บทที่ 2 เพราะเธอคือ..คนสำคัญ
‘ในวันหนึ่ง มีผู้คนเป็นร้อยเป็นพันเดินสวนทางกับเรา... แต่ในบรรดาพันคนเหล่านั้น จะมีสักกี่คนที่ก้าวเข้ามาในชีวิต และในจำนวนคนที่ก้าวเข้ามา เขาจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน? บางคนเข้ามาเพียงชั่วครู่ชั่วคราว บางคนอยู่นานเสียจนเราดึงเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจ... แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ทุกคนต่างต้องเดินทางไปสู่จุดหมายของตัวเองอยู่ดี ดังคำที่ว่า... มีพบ ก็ต้องมีจาก’
แทนคุณ วางสมาร์ตโฟนลงบนโต๊ะเขียนหนังสือภายในห้องนอนเบาๆ หลังจากกดโพสต์สเตตัสสะท้อนความรู้สึกอัดอั้นในอกลงบนโซเชียลมีเดีย
คืนนี้เป็นอีกคืนที่เขานอนไม่หลับ ความเงียบสงัดยามดึกฉุดดึงเอาความเหว่ว้าให้โหมกระหน่ำ บ้านหลังฝั่งตรงข้ามที่เขาเดินผ่านเมื่อเช้ามีเพียงความว่างเปล่า ความมืดมิดไร้เงาผู้คนตอกย้ำความจริงอันน่าใจหาย บ้านที่เขาเคยตื่นแต่เช้าตรู่ เพียงเพื่อจะเปิดหน้าต่างห้องนอนออกไปดูว่า ‘มุกสลิล’ ออกมายืนยิ้มให้เขาที่หน้าบ้านหรือยัง... จากนี้ไป มันคงไม่มีภาพเหล่านั้นอีกแล้ว
เปิดเทอมใหม่... หัวใจว้าวุ่น
สำหรับเด็กหนุ่มอย่างแทนคุณ วันนี้ไม่มีเพื่อนสนิทข้างกายคอยเดินหยอกล้อไปโรงเรียนด้วยกันอีกแล้ว ทุกวันนี้เขาทำได้เพียงเฝ้ามองชีวิตของเธอผ่านหน้าจอโซเชียลมีเดีย นัยน์ตาคู่คมจ้องมองภาพรอยยิ้มของมุกสลิลด้วยความรู้สึกหลากหลาย แม้ใจหนึ่งจะเหว่ว้า แต่มันก็ยังดีที่ได้เห็นว่าเธอมีเพื่อนใหม่และมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องขวนขวายตื่นเช้ามาเดินตากแดดไปโรงเรียนพร้อมเขาเหมือนเมื่อก่อน
ขณะเดียวกัน... มุกสลิลกำลังนั่งอยู่บนรถประจำทางเพื่อเดินทางไปโรงเรียนแห่งใหม่ เนื่องจากบ้านใหม่ของเธออยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร อันที่จริง วรภพ พ่อเลี้ยงคนใหม่เคยอาสาจะขับรถรับส่ง แต่เด็กสาวรีบปฏิเสธไปทันควัน ด้วยความเกรงใจและไม่อยากให้ใครต้องมาเสียเวลานั่งรอเธอเลิกลาก
ในระหว่างที่รถประจำทางกำลังแล่นไปตามท้องถนน เสียงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันยอดฮิตก็ดังขึ้น
ติ๊ง!
ข้อความสั้นๆ ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของมุกสลิล ทำให้มุมปากบางระบายยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไอ้ต้าวแทน : ว่าไงจ๊ะ... ยัยเด็กใหม่ มีเพื่อนกี่คนแล้วล่ะ
ยัยมุกยักษ์ : สวยๆ อย่างฉัน มีเพียบอยู่แล้วย่ะ!
ไอ้ต้าวแทน : เอาดีๆ ดิ ฉันเป็นห่วงแกนะเนี่ย
ยัยมุกยักษ์ : ฮ่าๆ ก็พอมีบ้างแหละ แต่เอาจริงก็ยังไม่สนิทเท่าไหร่หรอก
ไอ้ต้าวแทน : ดีแล้ว... ยังไงก็ขอให้แกหาเพื่อนสนิทได้ไวๆ นะ หลายคืนมานี่... ฉันนอนไม่ค่อยหลับเลยว่ะ
ตัวอักษรบนหน้าจอทำให้นิ้วเรียวชะงัก มุกสลิลขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนหนึ่ง
ยัยมุกยักษ์ : ทำไมเหรอ เป็นอะไร?
