บทที่ 10 มีฉันอยู่ทั้งคน
หนึ่งเดือนต่อมา...
กระแสลมพัดเอื่อยพาเกลียวคลื่นน้อยใหญ่บนผิวน้ำให้แลดูพลิ้วไหว เถ้าอังคารที่ค่อยๆ จมหายไปในสายธารไร้เส้นทางย้อนกลับ ราวกับจะย้ำเตือนถึงความจริงอันแสนเจ็บปวด
“เรื่องแม่... ฉันเสียใจด้วยนะเพื่อน แกอย่าร้องไห้เลยนะมุก... คนเรามันก็มีแค่นี้แหละ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเดินทางไปจุดเดียวกันทั้งนั้น”
แทนคุณเอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม สายตาทอดมองเพื่อนสาวข้างกายด้วยความห่วงใยจับใจหลังจากพิธีลอยอังคารเสร็จสิ้นลง
“ชีวิตนี้... ฉันก็เหลือแค่แม่คนเดียวแล้วนะแทน” มุกสลิลเปรยขึ้นเบาๆ น้ำตาเม็ดโตคลอเบ้า นัยน์ตาสบมองสายน้ำที่ไหลลับไปไม่มีวันย้อนคืน วินาทีนั้นความเหงาและว้าเหว่ถาโถมเข้าใส่จนอกข้างซ้ายบีบเค้น
“อย่าคิดอย่างนั้นสิมุก... แกยังมีฉันอยู่ทั้งคนนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่มีวันทิ้งแกไปไหนหรอก” แทนคุณยกฝ่ามือหนาขึ้นตบไหล่บางเบาๆ เพื่อส่งผ่านความเข้มแข็ง
“ฮึก... ฮือๆๆ”
ความอบอุ่นแผ่ซ่านจนมุกสลิลไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป เธอปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร แทนคุณจึงดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดเอาไว้ อกแกร่งรับเอาน้ำตาและความเจ็บปวดของเธอไว้ทั้งหมด ท่ามกลางสายตาของวรภพที่กำลังเดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี พ่อเลี้ยงหนุ่มจ้องมองภาพสองชายหญิงแนบชิดกันด้วยความหมั่นไส้และขุ่นเคืองอยู่ลึกๆ
เมื่อมุกสลิลคลายความสะอื้นลง ทั้งสองจึงพากันเดินขึ้นมาจากท่าน้ำ หญิงสาวเหลือบไปเห็นวรภพยืนรออยู่ จึงหันไปบอกให้แทนคุณล่วงหน้ากลับไปก่อน แล้วเธอจะรีบตามไป
เงินประกันชีวิตส่วนหนึ่งจากมารดาถูกส่งมอบให้มุกสลิล เด็กสาวตั้งใจจะเก็บมันไว้เป็นทุนการศึกษาจนกว่าจะจบปริญญาตรี ทว่าด้วยความเกรงใจ เธอจึงเอ่ยถามพ่อเลี้ยงหนุ่มว่าต้องการเงินส่วนนี้หรือไม่ ซึ่งคำตอบของเขาก็ทำให้หัวใจที่บอบช้ำรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาบ้าง
“มุกเก็บเอาไว้ใช้เถอะ... อาทำงานแล้ว อายังพอหาเลี้ยงตัวเองได้” สิ่งนี้เองที่ทำให้เธอยังรู้สึกว่า อย่างน้อยเขาก็ยังมีเนื้อแท้แห่งความดีงามหลงเหลืออยู่บ้าง
“แล้วสรุปว่าหนูมุกจะย้ายไปอยู่หอพักกับเพื่อนจริงๆ เหรอ” วรภพเอ่ยถาม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวาน
“ค่ะ” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เพื่อนผู้หญิง... หรือเพื่อนผู้ชายล่ะ”
“มุกจะไปพักอยู่กับเพื่อนผู้หญิงค่ะ”
มุกสลิลเลือกที่จะโกหกออกไป เธอไม่กล้าบอกความจริงว่าอาศัยอยู่กับแทนคุณ เพราะวรภพพยายามพูดกรอกหูเธอมาตลอดว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ ซึ่ง รสรินทร์ เพื่อนสาวอีกคนก็ยินดีช่วยปกปิดให้ เพราะในช่วงที่แม่ของเธอนอนป่วยหนัก ก็ได้แทนคุณและรสรินทร์นี่เองที่คอยช่วยกันขนย้ายของออกจากบ้านพ่อเลี้ยง
“ก็ดี... อานึกว่าจะไปอยู่กับไอ้แทนคุณ ไอ้นั่นดูไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด... อาเป็นห่วงหนูมุกนะ รู้มั้ย”
วรภพยื่นมือมาประคองไหล่กลมมนของเด็กสาวเอาไว้หลวมๆ ก่อนหน้านี้เขาเคยตามไปเจอเธอกับแทนคุณอยู่ด้วยกันบ่อยครั้ง และคาดเดาว่าทั้งคู่น่าจะแอบคบหากัน ทว่าในเมื่อยามนี้ลูกเลี้ยงสาวไม่ได้อยู่ในความปกครองของเขาอีกต่อไป วรภพจึงไม่อาจใช้อำนาจใดๆ ได้อีก นึกไปแล้วเขาก็ยังรู้สึกเสียดายเรือนร่างอวบอิ่มนั้นไม่หาย ที่ปล่อยให้มุกสลิลรอดพ้นมือไปได้จากเหตุการณ์วันนั้น
“ขอบคุณค่ะคุณอา...”
