำลังทรมานแทบขาดใจ

“ฮืม ต้องการอะไร ข้าว บอกฉันสิ”

“มะ ไม่รู้ ลม ฉัน...ฉัน...อ๊ะ”

“เธอกำลังจะเสร็จ เสร็จเลยสิ แตกกับของฉัน อ่า”

สะโพกสอบตอกอัดกระแทกกระทั้นถี่ยิบทันทีที่เธอเริ่มหยัดเกร็ง ใบหน้าสวยหวานเหยเก คิ้วขมวดมุ่น มองสบตาเขาไม่มีเลี่ยงหลบ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนก้องแข่งกับเสียงหัวเตียงกระแทกผนังตามจังหวะอัดสะโพก เขาลดตัวลงนอนทาบทับในขณะที่ดวงตาสองคู่ยังมองสบกันตลอดเวลา ต่างร้องครวญครางด้วยความกระสันซ่านราวจะขาดใจ

เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างงามก็เกร็งกระตุกสะท้านเฮือกสั่นระริกเสียวสะบั้นสุดปลายเท้า กอดรัดรอบแผ่นหลังกว้าง กรีดร้องเสียงหลง ถึงจุดสุดยอดจากการมีเซ็กซ์ครั้งแรกในชีวิตกับเพื่อนสนิท

ในขณะที่เขากระแทกสะโพกสุดแรงย้ำ ๆ หลายครั้ง ก่อนจะตอกพรวดดำดิ่งสุดโคนเสียงดังตับ! พร้อมกับเสียงร้องคำรามลั่น ร่างกายสั่นสะท้าน บั้นท้ายเกร็งกระตุกแน่น แล้วค่อย ๆ ตอกสะโพกเนิบนาบแผ่วเบาเสือกไสท่อนร้อนเข้าออกเชื่องช้า ปลดปล่อยน้ำรักในผนังบอบบางจนลึกสุดใจ

“ข้าว อืม...”

ดวงตาหรี่ปรือมองเพดานห้องสีขาวและไฟที่สว่างจ้าทำเธอตาพร่า ในขณะที่แขนยังคงกอดรัดรอบแผ่นหลังกว้างของผู้ชายคนแรกในชีวิตที่สอนว่าความรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะขาดใจตาย...มันเป็นอย่างไร

“เจ็บไหม”

ยังไม่ทันที่หัวใจทั้งสองดวงจะกลับมาเต้นในจังหวะปกติ เขาก็เอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ทั้งยังพ่นลมหายใจร้อน ๆ รินรดซอกคอของเธออย่างต้องการหยอกเย้าในที

“เจ็บสิ ถามได้ ไม่ตายก็บุญแล้ว”

“ก็ไม่เห็นตายนี่ ดีใจด้วยนะ เธอรอดแล้ว”

พูดจบก็จูบขมับชื้นเหงื่ออย่างหลงใหล กลิ่นตัวเธอหอมประหลาด ทุกส่วนในร่างกายบอบบางส่งกลิ่นยั่วยวนจนอยากจะฝังจมูกลงไปทั้งวันทั้งคืน

น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้เลย ว่านอกจากกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เธอมักจะฉีดประจำแล้ว เธอยังมีกลิ่นกายสาวเป็นกลิ่นแฝงด้วย

“ลงไปสิ นอนทับอยู่ได้”

“เดี๋ยว คุยกันก่อน”

เขาไม่ได้ขยับตามแรงผลักอันน้อยนิด แต่กลับยอมถอดถอนท่อนเนื้อออกมาจากความสาวที่เอาแต่คอยดูดรั้งเขาเอาไว้

เมื่อทั้งคู่เป็นอิสระต่อกัน น้ำรักขาวขุ่นที่ผสมเลือดสาวบริสุทธิ์ก็ไหลลงกองบนผ้าปูที่นอนสีขาวเป็นด่างดวง ใกล้กันนั้นมีรอยหยดเลือดสีแดงสองสามจุด

สัมผัสที่เหมือนมีอะไรไหลออกมาจากร่างกายทำคนตัวบางเอามือไปสัมผัส ยกมือขึ้นดูก็เห็นเป็นน้ำสีขาวขุ่น อยากรู้ว่ามันคือน้ำของใครกันแน่จึงเอามาดม ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อกลิ่นมันคาวคลุ้งไม่คุ้นเคย

“นี่น้ำอะไร”

“น้ำของฉันไง ขอโทษนะ เมื่อกี้แตกใน”

ดวงตากลมเบิกกว้างตกใจจนแทบช็อก ก่อนที่เขาจะทำอะไรเธอก็เห็นว่าฉีกซองถุงยางอนามัยไม่ใช่หรือ เขาน่าจะสวมมันไปแล้วสิ แล้วทำไมถึงได้เป็นแบบนี้

“แกใส่ถุงไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม...”

“ไม่ได้ใส่ โยนทิ้ง”

“ไอ้ลม”

“เรียกฉันให้มันดี ๆ หน่อย วันนี้สองรอบแล้วนะยัยข้าวสาร”

เมื่อหมดห้วงอารมณ์พิศวาส ชื่อที่เคยเรียกมาตลอดหลายปีก็หลุดออกจากปากเขาทันที

“แล้วทีแกล่ะ เรียกฉันข้าวสารอีกแล้ว”

“เหอะ ต่อไปนี้จะเรียกข้าวสารไม่ได้แล้วสินะ ก็ข้าวสารมันกลายเป็นข้าวสุกแล้ว”

“พูดบ้าอะไร คนโง่อย่างแกเข้าใจด้วยเหรอว่ามันหมายถึงอะไร”

“เข้าใจแล้วกัน”

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ แกโยนถุงยางทิ้งตอนไหน แกบ้าไปแล้วเหรอ”

“ก็โยนทิ้งตอนก่อนที่จะเสียบเธอนั่นแหละ เธอไม่เคยมีใครนี่ ฉันไม่ต้องใช้ถุงก็ได้”

เอาเรื่องความปลอดภัยของโรคติดต่อจากฝั่งเธอมาอ้าง แต่ความจริงแล้วเขาอยากสัมผัสเธอแบบที่ไม่มีอะไรมาขวางมากกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงคิดแบบนี้ ทั้งที่ตลอดมาไม่เคยสักครั้งที่จะแหกกฎ

รวมถึงเรื่องที่เขาใช้ปากกับส่วนนั้นของเธอก็ด้วย ตั้งใจมาตลอดว่าจะไม่มีวันใช้ปากกับส่วนนั้นของผู้หญิงที่ไม่ได้คบหากันในสถานะแฟนเด็ดขาด ซึ่งตลอดมาเขาก็ไม่เคยมีแฟน

“โคตรประมาทเลย ถ้าฉันท้องขึ้นมานะ จะเอาเลือดหัวแกออกให้ดู”

พูดพลางขยับตัวลุกขึ้น แต่กลับต้องสูดปากเมื่อส่วนนั้นมันแสบขัดร้าวรานเกินจะทน

“เจ็บชะมัด อันตั้งใหญ่ ยัดเข้ามาได้”

“เป็นผู้หญิง พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย ฉันบอกแม่หลายครั้งแล้วว่าเธอมันสร้างภาพ ทำตัวน่ารักต่อหน้าแม่ฉัน ที่ไหนได้เธอมันกร้านโลก”

“กร้านโลกแล้วจะเหลือซิงให้แกทะลวงหรือไง ไม่ต้องพูดมาก ไปส่งฉันที่บ้านด้วย”

เธอขยับตัวลงจากเตียง แต่วายุกลับตามไปดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระเตงอุ้มเธอเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

“แกจะทำอะไรเนี่ย”

ร่างบางถูกจับให้นั่งลงในอ่างอาบน้ำ แม้จะมีช่วงเวลาร้อนแรงกันมาแล้ว แต่ก็อดที่จะรู้สึกกระดากอายไม่ได้อยู่ดี จึงจะหนีออกจากห้องน้ำไปก่อน

“อาบน้ำไง อย่าดื้อนะข้าว นั่งลงไปดี ๆ หรือต้องให้ฉันเอาเธออีกครั้งในห้องน้ำ ถึงจะยอมอาบน้ำกับฉันได้”

“แกอยากอาบก็อาบไปก่อนสิ จะลากฉันมาด้วยทำไม ฉันไม่อาบน้ำกับแกนะ”

“ดื้อ อยากโดนเอามากกว่าอยากอาบน้ำสินะ มานี่เลย”

ร่างบางลอยหวือขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก เขาโน้มลำคอระหงลงมาบดจูบอย่างเร่าร้อน เธอดิ้นรนทุบตีเขาจนน้ำในอ่างแตกกระจาย ก่อนทุกอย่างจะสงบลงพร้อมด้วยเสียงน้ำกระฉอกเบา ๆ เป็นจังหวะโยกกายของคนตัวบางที่ถูกสอนบทเรียนรักบทใหม่อีกหลายครั้ง

เนิ่นนานจวบจนแสงแรกของพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ร่างงามที่ถูกตอกกระแทกบนเตียงจนขยับโยกรุนแรงก็หยุดลง พร้อมกับเขาที่คำรามลั่น เสร็จสมในกายเธอจนลึกสุดจะลึกเป็นครั้งสุดท้าย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป