บทที่ 5 พวกมึงจะเอาไหม

ร่างใหญ่ทรุดฮวบทับเธออย่างหมดเรี่ยวหมดแรง เธอเองก็ไม่ต่าง หลับตาพริ้ม หอบหายใจสะท้านจนตัวโยน หัวใจสองดวงเต้นกระหน่ำสะท้อนออกมานอกอกจนอีกฝ่ายสัมผัสได้

“เสียวไหม”

“อือ เลิกถามได้หรือยัง”

“ตอบมาก่อนสิ ว่าชอบที่ฉันทำหรือเปล่า”

“ไม่ชอบ”

สะบัดเสียงตอบด้วยความไม่พอใจ ตั้งแต่ที่คบกันมาเกือบยี่สิบปี เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนแม้จะปากร้ายแต่ก็ตามใจเธอเสมอ

ยกเว้นเมื่อคืน...ที่เขายืนยันว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไป ถ้ายังไม่ได้นอนกับของเดิมพันอย่างเธอ

ไม่อยากเชื่อเลย ว่าชีวิตของเธอช่วงนี้มันจะซวยซ้ำซวยซ้อนจนแทบจะอยากหนีไปบวชอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร

ใครจะคิดว่าขวัญข้าวผู้เป็นลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าของโรงงานผลิตครีมบำรุงผิวและอาหารเสริมความงามขนาดใหญ่ที่มีคิวการผลิตยาวเหยียดตลอดทั้งปีจะพลิกผันได้ขนาดนี้

เธอเกิดมาบนกองเงินกองทอง เป็นที่รักของพ่อแม่และพี่ชายที่อายุมากกว่าเธอเพียงหนึ่งปีเท่านั้น ชีวิตของเธอครบสมบูรณ์ ได้อยู่บ้านหลังใหญ่หรูหรา ได้เรียนในโรงเรียนดี ๆ ที่ค่าเทอมแพงที่สุด แถมยังมีเพื่อนบ้านที่น่ารักซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนแรกของเธอและอยู่ในชีวิตยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้

วายุ เด็กชายหน้าตาหล่อเหลา เขาชอบกวนประสาท ขี้แกล้ง ปากเสีย แต่ก็ตามใจเธอเสมอ เธอกับเขาเรียนอยู่ที่เดียวกันตั้งแต่จำความได้ ยันในระดับมหาวิทยาลัย แม้จะอยู่คนละคณะแต่ก็ยังเป็นที่เดียวกันอยู่ดี

พ่อแม่ของเขาน่ารักและใจดีกับเธอมาก เธอสนิทกับแม่ของเขาจนแทบจะเป็นเหมือนแม่ของตัวเองก็ไม่ปาน แถมเขายังสนิทสนมกับพี่ชายและครอบครัวของเธอจนต่างเข้านอกออกในบ้านรวมไปถึงห้องนอนส่วนตัวของอีกฝ่ายด้วย

แม้ว่าเมื่อเธอกับเขาเติบโตขึ้น เขาจะกลายเป็นคนเจ้าชู้ เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย แต่เขาก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนเท่าเธอ

และทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเธอมีแฟน เขาพยายามห้ามไม่ให้เธอคบกับผู้ชายคนนี้ แต่เธอดันหลงงมงายไปกับความเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมจนกลายเป็นคนโง่ให้ผู้ชายคนนั้นหลอก

อะไรก็ไม่เจ็บใจเท่าเธอต้องเสียรู้ด้วยความไว้ใจ จนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เหมือนอย่างตอนนี้

เธอโทษว่ามันเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อวันหนึ่งเธอตื่นมาพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อพ่อแม่บอกว่าโรงงานผลิตเครื่องสำอางของพวกเธอกำลังจะไปไม่รอด ถูกฟ้องร้องจากแบรนด์เครื่องสำอางหลายแบรนด์เนื่องจากโรงงานของเธอไม่สามารถผลิตเครื่องสำอางส่งได้ตามกำหนดจากการขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนักหลังจากที่เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมชื่อดังปฏิเสธการจ่ายเงินค่าผลิตสินค้าที่ทางโรงงานส่งให้ล็อตล่าสุดซึ่งเป็นล็อตใหญ่ที่ใช้เวลาผลิตรวมกันนานหลายเดือน ด้วยเหตุผลว่าสินค้าล็อตนี้ไม่ได้มาตรฐาน แต่กลับรับสินค้าไป ไม่ยอมตีกลับคืนมาอย่างที่ควรจะเป็น