เด็กสาวตอบรับเบาๆ มุกสลิลและแม่ย้ายเข้ามาอาศัยในบ้านของวรภพตั้งแต่เริ่มคบหากันใหม่ๆ แต่ในเมื่อมารดาผู้เป็นที่รักจากไปแล้ว เธอจึงไม่คิดที่จะรั้งรออยู่ในบ้านของพ่อเลี้ยงอีกต่อไป
“ถ้าหนูมุกลำบากก็มาบอกอานะ... อายินดีช่วยเหลือเสมอ” วรภพบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่นั่นคือสิ่งสุดท้ายบนโลกที่มุกสลิลคิดจะทำ
“ค่ะ... ขอบคุณนะคะคุณอา”
“อาไปก่อนนะ มุกดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ... ถ้าว่างๆ ก็แวะไปเที่ยวหาอาบ้างนะ”
“ค่ะ... ที่ผ่านมา มุกต้องขอบคุณคุณอามากนะคะ ที่ช่วยดูแลแม่กับมุกมาเป็นอย่างดี”
แม้ในใจลึกๆ จะไม่อยากเอื้อนเอ่ยประโยคนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจากลา เธอก็อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี โดยไม่มีสิ่งใดค้างคาต่อกันอีก
“ไม่เป็นไรหรอก...” วรภพตอบสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป มุกสลิลทอดสายตามองแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา ก่อนจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทที่เธอเชื่อมั่นว่าเขายังคงวนเวียนอยู่แถวนี้
“ไอ้แทน! ฉันรู้นะว่าแกยังอยู่แถวนี้! รีบเผยตัวออกมาเลย ไม่งั้นฉันจะโกรธจริงด้วย!” มุกสลิลขู่คำเดิมๆ ที่มักจะได้ผลเสมอ และแทนคุณก็ยอมอ่อนข้อให้เธอทุกครั้งไป
“เออๆๆ! แหม... ก็ฉันกลัวอาภพจะฉุดแกขึ้นรถไปนี่หว่า”
แทนคุณเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ทั้งที่ยังถือสายคุยอยู่กับเธอ ใบหน้าคมคายยิ้มแหยๆ
“ไอ้บ้าเอ๊ย!... กลางวันแสกๆ ขนาดนี้ ใครมันจะไปกล้าทำเรื่องแบบนั้นกัน” มุกสลิลรีบกดตัดสายแล้วเก็บโทรศัพท์ทันทีที่เห็นร่างสูงเดินเข้ามาหา
“ก็ไม่รู้นี่หว่า... คนเราสมัยนี้ไว้ใจยากจะตาย รู้หน้าไม่รู้ใจ แกเคยได้ยินคำนี้ปะล่ะ” แทนคุณเดินมาหยุดตรงหน้า ก่อนที่มุกสลิลจะก้าวเดินนำเพื่อมุ่งหน้ากลับหอพัก
“เออ... รู้หน้าไม่รู้ใจ” มุกสลิลพึมพำ นัยน์ตาสวยฉายร่องรอยความครุ่นคิด
“ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในใจของพี่ต้น เขาคิดยังไงกับฉันกันแน่... เราคบกันมาตั้งสองปี แต่เขาไม่เคยแม้แต่จะจับมือฉันเลยนะโว้ย!”
“ก็เขาเป็นสุภาพบุรุษมันก็ดีแล้วนี่หว่า... แกหาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ ผู้ชายแสนดีอย่างพี่ต้นน่ะ” แทนคุณแค่นยิ้ม พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในอกกลับรู้สึกเจ็บแปลบ
“ดีเกินไป... ฉันก็กลัวนะโว้ย”
“ดีแล้วมันน่ากลัวตรงไหนวะ”
“ก็ตรงที่เขาดีเกินไปเนี่ยแหละ!”
“แกนี่ยิ่งพูดยิ่งงงว่ะ... ไอ้มุก” แทนคุณส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ฉันหมายถึง... เขาอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิงน่ะสิ!”
“เฮ้ย!... ไม่หรอกมั้ง”
แทนคุณเบิ่งตาโต อุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่มุกสลิลยักไหล่เบาๆ ทิ้งปริศนาไว้ท่ามกลางลมเย็นที่พัดผ่านร่างของคนทั้งคู่