ไอ้ต้าวแทน : ไม่รู้สิ... มันรู้สึกแปลกๆ เวลาเปิดหน้าต่างมองไปแล้วเห็นบ้านแกมันว่างเปล่า โล่งๆ ยังไงไม่รู้... มันไม่ชินตาเลยว่ะมุก
กระแสความโหยหาที่ส่งผ่านตัวอักษร ทำให้อกข้างซ้ายของเด็กสาวร้อนผ่าว เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์ไหวระริก
ยัยมุกยักษ์ : เอ่อ... เดี๋ยวแกก็ชินไปเองแหละน่า แค่นี้ก่อนนะแก ฉันถึงโรงเรียนพอดี
นับตั้งแต่วันนั้น ช่องทางแชทกลายเป็นสายใยเดียวที่เชื่อมโยงความรู้สึกของคนทั้งคู่เอาไว้ มีบ้างที่ขาดหายไปยามเงินในโทรศัพท์หมด แต่พวกเขาก็มักจะขวนขวายหาสัญญาณไวไฟฟรีตามสถานที่ต่างๆ เพื่อส่งข้อความหากันเสมอ
ไอ้ต้าวแทน : เงียบหายไปตั้งหลายวันเลยนะแก เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย
ยัยมุกยักษ์ : ตังค์ในโทรศัพท์หมดอ่ะดิ! เพิ่งได้ใช้เน็ตเนี่ย
ไอ้ต้าวแทน : โธ่เอ๊ย! วันหลังถ้าตังค์หมดแกบอกฉันสิ เดี๋ยวฉันเติมให้
ยัยมุกยักษ์ : ไม่เอาหรอก เกรงใจแก... อิอิ แต่ตอนนี้แม่กำลังขอติดอินเทอร์เน็ตบ้านให้อยู่แหละ
ไอ้ต้าวแทน : จริงดิ! งั้นก็ดีเลยดิ จะได้เปิดกล้องคุยกันบ้าง เนาะๆ
ยัยมุกยักษ์ : เออๆ!.. เอ่อแทน จบ ม.6 แล้วแกจะเรียนต่อไหนวะ
ไอ้ต้าวแทน : ยังไม่แน่ใจเลยว่ะ แต่อยากลง เทคนิคการแพทย์ แล้วแกล่ะ คิดไว้ยัง
ยัยมุกยักษ์ : ฉันตาบอดสีนี่หว่า คงไปสายสุขภาพแบบแกไม่ได้หรอก คงเลือกเข้า คณะบัญชีนั่นแหละ
เมื่ออ่านข้อความนั้น หัวใจของแทนคุณพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดถั่งโถมเข้ามาจนต้องรีบพิมพ์ง้อเพื่อนรัก
ไอ้ต้าวแทน : เอ่อ... โทษทีว่ะเพื่อน ฉันลืมไปเลย
ยัยมุกยักษ์ : ช่างมันเหอะน่า คงเป็นกรรมของฉันเองแหละมั้ง
ไอ้ต้าวแทน : เฮ้ย! อย่าน้อยใจดิวะ เรียนบัญชีจบมาเป็นเจ้าคนนายคน รวยๆ มีตั้งเยอะแยะไป!
ข้อความปลอบประโลมทุกลายให้อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นวาบไปถึงหัวใจ มุกสลิลคลียิ้มหวาน มองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาอ่อนโยน นึกถึงใบหน้าทะเล้นของคนที่อยู่ไกลกัน
ยัยมุกยักษ์ : ขอบใจนะแก... ที่คอยให้กำลังใจฉันมาตลอดเลย
ความเงียบครอบคลุมปลายสายชั่วขณะ แม้จะคั่นกลางด้วยระยะทางและสายลมยามค่ำคืน แต่หัวใจสองดวงกลับรับรู้ได้ถึงความผูกพันที่กำลังเติบโตและลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนขึ้นทุกที