พ่อกับแม่ของเธอกำลังวิ่งเต้นและทำทุกวิถีทางที่จะเคลียร์เรื่องพวกนี้ พยายามยื่นกู้ธนาคารเพื่อหาเงินทุนมาผลิตสินค้าให้กับแบรนด์อื่นและใช้จ่ายเพื่อพยุงกิจการเอาไว้

แต่จนแล้วจนรอด เรื่องคดีความก็ยังไม่คืบหน้า แถมธนาคารยังแบ่งรับแบ่งสู้ที่จะอนุมัติวงเงินให้และขอเข้ามาตรวจสอบรายละเอียดอีกหลายอย่าง

ถึงอย่างนั้นสถานการณ์ทุกอย่างมันก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงขั้นโรงงานจะถูกปิดตัวลงในเร็ว ๆ นี้  เพียงแต่พ่อแม่บอกความจริงเอาไว้ให้เธอกับพี่ชายรับรู้ เผื่อว่าวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้น เธอและพี่ชายจะได้ไม่ตกใจมาก

หลังจากนั้น เธอและพี่ชายจึงหางานพิเศษทำหลังเลิกเรียน ไม่สนใจคำครหาของใคร ที่ทำแบบนี้ก็เพียงแค่ตั้งใจจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อกับแม่ลงเท่านั้น

เมื่อสถานการณ์ทางบ้านของเธอเปลี่ยน คนรักที่ทะนุถนอมเธอราวไข่ในหินก็เริ่มเปลี่ยนไป

ภาพสองวันก่อนที่จะถึงคืนอัปยศนี้แล่นเข้ามาในสมองเป็นฉาก ๆ

“นะครับ ข้าวไปกับผมนะ ผมอยากได้กำลังใจจากข้าว”

ดีแลน หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีค่าเทอมแพงติดอันดับรบเร้าแฟนสาวที่กำลังเก็บจานซึ่งลูกค้ากินแล้วใส่ถาด

“ข้าวไปไม่ได้ค่ะ ข้าวต้องทำงานทุกเย็น คุณก็เห็น”

คนหล่อถอนหายใจ มองดาวมหาวิทยาลัยด้วยความรำคาญ เมื่อก่อนเขาภูมิใจมากที่มีเธอเป็นแฟน ไม่ว่าจะพาไปที่ไหนก็มีแต่คนอิจฉา เพราะเขาได้ผู้หญิงที่ทั้งสวย ทั้งเรียนเก่ง และทั้งร่ำรวยติดอันดับ

แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ที่คุณหนูขวัญข้าวต้องมาทำงานงก ๆ ทุกเย็นหลังเลิกเรียน แม้แต่วันเสาร์อาทิตย์ยังไม่เว้น จนเขาแทบไม่ได้มีเวลาพาเธอไปเที่ยวกันสองต่อสองอีกเลยหลายเดือนแล้วจนเริ่มเซ็ง

“แค่ค่าเทอม ผมจ่ายให้ข้าวก็ได้ มันจะอะไรขนาดนั้น ที่ทำอยู่ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง งานบริการ ไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี ข้าวคือขวัญข้าวนะ คือดาวมหา’ลัย คือแฟนของดีแลน จะทำอะไรคิดถึงหน้าผมบ้าง”

“ข้าวไม่ใช่ขอทานที่จะคอยแบมือรับเงินจากคุณฟรี ๆ  ยอมรับค่ะว่าตอนนี้ข้าวโคตรเหนื่อยเลย แต่พ่อแม่ข้าวเหนื่อยกว่านี้อีกที่ต้องประคองทุกอย่างให้ผ่านไปแต่ละวัน ถ้าคบกับข้าวแล้วมันน่าอับอายมาก จะเลิกกันก็ได้”

ดีแลนเบิกตาตกใจ ตั้งแต่ที่คบหากันมา ไม่ว่าจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน แต่ไม่เคยได้ยินคำนี้จากปากของเธอ

