บทที่ 3 ห่วงใยเสมอ
“เดือนหน้าแม่จะย้ายไปอยู่ที่เบอร์ลินแล้วนะลูก... แทนจะไปกับแม่มั้ย แล้วถ้าลูกอยากไปเรียนต่อที่โน่น มิสเตอร์คาร์ลเขาก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรนะลูก เค้ายินดีส่งเสียแทนเรียน”
พิมพ์นราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอาทร สายตามองลูกชายคนเดียวด้วยความห่วงใย หลังจากที่แทนคุณนอนทบทวนความคิดตัวเองมาทั้งคืน ในที่สุดเขาก็ตกลงใจบอกผู้เป็นมารดาว่าจะขอเรียนต่อคณะบัญชีอยู่ที่นี่ ซึ่งพิมพ์นราเองก็ไม่อาจขัดใจลูกชายได้ แม้เธอจะไม่เคยรู้เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ของลูกก็ตาม
“ถ้าลูกย้ายเข้าหอพักมหาวิทยาลัยแล้ว บ้านของเรา แม่จะติดป้ายขายแล้วนะลูก”
คำพูดของมารดาทำเอาหัวใจดวงโตกระตุกวูบ
“แม่จะขายบ้านเหรอครับ...”
“ก็ใช่น่ะสิ อีกหน่อยแทนไปอยู่หอ แล้วใครจะคอยดูแลบ้านล่ะ เรามีกันแค่นี้เองนะ...” พิมพ์นรถอนหายใจเบาๆ แววตาหม่นลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีต
“หนูมุกกับแม่เขาก็ย้ายออกไปแล้ว แม่กลัวแทนจะเหงา... ย้ายไปอยู่หอพัก ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ในมหาลัย จะได้ไม่เหงานะลูกนะ”
“แล้วแม่จะอยู่ที่เบอร์ลินนานแค่ไหนครับ” แทนคุณถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงความเหว่ว้าที่ซ่อนไว้ไม่อยู่
“แม่ก็คงย้ายไปๆ มาๆ นั่นแหละจ้ะ พอดีช่วงนี้คาร์ลเขาไม่ค่อยชินกับอากาศร้อนเมืองไทย แม่คงกลับมาอีกทีตอนช่วงหน้าหนาว ถ้าหน้าร้อนแม่ก็คงอยู่ที่โน่น... แทนจะไม่ว่าอะไรแม่ใช่มั้ยลูก” น้ำเสียงของมารดาเต็มไปด้วยความเกรงใจและห่วงใยความรู้สึกของลูกชาย
แทนคุณระบายยิ้มบางๆ บนใบหน้าคมเข้ม แม้ในอกจะรู้สึกโหว่ว่าง
“ในเมื่อมันเป็นความสุขของแม่ ผมก็ไม่ขัดหรอกครับ... ถือว่าเราแลกกันไง เพราะแม่เองก็ยอมให้ผมเลือกเรียนบัญชีตามที่ต้องการแล้ว”
“จ้ะลูก... อะไรที่แทนชอบ แม่ก็ชอบทั้งนั้นแหละ” พิมพ์นรายิ้มรับด้วยความอบอุ่น ลูบหัวลูกชายด้วยความรักใคร่
ดึกคืนนั้น...
ภายในห้องนอนที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับถูกความเงียบเหงาครอบคลุม สายลมราตรีพัดผ่านหน้าต่างโชยกลิ่นอายความอ้างว้างเข้ามา แทนคุณนอนมองเพดานห้องอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดหน้าแชทสีฟ้าที่คุ้นเคยเพื่อส่งข้อความหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในหัวใจ
ไอ้ต้าวแทน : มุก... ฉันตัดสินใจได้ละ ฉันจะเรียนบัญชีเหมือนแกว่ะ
ข้อความถูกส่งไปไม่ถึงนาที หน้าจอก็ดัง ติ๊ง! ตอบกลับมาทันควัน
ยัยมุกยักษ์ : ไอ้บ้า! แกจะมาเรียนตามฉันทำไมเนี่ย! คณะบัญชีมีแต่สาวๆ เดี๋ยวคนอื่นเขาก็มองว่าแกเป็นตู๊ดหรอก!
แทนคุณหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นึกภาพใบหน้าตระหนกตกใจของเด็กสาวที่อยู่ปลายสาย นัยน์ตาคู่คมฉายรอยเสน่หาลึกซึ้งขณะพิมพ์ตอบกลับไป
ไอ้ต้าวแทน : ฮ่าๆ ใครจะมองยังไงก็ช่างดิ... เอาจริงใจฉันก็ไม่ได้ชอบเทคนิคการแพทย์ขนาดนั้นหรอก แต่ตอนนั้นแม่ฉันอยากให้เรียนสายสุขภาพ แม่บอกว่ามันจบมาแล้วไม่ตกงานไง
ยัยมุกยักษ์ : อ้าว... แล้วทำไมตอนนี้ น้าพิมพ์ถึงยอมตามใจแกได้ล่ะ
ไอ้ต้าวแทน : ก็แลกกับการที่แม่จะไม่อยู่กับฉันแล้วไง
คำตอบนั้นทำเอาปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่ตัวอักษรจะเด้งขึ้นมาใหม่ด้วยความตกใจ
ยัยมุกยักษ์ : แล้วน้าพิมพ์จะไปไหนวะ
ไอ้ต้าวแทน : แม่จะย้ายไปอยู่กับมิสเตอร์คาร์ลที่เบอร์ลินนู่น
ยัยมุกยักษ์ : โธ่... แกก็ต้องอยู่คนเดียวดิ เหงาตายเลย
ไอ้ต้าวแทน : ก็คงเหงาแหละ... แต่ก็คงแค่ไม่กี่เดือนมั้ง เดี๋ยวก็ต้องย้ายเข้าหอพักมหาวิทยาลัยแล้ว
มุกสลิลมองข้อความบนหน้าจอ นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกหลากอย่างที่อัดแน่นในอก เธอสูดหายใจเข้าลึก พิมพ์ข้อความเตือนสติเขาด้วยความปรารถนาดี
ยัยมุกยักษ์ : แทน... ถ้าแกชอบคณะบัญชีจริงๆ ฉันก็ไม่ได้ขัดหรอกนะ แต่ถ้าแกจะเรียนแค่เพราะอยากตามฉันมา... ฉันบอกเลยนะว่ามันไม่ควรจริงๆ ว่ะ
แทนคุณจ้องมองตัวอักษรเหล่านั้น หัวใจกระตุกวูบ... เขาไม่อยากให้เธอรู้ว่าเหตุผลทั้งหมดในชีวิตเขามีเธอเป็นศูนย์กลางขนาดไหน ชายหนุ่มระบายลมหายใจยาว ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงยวนเย้าเพื่อกลบเกลื่อนความในใจ
ไอ้ต้าวแทน : เออๆ! ฉันชอบเรียนบัญชีจริงๆ พอใจแกยังยัยมุกยักษ์!
ยัยมุกยักษ์ : เออ! ให้มันจริงเหอะ งั้นก็ดีเหมือนกัน เวลาเรียนจะได้มีเพื่อนไว้ปรึกษาเหมือนเดิม
ไอ้ต้าวแทน : เออ ฉันก็เหมือนกันแหละ... แต่วันนี้แค่นี้ก่อนนะแก จะนอนละ
ยัยมุกยักษ์ : อือ ฝันดีนะแก
แทนคุณกดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ วางมันลงบนอกแกร่ง เอนกายลงนอนบนเตียงกว้างที่แสนงียบเหงา นัยน์ตาคู่คมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างยังบ้านฝั่งตรงข้ามที่มืดมิด...
ความคิดถึงและลมหายใจที่ซ่อนเร้นความปรารถนาลึกซึ้งโชยกรุ่นอยู่ในอก เขาหลับตาลง นึกถึงเรือนร่างเรียวบางและรอยยิ้มหวานของมุกสลิลที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจไม่เคยห่างหายไปไหนเลย