“ข้าว...ผมขอโทษ ผมแค่ผิดหวังที่ข้าวจะไปเชียร์ผมไม่ได้ คู่แข่งคนอื่นมีแฟนไปเชียร์ ถ้าผมไม่มีข้าวไปด้วย ผมจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาแข่งล่ะครับ”

เสียงออดอ้อนและแววตาลุแก่โทษทำให้เธอใจอ่อน ถอนหายใจพรืดแล้วจับมือเขาแน่น

“ดีแลน ข้าวขอโทษเหมือนกันนะคะ ข้าวเองก็หงุดหงิด ข้าวอยากไปกับคุณนะ แต่วันนั้นมันลางานไม่ได้จริง ๆ เพราะเพื่อนอีกคนยื่นใบลาไปก่อนหน้านั้นแล้ว เอาแบบนี้ได้ไหม คุณแข่งกี่โมง ข้าวเลิกงานแล้วจะรีบตามไป ดีไหม”

“ผมเริ่มลงสนามจริง ๆ ก็น่าจะห้าโมงเย็นครับ แต่ผมจะไปอยู่ที่นั่นแต่เช้า งั้นถ้าข้าวมาแล้วผมเตรียมตัวจะลงสนามแล้วก็ไปนั่งที่เดิมของเรานะครับ โอเคไหม”

“โอเคค่ะ ข้าวจะไปให้ได้นะ ไม่ต้องห่วง”

เมื่อเลิกงานพิเศษในวันเสาร์แล้ว ขวัญข้าวก็ตรงดิ่งกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะตามคนรักไปที่สนามแข่งรถชื่อดังที่เคยมากับเพื่อนสนิทและพี่ชายหลายครั้ง และสถานที่แห่งนี้ก็เป็นที่ที่เธอกับเขาพบรักกัน

เธอนั่งลงบนอัฒจันทร์ข้างสนาม ด้านล่างมีชายหนุ่มนักแข่งที่แต่งกายด้วยชุดสุดเท่ยืนอยู่นับสิบคน แต่คนที่โดดเด่นทะลุชุดเซฟตี้สีดำแบรนด์ดังออกมาเห็นจะเป็นวายุ เพื่อนสนิทของเธอ และดีแลน คนรักของเธอเท่านั้น

ดีแลนที่หน้าตาเคร่งเครียด เมื่อหันมาเห็นเธอก็ยิ้มกว้าง โบกไม้โบกมือทักทายแล้วพูดอะไรกับคู่แข่งนับสิบ ก่อนคนทั้งกลุ่มจะหันมามองยังเธอเป็นตาเดียวกันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยกเว้นเพียงเพื่อนสนิทของเธอคนเดียวที่หน้านิ่วคิ้วขมวด มองไกล ๆ ยังสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต

“มึงว่าอะไรนะ ดีแลน”

ชายหนุ่มชุดสีแดงเอ่ยถามย้ำ ก่อนจะเหลือบมองไปยังหญิงสาวแสนสวยที่ติดตามวายุมาที่สนามแข่งเสมอ ก่อนที่เธอจะเสร็จเพลย์บอยอย่างดีแลน

“กูบอกว่าวันนี้กูโดนไอ้แชมป์เล่นจนหมดตูดแล้ว กูจะเอาแฟนกูวางเดิมพันแทนเงินสองแสน พวกมึงจะเอาไหม”

“เฮ้ย ไอ้เหี้ย...เอาสิวะ”

เสียงหัวเราะครึกครื้นดังขึ้น แต่มีเพียงคนเดียวที่ยืนกัดกรามกำหมวกกันน็อกสีดำที่อยู่ในมือแน่น ๆ

“ยัยนั่นมันแฟนมึงนะ”

วายุค้าน แม้จะไม่ได้สนิทสนมกับดีแลนนัก แต่ก็เจอกันบ่อยตามสนามประลองความเร็วที่เขารักเป็นชีวิตจิตใจ จึงพอจะรู้จักนิสัยใจคอลึก ๆ ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดี ทั้งที่เขาเตือนเพื่อนสนิทเสมอมาแต่เธอก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็ถูกเอามาวางแทนเงินเดิมพันเสียได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป